………………………..
(บนถนนย่านชานเมือง)
รถเก๋งคันงามแล่นเร็วพอประมาณ ภายในนั้นปรากฏกายของคุณนายสาวสุดเซ็กซี่ในชุดเดรสแดง ส่วนอีกคนเป็หญิงสาววัย 20 ปลาย 30 ต้นที่ปกปิดเรือนร่างด้วยเสื้อยืดรัดรูปสีขาวและกางเกงยีนส์ขาสั้นสีเทา ซึ่งร่นสูงจนเกือบถึงสามเหลี่ยมทองคำ ใบหน้ากลมมนดูขาวเนียนและเกลี้ยงเกลา ดวงตาเล็กหยีบ่งบอกถึงเชื้อสายัที่อยู่ในตัว คิ้วโก่งงอนดั่งคันศร โดยรวมแม้เธอจะมีอายุมากไปซักนิด แต่ก็จิ้มลิ้ม น่ารักอยู่ไม่น้อย สองขายกขึ้นไขว่ห้าง พร้อมเอียงคอมองเพื่อนสาวที่ทำหน้าที่พลขับ
“ ยังกลัวอยู่เหรอ นังหมอน ”
“ เออ ดิวะ แม้อาจารย์จะมีกิตติศักดิ์ด้านความซื่อสัตย์ แต่ก็ใช่ว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ จะเชื่อใจกันง่ายๆได้ยังไง ชั้นถึงต้องชวนแกมาด้วยยังไงล่ะ ยัยซิ้ม ” คุณนายศรีสมรตอบแบบสะบัดๆ
“ อืม…..แต่การันตีเลยว่าอาจารย์คนนี้เด็ดสุดๆ เชื่อมั้ย ชั้นเองก็เคยมีปัญหาผัวหนีแบบแกมาก่อน แต่พอเข้าพิธี ปรากฏว่า……” สาวหมวยร่างอวบกรีดปากกรีดคอพูดกับเพื่อนรักด้วยจริตจะก้านที่ชวนเขมือบ แต่ไม่ทันจบประโยค เสียงโทรศัพท์มือถือที่คอนโซลหน้ารถก็ดังขึ้น
“ กริ๊ง……… ”
สาวซิ้มยกมือถือขึ้นดูแวบนึง ก่อนกล่าวกับเพื่อนสาว พร้อมรอยยิ้ม
“ ขอตัวก่อนนะ พอดีผัวโทรมาน่ะ ฮิๆ ”
“ เชอะ ตามสบายเลยย่ะ นังซิ้ม ” คุณนายสายสมรเปิดทาง น้ำเสียงขุ่นเคือง เพราะรู้สึกอิจฉาสุดใจ
ซิ้มเหลือบมองเพื่อนสาวด้วยหางตา ประกายแฝงแววยิ้มเยาะ จากนั้นก็กดรับสาย
“ ซิ้มเหรอ นี่โต้งนะ วันนี้ซิ้มจะกลับบ้านกี่โมง ” เสียงชายหนุ่มที่ปลายสายดังขึ้น
“ อ้อ…..ก็น่าจะหัวค่ำน่ะ พอดีซิ้มมีธุระที่ต้องทำกับเพื่อน โต้งกินข้าวไปก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอ ” ซิ้มตอบเสียงใส พร้อมส่งสายตาเย้ยหยันไปให้เพื่อนสาวที่ลอบชำเลืองมองเป็ระยะ
“ โอ๊ย….. ไม่ได้ซิ ยังไงก็จะรอซิ้มกลับมา นี่โต้งยกเลิกนัดกับพวกเพื่อนๆแล้วนะ เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับซิ้มแบบสองต่อสองตลอดทั้งสัปดาห์ ” ปลายสายแฝงแววเว้าวอน ราวกับทั้งคู่ยังอยู่ใน่ข้าวใหม่ปลามัน
“ เฮ้อ…. งั้นยอมก็ได้ โต้งรอซิ้มหน่อยแล้วกัน แต่บอกไว้ก่อนนะว่า…..รอนานมาก ” ซิ้มแสร้งถอนหายใจเบาๆ ทว่าภายในกลับนึกกระหยิ่มยิ้มย่องที่ได้อวดเพื่อนสาวให้รู้ว่า……..ผัวหนุ่มหลงใหลในตัวเธอมากแค่ไหน
“ อย่าให้รอนานเกินไป เพราะโต้งหิวมากเลย ” เสียงชายหนุ่มที่ปลายสายยังคงเว้าวอนไม่เลิก
“ อ้าว….. หิวก็กินไปก่อนสิ ซิ้มบอกแล้วไงว่า….ไม่ต้องรอ ” สาวหมวยร่างอวบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แรงขึ้น เพราะนึกฉุนที่แฟนหนุ่มพูดไม่รู้เื่
“ โต้งจะกินได้ยังไงล่ะ เพราะสิ่งที่อยากจริงๆ มันไม่ใช่ข้าว แต่เป็ตัวซิ้มต่างหาก ” หนุ่มปลายสายเฉลยความในใจอย่างอุกอาจชนิดไม่เกรงใจคุณนายสายสมรที่กำลังอ้าปากเหวอ ส่วนซิ้มเองก็ดูจะอึ้งๆอยู่เหมือนกัน แต่พอตั้งสติได้ เธอก็ตอบตะกุกตะกักใบหน้าแดงก่ำ
“ บ้า ซิ้มอายนะ แค่นี้แหละ คืนนี้ค่อยคุยกัน ”
พอซิ้มพูดจบ เธอก็รีบตัดสาย พร้อมนั่งเงียบ ดวงตาเล็กหยีมองตรงไปข้างหน้า มุมปากแย้มยิ้มน้อยๆด้วยอาการขวยเขิน
“ อั่นแน่ มีนัดกุ๊กกิ๊กกันซะด้วย ดีจริงๆเลยนะที่รักกันมากขนาดนี้ ว่าแต่พวกแกจะสนุกสนานกันซักกี่ดอกยะ ” คุณนายสาวแซวเพื่อนรักด้วยเสียงที่แหลมสูง แน่นอนว่าซิ้มไม่ตอบ แต่กลับบ่ายเบี่ยงไปเื่อื่น
“ ถ้าแกได้เข้าพิธีกรรม ชั้นเชื่อว่า……ผัวของแกก็จะรักจะหลงไม่ต่างกัน ”
“ ทั้งรักทั้งหลงชนิดที่….ไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนเลยน่ะเหรอ หึ หึ หึ ” คุณนายคนสวยแกล้งตีสีหน้ายั่วเย้า พร้อมกระเซ้าเย้าแหย่อย่างต่อเนื่อง
“ ไอ้บ้า เงียบไปเลย ” ซิ้มตวาดกลับ ใบหน้าแดงก่ำ เพราะทั้งเขินทั้งฉิว แต่คุณนายสาวไม่ยอมหยุด เธอแหย่ต่ออีกหลายดอก
………………………
สองสาวพราวเสน่ห์ใช้เวลาอยู่บนท้องถนนได้ไม่นาน พวกเธอก็ถึงจุดหมายปลายทาง นั่นก็คือบ้านทรงไทยเก่าแก่หลังหนึ่ง อาณาเขตโดยรอบประกอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่นับสิบ มีม้านั่งที่ทำจากหินอ่อนตั้งอยู่ริมบันไดทางขึ้นเรือน
คุณนายสาวจอดรถ จากนั้นก็ชะเง้อมองข้ามรั้วไม้เล็กๆ ซึ่งสูงไม่เกินอก เพื่อสำรวจโดยละเอียด พวกเธอรู้สึกว่าบ้านทรงไทยยกพื้นสูงดูอึมครึมและเคร่งขลังยังไงชอบกล โดยเฉพาะสายสมร เธออยากจะหนีกลับสุดๆ เพราะหวาดหวั่นกับสภาพแวดล้อมที่ชวนขนลุก
“ เอ่อ…..ยัยซิ้ม ใช่ที่นี่จริงๆเหรอ ทำไมมันดูหลอนแบบนี้ล่ะ ” คุณนายศรีสมรสะกิดสีข้างของสาวหมวย ปากก็ถามถี่รัว
“ เออ ก็ใช่อ่ะดิ แกอย่าลืมสิว่าเรามาหาผู้ชำนาญทางด้านไสยศาสตร์ ไม่ได้มาเที่ยวสวนสนุกหรือห้างสรรพสินค้า ดังนั้นถ้าบ้านของอาจารย์จะดูหลอนไปบ้าง มันก็ไม่น่าแปลกเลยซักนิด ” ซิ้มตอบกลับเนือยๆ ถึงกระนั้น เธอก็แอบลูบขนแขนที่กำลังตั้งชัน ในใจรู้สึกสยองไม่แพ้เพื่อนสาว
“ เอ่อ ชั้นขอ….กลับบ้านก่อนดีกว่า ” คุณนายสาวนึกเปลี่ยนใจ เพราะรู้สึกกลัวจับจิตจับใจ
“ ไอ้บ้า ถ่อมาถึงขนาดนี้แล้ว ยังจะถอยหนีอีก แกไม่อยากได้ผัวกลับมารึไงวะ ” ซิ้มเริ่มตวาดเสียงแหลม ซึ่งก็ได้ผล คุณนายสาวเริ่มหายกลัวและตั้งสติได้มากขึ้น เธอจึงพยักหน้า พร้อมตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นเทา
“ โอเค ไปก็ไป ”
ทั้งสองก้าวเข้าเขตบ้าน ทันทีที่เท้าของศรีสมรััพื้น เธอก็รับรู้ได้ถึงลมเย็นที่พัดผ่านกาย สิ่งนั้นทำให้สาวใหญ่วัยสะคราญรู้สึกใจนต้องหันมาไถ่ถาม
“ เอ๊ะ! แก นี่มัน….”
“ อย่าพูด อย่าทัก ตามชั้นมาเดี๋ยวนี้ ” ซิ้มชิงตอบด้วยน้ำเสียงเครียดขึ้ง ซึ่งเมื่อดูจากท่าทีที่จริงจัง ทำให้คุณนายสาวจำต้องเก็บสิ่งที่สงสัยไว้ในใจ พร้อมเดินตามเพื่อนสาวไปติดๆ
ทั้งสองมาถึงบันไดทางขึ้น คุณนายสาวจึงพบว่าบ้านหลังนี้ดูใหญ่และเก่าแก่กว่าที่เห็นในตอนแรกอยู่หลายเท่า ไม้แต่ละท่อนที่เอามาสร้าง ล้วนมีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี แต่ไม่ทันได้ทำอะไร โสตประสาทก็แว่วเสียงใสๆจากบนเรือน
“ สวัสดีค่า…… พี่ซิ้มใช่มั้ยคะ ตอนนี้อาจารย์ว่างอยู่พอดี เชิญค่ะ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
