ท่ามกลางสายตา สมเพชสงสารถึงกับมีผู้หวังดีพูดขึ้น “เทียนหลง เ้าสามารถปฏิเสธได้เ้ายังเด็กไม่ต้องคำนึงถึงหน้าตา ศักดิ์ศรีใดๆ ยิ่งเ้าอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีปู่เ้าคอยดูแลเป็อะไรไปจะลำบาก ...เ้าไม่ต้องประลองแล้ว” กู้คุนต้าหันไปพูดกับพี่ชายตนเอง “เสียเกียรติ พวกเราจริงๆมีแต่พวกเต่าหัวหด รู้จักเอาแต่หลบหลังกระโปรงเด็กผู้หญิง ” เขาไม่กล้าด่าเทียนหลงโดยตรงเขารู้ว่า ตงชิงหานไม่ค่อยพอใจนัก กลัวจะถูกหาเื่ว่าเขาเย้ยหยันคู่ต่อสู้จึงหันไปคุยกับพี่ชายเป็การหลบเลี่ยง
ตงชิงหาน ตวาด “อย่ามาทำตีวัวกระทบคราดต่อหน้าข้า” แล้วหันไปพูดกับเทียนหลง“เ้าจะว่าอย่างไร จะรับคำท้าหรือไม่ จะได้เริ่มให้มันจบๆ ไป”
เทียนหลงพยักหน้า เดินออกมากลางลานประลองทำความเคารพ “ข้าจางเทียนหลง ขอรับคำท้า” ว่าแล้วก็ตั้งท่าหมัดัหลับในถ้ำกระบวนท่าแรกในวิชาหมัดัหลับทันที พอทุกคนเห็นพากันส่งเสียง พึมพำ “มาแบบเดียวกับ เกาหลิง เลย ทั้งๆที่เกาหลิงพึ่งจะโดนทุบตีพ่ายแพ้ไปเนี่ยนะคราบเืบนพื้นยังไม่ทันแห้ง นี่จะสู้หรือออกมาเป็กระสอบทราย กันแน่” ถึงกับมีคนที่ทำมาค้าขายในตลาด เดินมาอ้อนวอน เฟิงซีหมิน “ท่านเ้าเมือง นึกว่าสงสารเด็กมันเถอะ ช่วยยับยั้งการประลองนี่ที นี่มันไม่ใช่การประลองแล้วนี่มันเป็การทุบตีฝ่ายเดียว ไม่สงสารเทียนหลงก็เห็นแก่หน้าพวกข้าเถอะ”
เฟิงซีหมินส่ายหัว โบกมือ “ข้าจะไม่หยุดการประลองนี้ พวกเ้าจงเชื่อมั่นในตัว จางเทียนหลงบ้าง”ชาวบ้าน “พวกข้า..ก็...อยาก..เชื่อ..แต่..”
คนที่มาพูดเห็นขอร้องไม่ได้ผลได้แต่เดินกลับไป พร้อมส่ายหัวให้กับกลุ่มคน
ทันทีที่ ตงชิงหานประกาศว่าเริ่มได้ ทุกคนทำท่าปลงตก ในสายตาเหมือนมองเห็นภาพเทียนหลงหน้าตาแตกยับเยินเืกลบปากบรรยากาศเปลี่ยนเป็ซึมเซาเงียบเหงาที่สุด คงมีแต่กู้คุนต้า ที่คึกคักสดใสฮีกเหิม
เขาพูดขึ้นมาอย่างโอหังว่า "ข้าต่อให้เ้าสามหมัด ดูสิไอ้หมัดัโง่นั้นจะทำอะไรข้าได้” ว่าแล้วก็ไพล่หลังเชิดหน้ายืนเด่นเป็สง่า เขาดึดลูกคิดรางแก้ว คำนวณว่าจะใช้ท่าร่างวิชาหมัดพยัคฆ์ลำพองหลบหมัดัหลับของเทียนหลง หลังจากผ่านไป สามหมัดเขาจะกระหน่ำทั้งหมัดและเท้าใส่เทียนหลงแบบไม่หยุดเปลี่ยนลมหายใจ คิดว่าไม่เกินสามอึดใจ ไอ้หินโง่นี่ก็คงนอนลงจมกองเืร้องขอชีวิตยอมพ่ายแพ้แต่โดยดี
เทียนหลง เงยหน้ามอง “เ้าจะรับข้าสามหมัด โดยไม่ตอบโต้จริงๆหรือ”
กู้คุนต้า พงกศีรษะอย่างเขื่องโข“ข้า กู้คุนต้าพูดคำไหนคำนั้น”
เทียนหลง “ดี...งั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว”
เขาขยับตัวปล่อยหมัดออกไปอย่างเชื่องช้าทุกคนเห็นชัดตาถึงการเกร็งกำลังกล้ามเนื้อ..การปรับเปลี่ยนมุมแขนข้อมือและหมัด..การขยับเท้าเคลื่อนที่...ท่าทางถูกต้อง ตามตำรับหมัดัหลับ...ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว...แต่...มันช้า..ช้า..มาก.. ช้าจนกู้คุนต้า มึนงง “ช้าขนาดนี้หมัดจะมีแรงปะทะได้อย่างไร...ไอ้หินโง่อย่าว่าแต่หลบเลย ยืนเฉยๆ ต่อให้ชกโดนก็ไม่มีทางทำอะไรข้าได้ ความเร็วขนาดนี้ยังต่อยมดไม่ตายเลย..ฮ่าๆๆ”
ถึงหมัดจะช้าแต่กู้คุนต้าไม่หลบ เขาไม่จำเป็ต้องหลบ ในที่สุดหมัดเต่าคลานนั้น ก็กระทบส่วนท้องของกู้คุนต้า “ทึบ..” เกิดเสียงหนักๆซึ่งไม่ควรมี...เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งไปชั่ววินาที ..........
..ฟ้าว..........พลั๊ก...กลิ้ง...คลุกๆ...
ร่างของกู้คุนต้าก็หงิกงอพร้อมกับปลิวกระเด็นข้ามระยะทางมากกว่าสิบเมตรตกออกไปนอกสนามประลอง ชนเข้ากับบ่าวไพร่ตระกูลกู้ ที่ดูการประลองอยู่ด้านข้าง จนล้มกลิ้งกันไปทั้งแถบไม่เว้นแม้แต่ กู้หงซวน
…ชิ้ง.......
…ชิ้ง...
...
ความเงียบ....ปกคลุมทั่วสถานศึกษา
...
ทุกคนมึนงงสับสน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งได้ยินเสียง “โอก..” กู้คุนต้าอ๊วกออกมาเป็อาหารที่กินเข้าไปเมื่อเช้า หลังจากปลดปล่อยสิ่งของ เขาก็ยังไม่สามารถลุกขึ้นได้คดตัวงอเป็กุ้ง แสดงให้เห็นว่า หมัดนั้น นักหน่วงเพียงใด
ตงชิงหานประกาศออกมาทันที อย่างหนักแน่น “จางเทียนหลงเป็ฝ่ายชนะ”
กู้ฉินชุ่น เ้าบ้านตระกูลกู้ชี้หน้าด่า เทียนหลง “เ้า..โกง...เ้าทำผิดกฏการปะลอง....เ้าทำร้ายลูกข้าาเ็..ข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่”
ตงชิงหาน “ท่านเ้าบ้านกล่าวหาว่าข้าตัดสินไม่เป็ธรรมรึ ท่านก็เห็น กู้คุนต้าไม่หลบหมัดของจางเทียนหลงเองยิ่งกว่านั้น หมัดนั้นยังเชื่องช้าจน ไม่อาจช้าได้ไปกว่านี้แล้ว มันไม่หลบเองและนี่เป็การต่อยแค่หมัดเดียว มันรับาเ็อะไรกัน ข้ายังไม่เห็นโลหิตแม้แต่หยดเดียว...รึว่าเ้าเห็นเืตัวหลุดออกนอกเวทีประลอง ก็แพ้ตามกฎ สรุปคำตัดสินของช้า ท่านว่ามีปัญหาตรงไหน และคำขู่เมื่อกี้ขอให้ท่านถอนคำพูดซะ ถึงแม้การประลองนี้จะเป็การประลองเล็กๆ แต่ก็เป็กฎระเบียบและธรรมเนียมของอาณาจักรการที่ท่านข่มขู่ผู้เข้าประลองเมื่อครู่นี้ ก็เท่ากับข่มขู่ราชสำนักผู้ตรากฎหวังว่าท่านคงสำนึกตัว ว่าท่านกำลังทำอะไร!”
กู้ฉินชุ่นเข้ามาจับชีพจรกู้คุนต้าทำการตรวจสอบภายในพบว่าแค่เพียงจุกเคล็ดยอกไม่ร้ายแรงอะไร จึงค่อยรู้สึกตัว รีบหันมาประสานมือคารวะตงชิงหาน คณะอาจารย์และเหล่าขุนนาง เหงื่อไหลซึมออกมาเต็มแผ่นหลัง “เมื่อครู่ ข้าน้อยเป็ห่วงอาการาเ็ของบุตรชาย จึงวู่วามไปขอทุกท่านได้โปรดให้อภัย ในความสามหาวของข้าผู้น้อยด้วย”
ทั้ง หม่าหลง และ เย่หลานมองหน้ากันเห็นเค้าความแตกตื่นในดวงตาของฝ่ายตรงข้าม เย่หลานถึงกับ ถามตงชิงหานขึ้นมาเองว่า “มันเป็ไปได้อย่างไร ต่อให้เป็ข้าออกหมัดได้เร็วกว่านั้นร้อยเท่าก็ไม่สามารถส่งคนกระเด็นไกลไปถึง สิบกว่าเมตร และที่สำคัญคนที่โดนหมัดกลับไม่เป็อะไรเลย ”
ตงชิงหานไม่ยินดีจะตอบคำถามนี้ หันไปมองอาจารย์ถังซี ทำให้ทุกคนหันไปมองตามเป็จุดเดียวยังไม่ทันไขข้อข้องใจออกมา กู้หงชวนก็ะโออกมาที่กลางลาน
ประสานมือคาราวะ“ข้า กู้หงชวน ขอท้าประลองจางเทียนหลง”
ตงชิงหาน หันไปถาม เทียนหลง”เ้าว่าอย่างไร” “ข้าจางเทียนหลงขอรับคำท้า”
ตงชิงหาน “”พวกเ้ารู้กฏแล้วนะ ...ดี เริ่มประลองได้ “ คราวนี้กลับไม่มีใครอ้อนวอนคัดค้านดูเหมือนพวกเขา รอให้เกิดเหตการณ์มหัศจรรย์แบบเมื่อกี้อีกครั้ง
ั้แ่ประลองเทียนหลงขยับตัวออกหมัดเพียงครั้งเดียวยังไม่ได้ขยับไปไหนอีก กู้หงชวนขยับตัวสลับเท้าก้าวไปรอบๆเขาขยับตัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ มองดูผิวเผินราวกับมีร่าง กู้หงซวนกระจายอยู่รอบตัวเทียนหลง สภาพการณ์ต่อสู้เปลี่ยนไป จากเชื่องช้าเป็รวดเร็ว
กู้หงซวนจะใช้ความเร็วและความพลิกแพลงพิสดารของหมัดพยัคฆ์ลำพอง สยบเทียนหลงเขาคิดว่าเมื่อครู่กู้คุนต้า ประมาทและโดนเลห์ร้ายบางอย่างที่ยังคิดไม่ออก จึงถูกต่อยตกเวทีเหตุการณ์เช่นนั้นไม่มีวันเกิดขึ้นกับเขาแน่
“ขวับๆ ฟุบๆ”เสียงร่างและหมัดฝ่าอากาศของ กู้หงซวน ดังสนั่นต่อเนื่องเมื่อหมัดเกือบถึงตัวเทียนหลง เขาเพียงขยับตัวเล็กน้อย ทั้งหมัดเท้าที่ระดมใส่เขาไม่ถูกแม้แต่ชายเสื้อ คล้ายกู้หงซวนเตะต่อยปุยนุ่นที่ลอยในสายลมเตะต่อยเท่าไรก็ไม่โดน ผ่านไป เขาออกอาวุธไปถึงหนึ่งร้อยแปดหมัด เตะออกเจ็ดสิบเก้าเท้าผู้คนเริ่มมองท่าร่างขยับตัวของเทียนหลงออก ถึงกับมีนักเรียนในสถานศึกษาอุทานออกมา
“นี่..นี่..มันท่าเท้าเทวราชข้ามลำธาร!...”
“.เป็ไปได้หรือนี่......”
“..มันนำมาใช้จริงได้ด้วยหรือ...นี่ข้าพลาดอะไรไป!”
เสียงอื้ออึงดังไปทั่วบริเวณลานประลองกู้หงซวน ได้ยินเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง เขาไม่ได้อ่อนมือแม้แต่น้อยแต่ทุ่มเทสุดกำลังทั้งหมัดเท้า เคล็ดวิชาหมัดพยัคฆ์ลำพองของเขา ใส่พลังสุดตัวไม่มีออมรั้งเห็นชัดๆว่าอีกเพียงนิดเดียว จะกระแทกทำร้ายฝ่ายตรงข้ามได้ แต่เหมือนไล่ตามลมไม่อาจไขว่คว้าได้ถูกถึงเห็นชัดเจนกับตาว่า อีกฝ่ายเพียงขยับเท้าหลบตามหลักแปดทิศของตัวเบาท่าเท้าเทวราชข้ามลำธารแต่กลับทำอะไรไม่ได้ การขยับในแต่ละครั้งของเทียนหลง พอดีเป็ที่สุด ในเวลาเดียวกับท่าเท้าเพลงหมัดของกู้หงซวน กำลังจะถูกเป้าหมาย ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางพวกมันได้แม้แต่น้อยยิ่งเขาเพิ่มความเร็วในการโจมตี ยิ่งเหมือนเทียนหลงเป็เพียงเงาร่างไร้มวลสารให้จับต้องได้
ผ่านไปพันกว่ากระบวนท่า แม้แต่ปลายแขนเสื้อของเทียนหลงกู้หงซวนยังไม่อาจััถูก ตอนนี้ไม่ใช่เพียงแต่เขาตระหนกใบรรดาเหล่าขุนนางตรวจสอบ ผู้ปกครอง คณะอาจารย์ประจำสถานศึกษา รวมถึงนักเรียนที่ดูการประลองล้วนแต่ตื่นตระหนก ไม่...ไม่ใช่แค่ตื่นตระหนก ยังเปลี่ยนความคิดเื่ วิชาตัวเบาท่าเท้าเทวราชข้ามลำธารไปตลอดกาล
ตงชิงหาน ตวาดขึ้น “นี่เป็การประลอง กู้หงซวน จางเทียนหลง พวกเ้าเล่นอะไรอยู่?”
กู้หงซวน ได้ยินรีบหยุดการโจมตีเขาอายจนหน้าแดง ในเมื่อโจมตีไม่ได้ ก็ให้ฝ่ายตรงข้ามจู่โจมก็แล้วกัน หากเทียนหลงออกหมัดช้าเหมือนประลองกับ กู้คุนต้า เขามั่นใจว่าจะสามารถหลบและโจมตีกลับทำร้ายเทียนหลงได้ไม่ยาก
เทียนหลงหยุดนิ่งั้แ่ กู้หงซวนหยุดออกหมัดพลันพุ่งเข้าจู่โจม ท่าร่างที่ใช้ยังคงเป็ตัวเบาเทวราชข้ามลำธาร เพียงแต่
...รวดเร็ว...เร็วมาก...เหมือนเป็เงาวูบประชิดตัวกู้หงซวนในพริบตา
เสี้ยววินาทีนั้น ทุกคนเห็นเขาออกหมัดัหลับยังคงออกหมัดอย่างเชื่องช้า ถูกต้องตามตำรับเป๊ะ...เพียงแต่นั้นเป็เพียงแค่ความรู้สึก ท่าร่างว่องไวปานสายฟ้า แต่ขยับหมัดจู่โจมปานเต่าคลาน ในเวลานี้ความขัดแย้งดังกล่าวกลับไม่ขัดแย้งกันแม้แต่น้อย ถึงเต่าจะคลานช้า แต่ถ้ามันคลานอยู่บนนกปีกอินทรีที่กำลังบินยังจะสามารถเรียกว่าช้า...อยู่ได้อีกหรือ ...
..วูป..ตูม.... กู้หงซวนถูกหมัดที่ช่องท้อง กระเด็นไปไกลกว่า กู้คุนต้าเสียอีก พลั๊ก...คลุก.ๆๆ เหมือนจงใจร่างของกู้หงซวน กระเด็นไปยังจุดเดียวกับกู้คุนต้า เพียงแต่คราวนี้ ร่างงิกงอไม่ขยับกุมท้องขดตัว เห็นได้ชัดว่าเ็ปจนตัวสั่นระริก
เพียง..หมัดเดียว..เทียนหลงออกหมัดเพียงหมัดเดียว!!!
สองพี่น้องตระกูลกู้ถูกชกกระเด็นตกเวลาทีประลองไปด้วยเพียงหมัดเดียว มิหนำซ้ำทุกคนยังเห็นถนัดชัดตาว่าเป็หมัดัหลับ ที่ไม่มีใครเคยคิดว่า มันจะทรงอานุภาพ และใช้ได้ในการต่อสู้จริง!
ตงชิงหาน ประกาศเสียงดัง“จางเทียนหลง ชนะการประลอง”
เกือบทุกคน ปากอ้าตาค้างไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดา ขนาดหม่าหลง ที่เป็หมาจิ้งจอกเฒ่าแปลงกายมา*ถึงกับพูดเสียงสั่นๆ พร้อมยกมือชี้ไปที่กลุ่มคนตระกูลกู้ ว่า “เป็ไปได้อย่างไรพวกเ้า....สองพี่น้องตระกูลกู้...พวกเ้าร่วมกันเล่นละคร ตบตาข้ารึ..?”
เหล่าผู้ปกครองโดยเฉพาะชาวตลาดต่างบ่นพึมพำแบบไม่เชื่ออยู่บ้าง “เทียนหลง ชนะ..เทียนหลงชนะแล้ว” ทั่วลานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็มีเสียงะโโห่ร้อง ดังสนั่นหวั่นไหว
“เฮๆๆๆ เทียนหลงชนะ..ชนะ..ชนะอีกแล้ว ” “เทียนหลง เ้าเก่งกาจจริงๆ”
“เทียนหลงวันนี้ข้าดีใจ...ดีใจเหลือเกิน.. เ้าไปเอาเหล้าที่ร้านข้าได้ สองไห ข้าให้เอากลับไปฉลองที่บ้านตะกูลฟาง”
กู้ฉินชุ่น รีบตรวจอาการลูกชายพอพบว่าไม่หนักหนา ไปกว่ากู้คุนต้ามากนัก ได้ยินเสียงเค้นถามจากหม่าหลงก็ใคิด ‘เล่นตลกกับคนอย่าง หม่าหลงนะหรือต่อให้เขากินดีหมีหัวใจเสือมาก็ไม่กล้า’ ลนลานรีบตอบ หม่าหลง“ข้าน้อยไม่กล้า ใครจะกล้าเล่นตลกกับนายท่านหม่า” ยามกระวนกระวายเกิดไหวพริบขึ้นมา หันไปถาม อาจารย์ถังซี “รบกวนท่านอาจารย์ช่วย ไขข้อข้องใจให้ข้าด้วยเถอะ ท่านเป็อาจารย์สอนยุทธ์ย่อมรู้ดีกว่าข้าผู้เป็พ่อซึ่งเป็คนธรรมดาคนหนึ่ง”
อาจารย์ถังซี ประสานมือคารวะไปโดยรอบ “ที่จริงเื่นี้ ไม่มีอะไรแปลกพิสดารเลย วิชาหมัดกับตัวเบา สองชุดนี้แพร่หลายในแผ่นดินมานานหลายปีมีชื่อเสียงเลื่องลือ บรรดาจอมยุทธ์ในวัดเว่ยต้าหลงซู่ ล้วนเป็บุคคลในตำนาน เพียงแต่ไม่มีใครฝึกอย่างจริงจังจนเข้าขั้นสูงล้ำจนนำมาใช้ประยุทธ์ได้ จางเทียนหลง แค่ฝึกได้ขั้นสูงตามหลักวิชาเท่านั้นเวลาใช้ออกก็ผสานวิชาตัวเบากลับเพลงหมัด ทำให้ลบจุดอ่อน เื่ความเป็ระเบียบเชื่องช้าของวิชาหมัดไป”
พูดจบก็หันมาทางกลุ่มนักเรียนของสถานศึกษา “พวกเ้าได้เห็นตัวอย่างแล้วเวลาที่เหลืออีกหนึ่งเดือน ขอให้ตั้งใจฝึก”
“ขอรับ ท่านอาจารย์”เด็กๆส่งเสียงรับคำ พวกเขารู้สึกฮึกเหิม..ในเมื่อ จางเทียนหลง..ทำได้พวกเขาก็ทำได้
อาจารย์ถังซี หันมาทางพี่น้องตระกูลกู้ “ส่วนพวกเ้า...มีดีแค่นี้...ต่อไปอย่าอวดอ้างลำพองตน...เหนือฟ้ามีฟ้า...เหล่าวิชาในตำนานล้วนมีที่มาไม่ธรรมดาใช่ว่าจะสามารถดูถูกได้โดยง่าย” สองพี่น้องได้ยิน รู้สึกอับอายไม่กล้าสู้หน้าผู้คนต่างพาแกล้งเป็ลมสลบลงไป กู้ฉินชุ่น กระทืบเท้าร้อนใจรีบพาพวกเขากลับบ้านไปรักษาทันที
การทดสอบและการประลอง ของสถานศึกษาปีนี้จบลงแบบนี้ ทั้งๆที่ยังมีเวลาเปิดเรียนอีกเป็เดือน แต่เป็ที่แน่ใจว่ามรสุมเล็กๆที่คณะขุนนางตรวจสอบก่อกวนขึ้น ได้สร้างคลื่นใต้น้ำ แผ่กระทบไปทุกที่ในอาณาจักรหยกขาว
จิ้งจอกเฒ่าแปลงกายมา*(เปรียบคนเป็หมาจิ้งจอกในตำนาน หมาจิ้งจอกจะใส่ชุดหนังมนุษย์หลอกคนเดินทางในป่าให้ตายใจจะได้จับกินเป็อาหาร)