ภาคที่1 ตอนที่3 ตำหนัก
ขันทีผู้มีใบหน้าซีดเซียวก้าวเดินอย่างหวาดผวากับบุคคลข้างหลังเขาน่าหวาดกลัว....น่าหวาดกลัวโดยแท้การเดินทางของทั้งสองกินเวลาไปประมาณสิบนาทีเห็นจักได้ในที่สุดเขาก็มองเห็นป่า!ใช่มันคือป่า...เป็นป่าในพระราชวังแห่งนี้มันเป็นพื้นที่ป่าที่อยู่ในการกักกันดูแลของวังหลวงแห่งอาณาจักรต้าเหว่ยพื้นที่ของป่ากว้างราวๆ 5 กิโลเมตรถือว่าเป็นป่าที่ขนาดเล็กๆเมื่อเทียบกับป่าจริงๆของดินแดนแห่งนี้ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล…จากหน้าทางเข้าป่าดูเหมือนจักมีเส้นทางที่มนุษย์เดินผ่านไปได้แต่ก็ผ่านได้เพียงแค่การเดินเท้า!...มิสามารถที่จักเอาเกวียนเข้าไปได้แน่นอน....นี่ทำให้เฟิงอี้หรี่ตาลงพร้อมกับส่งเสียงในลำคออย่างเย็นชาช่างหยามเกียรติอย่างเปิดเผยและหยิ่งผยองมันทำให้เฟิงอี้โกรธเกรี้ยวกล้าปฏิบัติกับจักรพรรดิสวรรค์ผู้นี้เช่นนี้? สามหาว!เฟิงอี้จดบัญชีความแค้นนี้ไว้ภายในใจเขารู้ว่านี่มิใช่บิดาของเขาสั่งแน่นอนแต่เป็นเพราะฮองเฮา หลีเฉียนหลิง ที่เกลียดสนมทุกนางและ บุตรของพวกนางทุกคนด้วยยิ่งเฟิงอี้เป็นองค์ชายไร้ค่านางจึงสามารถเอาเปรียบเขาได้มากที่สุดแต่ความผิดก็อยู่ที่จักรพรรดิน่าชังที่เป็นบิดาของเขาอยู่ดีที่เฉยชาและไม่ใยดีใดๆต่อบุตรขยะอย่างเฟิงอี้เลยแม้แต่น้อยแต่มันก็มีข้อดีคือมิวุ่นวายและป่ายังมีพลังสวรรค์ค่อนข้างหนาแน่นพอดีอยู่เล็กน้อยเหมาะกับการบ่มเพาะเห็นได้ชัดว่ามันเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือเฟิงอี้ได้เป็นอย่างดีถ้าฮองเฮารู้ว่าเฟิงอี้สามารถบ่มเพาะได้แล้วมิมีวันที่นางจักจัดให้เฟิงอี้ไปอยู่ในตำหนักในป่านี้แต่อันตรายในป่านี้ก็มีอยู่เช่นกันนั่นคือ สัตว์ป่า สัตว์อสูร กำเนิดเส้นชัพจร ขั้นที่1 ถึง ขั้นที่2 อยู่ในป่านี้แต่ก็นั่นแหละคือความลำบากที่ฮองเฮาประทานให้กับเฟิงอี้ถ้าหากว่าเฟิงอี้ไม่สามารถบ่มเพาะได้อาจจักตายอยู่ในป่านี้อย่างแน่นอน“ขะ...ข้าน้อยทูลลา..พะยะค่ะ…”ขันทีคำนับและค่อยๆเดินออกห่างจากเฟิงอี้อย่างระแวดระวังราวกับกลัวว่าจักโดนเฟิงอี้ขย้ำดั่งพยัคฆ์ร้ายแต่ก่อนที่ขันทีจักได้ออกไปไหนไกลเขาก็ตัวแข็งทื่อราวกับสวรรค์จักหล่นลงมาทับกบาลของเขาเนื่องจากเสียงเย็นชาได้ไล่ตามหลังมา“ยังมิถึงตำหนัก...”เฟิงอี้มองไปยังขันทีอย่างกดดันและยืนมองนิ่งๆ“ขะ...ข้าขออภัยพะยะค่ะ! ขะ ข้าจักนำทางท่านให้ถึงตำหนัก”ขันทีมิกล้าอ้อยอิ่งเขารีบเดินนำทางเฟิงอี้อย่างรวดเร็วและมินานตำหนักหลังมิใหญ่ก็ได้ปรากฏในสายตาของเขามันราวกับเรือนหลังเล็กๆหลังหนึ่ง....อย่ากล่าวว่าสิ่งนี้คือตำหนักเลย...มันคือเรือนเก็บของดีๆนี่เองเฟิงอี้พอจักเดาได้ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้จึงมิได้ใส่ใจแต่ยังเก็บบัญชีแค้นเอาไว้ภายในใจอย่างเงียบๆมารดามันเถอะ!แก๊ก!เฟิงอี้เปิดตำหนักสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าของเขาคือฝุ่นที่ล่องลอยอยู่บนอากาศอย่างมิเกรงใจผู้ใดและหยากไย่เต็มไปหมดแม้จักมีของใช้ทุกอย่างครบก็ตามขันทีเหงื่อตกทันทีเมื่อมองไปยังสภาพตำหนักเล็กๆนี้...เขารู้สึกราวกับว่าจักถูกเฟิงอี้ตบตีเพื่อระบายความโกรธอีกใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความขมขื่นและหวาดกลัวมารดาเจ้าเถอะ!ขันทีรู้สึกโกรธแค้นฮองเฮาขึ้นมาภายในใจที่ให้เขามารับชะตากรรมเช่นนี้แต่...กลับกันเขามิได้ถูกทุบตีระบายความโกรธกลับพบว่าเฟิงอี้จ้องมองเขาอย่างเย็นชามันทำให้เขาประหลาดใจและหนาวเหน็บ“ทำความสะอาดให้ข้า...จัดการให้เรียบร้อย”เฟิงอี้สั่งก่อนที่จักก้าวเดินจากไปอีกทางหนึ่งเขาเดินเข้าไปในป่าให้ลึกขึ้นอีกขันทีมองตามหลังเฟิงอี้อย่างหวาดกลัวก่อนที่เขาจักเข้าไปยังตำหนักอย่างมิรอช้ามิกล้าอ้อยอิ่งและเริ่มทำความสะอาดแม้จักมิได้เต็มใจก็ตาม.... จบ.....