พวกเราปลีกตัวออกมาหลังจากสำรวจความเป็ไปในช่องเขาจนพอใจ ระหว่างนั้นผมถามแทซอนถึงเื่ผู้ติดตามเขาว่าหายไปไหน ซึ่งเ้าตัวก็ตอบว่าอยู่แถว ๆ นี้เพียงแต่ที่ไม่ออกมา ก็เพราะเซฟอยู่ในสถานที่ที่มีแสงแดดนานไม่ได้ แต่ประเด็นสำคัญผมคิดว่าเพราะมีไคน์ที่เป็เผ่าพันธุ์ปรปักษ์อยู่ต่างหาก เ้าตัวเลยไม่โผล่หน้ามาเผชิญด้วย
“อ่อ! ถ้างั้นเราก็มาเข้าเื่กันเถอะ” ผมพูดพลางกวักมือเรียกให้ทุกคนเข้ามานั่งล้อมวงกัน
เวลานี้พวกเราอยู่ที่ริมป่าเมาคีรีที่อยู่ติดกับทางเข้าช่องเขาวันเดล หลังจากที่สำรวจดูความเป็ไปข้างในของช่องเขา จนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอื่นอีกนอกจากดราก้อนฟิช และเวลาของการ์ดทักษะล่องหนก็หมดลงด้วย
“ตอนนี้เรามีปัญหาใหญ่เพิ่มเข้ามาหนึ่งเื่ นั่นก็คือช่วยดราก้อนฟิช”
ผมเริ่มเปิดประเด็นและจากที่เห็นเมื่อครู่ มันทำให้แผนการที่ผมคิดไว้ตอนแรกว่าจะลุยทำลายกองทัพมอนสเตอร์แบบไม่ให้เหลือซากต้องเป็อันต้องชะงัก เพราะตัวแปรให้แผนเดิมเปลี่ยนไปอย่างดราก้อนฟิช ดันโผล่มาอยู่บนไม้กางเขนแล้วตั้งเด่นหรากลางพวกมันพอดี ทำให้ทำอะไรวู่วามไม่ได้
“เทลเลอร์ พี่อยากให้เธอไปซื้อการ์ดทักษะแสงจาก์หน่อย มันเป็การ์ดระดับต่ำที่เมืองเริ่มต้นน่าจะมีขาย” ผมหันไปใช้ลูกศิษย์เสียดื้อ เนื่องจากว่าเื่ที่ผมจะพูดต่อไปนี้นั้นเทลเลอร์จะรู้ไม่ได้
“ครับงั้นเดี๋ยวผมกลับมา” จากนั้นเทลเลอร์ก็หยิบผลึกกลับเมืองเริ่มต้น ออกมาจากหน้าต่างเก็บไอเทมแล้วใช้มันทันที สักพักร่างของเทลเลอร์ก็ถูกแสงสีขาวสว่างจ้าดูดกลืนหายไป
“ของฉันก็มีตั้งเยอะแยะไปซื้อทำไม” ไมร่าถามอย่างสงสัย
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ เพราะเื่ที่เราจะพูดกันเนี่ยเขารู้ไม่ได้”
ไมร่าพยักหน้าเข้าใจ แล้วปล่อยให้ผมเริ่มพูดในสิ่งที่้า
“ก่อนอื่นผมอยากจะทราบว่า มีใครส่งข้อความไปบอกดร.เนวันเื่นี้แล้วหรือยัง”
“มี” เอกอนบอกผม “ผมส่งไปแล้วตอนที่วิ่งออกจากช่องเขาเมื่อกี้”
“แล้วดร.เนวันว่าไงมั่ง”
“เขาบอกว่าให้เราพาดราก้อนฟิชออกมาให้ได้ ส่วนตัวเขาจะส่ง GM มาจำนวนหนึ่ง ให้มาสร้างอาณาเขตพิเศษที่ไม่ให้คนนอกเข้าแล้วไม่ให้มอนสเตอร์ออกมา แต่อาณาเขตอาจจะอยู่ได้ไม่นาน”
“อาณาเขตกว้างแค่ไหน” ผมถามต่อ
“ครอบคลุมช่องเขาวันเดลพอดี”
“สรุปว่าให้ปิดประตูตีแมว ว่างั้นเถอะ” แทซอนออกความเห็นเมื่อได้ยินสิ่งที่เอกอนกับผมคุยกัน
“ถ้างั้นเราก็ต้องวางแผนให้รัดกุมกว่าเดิม คงจะสุ่มสี่สุ่มห้าลุยเข้าไปไม่ได้แล้ว” ไมร่าเสนอความเห็นบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าผมก็คิดเช่นเดียวกับเธอ แต่ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรต่อเ้าลูกศิษย์จอมทึ่มก็วาร์ปกลับมาที่เดิมพอดี
“เอาล่ะ...เทลเลอร์มาแล้วถ้างั้นมาฟังแผนที่ผมคิดกันเลยกันเลย ถ้าใครมีอะไรเสริมก็พูดมาได้” กล่าวจบผมหยิบกิ่งไม้แห้ง ๆ ที่ตกอยู่แถวนั้นขึ้นมา แล้วเริ่มวาดแผนที่บริเวณช่องเขาวันเดลอย่างคร่าว ๆ

“จากที่เห็น ผมแบ่งช่องเขาออกเป็สามโซน และแต่ละโซนผมก็กำหนดให้คนอยู่ ตรงนี้มีใครจะค้านอะไรไหม” ผมหยุดพูดแล้วหันมามองหน้าของทุกคนโดยทั่ว เมื่อไม่มีใครออกความเห็นค้านผมจึงว่าต่อไป
“โซนแรกผมให้ไมร่าอยู่ โซนที่สองให้เทลเลอร์เป็คนคุม โซนที่สามส่วนสุดท้ายให้ไคน์กับเวียร่าดูแล โดยทันทีที่มอนสเตอร์เริ่มเคลื่อนทัพให้ไมร่าเป็คนเปิดฉากก่อน หากมีพวกที่หลุดรอดมาก็ให้เทลเลอร์จัดการแล้วถ้ายังเอาไม่อยู่ไคน์กับเวียร่าที่อยู่โซนสุดท้ายก็ทำการปิดฉากทันที
ส่วนผมกับเอกอนจะช่วยกันล่อแม่ทัพทั้งสามให้ไปอีกทาง เปิดโอกาสให้แทซอนได้หาช่องทางเข้าไปช่วยดราก้อนฟิช แล้วหลังจากที่ช่วยดราก้อนฟิชออกมาได้ เราจะพากันออกนอกช่องเขาทันที”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ” เทลเลอร์ถามแทรกขึ้นมา
“ปิดบัญชีถล่มพวกมันให้ราบ”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะเมื่อผมพูดถึงตรงนี้ แสดงว่าทุกคนยอมรับในแผนการของผม
“แล้วอีกนานไหมกว่าที่มอนสเตอร์จะเริ่มเคลื่อนทัพ” ไมร่าถามแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบ
“ดูจากสถานการณ์เมื่อครู่ คงอีกสักประมาณ 20 นาที” เอกอนเป็คนตอบแทนผม
“ขอถามหน่อย” แทซอนยกมือขึ้น “ตอนที่อยู่ในช่องเขามีใครเห็นศิลาแดงมั่ง”
“ไม่มีนะ...แต่เราก็ไม่ควรประมาท มันอาจจะอยู่กับมอนสเตอร์ตัวไหนก็ได้ หรืออาจจะตั้งในที่ที่เราคาดไม่ถึง ฉะนั้นแล้วถ้าหากใครเจอให้ส่งข้อความแจ้งคนอื่นๆ ด้วยก็แล้วกัน” ผมกล่าวจบลง ก่อนจะกดส่งข้อความยืนยันขอจัดตั้งปาร์ตี้ให้กับผู้ร่วมทีมทั้งหลาย
หลังจากไม่มีใครพูดอะไรผมจึงเริ่มแผนการทันที หากช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันช่วยดราก้อนฟิชก็ได้ เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ในสิ่งที่พวกมอนสเตอร์กำลังจะทำกับเขา
“ถ้างั้น...เรามาลุยกันเลย”
บริเวณที่ไมร่าอยู่ตอนนี้ ออกจะเสี่ยงถูกจับได้ก่อนด้วยซ้ำ แต่เพราะเธอใช้การ์ดทักษะล่องหนอยู่จึงรอดพ้นข้อนั้นไป
ฉะนั้นสิ่งที่เธอจะสามารถทำในขณะนี้ได้ก็มีเพียงแค่รอเท่านั้น
มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยแค่ต้านกองทัพมอนสเตอร์ที่กรูกันออกมาทางช่องเขา แต่มันก็อาจจะตึงมือไปถ้าหากพวกที่ดาหน้าเข้ามากลุ่มแรกเป็พวกระดับ13 เธออาจจะสังหารไม่หมดก็เป็ได้ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก สิ่งสำคัญคือต้องถ่วงเวลาไม่ให้พวกมอนสเตอร์ไปถึงเมืองเริ่มต้นให้ได้มากที่สุด
ไมร่าเริ่มสำรวจโดยรอบ เธอพบว่าโซนบริเวณช่องเขาที่เควินมอบหมายให้ดูแลนั้นมันแคบกว่าโซน2 และ 3 ซึ่งนั่นเป็ข้อได้เปรียบที่เธอจะอาศัยมันในการโจมตี เพราะทักษะโจมตีของอาชีพนักบวชนั้นอยู่ในวงแคบ มีแค่ 2-3 ทักษะเท่านั้นที่เป็ทักษะในวงกว้าง
ชั่วขณะที่ไมร่านิ่งคิด อะไรบางอย่างได้บินโฉบผ่านศีรษะเธอไป เมื่อมองขึ้นไปข้างบนก็พบว่าเป็มอนสเตอร์เผ่าพันธุ์ที่มีปีกทั้งหลาย กำลังบินว่อนจนเกือบจะปิดน่านฟ้า เธอมองอย่างใช้ความคิดแล้วพยายามแยกให้ออกว่ามีเผ่าพันธุ์อะไรบ้างซึ่งไม่นานเธอก็ได้ข้อสรุปชัดว่า มีเผ่าพันธุ์ปักษามืด , เผ่าพันธุ์โทไร (มอนเตอร์ครึ่งงูครึ่งนก) , เผ่าพันธุ์ทีเร็กซ์, เผ่าพันธุ์ไดโซรัส (เผ่าครึ่งค้างคาวครึ่งกบ) ซึ่งเดาว่าคงจะอยู่ระดับ 10 กันเป็อย่างต่ำ
ไมร่าก้มหน้ากลับมาที่เดิม เธอรู้สึกว่าพื้นดินสั่นะเืแปลก ๆ จนทำให้เธอรู้สึกใจคอไม่ดีเผลอจับจี้ดวงแก้วแห่งเทพที่เธอใส่อยู่ไว้แน่น
ใกล้แล้วสินะพวกมันกำลังมากันแล้ว…
“โฮกกก!”
เสียงคำรามของเหล่ามอนสเตอร์ฝูงใหญ่ดังกันมาแต่ไกล ยังผลให้ไมร่าถึงกับขมวดคิ้วเครียด ไม่รอช้าไมร่ารีบใช้บัฟสารพัดบัฟที่มีกับตัวเอง จนเกิดเป็แสงน้อยใหญ่วูบวาบไปหมด ก่อนจะะโจากจุดที่ยืนปัจจุบัน ลงไปอยู่กลางช่องเขาวันเดล มองดูฝูงมอนสเตอร์ที่เริ่มจะเห็นชัดเจนขึ้นทุกขณะ
“ข้าแต่เสียงกระซิบของิญญาราชินีแห่งมวลมนุษย์ ข้ามิอาจปกป้องผู้ใดได้ หากปราศจากพลังแห่งปฐีคุ้มครอง จงมอบพลังให้แก่ข้า ราชินีแห่งมวลมนุษย์”
ทักษะมนตราเทพปฐี บทที่ 2 เมโทมอนทูเล (กำแพงศิลาเทพ)
สิ้นเสียงร่ายบทสวด จี้ห้อยคอที่ใส่อยู่ก็เปล่งสีทองประกาย พร้อม ๆ กับกำแพงหินก็พุ่งขึ้นจากข้างหลังเธอ ปิดทางช่องเขาไว้อีกชั้นหนึ่ง ไมร่าหรี่ตาลงเธอเริ่มมองเห็นฝูงเซนทอร์ที่กรูกันเข้ามาก่อนแล้ว และข้างหลังพวกมันนั้นก็คงเป็มอนสเตอร์ซอมบี้กับมอนสเตอร์ครึ่งเสือครึ่งสิงโตอย่างแน่นอน ส่วนระดับก็คงอยู่ระหว่าง 10-12
“ฉันจะกวาดให้เกลี้ยง” ไมร่าพูดอย่างมาดมั่น แล้วเริ่มร่ายบทสวดโจมตี เมื่อมองเห็นว่าพวกมันใกล้จะถึงจุดที่ยืนอยู่แล้ว
“ข้าแต่เสียงกระซิบของิญญาาาแห่งมหาสมุทร ข้ามิอาจอยู่รอดได้หากปราศจากวารีดำรงชีวา จงมอบพลังให้แก่ข้า าาแห่งมหาสมุทร”
ทักษะมนตราเทพวารี บทที่ 6 โดรันฟาทันมินเซย์ (ัวารีพ่นน้ำ)
ดั่งชื่อทักษะ หลังจากสิ้นบทร่าย ก็พลันบังเกิดวงแหวนเวทย์สีฟ้าขึ้นตรงหน้าของเธอ ก่อนจะปรากฏหัวัสีน้ำเงินขนาดเท่ารถกระบะ ประดับลายเกล็ดปลาสีใสค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาทีละนิด ชั่ววินาทีที่หัวของมันพ้นมาได้พวกมันก็เริ่มอ้าปากกว้างพร้อมๆ กับคลื่นน้ำขนาดใหญ่ก็พุ่งออกมาปะทะเข้ากลุ่มเซนทอร์ด้านหน้าอย่างจัง
ตูม!
คลื่นน้ำซัดเซนทอร์หลายตัวให้เซถลากลับไป แต่บางตัวนั้นก็ยังดันทุรังต้านเข้ามา ซึ่งผลของการทำแบบนั้นก็คือการกลายเป็แสงหายไป กระทั่งหมดเวลาของทักษะหัวักับคลื่นน้ำ พวกมันก็พากันยุบหายไปในวงแหวนเวทย์ดังเดิม ยังผลให้พวกที่ถูกพัดไปก่อนหน้าเริ่มลุกขึ้นมา พวกมันค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้าหาอีกครั้ง ก่อนจะโผกระโจนใส่ร่างของไมร่าพร้อมกัน 100กว่าตัว ซึ่งนั่นทำให้เธอถึงกับเบิกตาโพล่งใ
“เข้ามาเลย”
เทลเลอร์ได้ยินเสียงะเิอยู่ไม่ไกล เขาคิดว่าพี่ไมร่าคงเปิดฉากไปเรียบร้อย ตอนนี้เขารออยู่ที่กลางช่องเขาวันเดลในโซนที่สอง และสิ่งที่เขาควรทำก็คือต้องเตรียมตัวซัดพวกที่มันเหลือรอดออกมา แต่จะว่าไปพวกมันจะเหลืออยู่เท่าไหร่กันนะ
ทักษะัคลั่ง
ร่างของเทลเลอร์แผ่ไอหมอกสีแดงจางๆ ไปทั่ว ในขณะที่ดวงตาของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็สีเขียวมรกต อันแสดงถึงผลของทักษะที่ใช้เริ่มสำแดงเดชแล้ว เทลเลอร์กระชับดาบนรกานต์ไว้แน่น ตอนนี้เขาเริ่มมองเห็นจุดดำ ๆ ที่อยู่ไกลออกไปตรงหน้า แสดงว่าพี่ไมร่าคงจะต้านได้ไม่หมด
ยิ่งจุดสีดำขยายมากขึ้นเท่าไหร่ พื้นดินก็สั่นะเืจากแรงกระทืบเท้าวิ่งของมอนสเตอร์นับพันมากเท่านั้น พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางเขา เทลเลอร์เริ่มมองเห็นมอนสเตอร์ครึ่งเสือครึ่งสิงโตเป็ฝูงแรก ตามมาด้วยพวกเซนทอร์กับซอมบี้ปะปนอยู่ประปราย เขาเพ่งสายตาอย่างตั้งมั่นแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าช้า ๆ ก่อนจะยกดาบขึ้นมาเหนือจมูก ชั่วอึดใจที่พวกมันเข้ามาใกล้ในระยะ 10เมตรเขาก็ซัดทักษะคลื่นลมดาบโดยไม่ได้เรียกใช้ทักษะทันที ซึ่งมันเป็คุณสมบัติพิเศษของตัวดาบนั่นเอง
ตูม!
พลังโจมตีจากคลื่นลมดาบบวกกับทักษะเสริมอย่างทักษะัคลั่ง ส่งผลให้มันปะทะเข้ากับพวกครึ่งเสือครึ่งสิงโตจนส่งให้กลายเป็แสงไป 7-8 ตัวติด ๆ กัน นั่นก็หมายความว่าการโจมตีครั้งนี้ มันรุนแรงพอๆ กับจับทอร์นาโดมาเหวี่ยงใส่ฝูงมอนสเตอร์นั่นเอง
ทักษะเพลงดาบระบำหงส์ เริงร่าแสงจันทร์
ร่างของผู้ได้รับฉายาว่านักดาบัคลั่ง ะโลอยตัวขึ้นเหนือดิน ก่อนจะร่อนไปกลางฝูงมอนสเตอร์พวกนั้นอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับตวัดดาบในมือฟันซ้ายทีขวาทีอย่างพลิ้วไหว ราวกับกำลังกวัดแกว่งบุปผชาติในมืออย่างเริงร่า ส่งร่างที่เคราะห์ร้ายทั้งหลายให้หายกลายเป็แสงไปอีกหลายตัว
ทักษะเพลงดาบระบำหงส์ วิหคกลับถิ่น
เทลเลอร์ใช้ปลายเท้าดีดตัวเองให้ถอยหลังไป2-3 ก้าว แล้วพลิกร่างหมุนตัวเองฟาดดาบใส่ซอมบี้ 3 ตัวให้ขาดสะบั้นเป็สองท่อน แต่ในขณะนั้นเองเขากลับรู้สึกเหมือนมีเงาอะไรบางอย่างกำลังทาบตัวเองอยู่ และเมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปก็พบกับเท้าของโกเลมธาตุไฟตัวหนึ่งที่กำลังจะเหยียบเขา...
ตูม!
ในที่สุดเท้าอันใหญ่โตของมันก็ย่ำลงมา ทว่าเทลเลอร์ก็อาศัยความเร็วกว่าพลิกหลบไปได้ทัน กระนั้นแรงสั่นะเืของการเหยียบก็ทำให้เขาล้มคะมำไม่เป็ท่า
ทักษะรัวฟัน
เทลเลอร์ะโลุกขึ้นมายืนตั้งหลักอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระโจนเข้าหาโกเลมตัวนั้น แล้วรัวฟันดาบติดกัน 10 ครั้ง แต่โกเลมธาตุไฟกลับเพียงแค่เซถลาไป 3-4 ก้าว พลางทำบางสิ่งบางอย่างที่เทลเลอร์แทบจะเบิกตากว้างใ
มันพ่นลูกไฟั์ใส่เขา...
เทลเลอร์เอี้ยวตัวหลบได้ทันแต่กระนั้นก็ยังโดนลูกหลงเฉียดแขนอย่างหวาดเสียว เมื่อเห็นว่ารอดไปได้เขาจึงรีบใข้ทักษะตัวเบากระโจนไปอีกทาง ก่อนจะฟาดทักษะตามไปติด ๆ
ทักษะเพลงดาบระบำหงส์ ปักษาสะบัดปีก
ตูม!
จากจุดที่ผมยืนอยู่มันเป็จะงอยหินใหญ่ที่ยื่นออกมาเหนือผาสูง พอมองลงไปข้างล่างผมสามารถมองเห็นช่องเขาวันเดลโซนที่สองได้อย่างถนัด ผมสังเกตเห็นลูกศิษย์จอมทึ่มของตัวเอง ใช้ทักษะอะไรบางอย่างวาดเป็คลื่นพลังสองสาย ฟาดฟันร่างของโกเลมธาตุไฟให้หงายท้องล้มตึงไป ก่อนจะใช้ทักษะที่ผมคิดว่าน่าจะเป็ทักษะรัวฟัน ซ้ำร่างของโกเลมเคราะห์ร้ายตัวนั้นให้กลายเป็แสงเลือนจางไปช้าๆ
“เควิน ไปกันเถอะ” เอกอนสะกิดเตือน
ผมละสายตาจากการต่อสู้ของเทลเลอร์ แล้วหันมาใช้ทักษะของเผ่าพันธุ์สร้างปีกเพลิงขึ้นกลางหลัง ส่วนเอกอนก็ใช้การ์ดปีกเทวดา จากนั้นเราสองคนก็ถลาบินมุ่งหน้าไปยังลานโล่งที่อยู่สุดปลายของช่องเขา ครั้นพอมาได้ครึ่งทางเอกอนก็แยกตัวไป เพื่อเตรียมตั้งรับตามแผนย่อยที่ผมกับเขาวางกันเอาไว้ ส่วนตัวผมตอนนี้ก็ใกล้จะถึงที่หมายแล้ว อาจจะลำบากสักเล็กน้อยหากต้องเข้าไป เพราะฝูงมอนสเตอร์ที่บินได้พวกนี้มันค่อนข้างเกะกะทางระหว่างบิน
ดังนั้นผมจึงหยิบการ์ดดาบัพิโรธออกมาถือไว้ แล้วปลดผนึกมัน
“ไอ้คนไร้มารยาท” คำสบถด่าเดิม ๆ ที่ชินหู ดังก่อนที่มันจะอ้าปากปล่อยใบดาบออกมาเสียอีก แต่ ณ วินาทีนี้ผมได้สนใจอะไรทั้งสิ้น
ทักษะดัชนีดาบ
ผมบิดดาบในมือแล้วแทงออกไป เกิดเป็ลำแสงสีขาวเส้นหนึ่งที่ไม่ใหญ่มากพุ่งทะลวงฝูงมอนสเตอร์ที่บินได้ พวกมันพากันบินหลบเป็ระนาว ผมสบโอกาสเหมาะที่พวกมันบินหนี รีบกระพือปีกบินฝ่าเข้าไปจนถึงลานโล่งกว้าง ซึ่งพอมองเห็นแม่ทัพสามตัวกำลังชี้สั่งอะไรอยู่ ดาบในมือผมก็กวัดแกว่งฟาดทักษะอย่างรุนแรงใส่แทบจะในทันที
ทักษะเพลงดาบมหนภา หงส์จิกเหยื่อ
ดาบในมือผมบังเกิดคลื่นพลังสามกลุ่ม เมื่อผมหมุนตัวแล้วตวัดดาบวาดออก คลื่นพลังทั้งสามพุ่งกันไปคนละทาง ก่อนจะวกมาที่ร่างของแม่ทัพทั้งสามตัวนั้นอย่างพร้อมเพรียง ราวกับมีระบบติดตามตัว
ทักษะเผ่าพันธุ์ ปราการวายุ
ชั่วขณะพลันปรากฏลมพัดอย่างรุนแรงห้อมล้อมรอบตัวของแม่ทัพทั้งสาม กันพลังคลื่นดาบสามสายของผมได้ทั้งหมด หากนั่นยังไม่พอปราการวายุยังสะท้อนทักษะของผมให้กระเจิงออกอีกต่างหาก ซึ่งระหว่างนั้นมันมีคลื่นพลังสายหนึ่งวกกลับมาทางที่ผมลอยอยู่ด้วย ทว่าผมเพียงแค่เบี่ยงตัวออกเล็กน้อย คลื่นพลังที่ว่านั่นก็พุ่งผ่านไปกระแทกกับผาดินข้างหลัง จนะเิตูมออกมา
“ผู้เล่นเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์เหรอ”
แม่ทัพตัวที่เป็เผ่าพันธุ์โกลุน (มอนเตอร์ครึ่งคนครึ่งหงส์) เป็คนเอ่ยถาม ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็ตัวเดียวกับที่ใช้ทักษะเมื่อครู่ด้วยถ้าให้เดา
“ใช่...และวันนี้ข้าก็จะมาเผาพวกแกให้ราบ” ดูเหมือนจะได้ผล คำพูดสำเนียงของพวกมันที่ผมจงใจยั่วยุอารมณ์นั้น ส่งผลให้แม่ทัพที่เป็เผ่าโกลุนกำหมัดแน่นแล้วชี้นิ้วใส่หน้าผม
“โอหังนัก...ข้านี่แหละจะเป็คนสอยเ้าเอง ไอ้ผู้เล่นเฮงซวย”
“แต่ข้าแข็งแกร่งมากนะทางที่ดีพวกเ้ารุมเข้ามากันทั้งหมดนั่นแหละ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”
“อย่าสามหาวให้มาก แม่ทัพเผ่าโกลุนถอยไป ข้าคนเดียวก็จัดการมันได้แล้ว” จู่ ๆ แม่ทัพเผ่าโทรลก็มีน้ำโหกับเขาบ้าง ซึ่งมันก็เข้าทางของผมอยู่พอดี
“งั้นก็ตามข้าให้ทันก็แล้วกัน” ผมทำท่าแสยะยิ้มประกอบ “แต่ระวังด้วยนะเพราะบางทีอาจจะโดนข้าเก็บก่อน เพราะว่าค่าประสบการณ์พวกแกมันยั่วน้ำลายซะด้วยสิ”
กล่าวจบผมก็บินพุ่งฝ่าฝูงทีเร็กซ์ออกไป แน่นอนว่าแม่ทัพทั้งสองที่ถูกหยามหน้าก็ต้องตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงจะผิดคาดนิดหน่อยที่อีกตัวไม่อารมณ์ขึ้นด้วย แต่ตอนนี้คงต้องกักสองตัวนี่ไว้ก่อน แล้วอีกตัวค่อยว่ากัน
“แน่จริงก็อย่าหนี” แม่ทัพเผ่าโกลุนะโไล่หลังมาติดๆ และเป็ที่ใว่ามันบินได้ ก็ใช่ล่ะนั่นมันมอนสเตอร์ครึ่งคนครึ่งหงส์นี่นะ
ส่วนแม่ทัพเผ่าโทรลแม้จะตัวใหญ่แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค มันเล่นะโตามมาด้วยความเร็วสูงอยู่ข้างล่าง จนกระทั่งตามผมทัน ซึ่งพอผมเห็นว่ามาถึงจุดที่วางแผนไว้แล้วก็หยุดบินเสียดื้อๆ แล้วหันมาทำสีหน้าท้าทายใส่แม่ทัพทั้งสอง พลางร่อนลงสู่พื้นบนผาหินที่ข้างล่าง
แม่ทัพเผ่าโกลุนที่เห็นดังนั้นก็บินโฉบลงมายืนข้างๆ กับแม่ทัพเผ่าโทรลเช่นกัน ตอนนี้ผมกับมอนสเตอร์ระดับพิเศษ ชั้นขุนนางสองตัวอยู่ห่างกันแค่ 10 เมตรเท่านั้นเอง...
“จบกันแค่นี้ล่ะ...เอกอน” คำสุดท้ายผมะโด้วยเสียงดัง เป็การให้สัญญาณผู้ที่ได้รับฉายาว่าจอมเวทดวงดาวให้ทำการตามแผนทันที
“จักรวาลอันกว้างใหญ่แลไพศาล ดุจกรงมารกักขังเหล่าดาราฉาย อวดอำนาจเบ่งพลังเยื่องย่างกราย ล้อมเป้าหมายกักขังดาวชั่วนิรันดร์”
ทักษะมหาเวทย์ดูดดาว คุกแอนดรอเมดา
ตึง!