ข่าวเื่โรงเรียนเวทมนตร์ Arcanum มาถึงหูเอสใน่บ่ายของวันที่เขากำลังดูบัญชีรายรับจากโครงการอาหารใหม่
ลอเรนวางแผ่นพับบนโต๊ะข้างๆ กองเอกสาร แผ่นพับทำจากกระดาษหนาสีครีม ขอบเย็บด้วยด้ายสีทอง ตรงหน้าปกมีตราสัญลักษณ์รูปหนังสือเปิดที่มีประกายแสงแผ่ออกมาจากตัวอักษร
"โรงเรียน Arcanum รับนักเรียนรอบใหม่ปีนี้ครับ" ลอเรนพูด เสียงระมัดระวังเหมือนคนที่รู้ว่ากำลังจุดไฟ "ผมคิดว่าองค์ชายน่าจะสนใจ"
เอสหยิบแผ่นพับขึ้นมาดูโดยไม่หยุดอ่านบัญชี
Arcanum — โรงเรียนเวทมนตร์อันดับหนึ่งของโลกนิตา ตั้งอยู่ห่างออกไปหนึ่งเดือนทางม้า รับนักเรียนอายุสิบสี่ถึงยี่สิบปี หลักสูตรสามปีครอบคลุมทุกสายพลังั้แ่พื้นฐานจนถึงระดับสูง
เขาวางบัญชีลง
"จัดนัดเข้าเฝ้าพระราชบิดาพรุ่งนี้เช้า"
ห้องเฝ้าพระาา โต๊ะยาวเต็มด้วยขุนนางเจ็ดคน เอสนับในใจ ซึ่งหมายความว่าพระราชบิดาคาดว่าจะมีการถกเถียง
าา Lungo นั่งที่หัวโต๊ะในชุดคลุมสีน้ำตาลทอง ใบหน้าแกะสลักแบบคนที่เคยตัดสินใจหนักมาทั้งชีวิต พระองค์จ้องดูเอสอยู่สักครู่ก่อนพูด
"นั่งก่อน"
เอสนั่ง จิวยืนอยู่ด้านหลังเงียบเหมือนเงา
"Arcanum" าาพูดชื่อโรงเรียนออกมาช้าๆ "สามปี ห่างจากเมืองหลวงหนึ่งเดือน ระหว่างที่ยังมีคน้าชีวิตเ้า"
"ผมทราบครับ"
"แล้วยังจะไป?"
"ครับ"
ขุนนางคนหนึ่งชื่อ Crest — ชายผมขาวที่ไม่เคยชอบหน้าเอสั้แ่วันแรกที่จิวเข้าวัง — ถือโอกาสเสริม "องค์ชายยังทรงเยาว์ การออกนอกเมืองในสภาวะนี้เป็ความเสี่ยงที่ไม่จำเป็ โรงเรียนเวทมีในเมืองหลวงหลายแห่ง"
"ไม่มีแห่งไหนเทียบ Arcanum ได้" เอสพูดตรงๆ ไม่แสดงว่ารู้สึกอะไรกับ Crest "และถ้าผมจะใช้พรที่มือซ้ายให้เกิดประโยชน์จริง ผมต้องเรียนรู้ให้ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ลองผิดลองถูกในวัง"
าา Lungo เงียบ พระองค์มองลงไปที่มือซ้ายของเอสที่วางบนโต๊ะ ตรา Ω ไม่ได้ส่องแสงในตอนนี้ แต่ทุกคนในห้องนี้รู้ว่ามันอยู่ที่นั่น
"ปัญหาไม่ใช่การเรียน" าาพูดเบาลง "ปัญหาคือระหว่างทาง คนที่้าชีวิตเ้ายังไม่ถูกจับ"
เอสรอให้พระราชบิดาพูดจบก่อน จากนั้นจึงพูด
"ผมรู้ครับ นั่นคือเหตุผลที่ผมอยากออกไป"
ห้องเงียบลง
"ถ้าพวกเขายังอยู่ในเมืองหลวง เราจะหาไม่เจอ คนพวกนี้ฉลาดพอที่จะซ่อนตัว แต่ถ้าผมเดินทางออกไป — ออกไปอย่างชัดเจน ไม่ปิดซ่อน — พวกเขาต้องเคลื่อนไหว และเมื่อพวกเขาเคลื่อนไหว จิวจะจัดการ"
าาหันมามองจิวที่ยืนอยู่ด้านหลัง
จิวไม่พูดอะไร แค่ยืนนิ่ง แต่มีอะไรบางอย่างในท่วงท่าที่ทำให้ขุนนางบางคนขยับเก้าอี้โดยไม่รู้ตัว
"เ้า้าใช้ตัวเองเป็เหยื่อล่อ" าาพูดตรงๆ
"ผม้าเดินทางไปโรงเรียนครับ" เอสแก้คำ "สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางเป็เื่รอง"
Crest เปิดปากจะพูดอีก แต่าา Lungo ยกมือขึ้น
ทุกคนเงียบ
พระองค์นั่งพิงหลังพนักเก้าอี้ จ้องมองลูกชายอยู่นานพอที่เอสจะรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่การประเมินแผน แต่เป็การดูว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าคือใคร
"กองคุ้มกันสิบคน" าาพูดในที่สุด
"สี่คนครับ" เอสต่อรอง "มากกว่านั้นดูเหมือนขบวนราชวงศ์ คนที่ตามเราจะไม่กล้าเคลื่อน"
"หก"
"ห้า"
าา Lungo เงียบสักครู่ แล้วพยักหน้าเพียงครั้งเดียว
เอสออกจากห้องเฝ้าก่อนที่ขุนนางจะทำทีท้วงอีกรอบ จิวตามออกมาเงียบๆ ทั้งสองเดินผ่านทางเดินหินยาวก่อนที่จิวจะพูดขึ้น
"ห้าคนไม่พอ"
"รู้" เอสพูดสั้น
"แล้วทำไมต่อรองมาเป็ห้า"
"เพราะหกคนก็ไม่พอเหมือนกัน แต่ห้าคนเบาพอที่จะเคลื่อนได้เร็ว" เอสชะลอฝีเท้า "ถ้าคนที่ตามเราเก่งพอจะฆ่าผ่านกองคุ้มกันหกคน พวกเขาจะฆ่าผ่านสิบคนได้ด้วย ต่างกันแค่ว่าสิบคนจะช้ากว่า"
จิวเงียบอยู่สักครู่
"คุณคิดแบบนี้มาั้แ่เมื่อไร"
"มาั้แ่รู้ว่าตัวเองเป็เป้า" เอสพูดเฉยๆ ราวกับกำลังพูดเื่สภาพอากาศ "คนที่ปกป้องตัวเองได้ดีที่สุดไม่ใช่คนที่ซ่อนตัวอยู่ในป้อม แต่คือคนที่รู้ว่าศัตรูอยู่ที่ไหนก่อนที่ศัตรูจะรู้ว่าตัวเองถูกมองเห็น"
จิวมองเขา
เอสหันมายิ้มเล็กน้อย "ไปด้วยกันไหม? หนึ่งเดือนทางม้า Arcanum รับนักเรียนใหม่ด้วย ถ้าอยากลงทะเบียน"
จิวไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
"ไป"
สี่วันต่อมา ขบวนเล็กออกจากประตูเมือง Kaldi ใน่รุ่งสาง
มีรถม้าและม้าห้าตัว สัมภาระมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่มีธงราชวงศ์ ไม่มีเสื้อคลุมสีทองที่จะบอกว่าใครกำลังเดินทางอยู่ กองคุ้มกันห้าคนนุ่งชุดนักเดินทางธรรมดา
เอสอยู่บนรถม้ากับจิวอยู่ข้างๆ
ตอนที่ประตูเมืองปิดข้างหลัง เอสมองออกไปที่ถนนดินยาวที่ทอดตัวไปจนหายในป่า
หนึ่งเดือน ระหว่างทางอาจมีคนรอฆ่าอยู่ ปลายทางคือโรงเรียนที่เขายังไม่รู้ว่าจะต้อนรับเขาอย่างไร
"ในโลกที่แล้ว" เอสพูดเบาๆ โดยไม่ได้ตั้งใจให้ใครได้ยิน "พ่อบอกว่าวิชาที่หนักที่สุดไม่ได้อยู่ในหนังสือ"
จิวข้างๆ ได้ยิน แต่ไม่ถาม แค่ขี่ม้าตามต่อไป
และนั่นก็เพียงพอแล้ว
คืนที่สิบสี่ของการเดินทาง
รถม้าแล่นเข้าสู่ป่าทึบที่ต้นไม้ใหญ่ขึ้นชิดกันจนแสงจันทร์แทบไม่รอด แสงคบเพลิงสองดวงที่ม้าหน้านำหิ้วไว้ส่องได้แค่สิบก้าวข้างหน้า ความมืดที่เหลือนั้นแน่นและทึบเหมือนกำแพง
แล้วเอสก็สังเกตเห็น
ป่ารอบข้างเงียบ
ไม่ใช่เงียบธรรมดา แต่เงียบแบบที่ผิดปกติ ก่อนหน้านี้ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมามีเสียงจิ้งหรีด เสียงนกกลางคืน เสียงกิ่งไม้ที่กระทบกันในลม แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรเลย แม้แต่ลมก็ไม่พัด ใบไม้ไม่ขยับ ราวกับทุกอย่างรู้บางอย่างที่คนในรถม้ายังไม่รู้ แล้วเลือกที่จะหยุดนิ่งรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เอสวางมือลงบนถุงใบมะขามข้างตัวเบาๆ โดยไม่แสดงออก
"จิว"
"ผมรู้สึกแล้วครับ" จิวพูดเบาก่อนที่เอสจะพูดต่อ
ทั้งคู่ไม่พูดอะไรอีก
สิบวินาที ยี่สิบวินาที รถม้ายังแล่นต่อไปในความเงียบที่หนักขึ้นทุกขณะ คนขับรถม้าขยับในที่นั่งแต่ไม่พูด กองคุ้มกันมือเริ่มเลื่อนไปใกล้ด้ามดาบ
แล้วคบเพลิงก็ลุกขึ้นพร้อมกันจากสองข้างทาง
ไม่ใช่หนึ่งดวง ไม่ใช่สิบดวง แต่เป็แสงที่วาบขึ้นพร้อมกันเป็แนวยาวตลอดสองข้างถนน จนป่าที่มืดสนิทเมื่อกี้สว่างขึ้นทันที เอสเงยหน้า แล้วหัวใจก็วูบลงหนึ่งจังหวะ
หนึ่งร้อย สองร้อย สามร้อยกว่า
เขารู้ว่าจะโดนดัก แต่ไม่คิดว่าจะทุ่มขนาดนี้
แล้วเขาก็เข้าใจทันที พวกมันรู้ว่าจิวคือผู้พิชิต จึงส่งคนมาเยอะเพื่อหยุดจิวโดยเฉพาะ
เอสหายใจลึก กดความสั่นในอกลงไป หนีไม่ได้ งั้นก็ต้องฝ่า
"จิว"
"ครับ"
"ยื้อเวลาให้ฉัน"
จิวะโลงจากรถม้า เดินออกไปยืนกลางถนนอย่างเงียบๆ ไม่รีบ เหมือนคนที่รู้ว่ายืนอยู่ตรงไหน แล้วปล่อยจิตแห่งดาบออกมา
แรงกดดันแผ่ออกไปทันที อากาศหนักขึ้น คนด้านหน้าชะงัก บางคนทรุดเข่า บางคนหายใจไม่ออก
แต่จำนวนคือสามร้อย
พวกมันชะงัก แล้วก็พุ่งเข้ามา
กองคุ้มกันห้าคนที่ตามมาด้วยดึงดาบออกรับ พวกเขาสู้ด้วยฝีมือ สู้ด้วยความกล้า แต่สู้ไม่ได้ด้วยจำนวน หนึ่งในนั้นล้มลงโดยไม่มีเสียงร้อง แค่ล้มลงกลางถนนเหมือนไม่มีแรงยืนอีกต่อไป อีกคนยังพยายามยืน มือกุมาแที่สีข้าง ก้าวถอยหลังทีละก้าว ก่อนจะถูกกลืนหายไปในฝูงคนที่พุ่งเข้ามาไม่หยุด
เอสกัดฟัน คว้าถุงใบมะขามขึ้นมา กำแน่น
"สิ่งที่หลับอยู่ จงตื่น สิ่งที่นิ่งอยู่ จงเคลื่อน สิ่งที่เป็ใบไม้ จงรู้จักลม"
ใบมะขามร้อนขึ้น แล้วกลายเป็ต่อแตน สิบ ยี่สิบ ห้าสิบ ฝูงพุ่งออกไปทันที
ด้านหน้า จิวฆ่าแล้ว
ดาบเหล็กฟาดลงอย่างแม่นยำ ท่าทางไม่มีเยื้อง ไม่มีแรงเกิน ทุกการเคลื่อนไหวประหยัดและแม่น หนึ่งคน ห้าคน สิบคนล้มลง ยี่สิบ สามสิบ สี่สิบ เืกระเซ็นลงพื้นดิน แต่คนก็ยังเข้ามาไม่หยุด
ห้าสิบ หกสิบ เจ็ดสิบ
เอสเห็นชัดหลังจากคนที่เจ็ดสิบล้มลง
ดาบของจิวไม่เคยหยุด แต่ร่างกายเริ่มหยุด จังหวะยังแม่นอยู่ แต่แรงเริ่มตก เหมือนเครื่องจักรที่ยังทำงานได้แต่กำลังจะพัง ไหล่ที่ตั้งตรงตลอดเริ่มห้อยลงนิดหนึ่ง หายใจแรงขึ้นนิดหนึ่ง และในเสี้ยววินาทีระหว่างการฟาดดาบครั้งหนึ่งกับอีกครั้ง มีช่องว่างเล็กๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน
"แย่แล้ว"
แล้วเอสก็เห็นบางอย่างด้านหลังของศัตรู ชายสิบคนยืนเรียงกัน หยิบขวดเล็กๆ ออกมา แล้วเทของเหลวใสๆ ลงบนฝ่ามือ ของเหลวที่ดูหนืดเล็กน้อย สะท้อนแสงคบเพลิงแปลกๆ เหมือนน้ำแต่ไม่ใช่น้ำ
เอสขมวดคิ้ว สัญชาตญาณบอกว่าอันตราย
วงแหวนเวทสีแดงปรากฏขึ้น ไฟพุ่งออกมาจากมือพวกมัน สว่างวาบกลางความมืด ฝูงต่อแตนถูกเผา ตกลงเป็เถ้า
เอสนิ่งไปชั่วขณะ
เวทมนต์
สถานการณ์เริ่มพัง จิวกำลังจะไม่ไหว ต่อแตนโดนเผา ถ้าเป็แบบนี้ต่อจบแน่
มือซ้ายของเขาอุ่นขึ้น แล้วร้อน แสงสีทองแผ่ออกมาเงียบๆ และลมก็พัดมา แรง เปลี่ยนทิศของไฟ เปลวเพลิงย้อนกลับ ต่อแตนที่ติดไฟพุ่งกลับไป เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันที แนวรบแตก คนสามร้อยเริ่มหนี
"จิว! ขึ้นรถ!"
จิวถอยกลับ ก้าวช้า ช้ากว่าปกติชัดเจน ขึ้นรถแล้วทรุด หายใจแรง
เอสขึ้นตาม ตวัดสายม้า รถม้าพุ่งออกไป เสียงด้านหลังค่อยๆ หายไปในความมืด
เอสมองจิว ซีด เหนื่อย หมดแรง
"แค่เจ็ดสิบ" เขาพึมพำ
สำหรับคนอื่นนี่คือจำนวนที่น่ากลัว แต่สำหรับผู้พิชิตมันยังไม่พอ และจิวรู้ดีกว่าใคร
แสงสีทองจากมือซ้ายแผ่ออกมาอีกครั้ง อุ่นกว่าเดิม หนักกว่าเดิม เอสรู้สึกได้ว่ามันดึงบางอย่างจากตัวเขาออกไปมากกว่าครั้งก่อน แต่ก็ปล่อยให้มันไหลต่อ
จิวหายใจช้าลง แล้วหลับไป
เอสหันไปมองถนนข้างหน้า มืด เงียบ แต่ในหัวไม่เงียบ
น้ำแปลกๆ นั่นคืออะไร เวทมนต์แบบนั้น้าสารกลางหรือเปล่า แล้วลมเมื่อกี้ — ไม่ใช่เื่บังเอิญ มือซ้ายตอบสนองก่อนที่เขาจะคิดสั่ง
เขามองฟ้า ดาวเต็มท้องฟ้า
"...เหมือนดวงจะเข้าข้างฉัน"
รถม้าแล่นต่อไป มุ่งสู่ตะวันออก สู่ Arcanum และคำตอบที่เขายังไม่รู้ว่าจะชอบหรือไม่เมื่อได้รับมัน