ตอนที่ 15 ตระกูลเซวียมาหาเื่ (2)
“อื้อๆ” อันเสี่ยวหลีรีบผงกศีรษะรับ
อันเสี่ยวเหมยก็เห็นด้วย ถึงอย่างไรก็เป็เด็กผู้หญิง ล้วนแต่ชอบสิ่งของเหล่านี้ด้วยกันทั้งนั้น
“ข้ายังอยากซื้อหนังสือเริ่มเรียนตัวอักษรสักหลายเล่ม ก่อนหยวนเซิงไปโรงเรียน ข้าจะสอนให้เขาที่บ้านก่อน พวกเราก็ซื้อผ้าฝ้ายมาทำเป็ชุดชั้นในไว้ผลัดเปลี่ยนสักสองสามตัว เสื้อผ้าที่ใส่อยู่ข้างในต้องสะอาดใส่สบายถึงจะดี ไม่อย่างนั้นจะไม่สบายได้ง่าย อีกทั้งสวมใส่ไว้ข้างใน คนอื่นก็มองไม่เห็น ข้างนอกสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบเก่าขาดเหมือนเดิม พรางตาผู้คนไว้” อันเสี่ยวเย่ว์วางแผนไปเรื่อย ถึงอย่างไรตอนนี้ก็ยังมีเงินพอใช้ อันที่จริงนางก็เป็คนพิถีพิถันในการใช้ชีวิตอยู่เหมือนกัน
เพียงไม่นาน เด็กๆ ก็ซื้อข้าวของได้ไม่น้อย อันเสี่ยวเย่ว์ซื้อยามาเล็กน้อย ใช้ทารักษาแผลบนร่างของพวกเด็กๆ กับพวกยาสามัญประจำบ้านแก้ไข้แก้ท้องเสียต่างๆ กับยากันยุงกันแมลงที่ใช้ภายนอก หากมีการเจ็บไข้ไม่สบายเล็กน้อย จะได้ไม่ต้องวิงวอนร้องขอเงินท่านปู่ท่านย่ามาซื้อยาต่างหากอีก ขึ้นเขาไปตัดฟืนหาหญ้ามาให้อาหารหมูก็ไม่ต้องกลัวยุงแมลงกัดต่อยอีก นี่คงเป็ความเคยชินของคนเป็หมอกระมัง!
จากนั้นอันเสี่ยวเย่ว์ก็ซื้อถังหูลู่อีกหลายไม้มากินด้วยกัน วันนี้กินมากไปจนท้องอืด ซานจาในถังหูลู่สามารถช่วยให้ย่อยดีขึ้นได้
“เสี่ยวเย่ว์ ถังหูลู่ในฤดูร้อนแพงมาก น้ำตาลก็ละลายง่ายอยู่ได้ไม่นาน ฤดูหนาวถูกกว่าฤดูร้อน ทำไมพวกเราไม่รอซื้อตอนฤดูหนาวล่ะ” อันเสี่ยวหลีเริ่มเสียดายเงินอีกแล้ว
อันเสี่ยวเย่ว์พูดว่า “พี่หญิง ท่านกินให้สบายใจเถอะ! ฟ้าให้กำเนิดข้ามาย่อมมีเหตุต้องใช้งาน เงินทองใช้หมดสิ้น ยังหวนคืนมาได้”
“เสี่ยวเย่ว์ เ้าไม่เหมือนเดิมเลยจริงๆ ท่องกลอนออกมาได้ง่ายๆ เลย” อันเสี่ยวเหมยมองด้วยความเทิดทูนบูชา
“ดังนั้น ข้าสามารถสอนหนังสือหยวนเซิง ฤดูใบไม้ผลิปีหน้าไปเรียนหนังสือ หยวนเซิงต้องเก่งกว่าเด็กคนอื่นแน่” อันเสี่ยวเย่ว์ลูบศีรษะน้องชายที่กำลังหลงใหลได้ปลื้มอยู่กับรสเปรี้ยวๆ หวานๆ ของถังหูลู่ “อร่อยไหม หยวนเซิง”
“อร่อย ข้าชอบมากเลย!” อันหยวนเซิงรู้สึกคล้ายกับว่าวันนี้เป็วันที่มีความสุขที่สุดแล้ว
หลังจากซื้อของเหล่านี้ ยังเหลือเงินอีกสี่ร้อยกว่าอีแปะ อันเสี่ยวเหมยเริ่มเสียดายเงินไม่เลิก “เสี่ยวเย่ว์ หรือว่าจะหาที่เก็บซ่อนเงินสี่ร้อยอีแปะเอาไว้ ถ้าซื้อของอีกพวกเราจะเก็บซ่อนไว้ไม่อยู่แล้ว หากท่านปู่ท่านย่ารู้เข้า ข้าแค่คิดก็กลัวแล้ว”
อันเสี่ยวเย่ว์ซื้อของพวกนี้แล้วก็เข้าใจราคาข้าวของขึ้นมาบ้าง นางทราบว่าเงินสี่ร้อยอีแปะไม่นับว่าน้อยแล้ว เมื่อครู่ถามราคาเนื้อหมู เงินยี่สิบอีแปะก็ซื้อเนื้อหมูได้จิน[1]หนึ่งแล้ว “เงินที่เหลือ ให้ข้าซื้อเครื่องมือทางการแพทย์หน่อยก็แล้วกัน! เช่นนี้ข้าจะได้ตรวจรักษาโรคได้ดีกว่าเดิม ต่อให้ไม่สะดวกจะหาเงิน แต่อย่างน้อยสามารถรักษาคนเพื่อแลกของกินได้ ก่อนพวกเราแยกบ้านจะได้ไม่ต้องหิวอีก”
แม้จะใช้เงินจำนวนมากไปซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ แต่เด็กทุกคนต่างก็เห็นด้วย พวกเขาเข้าใจดีว่า วิชาแพทย์ของอันเสี่ยวเย่ว์สามารถทำให้พวกเขาไม่ต้องหิ้วท้องอดอยาก ซื้อเครื่องมือแพทย์ก็เท่ากับซื้อแม่ไก่ สามารถให้ไข่ได้ตลอด ไม่ขาดทุนแน่
อันเสี่ยวเย่ว์ไปถามร้านขายยาแห่งหนึ่ง เข็มเงินอย่างดีชุดหนึ่ง ราคาตั้งหลายสิบตำลึง! แม้อันเสี่ยวเย่ว์จะชอบใช้ของดี แต่กระเป๋าเงินไม่เป็ใจ ได้แต่เลือกของคุณภาพปานกลาง พอจ่ายออกไปก็เหลือแค่อีแปะเดียวแล้ว
อันเสี่ยวเย่ว์ขอด้ายแดงจากเ้าของร้านยามาเส้นหนึ่ง ร้อยเหรียญอีแปะเอาไว้ แขวนที่ลำคอของอันหยวนเซิง “นี่เป็เหรียญอีแปะสุดท้ายคิดเสียว่าเป็เงินก้นถุง ให้น้องเล็กแขวนไว้ช่วยคุ้มครองความปลอดภัยก็แล้วกัน!”
อันหยวนเซิงรีบดึงเสื้อมาปิดไว้ “ข้าจะไม่ให้ใครเห็นเด็ดขาด จะไม่ให้ท่านย่าเอาไปแน่”
“ไปกันเถอะ พวกเราไปร้านข้าวสาร พวกเราอาศัยรถคนอื่น ไม่ควรให้เ้าของที่ดินเการอพวกเรา” อันเสี่ยวเย่ว์กล่าว
เวลานี้ เด็กทุกคนต่างได้ของเต็มไม้เต็มมือกลับมา ส่วนอันเสี่ยวเย่ว์ก็คิดหาทางซ่อนเข็มเงิน “พี่หญิง ห้องของพวกเรามีที่ไหนเก็บซ่อนเข็มเงินของข้าได้บ้าง”
“ไม่มีหรอก! ห้องพวกเรามีแค่ตู้เล็กๆ ใบเดียว ทั้งยังไม่มีกุญแจ ท่านย่ากับอาหญิงชอบมารื้อค้นอยู่เรื่อย!” อันเสี่ยวหลีขมวดคิ้ว
ส่วนอันเสี่ยวเหมยกล่าวว่า “เสี่ยวเย่ว์ หีบไม้ใหญ่เกินไป ไม่อาจเก็บซ่อนและไม่สะดวกพกติดตัว ดีที่วันนี้พวกเราซื้อเข็มเย็บผ้ากับผ้ามาด้วย ข้าจะให้แม่ข้าเย็บถุงผ้าใบเล็กให้เ้าคืนนี้ ให้เ้าพกติดตัวไว้ จะได้สะดวกเวลาใช้”
“ดีเลย พี่หญิงเสี่ยวเหมย อย่างนั้นก็ขอให้ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ช่วยแล้ว หากพกพาติดตัวได้ จะเป็เื่ดีที่สุดจริงๆ” อันเสี่ยวเย่ว์ก็เห็นว่าเก็บไว้ในหีบไม้ยุ่งยากเกินไป อีกทั้งไม่อาจเก็บรักษาอย่างปลอดเชื้อ ต่อไปพอแยกบ้านแล้ว ก็เปลี่ยนมาเป็กล่องปิดสนิทที่สามารถเก็บรักษาอย่างปลอดเชื้อได้ และซื้อเข็มเงินชุดที่ดีที่สุดและแพงที่สุดนั่นซะ
พวกเด็กๆ เพิ่งเดินถึงร้านข้าวสาร ก็พบว่าที่นั่นกำลังเกิดเหตุวุ่นวายโกลาหลอยู่
“พี่ท่านนี้ ไม่ทราบว่าที่นี่เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ” อันเสี่ยวเย่ว์เข้าไปถามคนที่มุงดูอยู่ เนื่องจากพวกเขาเบียดเข้าไปไม่ได้ ทั้งมองไม่เห็นเ้าของที่ดินเกา
“ร้านขายยาตระกูลเซวียขายยาปลอม ทำร้ายทายาทเพียงคนเดียวของบ้านท่านเ้าของที่ดินเกาหมู่บ้านป๋ายซาจนเกือบตาย ดูเหมือนท่านเ้าของที่ดินพูดกับใครบางคนเื่นี้ ทำให้ร้านขายยาตระกูลเซวียสูญเสียการค้ารายใหญ่ ตระกูลเซวียดูเหมือนได้ยินว่าท่านเ้าของที่ดินเกามาที่ร้านข้าวสาร จึงพาคนมาหาเื่ ยังไม่รู้เลยว่าเื่เป็อย่างไรบ้าง”
“เสี่ยวเย่ว์ ทำอย่างไรดี” อันเสี่ยวหลีร้อนใจ หากเ้าของที่ดินเกาเกิดเื่ พวกตนไม่เพียงไม่เหลือที่พึ่งพิง เื่ที่วันนี้แอบมากินดื่มเล่นสนุกที่ตัวอำเภอย่อมจะถูกทางบ้านรู้เื่ด้วย เช่นนั้นต่อให้พวกตนไม่ถูกตีตายก็คงสะบักสะบอมแน่!
เชิงอรรถ
^ ครึ่งกิโล