ตอนที่ 11
เข้าบ่อนพนัน
วันนี้แม่นมหวังเข้ามาส่งผ้าปักส่วนที่ทำค้างไว้ ให้ร้านขายผ้าในอำเภอชิงเสียน และบอกว่าต่อไปตนจะไม่ปักผ้ามาขายแล้ว ทำให้เ้าของร้านรู้สึกเสียดายมาก เพราะงานปักของแม่นมหวังประณีตงดงาม ทำให้ลูกค้าชื่นชอบและขายได้ราคาดี
ทางด้านถิงเอ๋อร์ที่ติดตามมาด้วย อาศัย่ที่แม่นมหวังกำลังยุ่งขอปลีกตัวไป โดยอ้างว่าจะไปปลดทุกข์
แม่นมหวังปรายตามองแวบเดียวก็โบกมืออนุญาต ก่อนหน้านี้คุณชายกำชับมาว่าตอนเข้าเมือง ถ้าถิงเอ๋อร์ขอปลีกตัวไปก็ให้อนุญาต ถึงนางจะไม่เข้าใจว่าทำไม แต่ก็ทำตามที่คุณชายบอกแต่โดยดี
พอออกมาจากร้านผ้า ถิงเอ๋อร์ก็รีบไปที่ร้านยาที่ใกล้ที่สุด แล้วขอให้ท่านหมอที่อยู่ประจำร้านตรวจสอบพิษในร่างกายให้ แต่ไม่ว่าจะให้หมอตรวจกี่ครั้ง ผลก็ออกมาเหมือนเดิม คือนางไม่ได้ถูกพิษ
ได้ยินที่ท่านหมอพูด นางกลับไม่ได้รู้สึกดีใจ เพราะท่าทางของคุณชายก่อนหน้านี้เหมือนไม่ได้โกหก ที่บอกว่าพิษในตัวนางจะกำเริบทุกสิบห้าวัน และความเ็ปทรมานที่ได้รับก่อนหน้านี้ก็เป็ของจริง แต่การที่หมอตรวจไม่เจอพิษ ทำให้นางรู้สึกงุนงง ไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี
ถิงเอ๋อร์ตัดสินใจว่าจะรอดูอีกสิบห้าวัน ถ้าไม่มีอาการอะไร แสดงว่าคุณชายโกหกและเพียงแค่ข่มขู่ให้นางพูดความจริงเท่านั้น แต่ถ้าครบกำหนดแล้วพิษกำเริบ แสดงว่าฝีมือคุณชายร้ายกาจกว่าหมอในเมืองมาก นางจะทำให้คุณชายขุ่นเคืองไม่ได้เป็อันขาด!
พอทั้งสองคนกลับมาถึงบ้านสกุลจางในตอนเย็น จางมู่หลินก็มองสาวใช้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่เป็ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
ทันทีที่เห็นรอยยิ้มของคุณชาย ถิงเอ๋อร์ก็เย็นวาบที่หลังคอ รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจนก้าวขาไม่ออก ที่แท้คุณชายก็รู้ทุกอย่าง วันนี้ถึงได้อนุญาตให้นางเข้าเมืองไปพร้อมกับแม่นมหวัง เพราะรู้ดีว่านางจะต้องไปให้หมอตรวจพิษในร่างกาย!
ตอนนี้นางรู้ซึ้งแล้วว่าคุณชายเป็คนที่ร้ายกาจที่สุด และไม่ควรตอแยด้วย ส่วนเื่พิษก็น่าจะเป็เื่จริง ไม่ใช่แค่คำขู่
ตอนแรกนางยังมีความหวัง หวังว่าจะสามารถหลบหนีจากคุณชายและขอความช่วยเหลือจากฮูหยินรองได้ แต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่าตนเองไม่มีโอกาส ถ้ายังมีใจเป็อื่นไม่ยอมทำตามคำของคุณชาย นางมีแค่ทางตายสถานเดียว!
เมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าตนเองไม่มีหนทางรอด ถิงเอ๋อร์ก็นำเอาห่อยาพิษที่ว่างเปล่ามามอบให้คุณชาย เพื่อแสดงความจริงใจ รวมไปถึงจดหมายที่ฮูหยินรองให้คนนำมาส่งให้ ก่อนที่จะออกจากเมืองหลวงเมื่อสามปีก่อนด้วย
จางมู่หลินรับเอาห่อยาพิษกับจดหมายมาเก็บไว้ โดยไม่ได้ปริปากพูดอะไร แล้วบอกให้นางออกไป เขาตรวจสอบผงยาพิษที่เหลือติดกระดาษห่อเพียงเล็กน้อย พบว่าเป็พิษที่ค่อนข้างร้ายกาจเลยทีเดียว แต่ใช่ว่าจะไม่มียาถอน น่าเสียดายที่จางมู่หลินคนเดิมไม่ได้รู้ตัวว่าถูกพิษ ไม่เช่นนั้นอาจจะมีหนทางรักษา ส่วนหลินโหรวที่เป็มารดา ถึงจะรู้ว่าถูกพิษแต่ก็สายเกินไป
เขาเก็บห่อยากับจดหมายไว้ในแหวนมิติ ตัดสินใจไม่บอกเื่ที่ถิงเอ๋อร์เป็คนวางยาพิษกับแม่นมหวังและเสี่ยวเฉิน เพราะคิดว่ายังไม่ถึงเวลา ถ้าบอกออกไปตอนนี้ เกรงว่าแม่นมหวังจะทนความโกรธแค้นไม่ไหว ทำได้แค่บอกให้ทั้งสองคนระมัดระวังและคอยจับตาดูนางเอาไว้...
❈
วันนี้จางมู่หลินก็ไปที่เมืองอวิ๋นหยางโดยใช้ทางตัดผ่านูเาเหมือนเช่นทุกวัน ตอนนี้เขาชินกับการลงหน้าผาแล้ว ไม่จำเป็ต้องใช้ต้นไม้หรือเถาวัลย์ในการผ่อนแรง
หลายวันมานี้เขาสำรวจถนนสายหลักในเมืองไปพอสมควร ถนนแต่ละเส้นเต็มไปด้วยร้านค้าและแผงลอยเต็มสองข้างถนน แผงลอยข้างถนนส่วนมากจะขายของกินผักปลาและเครื่องประดับ มีบางร้านที่ขายของเล่นแปลกใหม่ นอกจากนั้นยังมีการแสดงริมถนนที่มีคนมุงดูจนแน่นขนัด รวมไปถึงคนที่ตั้งโต๊ะทำนายดวงชะตาที่พบเจอได้หลายจุด
“คุณชายน้อย สนใจตรวจดูดวงชะตาสักหน่อยหรือไม่ ข้าดูแล้วคุณชายน้อยกำลังมีโชควาสนาใหญ่หลวง…” ชายวัยกลางคนเครายาวที่ตั้งโต๊ะทำนายดวงชะตาคนหนึ่งร้องเรียกจางมู่หลินที่เดินผ่าน
“ไม่ละ ข้าไม่สนใจ” จางมู่หลินปฏิเสธและเดินต่อโดยไม่สนใจหันกลับไปมอง แค่เื่ทำนายโชคชะตา เขาเองก็สามารถทำนายได้ และมั่นใจได้ว่าแม่นกว่าคนที่ดูเหมือนนักต้มตุ๋นคนนั้นแน่นอน
ชายเครายาวผู้นั้นเห็นว่าทำการค้าไม่ได้ผลจึงหันไปร้องเรียกสตรีที่เดินผ่านมาแทน “ฮูหยินท่านนี้ สนใจตรวจดูดวงชะตาสักหน่อยหรือไม่ ข้าดูแล้วฮูหยินกำลังมีโชควาสนาใหญ่หลวง…”
สตรีผู้นั้นได้ยินว่าตนเองกำลังมีโชควาสนาก็ลังเลชั่วครู่ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ให้ทำนายดวงชะตา
จางมู่หลินที่ประสาทััเฉียบคมและได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นด้านหลัง ก็ส่ายหน้ายิ้ม ๆ คนที่อ้างตัวว่าเป็ผู้วิเศษรู้เห็นลิขิต์มักพูดกับทุกคนเหมือนกันหมด ถ้าใครจิตใจไม่แข็งแกร่งพอก็จะถูกหลอกได้ง่าย ๆ แต่เขาก็ไม่คิดจะเปิดโปงหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยว
ก่อนหน้านี้เขาสำรวจถนนเส้นหลักไปแล้ว วันนี้เลยลองไปสำรวจถนนสายเล็กที่ไม่สะดุดตาดู พอเดินมาถึงตรอกเส้นเล็กฝั่งตะวันตกของเมือง ก็เห็นบุรุษหลายคนเดินเข้าออกตึกสองชั้นขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ด้านในมีเสียงลอดออกมาเป็ระยะ ดูท่าทางครึกครื้นไม่เบา
บ่อนพนัน?
พอรู้ว่าที่นี่เป็บ่อนพนัน จางมู่หลินก็เดินเข้าไปด้วยความสนใจ มีหลายคนเห็นเขายังเด็กก็หันมามองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปจดจ่ออยู่กับการพนันตรงหน้าต่อ ในบ่อนมีทั้งทอยลูกเต๋า ไพ่ กำถั่ว หมากกระดาน กัดจิ้งหรีด และการพนันอีกหลากหลายอย่าง แต่ละโต๊ะมีคนรุมล้อมจนแน่นขนัด
“แทงสูงแทงต่ำ ความร่ำรวยรออยู่ตรงหน้า รีบลงเงินเร็วเข้า…” คนที่รับหน้าที่ทอยลูกเต๋าโต๊ะด้านหน้าส่งเสียงร้องเรียก บุรุษหลายคนที่มุงอยู่หน้าโต๊ะต่างลงเงินด้วยสีหน้าคาดหวัง
พอเห็นว่าไม่มีคนลงเงินเพิ่ม คนทอยเต๋าก็เปิดถ้วยให้เห็นลูกเต๋าสามลูกที่วางเรียงกัน คนที่ลงพนันต่างจ้องมองถ้วยที่กำลังเปิดออกอย่างลุ้นระทึก ถ้าแต้มลูกเต๋ารวมกันได้ไม่เกินสิบแต้มคือต่ำ ถ้าเกินสิบแต้มขึ้นไปคือสูง พวกเขาต่างภาวนาให้ตนทายถูก
“สูง! ครั้งนี้ไม่ได้ ครั้งหน้าเอาใหม่ หนทางรวยรออยู่ข้างหน้า…” คนทอยลูกเต๋าพูดพลางใช้ไม้ยาวกวาดตั๋วแลกเงินกับก้อนเงินที่กองอยู่ฝั่งต่ำเข้ามาเก็บ แล้วจ่ายเงินให้กับคนที่ทายสูง คนที่แทงต่ำได้แต่ส่งเสียงด้วยความเสียดาย ส่วนคนที่แทงสูงต่างแสดงสีหน้ายินดีออกมา
จางมู่หลินเดินสำรวจจนทั่วบ่อนพนัน ก่อนจะกลับมาที่โต๊ะพนันลูกเต๋าและเบียดแทรกเข้าไปด้านหน้า ขณะที่คนทอยลูกเต๋าเขย่าถ้วยในมือและคว่ำลงกับโต๊ะ เขาก็หลับตาเพื่อฟังเสียงลูกเต๋าด้านใน
เนื่องจากเป็ิญญาของผู้บำเพ็ญเพียรที่มีความแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า ต่อให้ไม่ต้องเพ่งกระแสจิต เขาก็รับรู้ได้จากเสียงว่าลูกเต๋าจะออกอะไร
จางมู่หลินหยิบตั๋วแลกเงินจำนวนร้อยตำลึงออกมาวางบนโต๊ะด้านที่เขียนว่าต่ำ แล้วรอเงียบ ๆ คิดในใจว่านี่ไม่ใช่การโกง แต่เป็ความสามารถพิเศษ...
โปรดติดตามตอนต่อไป
เอาล่ะ บ่อนเตรียมตัวเจ๊งได้ นายท่านจางมู่หลินมาแล้ว 5555