ได้โปรดอย่าทำร้ายช่างตีบวกของชั้นเลย

    ช่วงใช้ สิ่งที่ช่วงใช้ได้ และทำสิ่งที่เป็นไปได้ ให้มันเป็นจริง

    เช้าวันต่อมา หลังจากรับประทาน มันฝรั่งบด กุ้งอบมันฝรั่ง มันฝรั่งทอดกรอบ และเฟร้นฟราย ซึ่งเป็๲ของขึ้นชื่อของเมือง เอเซล แห่งนี้ ชั้นก็ลงไปอาบน้ำ ชำระคราบสกปรกในอ่างอาบน้ำ โดยมีพี่ๆสาวเมด มาเช็ดถูตัว๻ั้๹แ๻่ไรผม ยันง่ามเท้า จนสะอาดสะอ้าน ชั้นจึงลุกขึ้นมาแต่งตัวให้สมกับเป็๲องค์หญิงนักรบเสียหน่อย อ้อ เกือบลืมบอกไป วันนี้เป็๲วันป๱ะ๮า๱ไรชิน ด้วยการตัดคอ แต่คนที่ถูกตัดคอ ไม่ใช่ไรชินจริงๆหรอกนะ ชั้นให้ อลิเซีย ผู้วิเศษสาว ผู้มีฉายา แม่มดเก้าชีวิต ปั้นดินโคลน แล้วสาปให้มันกลายร่างเป็๲ไรชิน แล้วเอาไปป๱ะ๮า๱ ชั้นฉลาดใช่ป่าว?


    ในการนี้ อลิเซีย ได้คิดค่าบริการ เป็นข้าวสาร 50 กิโล และเนื้อหมูบด 20 กิโล เพื่อไปให้เหล่าเด็กน้อยที่หิวโหยกินประทังชีวิต ซึ่งชั้นก็เต็มใจให้ และแนะนำให้พาเด็กมา เรียนภาษาไทยที่นี่ เพราะที่นี่มีข้าวแจกฟรี สำหรับผลิตบุคคลากรที่มีความรู้ทางด้านภาษาไทย และเด็กๆจะได้ไม่ต้องหิวโหยอีกต่อไป
    เมื่อทุกอย่างลุล่วง ข่าวซุบซิบ เรื่องไรชินช่างตีบวก ผู้ทำให้เกิดคำสาป จนเหมืองถล่มลงมาทับคนตายนับสิบ ก็เริ่มซาลง นี่อาจเป็นพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าก็ว่าได้ ทำให้ชั้นหัวใจเบิกบานอยู่ไม่น้อย ทว่า เรื่องร้ายๆ ไม่ได้มีเพียงเรื่องเดียว เมื่อ ลุงอามากัน นำเอกสารหนาเป็นปึกมาอ่านสรุปให้ชั้นฟังเกี่ยวกับปัญหาที่จะมาทุกปีตอนหน้าหนาว
    เรื่องของเรื่องคือเมืองเอเซล แห่งนี้ ไม่เคยมีฤดูหนาวมาก่อนเลย ราวกับแผ่นดินที่พระเจ้าประทานมา เริ่มต้นด้วย ฤดูร้อน ตามด้วยฤดูฝน และจบลงด้วยฤดูใบไม้ผลิ แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ มีพืชผลหลักเป็น มันฝรั่ง จัดจำหน่ายไปทั่วอาณาจักร ขนาดไม่ได้โปรยเมล็ดพันธ์ ลงบนพื้นดิน ยังมีพืชสวนงอกออกมาให้กินกัน ทำให้ประชาชนมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข จนเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา จู่ๆ ก็มีลมหนาวพัดมา ทำให้เกิดสัตว์อสูรมากมาย มันทำให้ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้าน ไปจับจ่ายใช้สอย และพัฒนาที่ดินสำหรับเพาะปลูก ว่ากันว่าเพราะมันเป็นฤดูหนาวของปีศาจ ซึ่งแผ่กลิ่นไอชั่วร้ายมาจากแดนเหนือ ซึ่งถ้าใครได้สูดดมเข้าไป คนผู้นั้นจะกลายเป็นบ้าแล้วตายในที่สุด ทำให้ผุ้คนพากันอพยพในฤดูหนาวไปอยู่ที่ป้อมปราการเซดีน ผลผลิตของเมือง เอเซล แห่งนี้จึงกลายเป็นศูนย์ มันช่างเป็นปัญหาใหญ่สำหรับชั้นเสียเหลือเกิน
    แต่นั่น หมายความว่า เราสามารถสู้กับสัตว์อสูรได้ แม้ชั้นจะไม่เคยเห็นสัตว์อสูรมาก่อนเลยก็ตาม ทำไมเราถึงไม่สู้มันล่ะ
    ในขณะที่ชั้นนั่งปวดหัวมึนตึบ อยู่ ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดีกับหน้าหนาวที่มีสัตว์อสูรมารุกรานชาวเมือง ลุงอามากัน ก็ดันร่ายยาวปัญหาใหญ่อีกเรื่องนึงต่อไปอีกว่า ในฤดูฝน ที่จะมาถึงนี้ จะเป็นฤดูผสมพันธ์ ของโปปุกริซลี่ ซึ่งจะมีเพศผู้ 1ตัว ต่อเพศเมีย 20 ตัว และจะผสมพันธ์กันตั้งแต่เช้าจรดเย็น เสร็จแล้วตัวผู้ก็จะนอน เพราะเหน็ดเหนื่อยและอ่อนเพลีย ซึ่งฤดูนี้ ประชากร โปปุกริซลี่ จะเพิ่มราว 10 เปอเซนจากจำนวนทั้งหมด ซึ่งฝูงหนึ่งมีประมาณ 30 ตัว ซึ่งโปปุกริซลี่ จะดุร้ายมาก ในฤดูนี้ และเป็นเพราะพวกมันหวงถิ่น จึงออกมาทำร้ายนักท่องเที่ยวที่หลงเข้าไปในถิ่นมัน อย่างต่อเนื่อง ทำให้ ฤดูฝนนี้ นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวเมือง เอเซล น้อยลงไปอีก ทำให้รายรับการท่องเที่ยวติดตัวแดง
    " สรุปว่ามีปัญหาสองเรื่องใช่ไหม ลุงอามากัน " ชั้นถามลุง
    " ถูกแล้ว พะยะค่ะ แลนเวีย ฮิเมะ " ลุงอามากันกล่าวสรุป
    ชั้นได้นำปัญหา 2 เรื่อง ไปปรึกษากับไรชิน ซึ่งเขาก็ให้ความเห็นว่า
    " ผมคิดว่า โปปุ กริซลี่ ไม่ได้โหดร้าย อย่างที่ทุกคนคิด ถ้านำพวกมันมาเลี้ยงตั้งแต่ เด็กๆ พวกมันจะเชื่องและใช้ขี่ได้ เหมาะสำหรับสร้างทหารทวนยาวขี่ โปปุ กริซลี่ ซึ่งผมกำลังผลิตทวนยาวแบบใหม่อยู่"
    " ใช้พิษต้านพิษ สินะ ในเมื่อ มีสัตว์อสูร เราก็ต้องใช้ โปปุ กริซลี่ ไปสู้มัน นี่แหละคือวิธีแก้ปัญหาที่เธอบอกชั้น ใช่ไหมไรชิน"
    " ถูกต้องแล้ว พะยะค่ะ ดังคำกล่าวที่ว่า [ช่วงใช้ สิ่งที่ช่วงใช้ได้ และทำสิ่งที่เป็นไปได้ ให้มันเป็นจริง] " ไรชินกล่าวสรุป
    ****3 วันผ่านไป ชั้นได้เตรียมการสู้รบกับ โปปุกริซลี่ก่อน มันเป็นหมีขนาดใหญ่เกือบ 3เมตร และชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ทำให้ยากต่อการเผชิญหน้ากับพวกมัน และในกลุ่มใหญ่ จะมี คิงส์ โปปุ กริซลี่ ที่ตัวใหญ่เกือบ 4เมตรอยู่ด้วย ตามที่ชั้นได้รับรายงานมา
    ชั้นกับอลิเซีย และไรชิน พร้อมกับทหารเดินเท้าสองพันนายได้แอบอยู่หลังเนิน ที่เต็มไปด้วยโปปุ กริซลี่ในยามเช้า และดูพวกมันซั่มกันจนถึงเย็น แผนการของชั้นมีอยู่ว่า เราจะรอให้ตกกลางคืน ซึ่งเป็นเวลาที่ โปปุ กริซลี่ซั่มกันเสร็จแล้ว และกำลังเหนื่อยอ่อนถึงที่สุด เราจะฆ่าตัวผู้ และจับตัวเมียไป เพื่อเอาลูกของมันมาฝึกให้เชื่อง แต่ตอนนี้ชั้นยังไม่เห็น คิงส์โปปุ กริซลี่ซักกะตัว แต่เวลายามค่ำ กำลังจะผ่านไปแล้ว และโอกาสของเราคงจะริบหรี่ ถ้าต้องรอจนถึงเช้า
    " โจมตี " ชั้นออกคำสั่งให้ ทหารปืนไฟ ประจำตำแหน่ง แล้วยิงใส่ โปปุ กริซลี่ เพศผู้ที่กำลังนอนหลับอยู่อย่างเคลิ้มฝันอารมณ์ดี ที่ได้ผสมพันธ์กับ โปปุ กริซลี่เพศเมียถึง 20 ตัว
    เปรี๊ยง เปรี๊ยง เปรี๊ยง ดั่งเสียงอสุนีบาต ลูกปืนที่ทำจากแร่ทาร์ พุ่งทะลุหนังของ โปปุ กริซลี่ เพศผู้ ล้มตายมากมาย พวกโปปุ กริซลี่ ที่เริ่มลุกขึ้นมาต่างพากันสับสน และถูกต้อนเข้าไป ในกรงขังของไรชิน ที่ชั้นสั่งทำพิเศษทีละตัวสองตัว ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีจนกระทั่ง.....
    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    คิงส์โปปุ กริซลี่ ปรากฏ มันร้องด้วยความโกรธแค้น และวิ่งเข้ามา ทุบทหารปืนด้วยความรวดเร็ว แม้ทหารปืนจะพยายามยิงมันเพียงใด ก็ไม่เป็นผล
    " ระวัง พะยะค่ะ คิงส์โปปุ กริซลี่ มีสกิล [อสูรเกราะเพชร] ทำให้ขนของมันหนามาก ขนาดปืนไฟยังยิงไม่เข้า " ไรชินร้องตะโกนบอกชั้น ก่อนจะกระโดดเข้าไปดวลกับ คิงส์โปปุ กริซลี่ ตัวต่อตัว
    เคร้ง
    เสียงดาบ อีเธอร์ ดาบประจำตัวของ ไรชิน ดังระงม ภายใต้บรรยากาศที่กดดัน คิงส์โปปุ กริซลี่ ไม่ใช่ อสูรหมีที่ใครจะสามารถปราบมันลงง่ายๆ แถมเจ้าตัวนี้ ยังมีขนาดใหญ่ถึง 4เมตรทีเดียว ไม่ใช่ คิงส์โปปุ กริซลี่ธรรมดา
    อลิเซีย เห็นท่าไม่ดี จึงตรงเข้าไปช่วยไรชิน ด้วยการยิงเวทย์ไฟ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของมัน และมันได้ผล คิงส์ โปปุกริซลี่ หันมาโจมตี อลิเซียแทน ทำให้มันเผยจุดอ่อนเล็กที่ซอกคอ มันเหมือนกับ ตามะพร้าวที่ใช้เวลาเราเจาะน้ำมะพร้าวดื่ม ไรชินถือโอกาสแทงตรงนั้น
    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    เสียงคำรามดังไปทั่ว คิงส์ โปปุกริซลี่ พยายามตะปบไรชิน แต่มันสายเกินไปซะแล้ว ไรชิน ตวัดดาบอีเธอร์ ด้วยแรงกำลังพอเหมาะ และส่ง คิงส์ โปปุกริซลี่ ไปเกิดใหม่ด้วยการตัดหัวของมัน แต่ที่ชั้นไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองก็คือ ร่างกายของคิงส์ โปปุกริซลี่กำลังโจมตีไรชิน ทั้งๆที่ไม่มีหัวแล้ว มันฟาดกรงเล็บ จนไรชินกระเด็นออกไปหลายเมตร และพุ่งไปกระแทกต้นสนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
    อลิเซีย แม่มดเก้าชีวิต รีบเป่าผงส่งวิญญาณ ให้ คิงส์ โปปุกริซลี่ ที่พลังชีวิตกำลังจะหมดลง ให้อยู่ในความสงบ และรัดมันด้วย เชือกเวทย์มนต์ไม่ให้มันขยับได้ เพราะมันเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ใช้ทำเสื้อเกราะ สำหรับแม่มดได้ 10 ชุดเลยทีเดียว
    เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง ชั้นก็รีบวิ่งไปหาไรชิน ที่กำลังกระอักเลือดคำโต ดูเหมือนกระดูก ซี่โครงจะหักไปหลายซี่ และดูเหมือนตอนนี้ อลิเซีย กำลังเล่นตัว ไม่ยอมเข้ามาช่วยดูอาการให้ไรชิน
    ชั้นโอบกอดร่างของไรชิน ที่ค่อยๆเย็นลงทุกขณะเพราะเสียเลือดมาก ในไม่ช้าเขาคงต้องตาย ถ้าอลิเซีย แม่มดสาวไม่ยอมช่วย
    " ชั้นจะเปิดยุ้งฉางแจกจ่ายข้าวให้กับเด็กๆ เป็นเวลา 3 วัน 3คืน เลย ถ้าเธอช่วยไรชินได้ " ชั้นตะโกนออกไป ทำให้ อลิเซีย แม่มดสาว ตาลุกวาว
    เธอเข้ามาดูอาการของไรชิน แล้วพูดขึ้นว่า
    "อาการไม่น่าเป็นห่วงหรอก ตอนนี้ยังพอช่วยได้ แต่องค์หญิงต้องเปิดยุ้งฉางแจกจ่ายเสบียงเป็นเวลา 4วัน 4คืน ชั้นถึงจะมีปัญญาช่วยเขาได้ " อลิเซีย แม่มดสาวต่อรองราคาด้วยชีวิตของไรชิน
    " ย่อมได้ " ชั้นตอบตกลง แล้วอลิเซีย ก็ลงมือรักษาไรชินในทันที
    " เอ็กเซเล้น ฮีล " สายใยเล็กๆสีเขียวค่อยๆโอบอุ้มร่างของไรชิน เมื่อ อลิเซีย กล่าวคาถาจบ บาดแผลของไรชินค่อยๆถูกสมาน และหน้าค่อยๆฟื้นกลับมาแดงเรื่ออีกครั้ง ทำให้ชั้นดีใจมาก
    " ไรชิน นายยังไม่ตาย " ชั้นร้องไห้พร้อมกับกอดร่างของเขาไปด้วย เพราะเป็นห่วง ตอนนั้นเองที่ไรชิน เอามือมาปาดน้ำตาชั้น แล้วกล่าวว่า
    " ผมกลับมาแล้ว เด็กโง่ "
    ****************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป