ตอนที่ 25
“หมอดนัยยกตรงนั้นขึ้นหน่อยค่ะ” หมอนากิสะลูกพี่ลูกน้องของฮิคาริพูดกับดนัยตอนนี้ทั้งคู่กำลังอยู่ในห้องผ่าตัด
“ครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะช่วยหมอนากิสะให้ผ่าตัดได้ง่ายขึ้น
“หมอใหม่คนนี้ฝีมือดีมากเลยนะพอๆกับหมออิจิโนเสะเลยแต่ว่าหมอคนนี้หน้าคุ้นๆแฮะเหมือนใครสักคนฉันเคยเจอเธอที่ไหนหรือเปล่านะ” ฮิคาริที่ลอยอยู่ข้างๆดนัยพูด
เหอะๆหน้าเหมือนเธอน่ะสิแถมยังเป็นลูกพี่ลูกน้องเธออีกจะไม่เคยเจอก็แปลกแล้วล่ะแต่จะว่าไปหมอนากิสะฝีมือดีจริงๆถึงนี่จะเป็นแค่เคสผ่าตัดเนื้องอกก็เถอะแค่ความเร็วและความแม่นยำในการใช้มีดนั่นมันอะไรกันคนหรือเปล่าเนี่ย ดนัยคิดในใจ
การผ่าตัดดำเนินต่อไปจนกระทั่งสามชั่วโมงต่อมาการผ่าตัดก็เสร็จสิ้น
“เป็นการผ่าตัดที่สมบูรณ์แบบมากแถมใช้เวลาแค่สามชั่วโมงทั้งๆที่การผ่าตัดนี้น่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าห้าชั่วโมง” ฮิคาริพูดออกมาอย่างชื่นชม
“เอาล่ะการผ่าตัดเสร็จสิ้นขอบใจทุกคนมากนะแล้วก็หมอดนัยฝีมือเธอไม่เลวเลยแต่ควรพัฒนาความเร็วหน่อยนะเพราะถ้าเธอสามารถผ่าตัดคนไข้ได้เร็วเท่าไหร่มันก็จะเป็นการสร้างภาระกับคนไข้น้อยลงเท่านั้นเอาล่ะฉันขอไปแจ้งผลการผ่าตัดให้ญาติคนไข้ฟังหน่อยนะ” หมอนากิสะพูดขอบคุณทุกคนในห้องผ่าตัดก่อนจะพูดกับดนัย
ซึ่งการที่หมอนากิสะพูดขอบคุณทุกคนในห้องผ่าตัดนั้นทำให้หมอและพยาบาลในห้องมีทัศนคติเกี่ยวกับหมอนากิสะผู้มาใหม่คนนี้ดีขึ้นมาเพราะปกติไม่ค่อยจะมีคนพูดแบบนี้หลังจากการผ่าตัดเสร็จเพราะทุกคนต่างมองว่ายังไงมันก็เป็นหน้าที่อยู่แล้วดนัยมองตามหลังหมอนากิสะที่เดินออกไปเพื่อไปแจ้งผลการผ่าตัดแก่ญาติคนไข้พลางคิดในใจ
เพียงแค่การผ่าตัดแรกหมอนากิสะก็สามารถครองใจพยาบาลและหมอที่เข้าร่วมการผ่าตัดวันนี้ได้แล้วหรือว่าข่าวลือเรื่องที่เธอต้องการขึ้นเป็นประธานแทนฮิคาริจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันนะ ดนัยคิดเพราะดูจากท่าทางของหมอนากิสะก็ไม่มีท่าทางรังเกียจการเป็นหมอนี่นาไม่มีเหตุผลที่เธอจะขึ้นเป็นประธานและเปลี่ยนโรงพยาบาลทาเคนากะให้เป็นห้างสรรพสินค้าเลย
จากนั้นดนัยก็เดินกลับไปที่ห้องพักแพทย์เพื่อพักผ่อนโดยมีฮิคาริคอยตามไปข้างๆระหว่างเดินฮิคาริก็คอยบอกตลอดว่าดนัยพลาดตรงไหนบ้าง
“ตอนนั้นน่ะนะนายลังเลใช่มั้ยล่ะความลังเลนั่นทำให้นายผ่าตัดช้าลงนายเป็นหมอนะควรจะมั่นใจและลงมืออย่างไม่ลังเล” ฮิคาริพูด
“โทษทีๆก็มันไม่มั่นใจนี่นา” ดนัยบอก
“ไม่มั่นใจก็หาความรู้เพิ่มเติมซะยิ่งนายมีความรู้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีความมั่นใจมากเท่านั้น” ฮิคาริบอก
“เข้าใจแล้วก็ว่าจะกลับไปดูวีดีโอผ่าตัดของหมออิจิโนเสะอยู่เนี่ยช่วงสองเดือนที่ผ่านมาตอนไปทำงานที่แผนกฉุกเฉินมีวีดีโอตั้งหลายม้วนเพิ่มขึ้นมา” ดนัยพูดเพราะเมื่อเช้าเขาเห็นว่าในห้องเก็บวีดีโอการผ่าตัดของแผนกศัลยกรรมนั้นมีวีดีโอเกือบร้อยม้วนเพิ่มเข้ามา
“เข้าใจแล้วๆถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะเจอกันตอนพักกลางวัน” ฮิคาริพูดก่อนจะหายตัวไปทันทีเมื่อฮิคาริไม่อยู่แล้วดนัยก็มุ่งหน้าไปที่ห้องพักแพทย์ทันทีแต่ก่อนที่เขาจะเดินเลี้ยวตรงหัวมุมเพื่อตรงไปห้องพักแพทย์นั้นเขาก็ได้ยินเสียงหมอยูมิกับหมอนากิสะกำลังคุยกันพอดี
“คุณทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ !!!” เสียงหมอยูมิอุทานเสียงดังมาก
ควับ !! ทันทีที่ดนัยได้ยินเสียงหมอยูมิเขาก็รีบหยุดเดินและหลบอยู่มุมทางเดินทันทีเขารู้สึกว่าการพูดคุยกันของหมอยูมิและหมอนากิสะนั้นมันดูตรึงเครียดแปลกๆแถมจากคำพูดของหมอยูมิทั้งสองคนน่าจะรู้จักกันมาก่อน
“เรียกซะห่างเหินเลยนะหนูยูมิไม่เรียกฉันว่าพี่นากิสะเหมือนแต่ก่อนแล้วงั้นเหรอ” หมอนากิสะพูด
“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องฉันถามว่าทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่” หมอยูมิพูดเสียงแข็ง
“ทำไมฉันถึงจะมาอยู่ที่นี่ไม่ได้ล่ะหนูยูมิก็ฉันย้ายมาประจำที่นี่แล้วนี่นา” สิ่งที่หมอนากิสะพูดทำให้หมอยูมิผงะไปครู่หนึ่งเพราะนึกไม่ถึงว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้
“อย่างคุณนี่นะย้ายมาประจำที่นี่คุณวางแผนอะไรไว้อีกล่ะหรือว่าเพราะคุณรู้ว่าพอฮิคาริกลับมาเธอจะมาทำงานที่นี่คุณเลยย้ายมาประจำที่นี่งั้นเหรอคุณวางแผนจะทำอะไรกับฮิคาริอีก” เสียงของหมอยูมิเริ่มดังขึ้น
หมอยูมิเป็นเพื่อนกับยัยฮิคาริเหรอเนี่ยโลกกลมไปมั้ย ดนัยตกใจกับสิ่งที่ได้ยินมาก
“หนูคิดไปถึงไหนนั่นเหตุผลที่ฉันย้ายมาประจำที่นี่ก็เพราะอยากจะเรียนรู้วิธีการผ่าตัดระบบประสาทจากหมออิจิโนเสะก็เท่านั้นเพราะในประเทศเราหนึ่งในหมอที่เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทที่สุดก็คือหมออิจิโนเสะนี่แหละ” หมอนากิสะบอกก่อนจะมองรถเข็นที่อยู่ในมือของหมอยูมิ
“ว่าแต่นั่นเครื่องมือที่จะต้องไปติดตั้งในห้องผ่าตัดสินะไม่รีบไปจะดีเหรอเดี๋ยวคนไข้จะรอนานนะ” หมอนากิสะพูด
“อึก....” หมอยูมิถึงกับสะอึกเพราะมันใกล้ได้เวลาผ่าตัดแล้วเธอกำมือแน่นก่อนจะตัดสินใจเข็นรถเข็นเดินผ่านหมอนากิสะมา
เวรแล้วหมอยูมิกำลังมาทางนี้ ดนัยร้อนรนขึ้นมาทันทีเมื่อหมอยูมิกำลังเข็นรถเข็นเครื่องมือมาทางเขา
ครืด !! กึก !! แต่จู่ๆก่อนที่หมอยูมิจะเข็นรถมาจนถึงจุดที่ดนัยซ่อนตัวอยู่เธอก็หยุดมันก่อนจะหันไปพูดกับหมอนากิสะ
“ถ้าฮิคาริกลับมาแล้วคุณคิดจะทำอะไรเธอแบบตอนนั้นอีกล่ะก็คราวนี้ฉันไม่ยอมแน่” หมอยูมิบอกกับหมอนากิสะ
“จ้าๆยอมแพ้แล้วใครจะอยากไปมีเรื่องกับคุณหนูตระกูลซานาดะผู้นำเข้าเครื่องมือทางการแพทย์ที่รวยเป็นอันดับต้นๆของญี่ปุ่นกันล่ะ อีกอย่างไม่แน่ว่าฮิคาริเพื่อนหนูตอนนี้คงไม่อยากกลับมาญี่ปุ่นแล้วล่ะมั้งเพราะเธอคงชอบฉายาเลดี้ชไวเซอร์มาก” หมอนากิสะพูดพลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อบอกว่ายอมแพ้แล้วอะไรทำนองนั้น
หูวนี่ตระกูลของหมอยูมิสุดยอดขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ยนำเข้าเครื่องมือทางการแพทย์งั้นเหรอจะว่าไปเครื่องมือทางการแพทย์แต่ละชิ้นก็ราคาหลายสิบล้านเยนนี่นาจะรวยก็คงไม่แปลกมั้งว่าแต่หมอนากิสะเคยทำอะไรไม่ดีกับฮิคาริไว้งั้นเหรอ ดนัยคิดอย่างสงสัยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในสมัยก่อนกันแน่หมอนากิสะนั้นเคยทำอะไรกับฮิคาริ
ครืด !! เสียงรถเข็นของหมอยูมิดังขึ้นมาอีกครั้งทำให้ดนัยตกใจรีบโกยอ้าวกลับไปทางห้องผ่าตัดทันทีก่อนจะแกล้งทำเป็นเสมือนกับพึ่งเดินออกมาจากห้องผ่าตัด
“อ้าวหมอยูมิมาทำอะไรแถวนี้เหรอครับแล้วนั่นอ๋อมีการผ่าตัดที่ต้องใช้เครื่องสแกนสินะครับเลยขนมาให้” ดนัยแกล้งทักทายหมอยูมิ
“อ๊ะหมอดนัยไม่เจอกันสักพักเลยนะคะเดี๋ยวนี้ฉันเองก็ไม่ค่อยได้ไปที่โรงอาหารเสียด้วยสิเพราะทำข้าวกล่องมากินที่ห้องพักแพทย์แทบทุกวันหมอดนัยพึ่งผ่าตัดเสร็จเหรอคะ” หมอยูมิถาม
“ชะ...ชะ...ใช่ครับผมพึ่งผ่าตัดเสร็จนี่ก็ว่าจะกลับไปพักผ่อนอยู่เหมือนกันเพราะตอนบ่ายมีผ่าตัดอีก” ดนัยตอบ
ต่อให้คุณมากินที่โรงอาหารก็ไม่เจอผมหรอกเพราะผมออกไปนั่งกินที่สวนหย่อมข้างโรงพยาบาลกับฮิคาริทุกวัน ดนัยคิดในใจ
“ถ้าอย่างนั้นกลางวันนี้เราไปกินข้าวกันดีมั้ยคะฉันอยากชิมฝีมือหมอดนัยมานานแล้วได้ข่าวว่าอาหารไทยนั้นเป็นอาหารที่อร่อยมาก” หมอยูมิพูด
“ได้สิครับผมเองก็ชอบอาหารที่หมอยูมิทำเหมือนกัน” ดนัยนึกถึงตอนที่หมอยูมิมาทำกับข้าวให้ที่ห้อง
“ถ้าอย่างนั้นถือว่าตกลงนะคะเราไปกินกันที่ไหนดี” หมอยูมิถาม
“เอาเป็นสวนหย่อมข้างโรงพยาบาลแล้วกันครับ” ดนัยบอกสถานที่นัดไป
“ได้ค่ะ” หมอยูมิพยักหน้าก่อนจะขอตัวขนเครื่องมือไปที่ห้องผ่าตัด
“เอ๊ะชวนหมอยูมิไปนั่งกินด้วยแบบนี้ยัยฮิคาริจะบ่นอะไรมั้ยเนี่ยคงไม่เป็นไรหรอกมั้งหมอยูมิเป็นเพื่อนกับยัยฮิคารินี่นาแถมหมอยูมิก็มองไม่เห็นฮิคาริ ยัยนั่นก็ความจำเสื่อมอีกคงไม่เป็นไรมั้งตอนจุดธูปก็บอกหมอยูมิไปก็ได้ว่าเป็นธูปไล่แมลงเธอจะได้ไม่มองเราแปลกๆ” ดนัยพูดออกมาเบาๆ
พักกลางวัน
“ว้าวนี่น่ะเหรอคะไข่ลูกเขยอร่อยมากเลยมันทำยากมั้ยคะวันหลังสอนฉันทำได้หรือเปล่า” หมอยูมิพูดออกมาหลังจากได้ชิมไข่ลูกเขยที่ดนัยทำ
“ได้สิครับเอาไว้ผมจะสอนให้ไข่ลูกเขยนี่ทำไม่ยากเลยแค่นำไข่ไปต้มแล้วไปทอดอีกรอบส่วนซอสนี่มีส่วนผสมไม่กี่อย่างเท่านั้น” ดนัยพูด
“ดีจังเลยถ้าอย่างนั้นวันหยุดหมอดนัยวันไหนคะถ้าวันหยุดฉันตรงกับหมอดนัยเดี๋ยวฉันไปหาที่ห้อง” หมอยูมิพูด
“ก็วันพฤหั..........”
แกร๊ก !! ดนัยยังพูดไม่ทันจบก็ต้องชะงักไปเสียก่อนเพราะคน ? ข้างๆดันเผลอทำตะเกียบหักครึ่ง
“ยัยยูมินี่พูดออกมาได้ว่าจะไปหาผู้ชายที่ห้องเธอนี่บ้าไปแล้วหรือไงดนัยเป็นหนุ่มกลัดมันนะถ้าเกิดดนัยคลังแล้วปล้ำเธอขึ้นมาจะทำยังไงตั้งแต่เมื่อก่อนเธอนี่ชอบทำอะไรไม่ระวังตัวอยู่เรื่อยฉันก็บอกแล้วไงผู้ชายไม่ได้นิสัยดีทุกคนโดยเฉพาะดนัยไม่รู้หื่นเงียบหรือเปล่า !!!” ฮิคาริพูดออกมาอย่างหงุดหงิด
“เอ๊ะนี่เราเป็นอะไรไปนะ ทำไมเราพูดเหมือนกับรู้นิสัยของหมอยูมิล่ะแถมเรียกเธอยังกับสนิทกัน” ฮิคาริที่พึ่งได้สติว่าเผลอพูดอะไรออกมาพูดขึ้นเธอมองตะเกียบในมือที่เผลอหักไปโดยไม่ตั้งใจ
“นี่ดนัยขอตะเกียบใหม่หน่อยสิ” ฮิคาริพูด
“เมื่อครู่หมอดนัยบอกว่าหยุดวันไหนนะคะ” หมอยูมิถามเพราะจู่ๆดนัยก็หยุดพูดไป
“อ๊ะผมหยุดวันพฤหัสครับสักครู่นะครับพอดีธูปไล่แมลงมันจะหมดผมขอจุดใหม่ก่อน” ดนัยพูดก่อนจะหยิบธูปออกมาจากซองอีกดอกพลางปักมันลงที่โคนต้นไม้ใกล้ๆพร้อมพนมมือขึ้นซึ่งในมือของดนัยนั้นมีตะเกียบของเขาถืออยู่ด้วย
คำพูดของฮิคาริเมื่อครู่เธอพูดเหมือนกับจำได้เลยแฮะว่าเธอเป็นเพื่อนกับหมอยูมิหรือว่าเป็นเพราะความคุ้นเคยกันนะทำให้เธอเผลอพูดออกมาถ้าเราให้เธออยู่ใกล้ๆหมอยูมิบ่อยๆความจำเธอจะกลับมามั้ยนะ ดนัยคิดในใจ
วู่บ !! แกร๊ก !! ตะเกียบคู่ใหม่ปรากฎขึ้นในมือฮิคาริทันทีที่ดนัยพนมมือ
“นั่นทำอะไรเหรอคะหมอดนัย” หมอยูมิมองอย่างสงสัยกับการกระทำแปลกๆของดนัย
“อ๋อไม่มีอะไรครับแค่ผมขอให้แมลงไม่มารบกวนน่ะ” ดนัยพูดอ้างไปอย่างงั้น
“ดูเหมือนหมอดนัยจะเกลียดแมลงมากเลยนะคะ” หมอยูมิอมยิ้มกับพฤติกรรมแปลกๆของดนัย
“เอ่อ...ก็พอดีเมืองไทยเป็นเมืองร้อนแมลงมันเลยเยอะน่ะครับผมเลยไม่ค่อยชอบแมลงเท่าไหร่” ดนัยยกมือขึ้นเกาหัวแกร่กๆก่อนจะหยิบข้าวกล่องขึ้นมากินต่อจากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันไปกินข้าวกลางวันกันไปโดยวันหยุดนี้ดนัยนัดหมอยูมิเอาไว้ซึ่งเธอจะไปเรียนวิธีการทำไข่ลูกเขยที่ห้องของดนัย
จบ...