ตอนที่ 8 ไฟฟ้ากลับมา
กลิ่นอายหอมหวานกำลังลอยฟุ้งไปทั้งห้องครัวถึงแม้มื้อนี้จะไม่ใช่อาหารแนวเอเชีย นี่ก็เป็มื้ออาหารง่าย ๆที่มิรารีไม่อยากทำเยอะเกินไป วันนี้เธอทำแพนเค้กหนา ๆ ไม่ใส่อะไรในแป้งบ้างอันบางอันก็ใส่เบคอนข้างใน มันจะออกเค็ม ๆ หวาน ๆ พอทุกอย่างสุกเธอก็วางลงบนจากแล้วมีผลไม้ไข่ เนื้อสัตว์ ตกแต่งข้าง ๆ แพนเค้ก พอมอง ๆ มันก็เยอะอยู่ดีเธอวางไซรัปและน้ำเชื่อมต่าง ๆ ที่อยากใช้วางไว้ข้างหน้าจานเธอนั่งลงจ้องมองแพนเค้กตรงหน้าก่อนจะเห็นเ้าตัวเล็กกู้ดนี่เดินเข้ามาดูจานแพนเค้กของเธออย่างสงสัยว่ามันคืออะไร มิรารีมองอีกฝ่ายชะโงกหน้ามองก่อนจะเอามือมาแตะแพนเค้กก็เด้งไปมาทำเอากู้ดนี่ใ
“กู้ด!!!”
มิรารีหัวเราะคิกคักออกมาเบา ๆ “ห้ามเอามือเล่นกับของกินนะกู้ดนี่”
‘ของกิน?’ กู้ดนี่ส่งกระแสจิตให้มิรารี
“ใช่ มันคือของกินนะ” มิรารีหยิบส้อมขึ้นมาตักแพนเค้กชิ้นเล็ก ๆให้อีกฝ่ายแล้วยื่นไปตรงหน้ากู้ดนี่ “ลองชิมดูสิ อ้า”
กู้ดนี่มองอีกฝ่ายสลับกับอาหารตรงหน้าเขาไม่เคยกินของพวกนี้มาก่อนนอกจากใบหน้า น้ำ ดินเขามองสักพักก่อนจะอ้าปากที่ทุกทีจะไม่ค่อยเห็นรอยปากของเขาเท่าไหร่เนื่องจากตามตัวเขามีแต่รอยไม้อาหารตรงหน้าเข้าปากดวงตาของกู้ดนี่ก็เป็ประกายความนุ่มหอมหวานกำลังกระจายไปทั่วปากของเขา
‘อร่อยยยยยยยยยยย!!’ กู้ดนี่จ้องมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
“คิก ๆ อร่อยสินะ รอแป๊บนะ”
มิรารีลุกขึ้นไปหยิบจานใบหนึ่งมาตักส่วนของกู้ดนี่ใส่ในจานเล็กก่อนจะใส่ผลไม้และไซรัปให้ แล้ววางตรงหน้าเ้าตัวเล็กที่เริ่มพุ่งมาทันที
“ทานให้อร่อยล่ะ”
“กู้ดดดดด~”
กู้ดนี่ส่งเสียงอย่างดีใจก่อนจะใช้ส้อมเล็กที่มิรารีหยิบให้ตักอาหารอย่างเอร็ดอร่อยมิรารีจ้องมองเ้าตัวเล็กกินอย่างอร่อยจนเธอนึกถึงน้องชายที่มีสีหน้าดีใจเวลาได้ทานของอร่อยทำให้เธอคิดเลยว่าตอนนี้น้องชายโตขนาดไหนแล้วกลายเป็ชายหนุ่มรูปหล่อของเธอหรือยัง ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งรู้สึกน้ำตามันจะไหลออกมามิรารีพยายามฝืนไม่ร้องไห้ออกมา ก่อนที่เธอจะหันมาทานอาหารตรงหน้า
“ทานล่ะนะคะ”
เธอยกมือขึ้นมาไหว้เล็กน้อยก่อนจะหยิบส้อมขึ้นมาตักแพนเค้กตรงหน้าเธอนึกถึงสมัยเด็กที่พ่อจะทำแพนเค้กนิ่ม ๆ นุ่ม ๆให้ทานมันยิ่งทำให้เธอรู้สึกอยากกลับบ้านไปหาครอบครัวมากกว่าเดิมเธอหันไปมองกู้ดนี่ที่กินอิ่มแล้วหลับไปมันทำให้เธออมยิ้มอย่างมีความรู้สึกผสมกับความเศร้าในใจ รสชาติที่คุ้นเคยความรู้สึกที่ได้ยินข้าวกับคนอื่น ๆ มันรู้สึกโหยหาสิ่งที่อยากจะได้คืนมา
‘ทุกคน...รอก่อนนะ...หนูจะหาทางกลับไปให้ได้...แม่ค่ะ...พี่ชาย...เจย์...รอหน่อยนะ...’ มิรารีเงยหน้ามองเพดาน
ณ เกาะแห่งความหวัง ฐานบัญชาการยอดมนุษย์
ตึกสูงระฟ้ายอดทอดสูงเกือบเหนือนภาเด่นชัดแต่ภายในตึกใหญ่สูงขั้นกลางเปิดโล่งเป็จนถึงระเบียงทั้งชั้นคือสวนขนาดใหญ่ที่มีไว้ให้ผู้คนมาพักผ่อนกับธรรมชาติอันสดชื่นลึกเข้าไปมีต้นไม้ใหญ่อยู่โซนนอกระเบียงมันเป็ต้นไม้ใหญ่ที่เบียดกำแพงอาคารจนจะแตกได้ทุกเมื่อแต่ได้ความช่วยเหลือจากเมต้าหญิงที่สามารถควบคุมธรรมชาติได้ทำให้ชั้นนั้นไม่เกิดอันตรายอันใดหญิงสาวที่มีสีผิวกับผมเป็สีเขียวคล้ายใบไม้กำลังใช้มือััเปลือยไม้เหมือนทุกครั้งที่เธอทำเพื่อสื่อสารกับธรรมชาติตรงหน้า ภาพบางอย่างถูกส่งเข้ามา ทำให้เธอลืมตาตื่นขึ้นเธอจ้องมองต้นไม้ตรงหน้าอย่างงุนงงกับสิ่งที่เห็น
“ภาพนั้น...เป็ไปได้เหรอ?”
“เป็อะไรเหรอ? ซาร่า”
เสียงปริศนาเอ่ยถามขึ้นมาหญิงสาวหันไปมองริมฝีปากของเธอก็โค้งยิ้มอย่างดีใจที่เห็นอีกฝ่ายกำลังเดินตรงมาหาในอ้อมกอดของเขามีเด็กหญิงตัวน้อยที่มีสีหน้าดีใจที่เห็นคนเป็แม่
“มะม๊า!!”
“ไงจ๊ะ มาหาแม่เหรอคนดี?”
ซาร่าเดินตรงมาหาลูกสาวพร้อมกับยื่นมือรับลูกสาวมาอยู่ในอ้อมแขนทันทีลูกสาวทั้งกอดทั้งนัวเนียคนเป็แม่อย่างรักใคร่ชายหนุ่มเห็นอีกฝ่ายกำลังเล่นกับลูกเขาก็ถามอีกครั้ง
“เมื่อกี้คุยพูดว่าเป็ไปได้เหรอ?หมายถึงอะไร?”
“ไม่มีอะไรค่ะ ที่รัก” ซาร่าหันไปยกยิ้มให้อีกฝ่าย
ชายหนุ่มจ้องมองภรรยาของตนเองที่เงียบไม่พูดออกมาว่าเกิดอะไรขึ้นเขาจ้องมองเธอั้แ่ััต้นไม้แล้วเขาก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นตอนภรรยาผละตัวออกจากต้นไม้แต่เธอเก็บเงียบจนเขาถอนหายใจเบา ๆ
“เธอพูดแบบนั้นแต่ก็แอบเก็บเงียบเื่ที่เห็นจากต้นไม้เนี่ยนะ?”
ซาร่าได้ยินคนเป็สามีพูดแบบนั้น เธอหันไปพร้อมกับถอนหายใจ“เฮ้อ...ฉันปิดคุณไม่ได้สินะ”
“แล้วเคยได้ไหมล่ะ?” เขาเข้าหาเธอพร้อมกับหอมลงบนศีรษะ "มันเป็แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ซาร่า"
ซาร่ายิ้มพร้อมกับหอมแก้มคนเป็สามี “คุณนี่น่าฉันล่ะเชื่อเลย...ฉันแค่สงสัยว่าภาพที่ต้นไม้ส่งมาให้นั้นเป็เื่จริงไหมนะ?”
“เห็นภาพแบบไหนนะ?”
“เป็ภาพ...ร่างคนผิวขาวซีดทั้งตัว...ฉันมองใบหน้าไม่ชัด...แต่ต้นไม้ที่ส่งภาพให้ฉัน...”ซาร่าเงยหน้ามองคนเป็สามี“เป็ต้นไม้ที่อยู่บนเกาะเซอร์ไว!”
“เกาะที่ทิ้งร้างมาเป็เกือบครึ่งปีแล้วเนี่ยนะ!”
“ใช่ค่ะ!”
“แต่บอกว่าเจอคนผิวขาวซีด...” ชายหนุ่มมองภรรยาก่อนจะหนีซีดขึ้นมา “คงไม่ใช่ผีใช่ไหม?”
“จะบ้าหรือไง!!” ซาร่าขนลุกจนหันไปตีแขนสามีไปหลายทีข้อหาทำให้เธอใ “คนนะคะ ไม่ใช่ผี ทำเอาขนลุกหมด!”
“ปะป๊าโดนมะม๊าตี~ ปะป๊าโดนมะม๊าตี~” เด็กน้อยพูดวนไปมาอย่างขำ ๆ ที่ผู้เป็พ่อโดยแม่ตี
“ไปเปอร์ ดูสิลูกแม่เขารังแกพ่อล่ะ!” ชายหนุ่มเดินเข้าไปอยู่ข้าง ๆ ลูกสาว
“หยุดเลยนะคะ!”
“จ้า ๆแล้วเห็นหญิงคนนั้นทำอะไรเหรอ?”
“ในภาพ...ฉันเห็นเธอกำลังขุดบางอย่างอยู่...แต่พอมองๆ ก็เห็นร่างพวกเลอร์วิงวู้ดลงในหลุมที่เธอขุด”
“เลอร์วิงวู้ด?”
“ต้นอ่อนที่ฉันสร้างให้มันมีชีวิตไงคะ”
“อ๋อ...พวกนั้นเหรอ?” ชายหนุ่มมองภรรยาอย่างสงสัย “มีสิ่งมีชีวิตแบบนั้นด้วยเหรอ?”
“คุณนี่มัน!!” ซาร่ารู้สึกเคืองขึ้นมาทันทีที่อีกฝ่ายไม่ใส่ใจรอบ ๆ เธอเลยจริง ๆ “ช่างเถอะค่ะ!! ไปเถอะลูกแม่อยากไปทานอาหารกลางวันล่ะ!”
ซาร่าพาลูกสาวออกจากจุดนั้นทันที
“อ๊ะ!! เดียวสิ ซาร่าฉันขอโทษ!!” ชายหนุ่มรีบตามไปง้อภรรยาทันที
ผู้เป็สามีรีบวิ่งตามภรรยาไปอย่างรวดเร็วเขาไม่นึกว่าตัวเองจะทำให้ภรรยาโกรธเข้าให้ ตัวเขาคิดเลยว่าตัวเองไม่รอบคอบเลยจริงๆ ที่พูดแบบนั้นออกไป แต่การได้ยินเื่แปลก ๆจากภรรยามันก็ทำให้เขาคิดว่าควรเอาเื่นี้ไปรายงานให้แก่เพื่อนสนิทของเขาที่มีตำแหน่งใหญ่ที่สุดในที่แห่งนี้เสียแล้ว
ณ เกาะเซอร์ไว ภายในห้องนอนที่มิรารีอยู่
มื้อกลางวันผ่านไปมิรารีพากู้ดนี่กลับไปห้องนอนของเธอเพราะตอนนี้เ้าตัวเล็กนอนอยู่บนมือของเธออย่างอิ่มใจคนเป็ครั้งแรกที่มันได้กินอิ่มแบบจริง ๆ จัง ๆมิรารียิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะวางมันลงบนเตียงนุ่ม ๆ ที่เธอเตรียมไว้ให้พอวางลงกู้ดนี่ก็ขยับไปมาอย่างละเมอ มันส่งเสียงเล็กจ๋อยอย่างน่ารักมิรารีที่มองก็รู้สึกมีความสุขที่มีเพื่อนใหม่ได้อยู่ด้วยกันและคุยกันเธอยกมือขึ้นมาแล้วลูบไปที่ใบไม้จิ๋วนั้น
“กู้ด~ กู้ด~”
“หึ ๆ หลับซะนะ~ น่ารักจริง ๆ”
มิรารีคิดบางอย่างก็นึกได้ว่าเธอพึ่งฝังพวกตัวเล็กไปพวกนั้นเคยกินดินกับน้ำต้องไปรดน้ำไหม แต่เธอคิดนอกกรอบ กู้ดนี่กินอาหารคนได้งั้นตนอื่น ๆต้องทานได้ถึงจะเสียไปแล้วเธอก็อยากจะให้ของอร่อยให้พวกนั้นได้กินตอนอยู่อีกภพนั้นล่ะมิรารีลุกขึ้นแล้วตรงดิ่งไปห้องครัว เธอทำแพนเค้กเหมือนตอนกลางวันไปจานใหญ่ ๆหนึ่งจานก่อนจะเดินตรงไปที่เธอฝังพวกตัวเล็ก เธอวางมันแถว ๆ หลุม
“ฉันเอาของกินมาให้นะเห็นกู้ดนี่กินแล้วอร่อย...ถึงพวกเธอจะไม่ได้มีชีวิตแล้วกลายเป็ิญญาฉันอยากให้พวกเธอได้ทานนะ...ขอให้อร่อยนะ”
มิรารีกล่าวพร้อมกับตบไปที่หลุมเบา ๆก่อนจะลุกขึ้นกลับเข้าไปในตึก เธอกลับมาที่ห้องก็ได้ยินเสียงร้องเบา ๆเธอรีบเดินเข้าไปข้างในก่อนจะเห็นกู้ดนี่ที่กำลังร้อง มันคงใที่เธอไม่อยู่นั้นทำให้เธอรีบพุ่งไปหาทันทีฉันได้แต่ปลอบให้เขาหายเศร้าเ้าตัวเล็กเหมือนเด็กน้อยมาก ๆ จนอีกฝ่ายสงบลงมิรารีลูบหัวเบา ๆ เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้เริ่มจะเย็นเธอมองออกไปข้างก็นึกถึงสิ่งที่เธออยากได้ขึ้นมา
“อยากให้ที่นี่มีไฟจริง ๆนะ...จะได้เปิดไฟเอาไว้ตลอด ใครเห็นเกาะนี้มีไฟจะได้วนกลับมาที่นี่”
‘ไฟ?’ กู้ดนี่ส่งกระแสจิตแล้วเงยหน้ามองมิรารี
“ใช่...ไฟหมายถึงไฟฟ้านะเช่นห้องนี้ถ้าเริ่มมืดก็จะเปิดสวิตช์ไฟนะ”
กู้ดนี่ฟังที่อีกฝ่ายพูดเขากำลังนึกบางอย่างก่อนจะลงจากตักของมิรารีทันทีแล้วเดินไปที่ประตู
“กู้ด!!”
“จะไปไหนนะ? กู้ดนี่”
‘ไฟฟ้า!! ตามมาเร็ว!!’ กู้ดนี่กล่าวก่อนจะเดินนำไปข้างหน้าทันที
“กู้ดนี่รอด้วย!!” มิรารีรีบวิ่งตามอีกฝ่ายทันที
พวกเขาทั้งสองเดินออกมาจากด้านหน้าตึกมิรารีวิ่งผ่านต้นไม้ใหญ่ที่ฝังพวกตัวเล็กไว้โดยไม่ได้สังเกตว่าอาหารที่วางอยู่ได้หายไปหมดแล้วแต่มันหายไปไหนกันจนมิรารีเดินตามกู้ดนี่จนมาถึงตึกหลังที่เจอกู้ดนี่มิรารีมองอย่างสงสัยก่อนที่กู้ดนี่จะส่งเสียงต่อให้เธอตามไป มิรารีก็วิ่งตามไปข้างในมิรารีเห็นว่าเ้าตัวเล็กจะปีนบันไดเธอก็รีบวิ่งเข้าไปอุ้มเขาขึ้นมาทันที
“ฉันว่าฉันพาเดินดีกว่านะกู้ดนี่จะไปไหน?”
‘ห้องปฏิบัติการ~’ กู้ดนี่ส่งกระแสจิตแล้วยกนิ้วชี้ไปข้างบน
“ห้องปฏิบัติการเหรอ?”
มิรารีเอียงคออย่างสงสัย เธอคิดและวิเคราะห์ว่าห้องปฏิบัติการอาจจะเป็ห้องทำงานใหญ่ก็ได้หรืออาจจะเป็ห้องสร้างกระแสไฟฟ้าก็ได้
“งั้นไปกัน!!”
“กู้ดดดดดดดดดด~”
ขาที่ก้าวไปตามขั้นบันไดค่อย ๆกล่าวจนไปถึงชั้นที่กู้ดนี่ส่งเสียงดังว่าชั้นนี้ มิรารีได้ยินก็หยุดเดินเธอหอบหายใจเล็กน้อยก่อนจะมองทางข้างหน้าที่มันมืดยิ่งกว่าข้างล่างเพราะตอนนี้น่าจะเย็นแล้วและเส้นทางนี้ไม่มีไฟแต่อย่างใดมิรารีหยิบบางอย่างที่เอามาด้วยก่อนจะกระบอกสีแดงขึ้นมาหมุนที่ก้นมันก็สว่างขึ้นมันคือพลุไฟฉุกเฉิน ตอนเธอเดินขึ้นมาเจอมันตกอยู่สองสามอันเลยหยิบมาด้วยก็ถือว่าโชคดีที่เจอของพวกนี้ เธอเดินไปตามทางที่มีแต่เศษปูน เศษหินจากกำแพงตกลงมา รอยร้าวขนาดใหญ่มากมายตามกำแพงมิรารีมองก่อนจะมองว่าตัวเองควรไปทางไหนกู้ดนี่ชี้ไปทางด้านขวามือมิรารีจ้องมองไปทางเส้นทางนั้นก่อนจะเดินไปตามเส้นทางไม่มีอะไรเลยตามทางจนมาถึงประตูบานหนึ่งเธอหยุดมองก่อนที่กู้ดนี่จะพูดขึ้น
‘ห้องนี่!! เข้ากัน! เข้ากัน!’กู้ดนี่ส่งกระแสจิตแล้วะโอย่างเริงร่า
“โอเค…”
มิรารีกล่าวตอบเธอเอื้อมมือไปจับกรอกประตูก่อนที่จะหมุนแล้วเปิดประตูเข้าไปเธอเดินเข้าไปช้า ๆ ก็เห็นแผงควบคุมหลายอันเรียงเป็ชั้นเนินและหน้าจอมากมายที่ติดกำแพงอยู่เธอตกตะลึงกับภาพตรงหน้าห้องปฏิบัติการที่กู้ดนี่พูดมันโคตรอลังการและทันสมัยมาก ๆน่าเสียดายที่ที่นี่ถูกทิ้งร้างสุด ๆ
“น่าเสียดายสุด ๆที่โดนปล่อยทิ้งไว้เครื่องพวกนี้น่าจะหลายแสนอยู่นะ”
มิรารีจ้องมองภาพตรงหน้าแสงสว่างจากพลุไฟกำลังจะหมดเธอก็โยนอันเก่าทิ้งเปิดอันใหม่
“ดีที่มีอีกสองอันนะไม่งั้นมืดแน่ๆ ในห้องนี้ไม่มีหน้าต่างเลย...”
มิรารีจ้องมองรอบ ๆก่อนที่กู้ดนี่จะหายไปจากมือของเธอ นั้นทำให้เธอใเล็กน้อยก่อนจะมองหาอีกฝ่าย
“กู้ดนี่!! กู้ดนี่!!”
“กู้ดดดดดดดดดดด!!”
มิรารีได้ยินเสียงอีกฝ่ายก็หันไปหาต้นเสียงก็ได้เห็นกู้ดนี่ที่ไปอยู่แถวแผงควบคุมด้านหน้าั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“อยู่นี่เอง...อย่าไปไหนไม่บอกสิ”
‘กด!! กด!!’ กู้ดนี่ส่งกระแสจิตให้มิรารีกดปุ่มตรงหน้าของตนเอง
มิรารีมองอย่างสงสัยก่อนจะมองไปที่ปุ่มสีเหลืองที่มีกรอบสีเหลืองใสปิดไว้แล้วมีตัวหนังสือภาษาอังกฤษเขียนว่าฉุกเฉินนั้นทำเอามิรารีมองอย่างสงสัยว่าฉุกเฉินด้านไหนกัน
“ฉันควรกดเหรอ?”
“กู้ด!!” กู้ดนี่พยักหน้าอย่างมุ่งมั่น
“ไม่ ๆ ฉันไม่กดแน่ ๆ”
“กู้ด...” กู้ดนี่มองด้วยสายตาโศกเศร้าที่อีกฝ่ายจะไม่กด
มิรารีจ้องมองอีกฝ่ายที่กำลังส่งสายตาน่าเศร้าให้เธอมันทำให้เธอรู้สึกว่ากำลังทรยศต่อความภักดีของเขาที่พาเธอมาที่นี่นั้นทำเอาเธอรู้สึกแย่ก่อนจะยกมือขึ้นไว้ที่หน้าผากแล้วไปที่แขนสองข้างก่อนสวดภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายโปรดคุ้มครองลูกด้วย!”
“กู้ด!!!”
กู้ดนี่มองท่าทางอีกฝ่ายกำลังจะกดปุ่มมิรารียกฝากล่องใสขึ้น เธอจ้องปุ่มสีเหลืองที่มีรูปสายฟ้าเธอกลัวว่ามันจะระบบไฟฟ้าช็อกมากกว่าปุ่มที่กู้ดนี่อยากให้กดจนกระทั่งเธอหลับตาแล้วดันนิ้วตัวเองกดลงไปทันทีเสียงกึกของปุ่มดังขึ้นแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแสงสว่างจากพลุไฟก็หมดไปแล้วเธอลืมตาขึ้นมารอบตัวมันมืดไปหมดก่อนที่เธอจะเห็นตาของกู้ดนี่เรือนแสงนั้นทำให้เธอหาอีกฝ่ายได้
“ไง...ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่น่าฮ่า ฮ่า ฮ่า”
สิ้นเสียงหัวเราะของมิรารีเครื่องยนต์ใต้ดินเริ่มทำงานมันกำลังตรวจหาพลังงานและเมื่อหลายวันก่อนก็มีพลังงานเต็มให้มันเริ่มทำงานส่งตรงมาข้างบนมิรารีที่หัวเราะอยู่นั้นไฟในห้องของเธอก็ทำงานทันที
“อ๊ายยยย!!”
มิรารีใที่จู่ ๆไฟในห้องที่เธออยู่ทำงานโดยที่เธอไม่รู้เลยว่ารอบเกาะไฟทุกจุดที่มีการเปิดและทำงานอยู่เริ่มกลับมาใช้งานได้แต่ภายในห้องที่มิรารีอยู่ไม่ใช่แค่ไฟเท่านั้นที่ทำงานแต่แผงควบคุมแต่ละอันกำลังเปิดใช้งานนั้นทำเอามิรารีสับสนว่าตัวเองควรทำยังไงกับมันแต่ตอนนี้กับรู้สึกดีใจที่มีไฟได้ใช้แล้วจริง ๆ
“เจ๋ง!!” เธอหันไปกู้ดนี่แล้วอุ้มมากอด “ขอบใจมาก ๆ เลย กู้ดนี่เพราะเธอแท้ ๆ พวกเรามีไฟได้ใช้แล้ว!!”
“กู้ดดดด~”
เกาะแห่งความหวัง สถานวิจัย
ตกดึกสถานวิจัยยังเปิดให้เหล่านักวิจัยยังทำงานของตนเองกันบางกลุ่มยังขยันขันแข็งกับงานของตนเองบางกลุ่มก็กำลังเตรียมตัวกลับบ้านไปพักผ่อนกันลึกเข้าไปยังสถานวิจัยยังมีแสงสว่างมันเป็ลานกว้างขนาดใหญ่กำลังสิ่งประดิษฐ์มากมายเช่นหุ่นยนต์เครื่องจักรจนไปถึงเครื่องบิน เหล่าช่างกลกำลังตรวจเครื่องยนต์ต่าง ๆพร้อมกับเหล่านักวิจัยกลุ่มหนึ่งเื่ความเร็วของยานบินลำใหม่ที่พวกเขากำลังคิดค้นหญิงสาวร่างเล็กกำลังเร่งฝีเท้าด้วยอารมณ์ไม่พอใจจนเธอเห็นคนกลุ่มหนึ่งเธอก็ก้าวไปหาก่อนจะเอ่ยเรียกหนึ่งในนั้น
“ดอกเตอร์ออสตินค่ะ!!”
ชายชราในชุดกาวหันไปมองหญิงสาวที่เรียกชื่อเขา“อ้าว เธอเองเหรอ? เอวา”
“ดอกเตอร์!!วันนี้ฉันรอข้อมูลผลวิจัยอยู่นะคะ ทำไมคนของคุณไม่ส่งมาให้ฉันล่ะนะ!!” เอวาส่งสายตาไม่พอใจใส่อีกฝ่ายและพวกที่อยู่ตรงนั้นที่กำลังทำท่าไม่สนใจเธอ
“อ้าวเหรอ? งั้นเดียวฉันเตือนพวกนั้นได้นะ” ออสตินกล่าวก่อนจะหยิบเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ทันสมัยขึ้นมาก่อนจะกดส่งข้อความไป“เรียบร้อยล่ะไปรอรับที่ห้องเธอได้เลย เอวา”
“ขอบคุณค่ะ...ถ้าไม่อยากให้ฉันมาตามแบบนี้อีกโปรดรีบส่ง!!งานนี้จะได้จบ ๆ เราสองคนจะได้ไม่ต้องเจอหน้ากันอีกค่ะ!!”
เอวากล่าวก่อนจะเดินออกไปด้วยความรู้สึกโกรธในใจออสตินจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่พอใจเช่นเดียวกันเขาโกรธเคืองบางอย่างต่อเธอมาได้สักระยะแล้วจนมีหลายคนรู้ก็ไม่พอใจถ้าพวกเขาเป็ดอกเตอร์ออสตินเอวาเดินตรงกลับมาที่ห้องเธอในใจรู้สึกแย่มาก ๆ ก่อนจะตวาดพวกของบนโต๊ะไปหมดเธอรู้สึกไม่ชอบใจเหมือนกันที่ต้องมาเจอดอกเตอร์ออสตินเธอรู้สึกผิดต่อเขาเพราะหลายเดือนก่อนเธออาสาจะพามิรารีออกจากที่นี่กับเธอเพื่อศึกษาน้ำแข็งที่แช่ตัวมิรารีว่าจะเอาอย่างใดหลายคนห้ามแล้วว่าให้เธอปล่อยมิรารีอยู่ที่นี่ แต่ตัวเธอดื้อรั้นที่จะพามิรารีไปยังเกาะเซอร์ไวจนกระทั่งเกิดเหตุนั้นดอกเตอร์ออสตินโกรธมากเพราะลูกสาวของเขาติดอยู่ที่นั่นคนเดียว
“ฉันเหนื่อยจริง ๆมิรารี...รอหน่อยนะ...ฉันจะพาเธอกลับมาที่นี่ถึงแม้เธอจะอยู่ในสภาพโดนแช่แข็ง...ฉันก็จะพาเธอกลับมา...หาพ่อเธอ...”
เอวามานั่งที่โต๊ะของเธอพร้อมกับซุกหัวกับโต๊ะหัวของเธอรู้สึกปวดตุบ ๆจนไม่อยากทำอะไรก่อนที่เธอจะนึกถึงงานก่อนหน้าเธอก็รีบเงยหน้าขึ้นมาดู
“ไหนดูสิ...ผลวิจัย...ที่พวกเขาส่งมาเป็ไง...”
เอวากำลังจับเมาส์อยู่นั้นบนหน้าจอของเธอก็มีการแจ้งเตือนสัญญาณบางอย่างขึ้น
“หือ? แจ้งเตือนนี้มัน...?”
เอวาไม่อยากเชื่อสายตาว่าสัญญาณนี้มาจากที่ไหนก่อนที่เธอจะกดมันแล้วมีระบบหนึ่งขึ้นมานั้นทำให้ใบหน้าของเธอถอดสีทันที
“มันบ้าไปแล้ว!! ไม่มีทาง!!หรือว่า...พวกนั้น...ไม่ ๆ มิรารีอยู่ในนั้นนะ!!”
จบตอนที่ 8 โปรดติดตามต่อตอนที่ 9ต่อไป