บทที่ 5 ไปขอความช่วยเหลือจากบิดา
ในเล้าไก่
กะต๊ากกก…! กะต๊ากกก…!
สือซิ่วอิงนั่งยอง ๆ สองมือจับลำคอไก่ตัวหนึ่งชูขึ้นเหนือหัวปากก็เอ่ยพึมพำเหมือนท่องคาถาอะไรสักอย่าง
“สัตว์โลกย่อมเป็ไปตามกรรมเ้าก็ตัวโตจนป่านนี้แล้วกลับยังไม่สามารถตัดเวรตัดกรรมได้หมดเสียที โถ่ ๆ ช่างน่าสงสารยิ่งนักเดี๋ยวพี่สาวจะฝืนลิขิตฟ้าช่วยให้เ้าหลุดพ้นจากบ่วงกรรมนี้เองนะ”
กร๊อบ !
คอของไก่ตัวนั้นหักพับลงทันที
เหลียนฮวาเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านมองคุณหนูของตนอย่างไม่อยากจะเชื่อนางใช้มือขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีก
'นี่เป็เื่จริงไม่ใช่ความฝัน…์ ! หลังจากที่คุณหนูโดนผลักตกน้ำ เหตุไฉนถึงได้มีนิสัยเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนอย่างไรอย่างนั้น'
ในเมื่อไม่มีมีดหรือของมีคมใดๆ ให้นางใช้เชือดคอไก่ได้ สือซิ่วอิงจึงตัดสินใจใช้มือจับไว้ที่คอยาว ๆ ของไก่ตัวนั้นแล้วฟาดลำตัวมันลงกับข้างเล้า
ปัง! ปัง! ปัง!
กายหยาบของไก่ผู้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมทั้งปวงแตกกระจุยกระจายกระเด็นไปคนละทิศละทาง เืและเศษชิ้นเนื้อเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าและทุกส่วนบนร่างกายของสือซิ่วอิงกับเหลียนฮวา
“ถุย !คาวชะมัด”
สือซิ่วอิงถุยเนื้อไก่ที่กระเด็นเข้าปากออกมาจากนั้นก็ใช้มือปัด ๆ เศษเนื้อที่ติดตามร่างกายทิ้ง แถมยังใจดีช่วยปัดออกให้เหลียนฮวาอีกด้วย
เหลียนฮวาในตอนนี้ได้กลายเป็หินอย่างสมบูรณ์นางไม่รู้ว่าตนนั้นสามารถเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนหลักของนายท่านกับฮูหยินใหญ่ได้อย่างไร
สือซิ่วอิงะโเข้าไปข้างในเรือนสุดเสียง
“ท่านพ่อ ท่านรีบตื่นมาดูบุตรสาวสุดที่รักของท่านเถิดนางเกือบจะถูกนักฆ่าสังหารตายไปเสียแล้ว ฮือ ๆ ๆ”
สือเฉิงชางกับสือฮูหยินที่กำลังหลับฝันหวานอยู่นั้นถึงกับสะดุ้งตื่นกลางคันด้วยความใ
สือเฉิงชางขมวดคิ้วเข้าหากันะโถามออกไปด้านนอกห้อง
“ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นเหตุใดจึงได้พากันเอะอะโวยวายเสียงดังขนาดนี้”
พ่อบ้านสือพี่เฝ้าอยู่นอกห้องรีบเอ่ยรายงานทันที
“เรียนนายท่านเป็คุณหนูรองขอรับที่…”
พ่อบ้านสือยังกล่าวไม่ทันจบสือเฉิงชางก็รีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมลวก ๆ แล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็วแล้ว
“อิงเอ๋อร์…อิงเอ๋อร์ของข้าเกิดอะไรขึ้นกับเ้ากระนั้นรึ”
พอเห็นสภาพของบุตรสาวเท่านั้นแหละสือเฉิงชางเสนาบดีผู้ทรงอำนาจในราชสำนักถึงกับเข่าทรุด พูดตะกุกตะกัก
“อะ…อิง…เอ๋อร์”
สือซิ่วอิงสภาพอเนจอนาถผมเผ้ายุ่งเหยิงแถมยังมีเืท่วมตัวนั่นอีก ส่วนสาวใช้ข้างกายคนสนิทของนางก็มีสภาพไม่ต่างกัน เอาแต่ยืนนิ่งอึ้งตะลึงค้างอยู่อย่างนั้น
'นี่พวกนางได้ประสบพบเจอกับเหตุการณ์อะไรมากันแน่ถึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้'
สือเฉิงชางพยายามรวบรวมพละกำลังก้าวขาอันไร้ซึ่งเรี่ยวแรงไปหาบุตรสาวอันเป็ที่รัก แล้วดึงนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด
“อิงเอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้นกับเ้ากันแน่ใครที่มันกล้ามาทำร้ายเ้าให้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้ บอกพ่อมา พ่อจะไปฆ่ามันให้ตายเดี๋ยวนี้”
“ฮือ ๆ ๆ ท่านพ่อข้ากลัวเหลือเกินเพียงอีกนิดเดียวข้าก็จะตายแล้วจริง ๆ หากมิใช่ว่าบุตรสาวของท่านนั้นเฉลียวฉลาดมากพอล่ะก็พรุ่งนี้เช้าท่านคงจะได้นั่งยอง ๆ กอดศพอันเย็นชืดของข้าร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็แน่”
สือซิ่วอิงแกล้งทำเป็หวาดกลัวจนตัวสั่นซุกเข้าไปในอ้อมกอดของบิดาราวกับเขาเป็ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของนางก็มิปาน
สือเฉิงชางเห็นแล้วให้ปวดใจยิ่งนักเขาทั้งรู้สึกโกรธเกลียดตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องบุตรสาวให้ดีได้ แม้กระทั่งอยู่ในจวนภายใต้จมูกของตนแท้ๆ บุตรสาวยังโดนขนาดนี้
“หมอเล่า…เร็วเข้ารีบไปตามหมอมารักษาบุตรสาวของข้าเดี๋ยวนี้จะให้นางเป็อะไรไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นข้าจะฝังพวกเ้าไปพร้อมกับนาง”
บ่าวไพร่ภายในเรือนพากันวิ่งล้มลุกคลุกคลานอย่างไม่คิดชีวิตไปตามหมอในจวนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
สือซิ่วอิงถึงกับทำหน้าตาเลิ่กลั่กเมื่อได้ยินบิดาสั่งให้คนไปตามหมอมารักษาตน
'์ ! หากให้หมอมาตรวจนางจริงๆ ล่ะก็ มีหวังความลับได้แตกแน่…นางควรจะทำอย่างไรดี'
“อิงเอ๋อร์เ้าอย่าได้กังวลใจไปเลยท่านหมอเทวดาหวังเป็หมอเทวดาที่เร้นกายอยู่บนูเาอันห่างไกล ฝีมือการรักษานั้นเรียกได้ว่าทั่วทั้งแคว้นเจาไร้คู่เปรียบแม้แต่หมอหลวงในพระราชวังก็ยังมิอาจเทียบชั้นได้ หากว่าในปีนั้นพ่อไม่ได้ช่วยชีวิตเขาไว้และเขาไม่ได้ติดค้างบุญคุณพ่อคนในจวนตระกูลสืออย่างพวกเราก็อย่าหวังว่าจะมีบุญวาสนาให้หมอเทวดาหวังตรวจรักษาได้เลยแม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องยอมอ่อนข้อให้อยู่หลายส่วน แผลบนร่างกายของเ้ารับรองได้ว่าไม่ทิ้งแผลเป็ไว้อย่างแน่นอน”
สือซิ่วอิงแทนที่จะดีใจเมื่อได้ยินบิดากล่าวเช่นนั้นแต่เหตุใดนางกลับทุกข์ใจยิ่งกว่าเดิมเล่า นางพยายามเค้นความคิดออกมาจากสมองที่มีแต่เื่ศัลยกรรมอย่างสุดความสามารถ
'ข้าควรทำอย่างไรดี…อยู่ดีไม่ว่าดีดันหาเื่ใส่ตัวซะงั้นเป็ไงล่ะทีนี้'
“หมอเทวดาหวังมาแล้วขอรับนายท่าน” พ่อบ้านสือวิ่งกระหืดกระหอบตรงดิ่งมาทางนางอย่างรวดเร็ว
เฮือก ! สือซิ่วอิงสลบไปจริง ๆ แล้วคราวนี้
อิงเอ๋อร์ ! สือเฉิงชางะโเรียกชื่อนางออกมาด้วยความตระหนกใ
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใดสือซิ่วอิงพยายามลืมตาสะลึมสะลือขึ้นมา
“เช้าแล้วหรือ…เฮ้อ! ยังดีที่เื่ทั้งหมดเป็เพียงแค่ความฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น” นางกำลังจะก้าวเท้าลงจากเตียงแต่แล้วก็ต้องใจนปากอ้าตาค้าง บรรยากาศรอบข้างรวมถึงเครื่องใช้และการตกแต่งภายในเรือนนั้นเหมือนกับความฝันไม่มีผิดเพี้ยน…นี่เป็ห้องของนางหลังจากทะลุมิติมาแล้วไม่ผิดแน่เื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน แต่มันคือความจริง สือซิ่วอิงทรุดตัวนั่งลงบนเตียงอีกครั้งพยายามตั้งสติแล้วคิดทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ‘แย่แล้ว ความลับที่นางใช้เืไก่ชโลมตัวคงไม่ได้ถูกเปิดเผยออกไปแล้วหรอกนะ’
เหลียนฮวา ! สือซิ่วอิงะโออกไปข้างนอกห้อง
“เ้าคะคุณหนูบ่าวมาแล้วเ้าค่ะ” เหลียนฮวาสองมือถือถังไม้ใส่น้ำอุ่นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง แล้ววางถังน้ำไว้บนโต๊ะข้างเตียง
“คุณหนูเชิญล้างหน้าก่อนเถิดเ้าค่ะ”
สือซิ่วอิงตรงดิ่งเข้าไปจับไหล่ของเหลียวฮวาแล้วเขย่าไปมา “เหลียนฮวาเ้ารีบพูดมาเถิดเมื่อคืนนี้สรุปแล้วท่านพ่อรู้หรือไม่ว่าพวกเราใช้เืไก่ชโลมตัวเองเพื่อไปหลอกท่าน”
เหลียนฮวาก้มหน้าลงต่ำอย่างรู้สึกผิดเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบา “หมอเทวดาหวังช่างเก่งกาจเกินไปเ้าค่ะคุณหนูเพียงแค่มองดูก็รู้ว่าบนร่างกายของคุณหนูนั้นเป็เืไก่มิใช่เืจริง ๆ เ้าค่ะ”
สือซิ่วอิงถึงกับผงะ เซถอยหลังไปหลายก้าว “แล้วแบบนี้ที่พึ่งหนึ่งเดียวของข้าในโลกใบนี้จะยังคงรักและปกป้องข้าเช่นเดิมอยู่อีกหรือไม่”
“โถ่คุณหนู…นายท่านรักและทะนุถนอมคุณหนูออกจากปานนั้นแม้เมื่อคืนจะรู้ว่าคุณหนูใช้เืไก่ทาตัวแล้วไปหลอกนายท่านให้ตระหนกใเล่น แต่หลังจากที่คุณหนูสลบไปนายท่านก็เป็กังวลอย่างมากถึงกับอุ้มคุณหนูมาส่งที่เรือนด้วยตัวเองเลยนะเ้าคะ แถมยังนั่งเฝ้าอยู่ค่อนคืนจนฮูหยินใหญ่พยายามเกลี้ยกล่อมบอกว่าพรุ่งนี้เช้านายท่านยังต้องออกไปประชุมในราชสำนักนายท่านถึงได้ยอมจากไปเ้าค่ะ”
“เหลียนฮวา แล้วเ้าได้บอกท่านพ่อหรือไม่ว่ามีคนลอบเข้ามาในเรือนแล้ว้าสังหารข้าจริงๆ”
“คุณหนูไม่ต้องเป็กังวลไปเ้าค่ะนายท่านนั้นฉลาดและรอบคอบเป็ที่สุด ได้สั่งสอบเค้นความจริงจากปากของทุกคนที่อาศัยอยู่ภายในเรือนเฟิงหลิงแล้วเ้าค่ะ”
เฮ้อ ! สือซิ่วอิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“โชคยังดีที่์ยังเข้าข้างข้าอยู่ไม่เช่นนั้นล่ะก็ข้าคงจะได้เป็หมาหัวเน่าแน่ ๆ”
คุณหนู ! เหลียนฮวาเอ่ยเสียงสูง
“เหตุใดถึงได้ว่าตัวเองเช่นนั้นล่ะเ้าคะต่อให้ทุกคนบนโลกนี้จะไม่รักคุณหนู แต่ไม่ใช่สำหรับนายท่านอย่างแน่นอนเ้าค่ะ คุณหนูอย่าได้คิดเหลวไหลอีกเลยนะเ้าคะ”
“เหลียนฮวา เหตุใดท่านแม่ถึงไม่รักข้านางดูเหมือนจะเกลียดข้าด้วยซ้ำไป หรือบางทีข้าอาจไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของนางก็เป็ได้ เ้าว่าจริงไหม”
คุณหนู ! เหลียนฮวารีบวิ่งเข้าไปปิดปากของสือซิ่วอิงทันทีแล้วหันซ้าย หันขวา ทำตัวมีพิรุธเป็อย่างมาก
“คุณหนู วาจาเหลวไหลเช่นนี้ต่อไปห้ามกล่าวออกมาอีกนะเ้าคะหากรู้ไปถึงหูของฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินใหญ่แล้วล่ะก็ มีหวังพวกเราต้องโดนทำโทษเอาได้นะเ้าคะ”
สือซิ่วอิงดึงมือของเหลียวฮวาออกแล้วเอ่ย
“ข้ารู้แล้ว ในจวนแห่งนี้นอกจากท่านพ่อแล้วก็ไม่มีผู้ใดรักข้าอีกเลยชีวิตของข้าช่างแสนรันทดยิ่งนัก”
“โถ่ คุณหนูของบ่าว” เหลียนฮวากอดคุณหนูของตนไว้แน่นด้วยความสงสาร
สือซิ่วอิง:"เหลียนฮวาข้าอยากออกไปข้างนอกจวน"
เหลียนฮวา:"หากคุณหนูอยากออกไปนอกจวนต้องไปขออนุญาตจากฮูหยินผู้เฒ่าหรือฮูหยินใหญ่ก่อนถึงจะออกไปได้เ้าค่ะแต่ว่า…พวกเราเพิ่งจะทำผิดไป คงจะไม่ได้ออกไปเป็แน่เ้าค่ะ"
สือซิ่วอิง:"เหลียนฮวา เหตุใดเวลาพวกเราจะไปไหนมาไหนต้องเทียวไปขอคนโน้นทีคนนี้ที ทั้ง ๆ ที่ร่างกายนี้ก็เป็สิทธิ์ของเราทั้งหมด วันนี้ข้าจะออกไปและใครหน้าไหนก็ไม่สามารถขัดขวางข้าได้"
คุณหนู ! เหลียนฮวาเผลอะโลั่นสุดเสียงด้วยความใในคำพูดของเ้านาย