ย้อนอดีตกลับมารักเธอ

    ตอนที่24 เข้าทีม

    “หม่าว...ขาว น่ารัก ตัวเล็กเหมาะที่จะเป็นแฟนเราจริงๆ แบบนี้แล้วจะให้ตอบปฏิเสธได้ยังไง” กันต์คิดในใจ แต่ใบหน้ากลับนิ่งเฉยยากคาดเดา แต่บาสรู้ได้เลยว่ายังไงกันต์ก็ต้องให้หม่าวเล่นแน่ “ว่ายังไง อย่าเงียบแบบนี้สิ!” หม่าวเร่งเร้ากันต์ได้สติ เมื่อกี้คิดเพลินไปหน่อย จะว่าไปแล้วซอกคอของหม่าวก็ขาวจริงๆนั่นแหละ เหมาะที่จะสูดดมเหลือเกิน “ได้สิ...” ตอบสั้นๆจากนั้นหันไปหาบาส “นี่บาส มึงเหนื่อยใช่ปะ งั้นพักก่อนนะเว้ย” “เอ่อ...” ปากของบาสค้างงัน เขาไม่สามารถพูดได้ว่าเหนื่อยอะไรวะ ก็เพิ่งเริ่มเตะเมื้อกี้เอง แต่ครั้นจะพูดแบบนั้นก็ไม่ได้ ถือซะว่ามอบความสุขเล็กๆน้อยๆให้กันต์ไปบาสเดินไปนั่งม้าหิน กระดิกเท้าไปมา ดวงตาจับต้องไปยังสนาม ที่ซึ่งมีชายสองคนกำลังเตะบอลอยู่ “เอาล่ะนะ” หม่าวตั้งท่าเตรียมยิงแล้ว กันต์ถึงกับกลืนน้ำลายดังอึก แค่ตั้งท่าก็น่ารักขนาดนี้แล้ว แล้วหากเตะมาล่ะจะไม่ทำให้ขาดใจตายหรือแล้วบอลก็ทะยานออกไป กันต์ไม่แม้แต่ขยับ ร่างนิ่งงันเป็นเสาหินปล่อยให้บอลเข้าประตูไปอย่างง่ายๆ“เห้ย...ทำไมถึงไม่รับล่ะ มัวยืนเซ่ออยู่ทำไม นายเป็นนักบอลโรงเรียนไม่ใช่เหรอ” หม่าวเท้าเอวยืนมองกันต์แปลกๆ กันต์ยังไม่ได้สติ มีเพียงรอยยิ้มบนริมฝีปากเท่านั้น ฉากเมื่อครู่ช่างตราตรึงใจเหลือเกิน เท้าขวาที่เตะอย่างสโลโมชั่นยังแจ่มชัดอยู่ในหัว ราวกับภาพยนตร์ที่กำลังเล่นซ้ำๆ มันเป็นฉากน่าประทับใจฉากหนึ่ง สำหรับคนที่เราชอบแล้วไม่สำคัญว่าเขาจะทำอะไร เพียงแค่กินน้ำนั่งจ้องหน้ากันยังได้ทั้งวัน และสำหรับกันต์ที่แอบชอบเพื่อน...นี่คงเป็นอะไรที่วิเศษมาก มันประทับอยู่ในใจของเขา“ว่าไงกันต์ เงียบทำไมวะ ตกลงจะเล่นต่อมั้ย” หม่าวถามอีกครั้ง“เล่นสิๆ พอดีเมื่อกี้เหม่อไปหน่อย โทษทีนะ” กันต์เกาหัวอย่างเก้อเขิน สร้างความขบขันให้บาสไม่น้อย “ดี งั้นคราวนี้ช่วยตั้งใจด้วยล่ะ ไม่งั้นคงไม่ต่างจากเล่นคนเดียว”“ได้เลย” กันต์กะว่าจะใช้ช่วงเวลานี้มองใบหน้าหม่าว แต่เป็นอันต้องแห้วไป เพราะหากทำแบบนั้นแล้วมีหวังหม่าวได้เลิกเล่นแน่หม่าวเตะไปอีกครั้ง คราวนี้กันต์รับได้อย่างไม่มีปัญหา ทักษะการเตะของหม่าวดีมาก ดีซะจนบาสที่มองอยู่ถึงกับอายม้วน พวกมันเตะไปได้ราวๆ 15 นาทีท้องฟ้าก็มืดครึ้ม บาสมองไปยังท้องฟ้า ไม่แปลกใจสักนิดที่ฝนจะตกเพราะตอนนี้เป็นหน้าฝนตกทุกวันแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติ “เห้ยฝนจะตกแล้วว่ะ เราว่าไปใต้อาคารเถอะ” แวบเดียวฝนก็โปรยลงมา หม่าวที่กำลังจะเตะอีกลูกชะงักเท้า รีบวิ่งเข้าไปในใต้อาคาร กันต์ที่กำลังตั้งท่าจำต้องวิ่งตามไปบาสยืนอยู่ใต้อาคารก่อนแล้ว คราวแรกเขาคิดว่าจะปั่นจักรยานกลับบ้าน แต่เจ้ากรรมฝนดันตกเร็วเกินไป หากปั่นไปแล้วมีแต่เปียกจึงเลือกหลบใต้อาคาร มันเป็นอาคารห้องสมุดโรงเรียนยกสูงชั้นเดียว พื้นปูด้วยปูนซีเมนต์ มีโต๊ะหินนั่งเล่นสี่โต๊ะ เวลาพักเที่ยงเด็กๆมักจะมานั่งทานของว่างที่นี่ ปรอดโปร่งไม่อึดอัดเหมือนโรงอาหารหม่าวและกันต์เข้ามาในอาคารก็ตัวเปียกซกแล้ว พวกมันทำท่าสั่นๆก่อนจะมองไปที่สนามหญ้า“เห้ยโทษทีนะกันต์ เราลืมเอาบอลมาเลย” บอลยังอยู่ที่สนาม หม่าวไม่ได้เอากลับมาด้วย “ไม่เป็นไร มันก็แค่เปียกฝนเป็นเรื่องธรรมดา แต่มึงอะ....เป็นไรปะ” หม่าวสวมเสื้อแขนยาวสีขาว เมื่อถูกฝนชโลมเป็นต้องเผยหุ่นที่ซ่อนน่ารักๆ กันต์ถึงกับกลืนน้ำลาย ทำไมหม่าวถึงมีรูปร่างน่ากินแบบนี้นะ คิดไปแล้วก็หันไปทางอื่น เกรงว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหว“ไม่เป็นไร ฝนแค่นี้เอง” หม่าวนั่งลงบนม้าหิน ถึงแม้ปากจะสั่นอยู่แต่ก็บอกว่าไม่เป็นไร สร้างความขบขันให้บาสไม่น้อย บาสนั่งลงข้างๆ แล้วบอกว่า “มึงจะบอกว่าไม่เป็นไรไม่ได้นะเว้ย โดนฝนซะขนาดนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก ทางที่ดีกูว่ามึงถอดเสื้อดีกว่า...ใช่มั้ยวะกันต์”กันต์ที่ได้ยินอย่างนั้นถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ให้ตายเถอะแค่ตอนนี้ก็จะทนไม่ไหวอยู่แล้วหากถอดเสื้อไม่ตายเลยเหรอ แต่ยังไงซะเห็นก็ดีเหมือนกัน กลืนน้ำดังเอื้อกแล้วบอก “เออ...อย่างบาสบอกนั่นแหละ กูว่าเราควรที่จะถอดเสื้อนะ ไม่งั้นเดี๋ยวเป็นหวัดเอา”“ถอดเสื้อ...เอาก็เอาวะ” หม่าวไม่สามารถปฏิเสธได้ ยกแขนขึ้นสูงแล้วขยับๆ คนตัวเล็กอย่างเขามันดูขบขันไม่น้อยในสายตาบาส แต่ในสายตากันต์มุมนี้น่ารักเหลือเกิน“เห้ยเดี๋ยวช่วย” ไม่รู้ว่ากันต์ไปเอาความกล้าจากไหน บางทีอาจเพราะเม็ดฝนถึงทำให้เขาเป็นบ้า เพียงเข้าไปใกล้ก็ได้กลิ่นหอมๆ ให้ตายเถอะทำไมหอมแบบนี้นะ ทั้งๆที่เป็นกลิ่นเหงื่อแต่กลับหอมอย่างน่าประหลาด กันต์โน้มตัวลงด้วยอารมณ์ชั่ววูบ หมายจะใช้ริมฝีปากขบคอน่าเคี้ยวของอีกฝ่าย บาสเห็นอย่างนั้นจึงกระแอมครั้งหนึ่ง กันต์ได้สติแล้วรีบถอยออกมา“เมื่อกี้...จะทำไรวะ” หม่าวยืนอยู่ด้านหน้าจึงไม่เห็นว่ากันต์โน้มตัวลงมา จะเห็นก็แต่บาสเท่านั้นว่ากันต์กำลังทำอะไรสายตาของคนตัวเล็กที่มองมาดูเอาเรื่องไม่น้อย กันต์บ่ายเบี่ยงไปว่า “เศษหญ้ามันติดว่ะ เลยช่วยเอาออกให้ ใช่มั้ยวะบาส”หม่าวหันไปมองบาส บาสผงกศีรษะเชิงว่าใช่“ถ้างั้นก็เเล้วไป” หม่าวเลิกสนใจแล้ว นั่งบนม้าหินดูฝนที่กำลังโปรย กันต์ลอบถอนใจอย่างโล่งอก หากเมื่อครู่หม่าวจับได้เขาคงไม่มีหน้ามาเจออีก ตอนนี้ทำได้เพียงขยิบตาให้บาสเป็นเชิงขอบคุณ บาสถึงกับหัวเราะในใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นปฏิกิริยาของเพื่อนที่ผู้หญิงทั้งโรงเรียนกรี๊ด ไม่นึกเลยว่าจะตลกเเบบนี้ เห็นแบบนี้ก็คิดอะไรออก และหากเป็นไปได้สวยมันจะช่วยยกภาระออกไปจากเขา“หม่าว ฝีมือการยิงของมึงก็ดีนี่หว่า” บาสเริ่มแผนแล้ว“อืม...พอดีกูเล่นกับเด็กๆแถวบ้านน่ะ ก็พอเล่นได้นิดหน่อย”“ฝีมือแบบนี้เข้าทีมได้เลยนะเว้ย ใช่มั้ยกันต์” บาสหันไปขยิบตาให้กันต์ กันต์รีบตอบไปว่า “ใช่ๆ“ เพียงผงกหัวซ้ำและพูดคำว่าใช่“จริงดิ แต่ทีมเต็มแล้วไม่ใช่เหรอวะ เราจะเข้าได้ยังไง” หม่าวเองก็สนใจในฟุตบอล เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้เข้าทีมเพราะตัวเล็ก“ทีมเต็มซะที่ไหนล่ะ ที่เห็นกูมาซ้อมกับกันต์แบบนี้เพราะมันชวนหรอกเว้ย และอีกอยากกูก็ไม่ได้เข้าทีมอย่างเป็นทางการ ใช่มั้ยวะกันต์” กันต์ที่กำลังแอบสำรวจหม่าวอยู่ถึงการสะดุ้งโหยง มองไปที่บาสแปลกๆ “ทำไมไอ้บาสมันพูดแปลกๆวะ ตั้งแต่ให้ถอดเสื้อแล้ว จนถึงชวนเข้าทีม หรือว่ามันจะรู้ว่าเรา...ไม่นั่นเป็นไปไม่ได้”“เงียบทำไมวะกันต์” บาสกระตุ้น“เออๆ ยังอยู่ๆ....ทีมยังไม่เต็มหรอกนะ ก็อย่างที่บาสบอกนั่นแหละ ว่าไงสนใจมั้ย”“แล้วทำไมบาสถึงไม่เข้าล่ะ ไหนๆก็ซ้อมเเล้ว” หม่าวถาม“นั่นเพราะ...” บาสกำลังจะตอบ แต่กันต์ชิงตัดหน้าซะก่อน“บาสมันกำลังยุ่งกับโหนบาร์...” คำพูดของกันต์แทบจะทำให้บาสเข้าไปต่อย “เห้ยจริงดิบาส ไม่เห็นเคยบอกเลยวะ” หม่าวดูสนใจไม่น้อย“และไม่ใช่แค่โหนบาร์นะ ที่จริงแล้วบาส...” แน่ะยังไม่หยุดอีก สงสัยอยากโดน“กันต์!” บาสโอบไหล่กันต์ก่อนจะกระซิบข้างหู “คงไม่อยากให้ไอ้หม่าวรู้หรอกใช่มั้ยว่าเมื่อครู่มึงกำลังจะไซร้คอมัน...หึหึ”กันต์ถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้ม รีบหุบปากทันที“กระซิบกระซาบอะไรกันวะ แล้วที่กันต์พูดเมื่อกี้คือ?” หม่าวเริ่มสงสัยสองคน พวกเขาทำเหมือนมีความลับอะไรบางอย่าง“เห้ยไม่มีอะไร แค่จะบอกว่าบาสโหนบาร์เพราะ...อยากสูง ใช่อยากสูง” มันเป็นคำแก้ตัวที่น่าประหลาด แต่มันก็สมเหตุสมผล หม่าวผงกศีรษะ “เออเราก็อยากสูงนะเวัย ตัวเล็กแบบนี้จีบสาวยากฉิบหาย”“กูว่ามึงตัวเล็กแบบนี้ก็ดีแล้วนะ” กันต์พลั้งปาก เมื่อเห็นสายตาที่กำลังจ้องมาจึงรีบเอามือปิดปาก “ดียังไงวะ จีบสาวก็ยาก ทำอะไรแม่งก็ยากไปหมดเลยไอ้ความสูงเนี่ย ไหนจะต้องแหงนหน้ามองรุ่นน้องอีก รู้สึกสมเพชตัวเองชะมัด” พูดถึงตรงนี้หม่าวก็ถอนหายใจ “เห้ย ชีวิตไม่ได้ตัดสินแค่ความสูงอย่างเดียวนะ อีกอย่างมึงก็หน้าตาน่ารัก...เอ้ยไม่ใช่สิ! หน้าตาดีหาแฟนไม่ยากหรอก ขาวๆแบบนี้สเปคเลย” เป็นอีกครั้งที่กันต์พลั้งปาก แต่ยังพอแถได้ แต่ที่บอกว่าขาวๆน่ะใช่ สเปคเขาเลย“จริงดิ ขอบใจนะเว้ย” หม่าวรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย“อีกอย่างนะหม่าว เตะบอลน่ะมันเป็นการออกกำลังขาใช่ปะ แล้วยิ่งเตะทุกๆวันจะไม่สูงได้ไง ใช่มั้ยวะบาส” บาสเกือบจะหลุดหัวเราะ ก็จริงอยู่ว่ามันช่วยในส่วนสูง แต่ก็น้อยมากหากเทียบกับการออกกำลังกายอย่างอื่น แต่เพิ่อให้สมหวังบาสจึงตอบว่า“เออ เล่นบอลก็สูงเหมือนกันนะ ใช้เวลาไม่กี่เดือนมึงน่าจะสูถึงห้าเซ็น ถึงตอนนั้นกูคงอิจฉาไม่น้อย”“จริงดิ” หม่าวยังลังเล“จริง” พวกเขาพูดพร้อมกัน “งั้นก็ได้...เราจะเข้าทีม” หม่าวตกไปในหลุมพรางที่ถูกขุดไว้ บาสที่เป็นคนขุดหลุมเองก็รู้สึกผิดไม่น้อย เขาไม่รู้ว่าหลังจากนี้หม่าวจะเป็นยังไง จะแต่งงานมีลูกกับโก๊ะอีกมั้ย หรือว่าจะ...ฝนตกเพียง 20 นาทีท้องฟ้าก็สดใส มันเป็นเวลาบ่ายหนึ่งกว่าๆ กันต์และหม่าวจึงเตะบอลอีกเล็กน้อยก่อนแยกย้าย ส่วนบาสน่ะหรือเขากลับบ้านไปนานแล้ว เขาไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ ปล่อยให้กันต์สำรวจร่างกายหม่าวจนเคลิ้มนั่นแหละดีแล้ว เมื่อมาถึงบ้านก็เข้าไปในครัว หยิบแมลงกระชอนที่อยู่ในฝาชีออกมานั่งดูทีวีกับพี่น้ำพี่เมย์ ทีวีจอนูนเล็กภาพไม่ชัดห่วยๆ แต่แฝงด้วยความสุขที่หาในอนาคตไม่ได้แล้ว...การดูกับครอบครัวนี่แหละคือความสุข