ห้าปีผ่านพ้นไป. . .แสงแดดแยงตาชายหนุ่มที่กำลังนอนอยู่บนเตียง เขาลุกขึ้นเก็บที่นอนและเปิดประตูออกมา ลมเย็นๆพัดผ่านหน้า เขาเช็ดขี้ตาแล้วหรี่ตามองไปข้างหน้า เขาเห็นเส้นขอบฟ้าและท้องทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ที่แห่งนี้คืออาณาจักรวารี
"ลูกเซิ่ง! เ้าตื่นแล้วรึ!" ชายหนุ่มอายุประมาณ 40 ปีที่อยู่บนเรือประมงะโดังลั่น พร้อมกับโบกมือขวาของเขา
มู่หรูเซิ่งยิ้มด้วยสีหน้าปลื้มปิติ เขารีบเดินตรงไปที่ชายหาดเพื่อจะไปหาพ่อของเขา เมื่อเรือประมงเทียบท่าพ่อของเขาจึงเดินออกมาและลูบหัวของเขาพร้อมถามไถ่ "วันนี้เ้ายิ้มแย้มเชียวนะ มีอะไรพิเศษหรือป่าว หรือว่าฝันเห็นหญิงงาม ฮ่า ฮ่า"
"ข้าพึ่งจะอายุเท่านี้ท่านกล่าวเช่นนั้นได้อย่างไร ให้ทายสิว่าข้ายิ้มแย้มเพราะเหตุใด" มู่หรูเซิ่งถามออกไป
พ่อของเขายกมือมาแตะคางและทำหน้าเหมือนกำลังคิดเหตุผล "อืมม อาจเป็เพราะวันนี้อากาศสดใสละมั้ง" เขายิ้มให้ลูกของเขา เขาช่างเป็ชายที่ไร้เดียงสาเสียจริง
"ข้าให้ท่านคิดใหม่ว่าวันนี้เป็วันอะไร?" มู่หรูเซิ่งจ้องไปในตาพ่อของเขาราวกับจะบอกว่า ถ้าท่านลืมท่านโดนข้างอนแน่
"อ้าาา ข้าจำได้แล้ววันนี้เป็วันเกิดของเ้าไงหรูเซิ่ง! ไหนเ้าอยากได้อะไรลองบอกข้ามาซิ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เขาหัวเราะอย่างภาคภูมิ เขาคิดในใจว่า. . ดีจริงจริงที่ข้าไม่ลืม ฮ่าฮ่า
มู่หรูเซิ่งได้ยินดังนี้จึงกล่าวว่า "วันนี้เป็วันครบรอบอายุห้าปีของข้า ข้าอยากให้ท่านหาผู้ชี้แนะวิธีฝึกตนให้ข้าหน่อยข้า้าเพิ่มพลังปราณของข้า! ดูสิท่านพ่อ ตอนนี้ข้าไม่มีพลังปราณซักกะนิดเดียว อย่างน้อยข้าก็จะได้ภาคภูมิใจยามข้าไปเจอเพื่อนในชั้นเรียน"
". . . ลูกเซิ่ง" มู่ชีหยางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเขากล่าวต่อว่า "เ้าไม่จำเป็ต้องเพิ่มพลังปราณหรอก เมื่อเ้าอายุได้ 15 ปี เ้าจะรู้เหตุผลว่าเหตุใดข้าถึงบอกเ้าเช่นนี้ หากเ้า้าผู้ฝึกตนจริงๆ ข้าขอชี้แนะให้เ้าฝึกฝนเอาจริงเอาจังด้านศาสตราวุธดีกว่า"
มู่หรูเซิ่งถอนหายใจราวกับผิดหวัง "ก็ได้ ก็ได้ ศาสตราวุธก็ได้ ท่านจะสอนสิ่งใดให้ข้า? ขวาน ทวน หอก ดาบ กระบี่"
"ข้าไม่รู้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าถนัดอย่างไหนล่ะ?" มู่ชีหยางหัวเราะ มู่หรูเซิ่งได้แต่ขมวดคิ้วมองหน้าพ่อตัวเอง
"ั้แ่ข้าเกิดมาข้าเคยจับอาวุธจำพวกนี้ซะที่ไหนละ" เขาถอนหายใจ
"ก็ได้ งั้นวันนี้ข้าจะพาเ้าไปที่เมืองเพื่อเลือกดูศาสตราวุธที่เ้าถูกใจ" มู่ชีหยางยิ้มและจูงมือมู่หรูเซิ่งไป
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วยามพระอาทิตย์ก็ใกล้จะลับขอบฟ้า ทั้งสองพ่อลูกเดินสัญจรกันตามผู้คนระแวกนั้น "นี่เ้าก็ดูมาหมดแล้วนะเ้ายังไม่เจออาวุธที่เ้าถูกใจอีกหรือลูกเซิ่ง?" เขามองไปที่ลูกของเขาที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเลือกดูอาวุธ
"ข้าก็ไม่รู้จะเลือกอะไรเลยท่านพ่อ เอาอย่างนี้! ข้าเลือกกระบี่ไปก่อนก็แล้วกัน ข้าเห็นปรมาจารย์หลายท่านก็ใช้อาวุธประเภทนี้" เมื่อเขาพูดเสร็จจึงเดินเข้าไปที่ร้านขายกระบี่ทางซ้ายมือทันที
เ้าของร้านเห็นชายทั้งสองคนพ่อลูกเดินเข้ามาเขาจึงกล่าวคำทักทายตามปกติ สองพ่อลูกนี้เป็แค่ชาวประมงจะให้เขาปูพรมแดงต้อนรับได้เยี่ยงไร "พวกเ้าทั้งสองดูก่อนได้ หากท่านสนใจชิ้นไหนแสดงว่ามันมีพรมลิขิตกับท่าน หยิบมันมาแล้วมาจ่ายเงินที่นี่"
"ข้าสนใจกระบี่ลายทะเลนั่น หรูเซิ่งชี้ไปที่กระบี่สีขาวที่ลงลวดลายท้องทะเลไว้ครึ่งหนึ่ง" เ้าของร้านมองหน้าเด็กหนุ่มพร้อมกล่าวขึ้นว่า "นี่เ้ารู้วิธีเลือกกระบี่หรือไม่? หรือเ้าเลือกจากลายของมัน?"
"บอกตามตรง ข้าเลือกจากลายของมัน ฮ่า ฮ่า" มู่หรูเซิ่งหัวเราะ
"เอาล่ะๆกระบี่นี่ 10 เหรียญเงิน" พ่อค้าพูดขึ้น บนโลกใบนี่สิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนคือเหรียญและบัตริญญา ซึ่ง 100 เหรียญทองแดงจะเท่ากับ 1 เหรียญเงิน 100 เหรียญเงินจะเท่ากับ 1 เหรียญทอง 100 เหรียญทองจะเท่ากับ 1 บัตริญญาดำและ 100 บัตริญญาดำจะเท่ากับ 1 บัตริญญาขาว ในตระกูลที่รํ่ารวยจะมีทรัพย์สินประมาณ 10 บัตริญญาดำ แต่หากเป็นิกายใหญ่ๆแล้วนั้นอาจมีถึง 2 บัตริญญาขาวเลยทีเดียว
"ลูกเซิ่งบ้านเรานั้นมีรายได้แค่เพียงวันละ 3 เหรียญเงิน ข้าว่ากระบี่นี่อาจจะแพงไปสักนิด เหตุใดเ้าจึงไม่เลือกกระบี่ที่มีคุณภาพดีกว่าแต่ราคาถูกกว่านี้ดูล่ะ สีสันมันอาจจะไม่สายแต่ความคมนั้นข้าพอรับประกันได้" มู่ชีหยางพูดด้วยใจจริง
มู่หรูเซิ่งหันหน้าไปถามพ่อของเขาด้วยความสงสัย "แล้วข้าจะดูคุณภาพของกระบี่อย่างไรล่ะท่านพ่อ? ข้าดูไม่เป็"
พ่อค้าเห็นดังนั้นจึงรีบพูดแซรกขึ้น เอาล่ะๆข้าจะบอกเ้าเอง ศาสตราวุธบนโลกนี้มีอยู่หลายชนิดแต่สำหรับข้านั้นแน่นอนว่ากระบี่ดีสุด! หากเ้าถามว่าทำไมมันถึงดีสุดข้าก็จะตอบว่าเพราะมันขายได้ดีที่สุดอย่างไงล่ะ ฮ่า ฮ่า หากเ้าจะดูคุณภาพของมันนั้นเ้าจงใช้พลังปราณของเ้าใส่ลงไปในกระบี่หากเ้าเห็นเป็สีม่วงแสดงว่ามันคือระดับตํ่าสุด ที่สูงกว่านั้นก็จะเป็ สีคราม สีนํ้าเงิน สีเขียว สีเหลือง สีแสด สีแดง รวมทั้งสิ้น 7 ระดับ ระดับสูงสุดที่มีภายในร้านของข้าก็แค่สีนํ้าเงิน สำหรับสีเขียวขึ้นไปนั้นเ้าต้องมีฐานะพอสมควรถึงจะซื้อได้!"
"น่าเสียดายที่ข้าไม่มีพลังปราณเลยแม่แต่น้อย ท่านดูให้ข้าหน่อยสิว่ากระบี่ทะเลนั้นอยู่ระดับอะไร" มู่หรูเซิ่งทำหน้าสงสัย
พ่อค้าใส่พลังปราณลงไปในกระบี่ทะเล ทันใดนั้นสีม่วงก็เปล่งออกมาจากแกนกระบี่ "นี่คือกระบี่ระดับตํ่าสุด ที่ข้าขายมันในราคาแพงเพราะคนที่วาดลายท้องทะเลที่ปอกกระบี่นั้น เป็สุดยอดนักจิตรกรรมของอาณาจักรวารี"
"มันเป็เช่นนี้เอง เช่นนั้นท่านแนะนำกระบี่ราคาถูกให้ข้าหน่อยสิ แต่ข้าขอเป็ระดับครามนะ!" มู่หรูเซิ่งมองหน้าพ่อค้าที่กำลังเกาหัวของตนเหมือนกำลังนึกอยู่ "จริงๆมันก็มีแหละรอข้าซักครู่!"
เวลาผ่านไปไม่นานนักพ่อค้าก็กลับมาจากด้านหลังร้านด้วยสภาพมอมแมมราวกับพึ่งเข้าไปต่อสู้กับแมงมุมมา หยากไย่ติดอยู่ที่หัวของเขา ดูท่าแล้วเหมือนเขาจะไม่รู้ตัว สองพ่อลูกยักไหล่ให้กันแต่มิได้พูดอะไร
"นี่เป็กระบี่เมฆา ระดับคราม ราคาของมันเพียงแค่ 10 เหรียญเงินที่ข้าขายในราคาค่อนข้างถูกเพราะว่ากระบี่นี้อยู่คู่ร้านมาั้แ่ร้านเปิดกิจการ มันก็นานมากพอสมควร น่าจะสมัย 50 ปีที่แล้วได้"
"เอาล่ะท่านพ่อถ้าท่านตกลงข้าก็จะเอากระบี่เมฆานี้" เขามองหน้ามู่ชีหยางด้วยแววตาขอร้อง "เอาสิ เถ้าแก่ข้าเอาชิ้นนี้" เขาหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา 10 เหรียญเงิญแล้วยื่นไปที่พ่อค้า
"ขอบคุณมากหวังว่าพวกเ้าจะมาอุดหนุนกันอีก" พ่อค้ากล่าวขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังก้าวขาพ้นร้านนั้นพ่อค้าจึงกล่าวถามมู่ชีหยางว่า "เ้าหนุ่ม เ้ารู้ได้เช่นไรว่ากระบี่ทะเลของข้ามีระดับใด? ข้ามิเห็นเ้าใส่พลังปราณของเ้าเข้าไปในกระบี่เลย" พ่อค้าถามด้วยความสงสัย เขาเป็แค่ชาวประมงที่ไร้พละปราณเหตุใดจึงดูระดับพลังของกระบี่ของเขาออก
"ของแบบนี้ข้าเคยเห็นผ่านตามาเป็ล้านครั้งแล้วเมื่อก่อน แม้ข้าจะไม่มีพลังปราณข้าก็รู้ได้ว่าของชิ้นนี้มีระดับเพียงแค่ระดับม่วง" เขายักไหล่แล้วยิ้มให้พ่อค้าจากนั้นก็เดินออกจากร้านไป
มู่หรูเซิ่งมองไปที่พ่อของเขาราวกับจะถามอะไรบางอย่าง เขาคิดอยู่พักหนึ่งจึงถามขึ้น "ท่านพ่อเหตุใดท่านจึงกล่าวว่าท่านเห็นเป็ล้านครั้งแล้วล่ะ ท่านเป็ชาวประมงมิใช่หรือ ท่านพูดราวกับท่านเป็ผู้ฝึกตนซะอย่างงั้น"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า มู่ชีหยางหัวเราะดังลั่นแล้วมองลูกของเขาด้วยความเดียวสา ลูกเซิ่ง เ้าเห็นข้าอย่างนี้แต่ข้าก็เป็ผู้ฝึกตนมาก่อนนะ เ้าประเมินข้าตํ่าเกินไปแล้ว! เมื่อสมัยก่อนตอนที่ข้ายังเป็ผู้ฝึกตนนั้นทุกคนต่างก้มหัวให้ข้า!" เขากล่าวขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ
"ท่านพ่อยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ" มู่หรูเซิ่งกล่าวถามด้วยความชื่นชม
"เปล่า! ! ! เพราะพ่อของข้านี่แหละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทุกคนต่างกลัวท่านปู่ของเ้า หาใช่ข้าไม่" เขาหัวเราะอีกครั้งแม้เขาจะหัวเราะแต่แววตาของเขากลับเศร้าหมอง
"แล้วเหตุใดท่านจึงไร้พลังปราณเล่าตอนนี้ ท่านปู่กับท่านแม่ข้าด้วย พวกเขาหายไปไหน"
"มู่ชีหยางมองขึ้นไปบนฟ้า เ้าช่างอยากรู้ไปหมดทุกเื่ ไว้เ้าจะรู้ด้วยตนเองเมื่อถึงเวลา" มู่ชีหยางกล่าวขึ้น ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเลี้ยงมู่หรูเซิ้งให้ดีเข้าไว้ อย่าให้เขารับรู้ถึงความโกรธแค้นอันใด มิเช่นนั้นชะตาของเขาก็จะเป็ไปตามที่ฉี่เฉี่ยวหัวทำนายไว้
ระหว่างทางเดินกลับหรูเซิ่งได้พบเห็นอาวุธชนิดหนึ่ง มันวางอยู่บนพื้นที่มีกระสอบผ้าปูไว้ ด้านหลังเป็ชายชราตาบอดข้างซ้าย ิัเหี่ยวย่นกำลังนั่งขัดสมาธิโดยตั้งขาข้างหนึ่งเอาไว้ เขามองมาที่มู่หรูเซิ่งราวกับรู้ทุกอย่างในร่างของเขา
"เ้า้ามันหรือไม่?"