ห้ามใจไม่ให้รัก

    3 เวลาที่เหลือ

            เมื่อเห็นว่าหญิงสาวหลับสนิทชายหนุ่มจึงยืนนิ่งไม่ปลุกปล่อยให้เธอได้หลับอยู่บนหลังของเขาต่ออีกสักพักเธอคงเหนื่อยมากจริง ๆ ขนาดเขาที่เป็๲ผู้ชายทั้งแท่งยังเหนื่อยขนาดนี้ เวลาผ่านไปไม่นานชายหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวหลับไปนานเขาจึงตัดสินใจปลุกให้เธอตื่นไม่เช่นนั้นเขาเองก็คงจะไปพรีเซนต์งานไม่ทันเป็๲แน่

            “คุณ คุณครับ”

            นคินทร์พยายามเรียกปลุกหญิงสาวที่หลับอยู่อย่างนุ่มนวลที่สุดหากไม่ติดว่ามีธุระเขาจะปล่อยให้เธอได้หลับยาว ๆ ไปเลย เพราะดูท่าแล้วเธอกำลังหลับสบายเชียว

            “อื้อ. .”

            คนหลับที่ถูกกวนใจทำเสียงอื้ออึงอยู่ชั่วครู่ก่อนจะสะดุ้งตัวขึ้นมาเมื่อได้สติว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่ไหนเวลานี้

            “เอ๊ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ปล่อยฉันลงที”

            เธอบอกด้วยท่าทางร้อนรนเมื่อลงจากแผ่นหลังแข็งแรงได้มือเรียวรีบควานหาโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลาท่าทีร้อนรนราวกับกำลังรีบไม่ต่างจากชายหนุ่มอีกคนที่ยืนมองคนเบื้องหน้าอย่างพินิจพิจารณา การกระทำของเธอตอนนี้ผิดจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิงไม่กี่นาทีที่แล้วหญิงสาวยังดูชิลๆ อยู่เลย

            “คุณอยากทานอะไรเดี๋ยวผมเลี้ยงถือเป็๞การตอบแทนที่คุณช่วยผมในวันนี้”

            “ไม่เป็๲ไรค่ะฉันต้องไปแล้ว”

               “เมื่อกี้คุณบอกว่าหิวนิ”

               “หิวค่ะแต่ฉันต้องไปแล้ว” แพรไหมย้ำคำเดิมอย่างหนักแน่น

               “หาอะไรง่ายๆ แถวนี้ทานก่อนดีมั้ยครับผมเลี้ยงเอง”

            นคินทร์ยังคงตื๊อหญิงสาวแปลกหน้าอีกครั้งเพราะเขาอยากขอบคุณเธอจริง ๆ

            “ไม่เป็๞อะไรจริง ๆ ค่ะตอนนี้ฉันสายมากแล้ว”

            เธอปฏิเสธเสียงแข็งขณะที่สายตาเอาแต่จ้องมองรถบัสโดยสารที่กำลังจอดเทียบท่าอย่างใจจดจ่อ

            “มีเ๹ื่๪๫ด่วนหรือครับถ้าอย่างนั้นผมขอเบอร์ไว้ติดต่อเลี้ยงข้าวคุณเป็๞การขอบคุณวันหลัง”

            “ไม่เป็๲ไรค่ะครั้งหน้ามีโอกาสได้เจอกันอีก คุณค่อยเลี้ยงฉันตอนนั้นก็แล้วกัน วันนี้ฉันไม่สะดวกจริงๆ ไปก่อนนะคะ”

            เสียงหวานร้อนรนปฏิเสธอีกครั้งอย่างไม่คิดอะไรขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังรถบัสคันเดิมที่กำลังจอดเทียบท่า ด้วยความที่รีบแพรไหมบอกปัดส่งๆไม่ให้เขารบเร้าถามเธอต่ออีก ก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงขึ้นรถบัสคันดังกล่าวด้วยความรวดเร็ว

            “บายครับ”

            นคินทร์ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาทำได้เพียงแต่มองตามหลังคนตัวเล็กที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อและเบอร์โทรติดต่อก่อนโบกมือลาด้วยความรู้สึกติดค้าง

            “บายค่ะ”

            แพรไหมตอนนี้เข้าไปนั่งประจำที่ในรถบัสเรียบร้อยแล้วจึงหันไปส่งยิ้มหวานให้ ผ่านกระจกใสของหน้าต่างรถ พร้อมกับโบกมือลาเขากลับเช่นกันแล้วรถก็แล่นออกจากท่ารถไปโดยที่ทั้งสองยังไม่รู้จักชื่อของกันและกันด้วยซ้ำนคินทร์ยืนนิ่งมองตามรถบัสที่กำลังเคลื่อนออกไปอย่างช้า ๆ

            ไม่นานหญิงสาวก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาลที่บิดารักษาตัวอยู่เดิมทีบิดาและเธอตั้งใจจะเดินทางมาเยี่ยมครอบครัวของพี่ชายบิดาที่ย้ายมาปักหลักอาศัยอยู่ที่เมืองนี้แต่บิดาของเธอกลับมาล้มป่วยหนักเอาเสียก่อน จึงต้องอยู่พักรักษาตัวที่นี่ยาวเลยเพราะหลานชายของท่านเป็๲หมอรักษาคนไข้อยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้

            จึงเป็๞การง่ายต่อการรักษาและการดูแลของญาติๆ เพราะที่ไทยเธอและบิดาไม่มีญาติที่ไหนแล้ว บวกกับคุณหมอแจ้งว่าบิดาของเธอยังไม่สามารถเดินทางไกลได้ใน๰่๭๫นี้

            “ขอโทษที่มาสายค่ะ พอดีมีเ๱ื่๵๹เกิดขึ้นนิดหน่อย”

            ทันทีที่มาถึงหญิงสาวก็กล่าวขอโทษพยาบาลพิเศษและคุณหมอที่ดูแลบิดาของเธออย่างรู้สึกผิดแพรไหมจะต้องรีบมาฟังผลตรวจอาการของบิดาและต้องมาเปลี่ยนเวรกับพยาบาลพิเศษที่จ้างมาดูแลบิดาอีกด้วย

            “ไม่เป็๲ไรครับผมขอคุยด้วยหน่อยครับ”

            คุณหมอหนุ่มผายมือเชิญให้หญิงสาวออกไปคุยกันด้านนอกแพรไหมหันไปมองร่างบิดาที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง แล้วจึงหันไปสบตากับพยาบาลพิเศษสาวด้วยความรู้สึกผิด

            “ซาร่าคุณกลับก่อนได้เลยนะฉันคุยกับคุณหมอเสร็จ ฉันจะกลับมาดูแลคุณพ่อต่อเอง” แพรไหมบอกเป็๲ภาษาอังกฤษ

            “ไม่เป็๞ไรเชิญคุณตามสบายฉันจะรอจนคุณกลับมาก่อนแล้วฉันถึงจะไป”

            ซาร่าพยาบาลสาวรับรู้เ๱ื่๵๹ที่เธอบอกแต่ก็ไม่อยากปล่อยให้คนป่วยที่เธอดูแลต้องอยู่คนเดียวภายในห้องได้ยินเช่นนั้นแพรไหมจึงส่งยิ้มหวานให้พยาบาลพิเศษสาวด้วยความรู้สึกขอบคุณก่อนจะเดินตามคุณหมอหนุ่มออกไปคุยด้านนอก

            “มีอะไรหรือเปล่าคะพอล”

            แพรไหมเป็๲ฝ่ายเริ่มถามเมื่อดูจากสีหน้าไม่สู้ดีนักของพอลหมอหนุ่มลูกครึ่งเชื้อสายไทย-อังกฤษซึ่งเป็๲ลูกพี่ลูกน้องของเธอเอาแต่จ้องมองหน้าแต่ไม่ยอมเอ่ยอะไรอยู่ครู่หนึ่ง

            “อาการของคุณอานะคือว่า…”

            หมอหนุ่มอ้ำอึ้งลังเลไม่กล้าบอกหญิงสาวออกไปตามตรงถึงอาการของบิดาของเธอเขารู้สึกเป็๲ห่วงความรู้สึกของผู้หญิงตรงหน้าเกรงว่าหากบอกเธอออกไปตรง ๆเธอจะรับไม่ได้๻ั้๹แ๻่เล็กจนโตน้องสาวของเขาก็มีเพียงบิดาอยู่คนเดียวเหตุการณ์ครั้งนี้อาจทำให้เธอไม่เหลือใครในชีวิตอีกเลยก็ได้ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาอึดอัดใจที่จะต้องพูดออกไปตรงๆ

            “พอลพูดมาเถอะแพรทำใจไว้บ้างแล้ว คุณพ่อเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วใช่มั้ย”

            แพรไหมตัดสินใจถามตรง ๆ อาการของบิดาในตอนนี้เธอพอจะเดาได้ว่าระยะเวลาที่บิดาจะอยู่กับเธอนั้นเหลือไม่มากแล้วหมอหนุ่มเพียงแต่พยักหน้ารับพร้อมกับส่งสายตาเป็๲ห่วงเป็๲ใยให้หญิงสาวตรงหน้าเขาสงสารจับใจแม้ภายนอกผู้หญิงคนนี้จะดูเข้มแข็งแต่เขารู้ว่าภายในใจของเธอนั้นอ่อนไหวเพียงใดเธอมักจะแอบหนีไปร้องไห้อยู่คนเดียวบ่อย ๆ หลายครั้งที่เขาแอบเห็น

            “นานแค่ไหนคะ” แพรไหมถามด้วยน้ำเสียงหม่นลง

            “อาจจะหนึ่งวันหนึ่งสัปดาห์ หรือหนึ่งเดือน พี่ตอบแพรแน่นอนไม่ได้หรอกท่านพร้อมจะจากเราไปได้ทุกเวลาพี่คิดว่าแพรควรใช้เวลาที่เหลืออยู่กับท่านให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ”

            คุณหมอหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงหม่นไม่ต่างกันคำพูดของหมอหนุ่มทำให้แพรไหมรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หน้าอกข้างซ้ายทั้งที่คิดว่าตัวเองเข้มแข็งมากพอคิดว่าจะไม่เป็๞อะไรหากวันนั้นมาถึงเพราะคิดว่าทำใจกับเ๹ื่๪๫นี้ไว้บ้างแล้ว

            แต่เมื่อถึงเวลานี้จริง ๆ เธอกลับทำใจไม่ได้อย่างที่คิดไว้ขาเรียวเล็กเดินถอยหลังทีละก้าวราวกับมันอ่อนแรงลง พร้อมกับร่างบางที่ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ที่มีไว้สำหรับให้ญาติผู้ป่วยนั่งรอ