เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่3 ตอนที่ 84 : ฮันเนียะ

            เมื่อมาถึงหน้าโรงหนังถังถังก็เกาะแขนหยางเฉิน ทันทีที่ออกมาจากรถ

            "เธอกำลังจะทำอะไร"

            "ก็เล่นเป็นแฟนลุงไงเข้าไปอย่างคู่รักนี่แหละ จะได้ไม่อึดอัด"

            หยางเฉินลูบหัวถังถังพลางกล่าวว่า

            "เธอเล่นเป็นน้องสาวก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไงจะทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ไปทำไมกัน"

            "หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ"

             

            ถังถังเหวี่ยงกำปั้นน้อยๆใส่หยางเฉินด้วยความโกรธ

     

            "ดูนี่ซะ"ถังถังพูดพลางก็ล้วงมือเข้าไปในร่องอกหวังเปิดให้หยางเฉินเชยชม

            "นั่นเธอจะทำอะไรน่ะ"หยางเฉินรีบหยุดมือถังถัง แล้วกล่าวว่า "คนอยู่กันเต็มไปหมดเธอจะเปิดเสื้อทำไมกัน"

            "ให้ลุงดูของความยอดเยี่ยมของหนูไง"ถังถังพูดขึ้นอย่างภาคภูมิ "มันอาจจะยังไม่ถึงคัพซีแต่อีกสองปีข้างหน้าแน่นอนว่าอย่างต่ำก็คัพดีมันไม่แฟร์เลยหากลุงเปรียบเทียบหนูกับป้าแก่คนอื่นๆ แต่ถ้าลุงเทียบกับเด็กมัธยมรุ่นเดียวกันแล้วล่ะก็ลุงจะพบว่าของหนูนั้นใหญ่กว่าพวกเธอมาก"

            หยางเฉินตะลึงงันเด็กก๋ากั่นคนนี้มีความเชื่อมั่นใจตัวเองสูงส่ง เขารีบตัดบทถังถังทันทีว่า

            "เธออย่าได้ดูถูกเหล่าพี่สาวที่เธอเรียกว่าป้าแก่เชียวอีกหน่อยพวกหล่อนจะให้กำเนิดคนรุ่นใหม่อนาคตไกลเชียวนะ"

            "ลุงจะทำตัวเป็นพ่อพระทำไมไม่ใช่พวกผู้ชายหรอกเหรอ ที่ทำให้พวกเธอท้อง"ถังถังเบ้ปาก

            "พอแล้วๆ"หยางเฉินรู้สึกว่าสถานการณ์เปลี่ยนไป "ไปดูหนังกันเถอะ"

            เมื่อไม่สามารถทำให้เด็กสาวคนนี้กลายเป็นน้องสาวได้เขาก็ลากถังถังเข้าไปในโรงหนัง เมื่อเข้าไปข้างในเสียงเซ็งแซ่ก็ดังขึ้นหยางเฉินมองเห็นคู่เด็กสาวดูหนังกับชายแก่อ้วนอยู่หลายคู่ทำให้คู่ของเขาและถังถังดูค่อนข้างธรรมดาไปเลย

            ถังถังยังคงเป็นเด็กเธอซื้อป๊อปคอร์นและน้ำอัดลมรสส้ม

            ความยาวของหนังเรื่องนี้นั้นค่อนข้างยาวเหล่าทหารในหนังต่างฆ่าศัตรูอย่างกล้าหาญโดยไม่กลัวแม้ความตาย

            "ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงมีแต่ฉากฆ่าไม่มีประวัติศาสตร์อื่นๆ เลยล่ะ"

            "ลุงไม่เคยดูหนังแบบนี้มาก่อนใช่ไหมคะ"

            "ฉันเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศได้เพียงครึ่งปีไม่เคยดูอะไรอย่างนี้มาก่อน " หยางเฉินตอบไปตามความจริง

            ได้ยินดังนั้นถังถังก็เหมือนได้ค้นพบโลกใหม่

            "จริงเหรอนี่ลุงเรียนจบนอกเชียวเหรอ หนูไม่เคยคิดมาก่อนเลยหนูนึกว่าลุงเป็นคนบ้านนอกที่มาจากหมู่บ้านชนบทอันห่างไกลเสียอีก"

            หยางเฉินไม่ได้โกรธเขากล่าวตอบไปว่า "ลุงคิดว่าคนที่ว่าคนอื่นเป็นบ้านนอก ควรจะเป็นคนบ้านนอกมากกว่า"

            "ฮึ่มปากร้ายจริงๆ แต่ก็ถูกของลุง"

            หลังจากหนังจบถังถังเผลอหลับเอาหัวพิงอยู่ที่ไหล่ของหยางเฉิน เขาจึงได้ผลักไสเธอออกไปถังถังตื่นขึ้นมาพร้อมน้ำลายไหลย้อยที่มุมปาก และรอยยิ้มสดใส

            เด็กสาวคนนี้ก็มีมุมที่น่ารักเหมือนกันนะหยางเฉินคิด

            เมื่อออกจากโรงหนังถังถังที่ดื่มน้ำอัดลมเข้าไปมากก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำสิบนาทีเธอจึงออกมาจากห้องน้ำพร้อมรอยยิ้มอายๆ หยางเฉินได้แต่ฝืนยิ้ม

            ทั้งสองเดินออกมาด้านนอกแสงไฟนีออนตามถนนส่องสว่าง อากาศด้านนอกหนาวเล็กน้อย ทำให้ถังถังรู้สึกหนาวเธอจับเสื้อหยางเฉินพลางกล่าวว่า

            "ลุงอากาศหนาวอย่างนี้ เราไปกินหม้อไฟกันเถอะ"

            หยางเฉินก็รู้สึกว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังมาเยือนเขาพยักหน้าเห็นด้วย ทันใดนั้นเอง ชายใส่สูทสีดำสองคนก็ปรากฏตัวจากด้านข้างพร้อมโค้งคำนับถังถัง

            "คุณหนูครับได้โปรดกลับไปกับเราเถอะครับ"

            ถังถังขมวดคิ้วแล้วถามเหล่าชายชุดดำว่า "พ่อส่งพวกนายมาเหรอ?"

            "ใช่แล้วครับนายท่านรอคุณหนูอยู่ อย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลยครับ"

            ถังถังมองหยางเฉินอย่างอึดอัด"ลุง..."

            "ไม่เป็นไรฉันจะไปส่งเธอกลับบ้านเอง พวกเราจะได้ไปทานข้าวเย็นที่นู่นด้วยเลย"ว่าจบ หยางเฉินก็หันไปหาทั้งสองคน แล้วพูดต่อว่า "นำทางไป"

            ชายทั้งสองมองหน้ากันพร้อมกับส่งสัญญาณมือ

            ถังถังมองหยางเฉินอย่างใคร่รู้จากนั้นจึงพยักหน้าอย่างมีความสุข

            ขณะนี้เบื้องหน้าหยางเฉินและถังถังมีชายชุดสูทดำคนหนึ่งเดินนำทางอยู่ ส่วนข้างหลังพวกเขามีอีกคนหนึ่งยืนประกบหลังดูเหมือนกับแซนด์วิช ถังถังเดินกอดแขนหยางเฉินและตามเข้าไปในซอยด้านหลังของโรงหนัง มันเป็นซอยมืดเปลี่ยวลมหนาวพัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถังถังพูดขึ้นด้วยความโกรธ

            "พวกนายพาเรามาในซอยแบบนี้ทำไม?"

            ได้ยินดังนั้นชายที่อยู่ข้างหน้าก็หยุดเดินหันไปหันมา ใบหน้าดำตอนนี้ยิ่งคล้ำมากกว่าเดิมในซอยมืดดวงตาทั้งสองจ้องไปที่หยางเฉินและถังถัง ชายที่อยู่ด้านหลังก็หยุดเช่นกันและจ้องมองตรงไปที่พวกหยางเฉิน ภายในซอยตอนนี้ไม่มีใครอื่นอีกนอกจากพวกเขา

            ถังถังตะลึงงันสีหน้าว่างเปล่าเพราะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

            "ถังถัง"หยางเฉินถามแผ่วเบาว่า "เธอรู้จักคนพวกนี้ไหม?"

            "หนูไม่รู้..."ถังถังตอบไปตามตรง "พ่อมีลูกน้องมากมายหนูจำไม่ได้หมดหรอก พวกนี้อาจเป็นคนใหม่"

            หยางเฉินยิ้มกล่าวว่า"แต่เธอก็ยังตามพวกนี้มาอีกนี้นะยัยโง่เอ๊ย"

            "จะให้หนูทำยังไงเล่า..." ถังถังเบ้ปาก หันมาสั่งชายสองคนว่า "พวกนายจะหยุดทำไมเดินต่อไปสิ"

            ทันในนั้นชายสองคนกลับพุ่งเข้าหาหยางเฉินดั่งลูกธนูที่ถูกยิง!หยางเฉินหลบไปด้านข้างอย่างใจเย็น เท้าแตะกำแพงกระโดดตีลังกาหลบการโจมตีของชายสองคน แต่การโจมตียังไม่สิ้นสุดเมื่อวัตถุสีดำสองประกายวาววับ พุ่งเข้าใส่ร่างกายหยางเฉิน!

            หยางเฉินซึ่งลอยอยู่กลางอากาศก็สามารถหลบมีดสั้นทั้งสองเล่มไปได้อย่างฉิวเฉียดแต่ก่อนที่หยางเฉินจะลงถึงพื้น มีดสั้นก็ปรากฏอยู่ในมือของชายสองคนพวกมันจ้วงแทงไปยังซี่โครงหยางเฉินทันที

    หยางเฉินเห็นดังนั้นจึงเหวี่ยงขาทั้งสองข้างไปตามแรงโน้มถ่วงเตะมีดสั้นทั้งสองออกไป ชายชุดดำทั้งสองหมุนตัวปาอาวุธบินมาอีกครั้งด้วยความรวดเร็วดั่งสายฟ้า!

            "นี่มันดาวกระจาย..."หยางเฉินยิ้มเย็น แล้วกล่าวว่า "ทักษะที่พวกนายใช้อยู่ในระดับโจนินองค์กรไหนส่งพวกแกมา"

            เหมือนกับว่าชายสองคนนี้กำลังหลบซ่อนอยู่ในความมืดร่างกายพวกมันถูกปกปิดด้วยชุดสีดำ มีดาบสั้นเหน็บไว้ที่เอวส่งสายตาอันแหลมคมมาหาหยางเฉิน

            ถังถังหน้าซีดเผือดสถานการณ์นี้เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เธอรีบวิ่งไปกอดหยางเฉิน กล่าวเสียงสั่นว่า "พวก...พวกนี้เป็นใครกัน"

            หยางเฉินตอบถังถังโดยที่ไม่ละสายตาจากพวกโจนิน

            "ไม่ต้องกลัวพวกเขาไม่ทำร้ายเธอหรอก"

            "ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย..."เสียงสั่นเครือของถังถังดังขึ้นจากด้านหลัง "บางทีคุณควรห่วงตัวเองก่อนดีกว่านะ... เฮดีส"

            หยางเฉินได้ยินดังนั้นก็ถอยห่างออกไปสามก้าวสายตาเหลือบมองถังถัง เขาเห็นสายตาตื่นกลัวของถังถัง แปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายคล้ายสายตาของอสรพิษ

            "อ่า...พลาดแล้วสินะ..." เมื่อหยางเฉินคิดว่าตัวเองเสียท่าแล้วประโยคดังกล่าวที่ได้ยินจากในหนังปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาหยางเฉินฝืนยิ้มพลางกล่าวว่า "เธอทำอะไรกับร่างกายฉัน?"

            ถังถังหัวเราะด้วยเสียงที่เย้ายวนพลางกล่าวว่า

            "มันเป็นแค่พิษที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษเท่านั้นเมื่อมันสัมผัสผิวหนังแล้ว จะแพร่กระจายไปทั้งร่างกายอย่างรวดเร็ว และภายในห้านาทีกล้ามเนื้อทั่วร่างก็จะเป็นอัมพาต...หลังจากนั้นนายก็จะกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอดกาล"

            เป็นดั่งที่ถังถังพูดหยางเฉินรู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มอ่อนแรงลง และความเจ็บปวดก็ค่อยๆ ทวีมากขึ้นเขาไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป หยางเฉินจำต้องนั่งลงกับพื้น...

            "ฮ่าๆๆๆ..." ถังถังระเบิดหัวเราะออกมาด้วยเสียงอันดัง"ดูเหมือนว่าหัวหน้าจะประเมินค่าคุณสูงไปหน่อยนะ"

            หยางเฉินเงยหน้าเผยรอยยิ้มอ่อนแรงพลางกล่าวว่า

            "เทคนิคพิษทุเรศของเธอยอดเยี่ยมจริงๆสมแล้วที่บรรลุระดับโจนิน กลายเป็นนินจาพิเศษจินนิน"

            "แล้วยังไงล่ะ"หญิงสาวที่แอบอ้างเป็นถังถัง เดินไปหาหยางเฉิน นั่งยองๆ ลงเธอเชยคางหยางเฉินขึ้นพร้อมกล่าวว่า "ท่านเฮดีส มันยังไม่สายเกินไปใช่ไหมที่ท่านจะมองมาที่ฉัน?"

            หยางเฉินส่ายหัว

            "ในหมู่นินจาประเทศญี่ปุ่นคนที่ไปถึงระดับจินนิน ทั้งยังเชี่ยวชาญพิษ และงามเป็นอันดับหนึ่งในโลกนินจาคงมีเพียงฮันเนียะเท่านั้น..."

            "ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านยังจำผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ได้ "

            ฮันเนียะไม่อายที่จะฉีกเสื้อผ้าออกเผยให้เห็นเครื่องแบบนินจาสีม่วงที่ทำจากหนังรูปร่างของฮันเนียะนั้นยั่วยวนน่ามองเป็นอย่างมาก หน้าอกใหญ่ที่ดูอวบอิ่มจนเครื่องแบบนินจาที่หล่อนสวมใส่ถูกยืดออกจนแทบปริขาดได้ทุกเมื่อนอกจากนี้เธอยังมีช่วงเอวคอดบางและก้นงอนกลมกลึงดูโดดเด่น ต้นขาขาวนวลน่าสัมผัสเรียกได้ว่าความงดงามเกินบรรยายของเธอมากพอที่จะกระชากวิญญาณชายฉกรรจ์ทุกคน

            "หนึ่งในสามนินจาของนิกายยามาตะช่างยิ่งใหญ่เสียจริง" หยางเฉินที่พยายามจ้องมองความยิ่งใหญ่ดังกล่าวแล้วกล่าวต่อว่า "ฉันสงสัยว่า'เทนงู'และ 'ทานุกิ'ได้มายังประเทศจีนหรือยัง ฉันไม่ได้พบพวกเขามานานมากแล้ว"

            ฮันเนียะได้ยินดังนั้นก็มองมาด้วยสายตารังเกียจเขาเป็นชายอีกคนหนึ่งที่ไม่สนใจความงามของเธอ

            "นายดูอารมณ์ดีจังนะเฮดีส มีเวลาห่วงใยสมาชิกของนิกายยามาตะด้วย พวกเราไม่ได้มาที่นี่ในวันนี้เพื่อพูดคุยกับนายนะท่านเฮดีสอันสูงศักดิ์"

            "แล้วพวกเธอมาที่นี่ทำไม?"หยางเฉินแล้วกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

            รอยยิ้มของฮันเนียะหายแทนที่ด้วยเสียงอันหนาวเหน็บ

            "ศิลาเทพเจ้า!พวกเราต้องการศิลาเทพเจ้า!!!"

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน