บทที่ 28 ใส่ร้ายป้ายสี
เมื่อคิดได้ดังนั้น หนิงชิงเฟิ่งก็โกรธจนพูดออกมาว่า “ฉันพูดผิดตรงไหน? พี่สาวที่แสนดีของฉัน ลูกสาวที่น่ารักของพ่อกับแม่ แท้จริงเธอแค่แสร้งทำเป็คนดีไร้เดียงสา แต่ในใจใครจะรู้ว่าเลวร้ายแค่ไหน!
การมีพี่สาวแบบเธอเป็ความอัปยศชั่วชีวิตของฉัน!”
“ถ้าเธอไม่มีอะไรปิดบัง ทำไมเธอถึงตายั้แ่ยังสาว? ตายแล้วก็ยังทิ้งภาระไว้ให้ฉันอีก
ฉันต้องเลี้ยงดูคนแก่สองคน แล้วยังมีเด็กอีกคน เธอคิดอะไรอยู่ ฉันรู้ดี! ตายแล้วยังทิ้งภาระไว้ให้ฉันอีก เธอทำแบบนี้มันไม่ถูกต้อง!”
“เหอะ ฉันว่า ใครจะรู้ว่าเธอตายจริงหรือเปล่า หรือแอบหนีไปกับผู้ชายคนอื่น!”
"เธอกำลังพูดเื่ไร้สาระอะไร?" หนิงเฉิงฮุยซึ่งยังโกรธอยู่กับการกระทำของหนิงชิงเฟิ่ง พอได้ยินคำพูดนี้ก็ยิ่งมีสีหน้าบึ้งตึงมากขึ้น
แต่หนิงชิงเฟิ่งกลับหัวเราะเยาะ เบะปากแล้วพูดว่า
“พ่อ ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อพวกคุณ ถ้าพี่สาวที่แสนดีของฉันไม่ได้ตายจริงๆ แต่ทิ้งพวกคุณไปมีความสุขเองคนเดียว พวกคุณก็คงลำบากมาหลายปีโดยเปล่าประโยชน์”
“เพราะหลังจากที่หนิงชิงอวิ๋นเสียชีวิต ตอนที่ใส่เธอลงในโลงศพ ไม่มีใครสนใจอีกเลยไม่ใช่เหรอ? แล้วก็ฝังไว้บนูเาใกล้ๆ ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?”
ต้องบอกว่าในหมู่บ้านหนิงสุ่ย มีสถานที่บางแห่งที่ชาวบ้านทุกคนต่างหวาดกลัว
หนึ่งในนั้นคือูเาอู๋เกินที่อยู่ด้านหลังหมู่บ้าน
เป็ูเาที่มีสมบัติมากมาย มีคนกล่าวว่าแค่เก็บอะไรก็ได้จากในนั้นก็สามารถร่ำรวยได้ มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็อันตรายมาก สัตว์ป่าชุกชุม หากไม่ระวังก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ ไม่มีใครกล้าไปเดินเล่นที่นั่น
แต่แม่ของหนิงหราน หนิงชิงอวิ๋นถูกฝังไว้ที่นั่น
ตอนนั้น หัวหน้าหมู่บ้านสงสารครอบครัวของหนิงเฉิงฮุย บวกกับที่หนิงชิงอวิ๋นท้องก่อนแต่งงาน ซึ่งเป็การทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของหมู่บ้านหนิงสุ่ย เขาจึงหาชายฉกรรจ์ใจกล้ามาแบกเธอไป
คิดว่าอยากให้เธออยู่ห่างจากหมู่บ้านหนิงสุ่ยมากที่สุด
หนิงเฉิงฮุยก็เห็นด้วยเพราะคิดว่าที่นั่นไม่ค่อยมีคนไป จะได้ไม่รบกวนหนิงชิงอวิ๋น
จริงๆ แล้ว ที่นั่นก็ยังเป็สถานที่ที่ชาวบ้านหวาดกลัวอยู่ดี
หนิงชิงเฟิ่งกลอกตาไปมา แล้วพูดต่อว่า “แล้วฉันก็ได้ยินมาว่า ที่นั่นมีผีด้วยนี่! ไม่รู้ว่าพี่สาวที่แสนดีของฉันจะอยู่ได้อย่างสงบสุขหรือไม่นะ?”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เธอก็เบิกตากว้าง ตัวสั่นเล็กน้อย มองไปที่หนิงหราน แล้วพูดว่า “โอ้ พ่อ แม่ หนิงชิงอวิ๋นจะกลายเป็ผีร้ายหรือเปล่านะ? ไม่อย่างนั้น หนิงหรานตกหน้าผาสูงขนาดนั้น ขาแทบหักแล้วทำไมยังไม่ตายล่ะ?”
“หรือว่าพี่สาวที่แสนดีของฉันกลายเป็ผีแล้วมาปกป้องเธอ?”
หนิงหรานรู้ดีว่าหนิงชิงเฟิ่งกำลังพูดว่าเธอถูกผีสิง
และยังทำให้แม่ของเธอกลายเป็ผีร้ายอีก!
เมื่อหนิงชิงเฟิ่งพูดจบ คนที่ยืนอยู่หน้าประตูก็มองหนิงหรานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
บางคนถึงกับถอยหลังด้วยความกลัว
ในชาติที่แล้ว หนิงหรานได้รับการศึกษาแบบลัทธิมาร์กซ์*[1] มาเป็เวลากว่าสิบปี เธอจึงเป็คนที่เชื่อในวัตถุนิยม
แต่ชาวบ้านเหล่านี้แตกต่างออกไป การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพิ่งกลับมาได้ไม่กี่ปี พวกเขาเป็คนรุ่นเก่าที่ทำงานหนักกลางแดดกลางฝน อ่านหนังสือไม่ออก ยิ่งไม่รู้จักวิทยาศาสตร์
อันที่จริง พวกเขายังคงเชื่อในเื่ผีสางเทวดา
หนิงหรานหัวเราะเยาะอย่างเ็า แล้วเดินกะเผลกไปหาหนิงชิงเฟิ่ง
“เธอจะทำอะไร? อย่าเข้ามานะ!”
ต้องบอกว่า หนิงชิงเฟิ่งกลัวหนิงหรานเข้าแล้ว
เธอไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ความคิดนี้เกิดขึ้น หนิงหรานไม่ใช่หนิงหรานคนเดิมที่ยอมให้เธอด่าทออีกต่อไปแล้ว
ไม่เพียงแต่ฉลาดหลักแหลม ปากไว เท่านั้น แต่ยังลงมืออย่างรุนแรงอีกด้วย
สิ่งนี้ทำให้หนิงชิงเฟิ่งเกลียดจนแทบกัดฟันกรอด
หนิงหรานเดินเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็ว คว้ามือเธอไว้แล้วดึงมือเธอไปข้างหน้าอย่างแรง
“หนิงชิงเฟิ่ง เธอพูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์! บอกมา เธออยากจะขโมยอะไรจากบ้านฉันอีก?!”
หนิงชิงเฟิ่งตกตะลึง เมื่อตั้งสติได้ก็โกรธจนหน้าแดงก่ำ สะบัดมือออกอย่างแรง
"เธอกำลังพูดเื่ไร้สาระอะไร?"
หนิงหรานเหมือนจะคาดการณ์ไว้แล้ว จึงไม่ได้ขัดขืนและถูกหนิงชิงเฟิ่งผลักจนล้มลง
หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูร้องเสียงหลง รีบเข้าไปพยุงหนิงหรานขึ้น
แต่หนิงหรานกลับผลักพวกเขาออก เงยหน้าขึ้นมองด้วยน้ำตาคลอเบ้า
“ฉันพูดอะไร เธอไม่รู้จริงๆ เหรอ? หลายปีมานี้ ทำไมฉันกับตา ยาย ถึงต้องลำบากขนาดนี้ ทำไมบ้านเราถึงไม่มีอะไรเลย เธอไม่รู้จริงๆ เหรอ?”
หนิงชิงเฟิ่งทำหน้าสงสัย “เธอพูดเื่อะไร?!”
"เธอว่าไง!" หนิงหรานตะคอกเสียงดัง เธอจู่ๆ ก็แบมือขวาที่กำแน่นออกมา
ในมือของเธอมีห่อกระดาษเล็กๆ อยู่
หนิงหรานร้องไห้พลางะโ เธอแทบจะงัดทักษะการแสดงที่ฝึกฝนมากว่าสิบปีในชาติที่แล้วออกมาใช้
"เื่แบบนี้ เธอไม่ได้เพิ่งทำเป็ครั้งแรก!"
หนิงชิงเฟิ่งรู้สึกไม่เข้าใจหนักขึ้นไปอีก
แม้แต่จางหลิงหลานก็ยังตกตะลึง
ชาวบ้านที่หน้าประตูต่างมองการกระทำอย่างกะทันหันของหนิงหรานด้วยความสงสัย
หนิงหรานไม่สนใจใคร เธอแกะห่อกระดาษออก ภายในนั้นคือน้ำตาล!
เธอจ้องไปที่หนิงชิงเฟิ่งด้วยความเสียใจอย่างมาก
"ตอนนี้น้ำตาลทรายเป็ของฟุ่มเฟือยสำหรับครอบครัวที่ยากจน สำหรับฉันและตา ยาย เราลำบากใจมากเวลาจะซื้อของกินแต่ละครั้ง
ทุกครั้งที่ซื้อก็ไม่กล้าซื้อมาก แต่เธอล่ะ? เธอเห็นว่าครอบครัวฉันสบายไม่ได้ เห็นครอบครัวฉันมีของแบบนี้ไม่ได้ ทุกครั้งก็จะเอากระดาษไขมา แล้วแอบตักไปห่อเก็บไว้ แอบเอาไป"
"หนิงชิงเฟิ่ง วันนี้ฉันจะไม่เรียกเธอว่าน้าอีก เพราะเธอดูถูกแม่ของฉันและตา ยายของฉัน และเพราะความเลวร้ายของตัวเธอ!
ตา ยายและฉันลำบากมากอยู่แล้ว เธอยังจะมาซ้ำเติมกัน เห็นอะไรในบ้านฉันแล้วก็เอาไป ฉันไม่ยอม เธอก็ตีฉันตา ยายก็ไม่กล้าพูดอะไร!"
"จนถึงตอนนี้ ตา ยายเก็บหอมรอมริบมาได้สักพัก เห็นว่าชีวิตกำลังจะไม่รอด ฉันก็ขาหัก พวกเขาจึงคิดจะซื้อของมาบำรุงร่างกายฉัน แล้วก็ให้ตัวเองได้กินดีๆบ้าง"
"เธอยังคิดจะมาแย่งอีกเหรอ?!"
หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูงงกับสิ่งที่ได้ยิน
เื่นี้เกิดขึ้นั้แ่เมื่อไหร่?
พวกเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก ก็ถูกหลานสาวขัดไว้ ให้พวกเขาอย่าพูด
หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูสบตากันอย่างไม่เข้าใจ แล้วก็ปิดปากเงียบ
ส่วนตัวหนิงชิงเฟิ่งเองก็มึนงงไปหมด
จางหลิงหลานหัวไว ตอนนี้เธอตอบโต้ได้เร็วกว่าหนิงชิงเฟิ่ง เธออ้าปากด่า
"หนิงหราน! แกพูดเื่ไร้สาระอะไร! อยากตายรึไง?!"
หนิงหรานไม่ยอมแพ้ เธอสวนกลับทันที
"ถ้าไม่จริง ทำไมเมื่อครู่เธอถึงผลักฉัน? ทำไมเธอต้องด่าแม่ของฉันเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ?"
หนิงชิงเฟิ่งรู้สึกตัวได้เธอก็โกรธขึ้นมาทันที
"แกไม่อยากมีชีวิตต่อแล้วใช่ไหม? ถึงได้กล้าใส่ร้ายฉัน?! ั้แ่ที่ฉันเข้ามาในบ้านหลังนี้ ฉันเคยแตะต้องของในบ้านแกเมื่อไหร่?!"
ชาวบ้านที่มามุงดูต่างก็รู้สึกทึ่ง
พวกเขาไม่คิดเลยว่าบ้านของหนิงเฉิงฮุยจะครึกครื้นขนาดนี้ เื่ตลกเกิดขึ้นไม่หยุด
เมื่อได้ยินคำพูดของหนิงชิงเฟิ่ง ก็มีคนเห็นด้วย
"จริงด้วย ั้แ่ที่หนิงชิงเฟิ่งเข้ามา เธอก็ไม่ได้แตะต้องอะไรเลย"
"ฉันก็จำได้ว่าเป็แบบนั้น"
"โอ้โห เื่นี้ใหญ่โตจริงๆนะ วันๆ ก็ทะเลาะกัน ไม่รู้ว่าเป็ครอบครัวเดียวกันหรือเปล่า"
หนิงหรานไม่สนใจพวกเขา เธอหัวเราะเยาะ
"ครั้งนี้เธอมา เธอไม่ได้แตะต้องอะไรเลย แล้วก่อนหน้านี้ล่ะ? ก่อนที่ฉันกับตา ยายจะกลับมา เธอต้องเข้ามาแน่ๆ! ไม่อย่างนั้น ฉันจะเอาสิ่งนี้มาจากตัวเธอได้ยังไง?"
พูดจบเธอก็ยกห่อกระดาษในมือขึ้น
หนิงชิงเฟิ่งคิดในใจว่า นี่มันเื่บ้าอะไร!
เธอจะไปรู้ได้ยังไง?
*[1] ลัทธิมาร์กซ์ คาร์ล มาร์กซ์ มีชื่อเสียงจากทฤษฎีเกี่ยวกับทุนนิยม ในประเทศจีน ถูกนำมาปรับใช้เป็อุดมการณ์นำทางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของจีน