บทที่ 2 ลูบหัวสักหน่อย โชคดีก็ไม่ต้องกังวล!
นี่มันโชคร้ายที่ติดตามตัว อีกไม่นานก็ใกล้ตายแล้ว!
จูจูใจนต้องบิดคอเล็ก ๆ ของตัวเอง มองดูคนนี้ที แล้วก็ชำเลืองมองคนนั้นที
สุดท้ายก็เอนตัวซบอยู่ในอ้อมอกของหยางลี่ฮวา ยื่นมือป้อม ๆ ของตัวเองพยายามโบกไปมาบนศีรษะของอีกฝ่าย
หยางลี่ฮวาตกตะลึงไปแล้ว ในที่สุดก็พบว่าบุตรสาวแตกต่างไปจากวันวาน
ดูเหมือนจะ...มีชีวิตชีวาขึ้นมาก!
นางลองถามอย่างระมัดระวัง "จูจู ลูกหายดีแล้วใช่ไหม? เรียกแม่สิ เรียกแม่หน่อย"
จูจูถูกขัดจังหวะความอยากรู้อยากเห็น ปากน้อยสีชมพูเม้มลงอย่างน้อยใจเล็ก ๆ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของหยางลี่ฮวาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น จึงตอบกลับด้วยเสียงอ้อแอ้แบบเด็กน้อย
"แม่!"
หยางลี่ฮวาได้รับการตอบสนองก็ดีใจจนแทบเสียสติ ยังไม่ทันจะพูดอะไร น้ำตากลับไหลออกมาเสียก่อน "จูจูหายดีแล้ว จูจูหายดีแล้ว!"
จูจูไม่เข้าใจว่าทำไมมารดามนุษย์ถึงร้องไห้ ใบหน้านุ่มนิ่มเหมือนซาลาเปาจึงรีบแนบชิด
นางยื่นมือน้อย ๆ ออกไป พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเช็ดน้ำตาให้ผู้เป็มารดา แต่ยิ่งเช็ดกลับยิ่งมีมากขึ้น
ทุกคนในครอบครัวได้เห็นเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบ ต่างตื่นเต้นกันสุดขีด
"โอ้!"
"ฮือ ๆ จูจูหายดีแล้ว!"
"น้องสาวของข้าฟื้นแล้ว ไม่ ๆ น้องสาวของข้าไม่ได้โง่แล้ว!"
"น้องจ๋า พี่คือพี่สามของเ้านะ เรียกพี่สามสิ พี่สาม!"
จูจูพูดเสียงเล็ก ๆ เหมือนเด็ก ๆ "พี่ พี่~"
ั้แ่ท่านผู้เฒ่าไท่ไปจนถึงไท่หย่งเยว่ที่อายุน้อยที่สุด ทุกคนล้วนน้ำตาไหลอาบหน้า แต่ไม่มีใครมีเวลาว่างไปเช็ดน้ำตา ทุกคนล้อมรอบจูจูพูดคุยกันไม่หยุด
บางคนถึงกับอยากลงไปกลิ้งไปกลิ้งมากับพื้นเพื่อให้หายตื่นเต้น
ต้องรู้ไว้ว่า จูจูเป็เหมือนตุ๊กตากระเบื้องมาั้แ่เกิด นอกจากการกลืนอาหาร นางก็ทำอะไรไม่ได้เลย ทุกคนในหมู่บ้านล้วนแนะนำให้ทิ้งจูจูไป แต่ไม่มีใครในครอบครัวกล้าทำ
ไม่ว่าอย่างไร ตราบใดที่จูจูยังมีชีวิตอยู่ ทุกคนในครอบครัวจะดูแลนางให้ดีที่สุด
ฟ้ามีตา!
ใครจะคิดว่าการกระทบกระเทือนครั้งนี้ จูจูกลับฉลาดขึ้นแล้ว
"จูจู ปู่เองนะ!"
ท่านผู้เฒ่าไท่ที่แขนซ้ายขาดไปครึ่งหนึ่ง พยายามใช้แขนขวาที่ยังดีอยู่อุ้มหลานสาวตัวน้อยอย่างระมัดระวัง เขาสะอื้น และใช้หนวดเคราแตะใบหน้าเล็ก ๆ ของหลานสาวเบา ๆ
จูจูจั๊กจี้ นางหัวเราะคิกคัก
ดวงตาคู่โตโค้งเป็รูปจันทร์เสี้ยว จุกผมเล็ก ๆ ที่ผูกอยู่ไหวไปมาเหมือนใบไม้น้อย ๆ น่ารักเป็ที่สุด
ไท่จี้จู่มีร่างกายที่สืบทอดมาจากบิดา เขามีร่างกายสูงใหญ่แต่กลับผ่ายผอมเหมือนลำไผ่
ตอนนี้ เขารวบรวมความกล้าแย่งบุตรสาวมาจากอ้อมกอดของบิดา มือหยาบกร้านลูบหน้าผากเล็ก เมื่อเห็นว่าไม่ร้อนก็โล่งใจ
"จูจู ข้าคือพ่อของเ้านะ ต่อไปเติบโตอย่างดีก็พอ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น!"
จูจูซบอยู่บนไหล่ของบิดา ฟังเสียงสะอื้นของอีกฝ่าย หัวใจเล็ก ๆ ของนางรู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก
นี่คือท่านพ่อหรือ? นี่คือบ้านหรือ?
ดีจังเลย!
นางดีใจจนกอดใบหน้าของบิดาไว้แล้วหอมฟอดใหญ่
จุ๊บ!
จุมพิตนุ่มนิ่ม กลิ่นน้ำนมหอม ๆ ของบุตรสาวตัวน้อย ทำให้ไท่จี้จู่รู้สึกตื้นตันจนน้ำตาไหลพราก แต่เพราะกลัวจะทำให้นางใ เขาจึงรีบเช็ดน้ำตาเป็พัลวัน
"ยังมีข้า ยังมีข้าด้วย! จูจู นี่พี่ใหญ่เองนะ!"
ไท่หย่งอันอายุสิบสี่ปีแล้ว ผอมกว่าบิดาแท้ ๆ เสียอีก ราวกับไม้ไผ่เลยทีเดียว แถมหัวยังโต มองโดยรวมแล้วดูตลกอยู่หลายส่วน
เขาอยากอุ้มน้องสาวแต่ไม่กล้า ได้แต่กระวนกระวายพยายามยืดคอออกไปยืดยาว
ไท่หย่งลู่คนที่สาม และไท่หย่งเยว่คนที่สี่ อายุแปดเก้าขวบแล้ว พวกเขากินไม่อิ่มมาตลอดจึงตัวเล็กมาก หัวโตคอเล็ก พยายามแทรกตัวไปข้างหน้าอย่างสุดกำลังแต่ถูกกันไว้อยู่ด้านนอก
ทั้งสองคนก็ฉลาด ะโเสียงดังหนึ่งครั้ง ขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง ทั้งสองก็ใช้โอกาสนั้นพุ่งตัวไปข้างหน้าได้ในที่สุด
"เ้าเด็กบ้า!"
ทุกคนต่างพากันหัวเราะและด่าเสียงดัง
ในตอนนี้ หลิวตงเหนียงถือชามดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว "ไข่ตุ๋นเสร็จแล้ว รีบเอาไปบำรุงจูจูเร็ว!"
หยางลี่ฮวาค่อย ๆ หยิบช้อนขึ้นมา เลี่ยงขอบชามที่มีรอยบิ่น ตักไข่ตุ๋นป้อนเข้าปากบุตรสาว
ไข่ตุ๋นไม่ได้ใส่น้ำมัน แต่ก็ยังดูเหลืองนุ่มน่ารับประทานมาก
จูจูอ้าปากโดยอัตโนมัติ งับเข้าไปทันที แล้วหรี่ตาด้วยความพึงพอใจ
อร่อยจัง!
นางพยายามเอาหน้าเข้าไปใกล้มากขึ้น หวังจะกินให้ได้มากกว่าเดิม
หยางฮวาดีใจ รีบป้อนเร็วขึ้นทันที
โครก!
ขณะที่จูจูกำลังกินอย่างมีความสุขก็มีเสียงท้องร้องดังขึ้นมาจากข้าง ๆ ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่เอามือข้างหนึ่งปิดปาก อีกมือหนึ่งกุมท้องไว้ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
"ข้าไม่หิวหรอก แค่... แค่ต้องไปเข้าห้องน้ำน่ะ!"
"ใช่ ข้าก็ไม่หิวเหมือนกัน!"
สองหนุ่มน้อยพูดอย่างหนักแน่น แต่ดวงตากลับมีความคิดเป็ของตัวเอง จับจ้องอยู่ที่ไข่ตุ๋นโดยไม่ยอมละสายตา
ท่านผู้เฒ่าไท่มองดูด้วยความรู้สึกเ็ปใจ
สองหลานชายโตมาจนอายุขนาดนี้แล้ว แต่พวกเขาเคยกินไข่ไม่เกินสามฟองด้วยซ้ำ
ถึงแม้จะหิวจนแทบคลั่ง พวกเขาก็ยังไม่แย่งของน้องสาว...
หยางลี่ฮวาลังเลว่าควรจะแบ่งให้ดีไหม แต่จู่ ๆ ก็เห็นว่าจูจูกำลังชูมือเล็กๆ อวบ ๆ ของนางขึ้น ตักไข่ตุ๋นขึ้นมาเพื่อจะให้พี่ชายกิน
ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่รีบวิ่งไปซ่อนหลังท่านปู่ มีเพียงมือผอมแห้งที่ยื่นออกมาโบกไปมาอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของหยางลี่ฮวาเริ่มแดงขึ้น นางรีบป้อนไข่ตุ๋นทั้งหมดให้บุตรสาว แล้วส่งชามเปล่าออกไป ทั้งไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่ดีใจรีบมุดออกมารับชามเปล่าไป แล้วผลัดกันเลียชามอย่างเอร็ดอร่อย
จูจูไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อน
ทำไมนางได้กินไข่ตุ๋น แต่พี่ชายทั้งหลายกลับต้องเลียชามล่ะ?!
ท่านผู้เฒ่าไท่กลัวว่าหลานสาวจะใ จึงรีบพยุงหลานชายคนที่สองที่ยืนอยู่ด้านนอกอย่างไท่หย่งหนิงให้เข้ามาใกล้ ๆ
ไท่หย่งหนิงอายุสิบสองปีแล้ว แต่ตัวเล็กกว่าพวกพี่ชายอยู่พอสมควร สวมเสื้อผ้าเก่าซ้อนกันสองชั้น เนื่องจากขาข้างหนึ่งพิการ เขาต้องใช้ไม้ค้ำยันถึงจะยืนได้อย่างทุลักทุเล
บางทีอาจเป็เพราะออกจากบ้านน้อยครั้ง ใบหน้าของเขาจึงดูซีดเซียว สภาพร่างกายดูแย่มาก
เขาค่อย ๆ ซ่อนไม้เท้าพยุงอย่างระมัดระวัง จากนั้นยกมือขึ้นอยากจะกอดน้องสาว แต่ก็ลังเลอยู่บ้าง
จูจูกะพริบตาโตสองสามครั้ง มองดูพี่ชายคนนี้ที่มีพลังงานด้านมืดอยู่เหนือศีรษะรุนแรงกว่าคนในครอบครัวทั้งหมด นางจึงเอนร่างอ้วนกลมออกมาจากอ้อมกอดของมารดา แล้วโผเข้าไปกอดพี่ชายอย่างกระตือรือร้น
ัันุ่มนิ่มละมุนละไมบนแก้ม ทำให้ไท่หย่งหนิงตาแดง น้ำตาไหลเป็สาย
จูจูอ้าปากเล็ก ๆ อย่างงุนงง คิดสักครู่ แล้วพยายามขยับหัวเล็ก ๆ ของนางดันมือของพี่ชาย
ทำไมพี่ชายถึงร้องไห้ล่ะ?
พี่ชายรีบลูบหัวนางสิ!
นางเป็จิติญญาหญ้าสี่แฉกนะ เป็เด็กน้อยที่โชคดีที่สุด แค่ลูบหัวนาง ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง!
ไท่หย่งหนิงไม่รู้ความคิดของน้องสาว กลัวว่ามือหยาบจะเกี่ยวผมเด็กน้อยจึงรีบหลบ แต่ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่กลับมองด้วยความอิจฉา วางชามแล้วรีบเข้ามาะโเสียงดัง
"น้องสาว พี่สามจะไปจับปลามาต้มน้ำแกงให้กินเอง ให้พี่สามลูบหัวหน่อยนะ!"
"ข้าด้วย พี่สี่ก็อยากลูบ!"
พูดจบพวกเขาก็ยื่นมือออกไป ไม่นานเปียเล็ก ๆ ของน้องสาวตัวนุ่มนิ่มก็ถูกขยี้จนยุ่งเหยิง
หยางลี่ฮวารีบปัดมือของพวกเด็กผู้ชายออก นางโอบอุ้มบุตรสาวไว้ในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอมแล้วพูดว่า "พอได้แล้ว อย่าทำให้น้องใ ในบ้านมีคนมากขนาดนี้ คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าน้องจะคุ้นเคย"
ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่หัวเราะแห้ง ๆ แล้วสะบัดเสื้อนวมขาด ๆ ของพวกเขาก่อนจะวิ่งหนีไป
หยางลี่ฮวากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แขนของนางก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นกะทันหัน
ที่แท้ เด็กหญิงร่างอวบที่เมื่อสักครู่ยังเล่นอยู่ ได้ผล็อยหลับไปใน่เวลาสั้น ๆ นี้เอง ใบหน้าอวบอ้วนถูกกดทับจนบู้บี้นิดหน่อย ปากเล็ก ๆ เบะออกเล็กน้อย น้ำลายเป็ประกาย...
ไท่ซานเย่ยืนฟังเสียงจ้อกแจ้กอยู่นอกประตูตลอด แถมเมื่อครู่ยังเกือบถูกสองเด็กชายพุ่งชนจนล้ม
เขาหัวเราะพลางด่าว่า "ลำธารนอกหมู่บ้านนั่น ่หน้าร้อนกุ้งตัวเล็ก ๆ ยังจับไม่ได้เลย ตอนนี้อากาศหนาวขนาดนี้ จะไปหาปลาที่ไหนกันล่ะ?"
"เ้าเด็กบ้าสองคนนี้ ช่างฝันกลางวันแท้ ๆ !"