บทที่ 2 ระบบความขยันหมั่นเพียร
สวี่เถาเถาเป็คนที่รักสวยรักงามมากขนาดนั้น ชาติที่แล้วเธอก็ขึ้นชื่อด้านความงามจนทำให้เหล่าหนุ่มหล่อรวยทั้งหลายต่างก็ต้องตกหลุมรักเธอกันทั้งนั้น แต่ตอนนี้ทำให้เธอทนไม่ได้จริง ๆ ที่จะต้องกลายมาเป็ผู้หญิงที่หน้าตาขี้เหร่!
ในขณะที่สวีเถาเถากำลังคิดมากจนสติแทบแตกจนอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้า จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นในหัวของเธอ
[โฮสต์อย่ายอมแพ้สิ ขอเพียงแค่คุณยังเชื่อมต่อกับ 'ระบบความขยันหมั่นเพียร' ของเรา และเพิ่มคะแนนอาชีพของคุณความงามที่คุณ้าจะกลับคืนมาสู่ตัวคุณในสักวัน และเรายังมีบริการเสริมความงาม ที่จะทำให้คุณสวยขึ้นกว่าเดิมด้วย!]
สวี่เถาเถาทำหน้าเฉย "..."
นี่คือระบบที่พาเธอมายังโลกใบนี้ มันเรียกตัวเองว่า 'ระบบความขยันหมั่นเพียร' มาที่นี่เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ทุกวันมันจะพยายามชักจูงให้เชื่อมต่อกับระบบอย่างขยันขันแข็ง
ระบบนี้อ้างว่ามาจากมิติระหว่างดวงดาวที่อยู่ห่างไกลจากทางช้างเผือกอันไกลโพ้น มีจุดประสงค์เพื่อปลุกจิตสำนึกด้านการทำงานที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของมนุษย์ และรางวัลสำหรับการทำภารกิจให้สำเร็จก็คือสิ่งที่คนคนนั้น้ามากที่สุด
แต่เนื่องจากระบบนี้เพิ่งถูกพัฒนาขึ้นมา จึงต้องผ่านการทดลองก่อนที่จะวางจำหน่ายอย่างเป็ทางการ ดังนั้น 'ระบบความขยันหมั่นเพียร' รหัส '0001' จึงถูกปล่อยออกไปนอกอวกาศ เพื่อค้นหาผู้ที่เหมาะสมในจักรวาลอันกว้างใหญ่
บังเอิญว่าสวี่เถาเถาชาติที่แล้ว เสียชีวิตกะทันหันจากการทำงานหนักและอดนอน จึงถูก 'ระบบความขยันหมั่นเพียร' เล็งเห็น
มันสแกนพบว่าสิ่งที่เ้าของร่าง้าที่สุดในส่วนลึกของจิตใจคือความงามในชาติที่แล้ว ดังนั้นมันจึงรีบยื่นข้อเสนอที่เป็มิตรให้กับเ้าของร่าง พยายามใช้ความงามล่อลวงสวี่เถาเถา
พูดตามตรง สวี่เถาเถาก็หวั่นไหวจริง ๆ นั่นแหละ
แต่ว่า!
ชาติที่แล้วเธอใช้ชีวิตเหนื่อยมากเกินไป ในแต่ละวันถ้าไม่ได้ทำงานล่วงเวลาก็กำลังใช้ชีวิตอยู่บนเส้นทางระหว่างการไปทำงานล่วงเวลา ที่สำคัญคือบ้านและรถที่เธอตรากตรำทำงานหนักจนหามาได้ ยังไม่ทันได้เสพความสุขกับสิ่งของพวกนั้นเลยก็ต้องตายซะแล้ว
เื่แบบนี้ใครโดนก็ต้องหัวเสียใช่ไหม?
ระบบบ้านี่ยังอยากจะให้เธอเชื่อมต่อกับ 'ระบบความขยันขันแข็ง' อะไรนั่นอีก แค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่าชีวิตเดียวคงไม่พอ ต้องเอาอีกชีวิตที่ได้มาใหม่นี้ไปทิ้งอีกแน่ ๆ
สวีเถาเถาที่้าเป็เพียงคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตสบาย ๆ ในชาตินี้ ครุ่นคิดอีกครั้งแล้วก็ปฏิเสธไปอย่างเ็ป [ไม่ละ ฉันจะสวยขึ้นให้ได้ด้วยตัวเอง]
ไม่มีผู้หญิงที่ขี้เหร่หรอกนะมีแต่ผู้หญิงที่ี้เี เธอจะแต่งหน้า ออกกำลังกาย เล่นโยคะ ไม่เชื่อหรอกว่าถ้าทำขนาดนั้นแล้วจะสวยขึ้นไม่ได้!
ระบบโต้กลับอย่างไร้ความปรานีว่า [โฮสต์คุณแน่ใจแล้วหรือ? ยุคนี้ขาดแคลนทั้งอาหารและเสื้อผ้าถึงแม้จะมีเครื่องสำอางแล้วแต่ก็คงมีไม่ครบอีกทั้งยังเป็ผลิตภัณฑ์เคมีคุณภาพต่ำ อีกทั้งยังมีสารตะกั่วที่เป็พิษ โฮสต์ คุณไม่กลัวหรือว่าจะทำให้ใบหน้าที่ไม่สวยอยู่แล้วยิ่งแย่ไปกันใหญ่น่ะ?]
นั่นก็เป็เหตุผลที่น่าคิด แต่เมื่อสวีเถาเถานึกถึงชาติที่แล้วที่ตัวเองต้องทำงานหนักจนตาย เธอก็สั่นสะท้านไปทั่วร่าง และใช้ความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะเพิกเฉยต่อมัน
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ [คุณไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ยังไงฉันก็จะไม่เชื่อมต่อเด็ดขาด]
อยากให้เธอเซ็นสัญญานั้นเหรอฝันไปเถอะ!
เมื่อโฮสต์ไม่มีท่าทีว่าจะยอมง่าย ๆ ระบบก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะมันเป็สิทธิ์การเลือกของโฮสต์เอง ดังนั้นแม้ว่าโฮสต์จะยังไม่ยอมเชื่อมต่อกับระบบมันก็ไม่สามารถเลือกโฮสต์คนอื่นได้ นอกจากโฮสต์คนนี้จะตายไปตามธรรมชาติ
คราวนี้ไม่ใช่แค่สวีเถาเถาที่หัวเสีย ระบบก็หัวเสียด้วย
หลังจากที่ใช้เวลาต่อสู้กับระบบแล้ว สวี่เถาเถารู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาเล็กน้อย
ตอนนี้ไม่มีสิ่งบันเทิงใด ๆ เลย และเธอก็อยู่บ้านมาห้าวันแล้ว เมื่อชาติที่แล้วเธอคิดว่าการนอนหลับคือสิ่งที่ใช้เวลาได้ฟุ่มเฟือยที่สุดในชีวิตแต่ชาตินี้เมื่อมีโอกาสแก้ไข เธอจึงชดเชยเวลาให้ตัวเองด้วยการนอนทุกวัน
แต่เธอก็นอนจนตอนนี้สมองเบลอไปหมดแล้วอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกหายใจให้เต็มปวด สูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปสักหน่อยก็คงจะดี
พูดแล้วเธอก็ลงมือทำเลย ก่อนจะปิดประตู เธอก็นึกขึ้นได้ หันกลับไปหยิบเอาผ้าพันคอสีแดงที่ใช้ในฤดูหนาว พันสองรอบและดึงขึ้นมาปิดใบหน้า สวีเถาเถาถอนหายใจด้วยความโล่งอก รู้สึกปลอดภัยในทันที
[โฮสต์ฉันว่าไม่สวมพันผ้าพันคอน่าจะปลอดภัยกว่านะ]ระบบพูดแทรกขึ้นมาทันที
คำพูดนั้นราวกับมีดที่แทงเข้ามาในหัวใจของสวีเถาเถาอย่างรุนแรง
ไม่โกรธ ฉันจะไม่โกรธ!
ั้แ่สวีเถาเถาทะลุมิติมา เธอก็ได้รับความทรงจำจากเ้าของร่างเดิม จึงคุ้นเคยกับบ้านพักคนงานของโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เป็อย่างดี
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็มีเพียงแค่ความทรงจำเท่านั้น พอได้เห็นสภาพบ้านเมืองในยุค 70 เห็นกำแพงดินสีเทา ๆ ที่มีคำขวัญสีแดงสดเขียนว่า
‘การทำงานคือสิ่งที่มีเกียรติที่สุด’ และ ‘เพิ่มผลผลิต เสริมสร้างความมั่นคงของชาติ’ ด้วยตาตัวเอง เธอก็ยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจ
"นี่... เหมือนจะเป็ลูกสาวคนเล็กของบ้านสวีใช่ไหม ใส่ผ้าพันคอใน่หน้าร้อน เด็กคนนี้สมองมีปัญหาหรือเปล่านะ?"
ป้าสองคนที่ถือตะกร้าผักเดินผ่านไป สวีเถาเถารู้สึกถึงสายตาที่มองมาแต่ก็ไม่ได้สนใจ เงยหน้าขึ้นเดินต่อไป
[โอ้โหโฮสต์ คุณนี่เก่งจริง ๆ เื่การหลอกตัวเองน่ะ]ระบบพูดอย่างเหน็บแนม
สวีเถาเถาไม่สนใจคำพูดประชดประชันของระบบตอนออกจากบ้านเธอพกเงินห้าหยวนที่แม่แอบให้ไว้เมื่อสองวันก่อนติดตัวมาด้วยวันนี้เธอตั้งใจจะออกไปซื้อของโดยเฉพาะลิปสติกที่เธออยากจะซื้อไว้สักแท่ง
ร่างเดิมหน้าตาธรรมดา แถมริมฝีปากก็ซีดจนแทบมองไม่เห็น เหมือนคนที่ร่างกายกำลังขาดเื การบำรุงร่างกายต้องใช้เวลานานพอสมควร การทาลิปสติกจะเป็วิธีที่เร็วที่สุด อีกอย่างชาติที่แล้วสวีเถาเถาเป็สาวเมืองกรุง ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนต้องมีลิปสติกติดกระเป๋าไว้ตลอดจู่ ๆ ต้องกลายมาเป็ 'คนจน' แบบนี้ เธอแทบจะยืดอกเดินไม่ได้ต้องแต่งหน้าแต่งตัวให้สวยซะหน่อย!
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองค่อนข้างจะอยู่ห่างจากหมู่บ้านพักคนงานของโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์พอสมควร พอจับกระเป๋าที่มีเงินห้าหยวน สวีเถาเถาก็เกิดความเสียดายขึ้นมาจึงอดทนเดินไปด้วยสองขาของตัวเอง
ในที่สุดก็เห็นประตูห้างสรรพสินค้า น่องของเธอสั่นไปหมด
ขณะที่กำลังก้มตัวหอบหายใจอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีจักรยานผ่านมาคันหนึ่งเผยให้เห็นรองเท้าหนังสีดำของผู้ชายที่เข้ามาอยู่ในสายตา ดูจากคุณภาพหนังและฝีมือการผลิตแล้วคงไม่ใช่ของถูก ๆ
สวีเถาเถาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความอิจฉา แต่ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกราวกับเห็นทิวทัศน์ของดอกท้อที่บานสะพรั่งผู้ชายขี่จักรยานคนนี้ หล่อมากเลย!
เขามีรูปร่างสูงและขายาว น่าจะสูงประมาณร้อยเก้าสิบเิเ สำหรับสวีเถาเถาที่เติบโตในชาติที่แล้วนั้น นี่เป็ความสูงที่น่าใมาก
ที่สำคัญรูปร่างของเขายังดีด้วย ไม่ต้องถามก็รู้เพราะชาติที่แล้วมีดาราหนุ่มหน้าตาดีเต็มจอไปหมด สวี่เถาเถาได้ฝึกสายตาคมกริบจนมองออกได้ทันทีว่ามีใครเป็ของจริงหรือเปล่า
คิ้วคมเข้มดวงตาเป็ประกาย สันจมูกโด่ง และผิวขาวมาก แม้สีหน้าจะดูเ็าไปหน่อย แต่นี่คือหนุ่มหล่อมาดนิ่งในแบบที่สวีเถาเถาชอบเลย
"ขอทางหน่อย รบกวนด้วยครับ"
แม้แต่เสียงก็ยังฟังดูไพเราะขนาดนี้ช่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ !
สวีเถาเถาเหมือนิญญาล่องลอยไปไกลแล้ว เธอทำได้แค่ถอยหลบออกไปสองก้าว ทั้งยังคงจ้องมองชายหนุ่มคนนั้นอย่างตาไม่กะพริบ โห ช่างหล่อเหลือเกิน!
กู้อวี้อวิ๋นจอดจักรยานเสร็จแล้ว ก็พบว่าผู้หญิงที่สวมผ้าพันคอสีแดงปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งคนนั้นยังคงจ้องมองเขาอยู่ แม้ในใจรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรแล้วเดินจากไป เพียงแต่สีหน้านั้นเ็าลงกว่าเดิม
สวี่เถาเถามองดูหนุ่มหล่อมาดนิ่งคนนั้นเดินผ่านไปต่อหน้าต่อตาแล้วมุ่งหน้าไปหาสาวคนหนึ่งที่สวมชุดกระโปรง
สาวคนนั้นมีคิ้วเข้ม ตาโต ผิวขาวผ่อง ถ้ามองด้วยสายตาของยุคนี้ถือว่าเป็คนสวยมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม เธอดูเขินอาย ใบหน้าขาวผ่องแดงระเรื่อยิ่งทำให้ดูสวยน่าหลงใหลเพิ่มความโดดเด่นน่ามองมากยิ่งขึ้น
[หนุ่มสาวคู่นี้ช่างเหมาะสมกันจัง ดูเข้ากันมากเลยใช่ไหมล่ะ?]ทันใดนั้นระบบก็เข้ามาพูดทำลายบรรยากาศแบบนี้
หัวใจของสวีเถาเถาแตกละเอียดลงในพริบตา
เธอค่อย ๆ หันหน้าหนี ไม่สนใจคู่รักที่ดูเหมาะสมกันคู่นั้นอีก แล้วเดินเข้าห้างสรรพสินค้าไปด้วยสีหน้าบึ้งตึงเธอเดินไปมาในนั้นอย่างคล่องแคล่วดูของต่าง ๆ อย่างเงียบ ๆ คนเดียว
"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณใช่อาจารย์กู้ กู้อวี้อวิ๋นหรือเปล่าคะ ฉัน..."
กู้อวี้อวิ๋นพูดตัดบทสาวสวยที่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เ็า
"ขอโทษนะครับที่แม่ของผมนัดดูตัวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผม ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณเสียเวลา ผมจะอธิบายกับแม่สื่อให้เข้าใจเอง ขอโทษจริง ๆ ครับ ผมมีงานวิจัยที่ต้องตรวจแก้ ขอตัวก่อนนะครับ"