ทั้งสามคนเดินเข้าไปในป่าไผ่ดำแล้วก็หยิบโคมหิ่งห้อยออกมาใช้เพราะในป่าไผ่ดำนั้นไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน เมื่อได้เข้าไปแล้วก็มืดเหมือนกลางคืนไม่มีผิด
"พวกแยกกันตรงนี้แล้วกัน" เ้าชายน้ำแข็งที่กว่าจะเอ่ยปากพูดได้ เมื่อเดินมาได้สักพักและถึงทางแยกเขาก็แยกเดินทางด้านขวา เหมือนจะอยากไปด้วยงั้นแหละ
"พี่สาวท่านจะไปด้านไหน"เมื่อเขาเดินไปได้สักพักนางก็หันมาถามพี่สาวจินเยว่ที่มองซ้ายมองขวาตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปด้านไหน
"ท่านไปด้านซ้ายกับข้าดีหรือไม่ ขวาร้ายซ้ายดีไปด้านซ้ายกันเถอะ" ซิงเหยียนออกปากชวนพี่สาวให้ไปด้านซ้ายกับนาง
"อืม...อืม..พี่สาวรู้สึกว่าพี่สาวไปด้านขวาดีกว่านะ พี่สาวรู้ไม่ดียังไงไม่รู้ที่จะไปด้านซ้าย ซิงซิงไปด้านขวากับพี่สาวดีไหม"
"ไม่เป็ไรพี่สาวไปด้านขวาก็ได้เพราะเขาบอกว่ามันคือ์ลิขิต แต่ความรู้สึกของข้า ข้ารู้สึกว่าด้านซ้ายมีของดีที่์ลิขิตไว้รอข้าอยู่ บ๊ายบาย~~พี่สาวแล้วเจอกันตอนออกไปด้านนอก"
ซิงเหยียนบอกลาพี่สาวแล้วก็มุ่งหน้าเดินไปตามถนนด้านซ้าย อืมมป่าไผ่ดำก็มีแต่ต้นไผ่มืดก็มืดกี่โมงกี่ยามแล้วก็ไม่รู้ เดินไปได้สักพักเธอก็เริ่มสงสัยทำไมตอนเดินผ่านมาไม่เห็นตัวอะไรเลยสักตัว
ไม่นานความสงสัยของเธอก็กระจ่างเพราะตรงหน้านางตอนนี้มีสัตว์อสูรสองตัวกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเป็ใครก็คงหนีแต่คงไม่ใช่กับนางหรอก
ซิงเหนียนรีบเดินไปหลบหลังโขดหินแล้วหาอะไรมาคลุมโคมหิ่งห้อยไว้ไม่ให้มีแสง แล้วก็สอดหัวออกไปดูสถานการณ์ว่าเป็อย่างไรด้วยความเคยชินเมื่อมีเื่สนุกๆให้ดู ต้องมีของกินกินไปด้วยมือน้อยไปล้วงเข้าไปในกระเป๋าที่สะพายมาด้วยด้านในอัดแน่นไปด้วยของกิน ที่ท่านย่าและท่านแม่ยัดมาให้เพราะกลัวนางหิว
แจ็บ!!แจ็บ!! ตามองไปที่สัตว์อสูรที่กำลังต่อสู้กันปากก็เคี้ยวเนื้อแห้งไปด้วยอืมม สำราญใจดีแท้
สัตว์อสูรที่ต่อสู้กันอยู่ไม่รู้ว่าการต่อสู้ของพวกมันมีมนุษย์มานั่งดูอย่างกับ มาดูละครอย่างไงอย่างงั้น งูั์ใช้ลำตัวรัดจระเข้ไว้และแรงบีบรัดก็มากขึ้น เ้าจระเข้เองก็ไม่ยอมอ้าปากงับไปที่ลำตัวงูั์อย่างแรง แล้วสะบัดตัวอย่างแรงเพื่อให้หลุดจากพันธนาการจากงูั์ เ้างูก็ไม่ยอมเพิ่มแรงในการบีบรัดจระเข้แรงจนได้ยินเสียงกระดูกของจระเข้ที่หักกร๊อบ!!ดังลั่น จนในที่สุดจระเข้ก็สิ้นใจแต่ก่อนมันจะสิ้นใจมันก็ใช้แรงที่มีทั้งหมดกัดคอของงูั์อย่างแรงจนกลายเป็แผลเหวอะหวะขนาดใหญ่แต่แล้วในที่สุดสัตว์อสูรทั้งสองตัวก็ตาย
แจ็บๆพรึบ!!พรึบ!! กว่าการต่อสู้จะจบลงข้างกายของซิงเหยียนก็เต็มไปด้วยห่อของเนื้อแห้งที่นางกิน ซิงเหยียนเอาผ้ามาเช็ดมือเช็ดหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยของเนื้อแห้งออกแล้วก็เดินไปที่ซากของสัตว์อสูรทั้งสอง
"นี่สินะเหมือนกับที่เขาว่านกกับปลาทะเลาะกัน คนที่ได้ประโยชน์คือชาวประมง" นกกับปลาหรออืมทำไมประโยคมันแปลกๆหรือว่า นกกับหอยนะ จะอะไรทะเลาะกันก็เถอะคนที่ได้ประโยชน์ก็เป็ชาวประมงอยู่ดี เพราะนางคือชาวประมงที่ได้ประโยชน์นั้นเอง
"ฮ่าฮ่า ฮ่า " เสียงหัวเราะอย่างกับแม่มดดังขึ้นในป่า ถ้ามีใครผ่านมาเห็นซิงเหยียนตอนนี้คงคิดว่านางเป็บ้าแน่เลย
นางก็เดินใกล้ๆสัตว์อสูร หยิบกริชออกมาจากกระเป๋ากรีดเอาคริสทัลที่อยู่หน้าผากของสัตว์อสูร คริสทัลอสูรนี่มันของดีเอาไปขายได้หลายกะตังค์อยู่ เมื่อกรีดเอาออกมาเสร็จก็โยนคริสทัลเข้าไปในมิติเพราะกระเป๋าของนางคงใส่ไม่หมด
กรีดเอาคริสทัลเสร็จก็ไปจัดการเ้าจระเข้ก่อนซิงเหยียนเปลี่ยนจากกริชมาเป็มีดขนาดใหญ่เอามา ชำแหละจระเข้หันเป็ท่อนๆแล้วก็โยนเข้าไปในมิติ เ้างูั์เองก็ไม่รอดถูกซิงเหยียน ถลกหนังออกหั่นเป็ท่อนๆเช่นกันหั่นเสร็จก็โยนเข้าไปในมิติให้หมด
อืมสภาพตอนนี้ของซิงเหยียนอย่างกับพวกนักฆ่าเลยเพราะตัวโชกไปด้วยเืของสัตว์อสูร อ๊ะๆก่อนที่จะเข้าใจผิดนางขอแก้ตัวก่อนละกันที่จริงนางเป็คนรักสัตว์นะแต่ไม่ใช่...แต่ไม่ใช่กับเ้าพวกเลื้อยคลานหน่ะนะแล้วอีกอย่างพวกมันก็กัดกันตายเองนะ ไม่เกี่ยวกับนางสักนิด
นางแค่ช่วย...ช่วย...ช่วยจัดการศพให้เองแต่แค่วิธีจัดการก็คือการกินนั้นเองทิ้งไว้ก็เสียดายพวกมันตายทั้งทีต้องตายให้คุ้มที่สุดจริงไหมล่ะ
ตอนนี้นางไม่รู้ว่าเป็ยามใดแล้ว ก็เลยวาร์ปเข้าไปในมิติไปอาบน้ำในทะเลสาบในมิติที่ใสแจ๋วแถมรสชาติก็ดี
อืม!!นางกินก่อนอาบนะไม่ใช่อาบแล้วค่อยกินหลังจากอาบน้ำเสร็จก็ไปก่อกองไฟ
"เ้าลูกไฟหายไปไหนนะ" ไม่สนใจแล้ว สนใจเนื้อย่างหอม ๆตรงหน้าดีกว่า ซูด!แจ็บๆน้ำลายไหลแล้วนะซิงเหยียนนั่งจ้องเนื้อตรงหน้าอย่างตั้งใจ พอเห็นว่ามันสุกได้ที่แล้วก็เอาเข้าปากทันที
"โอ๊ย!!ฮู้ว~~ฮาๆๆ..ย้อนๆ" ถึงจะร้อนแต่นางก็ไม่ยอมคายเนื้อที่อยู่ในปากออกมาได้แต่ทำปากฮู้วๆๆฮาๆๆเป่าให้หายร้อนแล้วก็กัดคำต่อไปแต่เรียนรู้แล้วว่าต้องเป่าก่อนค่อยกินไม่งั้นปากพองแหน่ กินหมดแล้วก็ย่างใหม่อยู่อย่างนี้หลายไม้กว่าซิงเหยียนจะอิ่ม
"อ่าห์..เนื้ออสูรนี่มันอร่อยจริงๆเลยขนาดไม่ได้ปรุงอะไรเลยนะเนี่ย" มือลูบท้องที่กลมดิกนางที่กินไปหลายชิ้นจนแน่นท้องไปหมดแล้วอิ่มแปล้
"ออกไปเดินย่อยดีกว่า" ซิงเหยียนวาร์ป ออกมาจากมิติก็เดินสำรวจใกล้ๆ ไปบริเวณที่สัตว์อสูรต่อสู้กันเดินสำรวจไปมาได้สักพักก็เจอกับถ้ำขนาดมหึมา
แน่นอนอยู่แล้วว่าเด็กขี้สงสัยอย่างนางต้องเข้าไปอยู่แล้วเมื่อเดินไปตามทางเรื่อยๆเธอก็สังเกตเห็นว่าบางครั้งอากาศก็หนาวบ้างก็ร้อน
และอากาศก็แปรปรวนขึ้นเรื่อยๆเมื่อเดินลึกเข้าไปจนสุดท้ายก็เจอกับกองไข่มากมาย คาดว่าคงเป็ไข่ของงูั์ไม่ก็ของจระเข้ั์นั้นแน่ๆ
นางเดินเข้าไปใกล้ไข่ก็พบว่าไข่มันใบใหญ่กว่าตัวของนางซะอีก
"เอ๋...ทำไมนางมองไข่พวกนี้แล้วถึงได้นึกถึงเมนูเจียวดาวนะ"ซูด~~ น้ำลายไหลอีกแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นซิงเหยียนก็เปิดตู้เย็นเก็บวัตถุดิบ เอ๊ย!!ไม่ใช่มิติเก็บของแล้วก็ค่อยๆ ลำเลียงไข่เข้าไปในมิติอยู่นานจนเกือบจะหมดแล้ว
แต่หางตาของนางก็เหลือบไปเห็นไข่ที่ถูกไข่ใบอื่นๆบังและทับไว้อยู่และเปลือกไข่ก็ไม่เหมือนไข่ใบอื่นๆ เพราะไข่ใบนี้มีสีแดงและมีจุดๆ สีฟ้า หรือว่านี้คือไข่ของสัตว์ในพันธะของเธอ ไม่รอช้าซิงเหยียนเอาหน้าผากของตนเองไปทาบกับไข่ และแล้วนางก็มีปฏิกิริยาคือร่างกายของนางประเดี๋ยวร้อน ประเดี๋ยวหนาว เหมือนจะจับไข้ เรี่ยวแรงอยู่ก็หายไปทันใดนั้นซิงเหยียนก็รู้สึกว่าร่างกายของนางถูกแบ่งครึ่งข้างหนึ่งร้อนอย่างกับอยู่ในกองไฟ ส่วนอีกข้างหนึ่งเย็นเฉียบเหมือนแช่อยู่ในน้ำแข็ง
"อ่าห์..หนาว"
"อืม....ร้อน"
ซิงเหยียนที่ทนไม่ไหวแล้วถึงกับสลบไปแล้วไข่ใบนั้นก็หายเข้าไปในมิติ ข้อมือทั้งสองข้างของซิงเหยียนก็ปรากฏรอยจุดสีแดงข้างหนึ่งอีกข้างก็เป็สีฟ้า เป็อันว่านางได้หาสัตว์ในพันธะเจอแล้ว