หลังจากที่ได้รับผ้ามา อาจารย์ก็อธิบายเพิ่มว่า "พวกเ้าจงเลือกอาคมที่ง่ายและถนัดที่สุดออกมาคนละหนึ่งอาคมตามธาตุที่ถนัดของตัวเอง จากนั้นให้พวกเ้ารวบรวมอาคมไว้ที่มือข้างหนึ่งให้ได้ แล้วจึงถ่ายเทอาคมไปที่อุปกรณ์นี้จากนั้นวาดลง อาคมจะทำการก่อรูปยันต์ขึ้นด้วยตัวของมันเอง"
หลังจากกล่าวจบ ทุกคนก็เริ่มใช้อาคมที่ง่ายที่สุดสำหรับตัวเองในการวาดยันต์
บี เลือกใช้อาคมลูกไฟขนาดเล็ก
ส่วนไทก้าได้เลือกอาคมดินกำแพงพสุธา ซึ่งง่ายต่อการใช้ที่สุด ไทก้าได้เริ่มใช้อาคมและร่ายออกมา
วูมมมมม!
แต่เมื่อปล่อยอาคมลงไปบนผ้าอาคมที่ร่ายออกมาก็หายไปทันที!
ฟูว์....
หลายคนที่ได้ลองทำต่างก็ใ ทุกคนรอบๆ ก็ไม่ต่างกันเท่าใดนัก เมื่อร่ายอาคมออกมาและวาดลงไปอาคมก็หายไปทันที
"...."
"ข้าจะแนะนำให้อย่างนึง ในตอนที่วาดจงหน่วงอาคมเอาไว้ จนกว่าพลังในมือจะหายไป และมียันต์ปรากฏขึ้น"อาจารย์กล่าวขึ้นหลังจากที่เห็นทุกคนอาคมหายไปเมื่อร่ายขึ้นในครั้งแรก
"หน่วงอาคม?" หลายๆ คนต่างรู้สึกสงสัยกับคำกล่าวของอาจารย์
"หน่วงอาคมงั้นหรือ ใช่แล้ว"ไทก้านึกขึ้นทันที นี่อาจจะเหมือนกับในตอนที่ไทก้าเรียนรู้การใช้อาคมล่วงหน้าและการฝึกธาตุแสงท่วงท่าที่สอง ซึ่งเป็การหน่วงอาคมไว้ก่อนที่จะปล่อยออกมาเป็การเพิ่มความเร็วในการใช้อาคมและเพิ่มพลังทำลายของอาคมได้อีกด้วย
ไทก้าร่ายอาคมกำแพงพสุธาออกมาก่อนจะค่อยๆ รวมไว้ที่มือหนึ่งข้าง
อาคมที่ไทก้าหน่วงเอาไว้ค่อยๆ มารวมกันอย่างช้าๆ แม้ว่าไทก้าจะคิดออก แต่ว่าวิธีหน่วงอาคมไว้และนำมาสร้างยันต์นั้นไม่ได้ง่ายเลย
ผ่านไปครู่หนึ่ง
วูป!
อาคมสีน้ำตาลค่อยๆ รวมกันที่มือของไทก้า ในตอนนี้ไทก้ายังไม่สามารถกำหนดขอบเขตของพลังได้ จึงไม่ได้จำกัดพลังในการสร้างยันต์เอาไว้เลย เมื่อพลังรวมกันเต็มที่แล้วก็ถ่ายเทไปยังอุปกรณ์การวาด ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องใช้สมาธิสูงมากๆ
"อืม...ไม่ใช่เื่ง่ายเลย"ไทก้าใช้สมาธิในการถ่ายเทพลังถึงขั้นสูงสุด จนเม็ดเหงื่อค่อยๆ ไหลออกมาเบาๆ
บรรยากาศทั้งชั้นเรียนรอบๆ ตอนนี้ต่างก็เงียบลงทุกคนต่างใช้สมาธิและได้ยินเพียงเสียงของการรวมอาคมเท่านั้น
ฟู่ว์!
บึ้ม!
ซ่าๆ!
เสียงอาคมของคนอื่นๆ ที่ทยอยกันสลายไป เพราะการหน่วงอาคมนั้นว่ายากแล้วแต่การถ่ายเทอาคมนั้นยากยิ่งกว่า
"ย่าห์..." บีที่อยู่ข้างๆ ไทก้า ก็พยายามหน่วงอาคมเอาไว้ นี่เป็ครั้งที่สามแล้วที่อาคมของบีสลายไปอย่างรวดเร็ว
มีเพียงอาคมของไทก้าเท่านั้นที่ยังคงไม่สลายไป
"ตอนนี้ล่ะ"ไทก้าได้ถ่ายเทอาคมไปที่อุปกรณ์ จากนั้นจึงใช้อุปกรณ์วาดลงไป
พรึบๆ !
ในตอนนี้ไทก้ายังคงหน่วงอาคมเอาไว้ให้ถึงที่สุด และมือของไทก้าที่จับอุปกรณ์อยู่นั้นก็ขยับมือวาดสัญลักษณ์ขึ้นมาเองโดยที่ ไทก้าไม่ได้คิดที่จะขยับมือด้วยซ้ำ ซึ่งเป็สิ่งที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง
แต่ในตอนนี้ไทก้าไม่มีเวลามาตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น เพราะยังต้องใช้สมาธิในการหน่วงอาคมจนกระทั่งอาคมค่อยๆ หมดไปจากมือ
วูป!
จนในที่สุดยันต์ก็ปรากฏขึ้นและมันก็เสร็จสมบูรณ์ด้วย ส่วนไทก้ารู้สึกว่าตัวเองพลังจิตหดหายไปแทบจะหมดสิ้น จึงได้นั่งลงครู่หนึ่ง ทั้งยังหอบหายใจด้วยความเหนื่อย
บีที่มองดูเหตุการณ์อยู่ก็ถึงกับตกตะลึงในทันที
"ไทก้าเ้าทำสำเร็จแล้วงั้นหรือ?"
มีคนที่อยู่ในชั้นเรียนบางคนได้ยินเข้าต่างก็หันมองด้วยความใเช่นกัน
"อืม..แต่ว่าจะใช้ได้รึไม่ก็อีกเื่หนึ่ง"ไทก้าตอบกลับด้วยท่าทีอ่อนแรงเนื่องจากใช้พลังไปเต็มสูบในการสร้างยันต์
อาจารย์ผู้สอนที่เฝ้ามองอยู่จึงเดินเข้ามาและสำรวจดูยันต์ของไทก้าครู่หนึ่ง
"อืม ... ดูเหมือนว่าเ้าจะทำสำเร็จเป็คนแรกนะ ไม่เลวเลย เป็ยันต์ที่สมบูรณ์"อาจารย์ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินไปยังด้านหน้าของทุกคนอีกครั้ง
"เอาล่ะ ในตอนนี้ มีเพื่อนของเราทำเสร็จไปแล้วหนึ่งคน บอกชื่อเ้ามาได้รึไม่"อาจารย์ผู้สอนหันไปยังไทก้าพร้อมกับกล่าวถามขึ้น
ไทก้ายืนขึ้นก่อนจะกล่าว"ไทก้าขอรับ"
"อืม...เ้าคือไทก้างั้นหรือที่แท้เป็เ้านี่เอง อืม...มิน่าล่ะ"อาจารย์พยักหน้าและยิ้มเบาๆ ที่แท้ศิษย์ที่ทำเสร็จคนแรกก็คือศิษย์ที่กำลังเป็ที่กล่าวถึงกันใน่นี้นี่เอง
ศิษย์ที่อยู่รอบๆ เองก็มีทั้งคนที่ใและไม่ใอยู่ด้วย บางคนรู้อยู่แล้ว บางคนที่เพิ่งจะเลื่อนระดับขึ้นมาก็ยังไม่รู้ แม้แต่คนที่ส่งจดหมายไปท้าประลองไทก้าก็ยังมีอยู่ในนี้ ซึ่งนี่ก็เป็ครั้งแรกที่เคยเห็นหน้าไทก้าเช่นกัน ต่างก็มีเสียงกระซิบรอบๆ ขึ้น
"นี่เป็เวลาเรียน ทุกคนตั้งใจดูให้ดี"อาจารย์ที่เห็นแบบนั้นจึงกล่าวขึ้น และได้ให้ไทก้านำยันต์ออกมาด้านหน้า
"ยันต์นี้เป็ ธาตุดิน มีใครที่ไม่ใช่ธาตุดิน และพร้อมจะอาสาทดสอบ ให้กับเพื่อนรึไม่"อาจารย์กล่าวถามขึ้น
เมื่อเห็นดังนั้น บีจึงได้ยกมือขึ้นและกำลังจะกล่าวคำพูดอาสาออกไป แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งกล่าวขึ้นมาก่อน
"ข้าขออาสาเองขอรับ"
เด็กหนุ่มท่าทางสดใส ผมสีเทา รีบเดินออกมาด้านหน้าทันที
"เป็เ้าเองงั้นหรือ? แต่ว่าเ้าต้องถามเพื่อนของเ้าก่อน หากเ้าลองแล้วอาคมไม่ทำงานขึ้นมาเ้าจะว่าอย่างไร" ดูท่าอาจารย์กับศิษย์คนนี้จะรู้จักกันมาก่อน
"เช่นนั้น เ้า.. ไทก้างั้นสินะ เ้าจะให้ข้าลองใช้ยันต์ของเ้ารึไม่"เด็กหนุ่มผมสีเทาถามกับไทก้าพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
แม้ไทก้าจะสงสัยในคำถามแต่ก็ตอบกลับไป "ได้สิ ข้าไม่ติดอะไรอยู่แล้ว"
"ไทก้า ข้าว่าเ้าให้คนอื่นลองใช้ยันต์ของเ้าไม่ดีกว่ารึ"อยู่ๆ บี ก็กล่าวขึ้น ทำเอาไทก้าอดที่จะสงสัยไม่ได้ ทั้งบีและอาจารย์ดูเหมือนจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าใดนัก
"ทำไมงั้นหรือ" ในที่สุดไทก้าก็ถามสิ่งที่สงสัยออกมา หากไม่ถามตอนนี้คงคาใจอีกนานแน่ๆ
"นั่นก็เพราะเขาใช้อาคมไม่ได้ยังไงล่ะ เขาทำได้เพียง ฝึกจิตเท่านั้น แม้ว่าเขาจะมีระดับฝึกจิตเท่ากันกับคนทั่วไป แต่ว่าเขาก็ไม่อาจใช้อาคมได้ เพราะเขาไม่สามารถเข้ากับธาตุทั้งสี่ได้ยังไงล่ะ แบบนี้แล้วเ้ายังจะให้เขาลองใช้ยันต์ของเ้ารึไม่" ดูเหมือนบีก็รู้จักเด็กหนุ่มคนนี้เช่นกัน
ไทก้าหันไปมองที่อาจารย์ และเด็กหนุ่มผมสีเทาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้น
"ข้าคิดว่านี่เป็แค่การทดสอบเท่านั้น บางทียันต์นี่อาจจะใช้ไม่ได้ก็ได้ ข้าว่าให้เขาทดสอบก็คงไม่เสียหายอะไร อย่างมากก็แค่ทำขึ้นใหม่เท่านั้น"
"อืม ... เช่นนั้นก็ได้ คิลล์ เ้ามาลองดูสิ"อาจารย์กล่าวขึ้น พร้อมยื่นยันต์ให้กับคิลล์
เด็กหนุ่มผมสีเท่า ยิ้มและพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหยิบยันต์ขึ้นมา และเดินไปยังลานกว้าง
ในตอนแรกทุกๆ คนที่เห็นไทก้าทำเสร็จก่อน ก็รู้สึกอยากรู้ว่ายันต์ที่ไทก้าทำเสร็จแล้วจะใช้ได้หรือไม่ แต่มาตอนนี้กลับกลายเป็ว่า หากให้ยันต์นี้กับคนที่ใช้อาคมไม่ได้ แล้วใช้มันจะมีอะไรเกิดขึ้นรึไม่
ในขณะที่คิลล์ยืนอยู่ที่ลานกว้างนั้น ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นก็จ้องมองกันไม่กระพริบสายตา แม้แต่อาจารย์เอง
ในความเป็จริงอาจารย์ผู้สอนนั้นรู้ดีว่า คิลล์ นั้นไม่สามารถใช้อาคมได้ ในอดีตมีหลายคนเคยให้คนที่ไม่สามารถเข้ากับธาตุทั้งสี่ ใช้ยันต์ของตนเองและก็ยังไม่สามารถใช้ได้มาแล้ว ดังนั้นกรณีของคิลล์ ที่ไม่สามารถเข้ากับธาตุได้จึงไม่สามารถใช้ยันต์ได้อย่างแน่นอน
แต่เหตุผลที่คิลล์สามารถเข้าเป็ศิษย์ที่นี่ได้นั้น เนื่องจากเขาสามารถฝึกจิตได้ถึงระดับหนึ่งโดยไม่ได้เข้ากับธาตุใดเลย จึงเป็ที่ประหลาดใจของเหล่าอาจารย์เป็อย่างมาก ดังนั้นจึงรับเขาเข้าเป็ศิษย์ของนววิทยา จนกระทั่งเขาสามารถสอบเข้าเป็ศิษย์ชั้นกลางได้ โดยไม่ได้ใช้อาคมด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นก็คือ คิลล์ใช้พลังจิตรวมกับกายในการต่อสู้เท่านั้น แม้ว่าเขาจะเป็เพียงเด็กหนุ่มที่ไร้ซึ่งอาคม แต่ที่นี่มีแค่คิลล์คนเดียวที่ทำแบบนี้ได้ ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่รู้จักคิลล์แม้ว่าเขาจะใช้อาคมไม่ได้ แต่ทักษะการต่อสู้ของเขานั้นนับว่ายอดเยี่ยม จึงไม่มีใครกล้าดูถูกเขา
หลังจากที่คิลล์ยืนอยู่ได้สักพัก อาจารย์ก็กล่าวขึ้น"เอาล่ะเมื่อพร้อมแล้วเริ่มส่งพลังจิตไปที่ยันต์ จากนั้นค่อยโยนออกไปด้านหน้าให้ยันต์ทำงาน"
ได้ยินดังนั้น คิลล์ จึงยกยันต์ขึ้นไว้ที่ปลายมือ ก่อนจะส่งยันต์ออกไปเบื้องหน้า
ฟุบ!
ทุกคนต่างก็เฝ้าดูอย่างตั้งใจแม้กระทั่งบีและไทก้าเอง
ผ้ายันต์ค่อยๆ ลอยหมุนไปจนกระทั่งตกลงพื้นดินเบาๆ
"....."
ทุกอย่างยังคงเงียบเช่นเดิม ก่อนที่สุดท้ายอาจารย์ก็กล่าวขึ้น
"เฮ้อ ข้านึกแล้ว..."แต่ก่อนที่อาจารย์จะกล่าวจบก็มองเห็นว่าคิลล์เดินไปหยิบผ้ายันต์อีกครั้ง
"หื้อ?" ทุกคนต่างก็สงสัยไม่แพ้อาจารย์เช่นกัน
"ฮ่าๆ โทษที เมื่อกี้ข้าลืมใส่พลังเข้าไปหน่ะ ขอข้าลองอีกที่ได้มั๊ย โทษทีๆ"คิลล์หัวเราะออกมาแบบเก้ๆกังๆก่อนจะถือยันต์และเดินกลับไปที่เดิม
"เ้านี่ ทำพวกเราเสียเวลาจริงๆ"
"รู้ว่าใช้อาคมไม่ได้ แต่ก็ยัง้าทดลองอีก"
หลายคนเริ่มจะบ่นออกมาเล็กน้อยมีเพียงอาจารย์และไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงดูอยู่เพราะเมื่อกี้คิลล์ไม่ได้ใส่พลังเข้าไปจริงๆ
"ครั้งนี้ครั้งสุดท้าย หากไม่ได้เราจะเริ่มเรียนกันต่อ"อาจารย์กล่าวกับคิลล์
คิลล์พยักหน้ารับเบาๆ และหันมองไทก้าอยู่ครู่หนึ่ง ไทก้าพยักหน้าให้กับคิลล์เช่นกัน
คิลล์ละสายตาและมองไปเบื้องหน้า จากนั้นจึงส่งพลังจิตเข้าไปในยันต์ก่อนจะส่งยันต์ไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
ฟุบ!
แม้ว่าหลายคนจะไม่ค่อยพอใจกับการล้อเล่นของคิลล์เมื่อครู่ แต่เมื่อคิลล์โยนยันต์ออกไปทุกคนก็หันมองพร้อมกัน
ผ้ายันต์ค่อยๆ ลอยออกไปจากนั้นก็มีแสงสีขาวสว่างขึ้นก่อนจะกลายเป็กำแพงดินขนาดใหญ่มากๆ หล่นลงมา
บึ้มมมมมม!
พื้นดินรอบนั้นเกิดการสั่นเล็กน้อย
ศิษย์ที่อยู่ในชั้นต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น แม้ว่าเื่ที่กำแพงดินที่มีขนาดใหญ่จากพลังของไทก้าทั้งหมดจะเป็ที่ตื่นตาแล้ว แต่ที่น่าใกว่านั้นก็คือ คิลล์ ที่ไม่สามารถเข้ากับธาตุใดได้ กลับสามารถใช้อาคมผ่านยันต์ได้
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่นั้น มีเพียงไท้ก้าคนเดียวเท่านั้นที่สังเกตุเห็นบางอย่าง
(ฝากถึงผู้อ่านที่เคารพทุกท่านนะครับ ในตอนนี้ผู้เขียนได้ใส่รูปตัวละครบางส่วนไว้ที่ “บทนำ”สามารถเข้าไปดูย้อนหลังได้นะครับ)