1
วิวาห์จำยอม
ปีนี้หิมะตกเร็วกว่าทุกปี ถนนหนทางเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน บางบ้านตื่นแต่เช้ามากวาดลานหิมะหน้าประตู เพื่อสะดวกเดินออกไปข้างนอก บางบ้านที่ไม่ได้ออกไปไหน จะนั่งผิงไฟอยู่ข้างใน รอให้สาย ๆ หน่อย หิมะละลายค่อยออกมาตากแดด
เรือนสกุลเล่อเช้านี้กำลังวุ่นวาย เนื่องจากคุณหนูเล่อหวงหายตัวไป บ่าวไพร่หลายคนวิ่งวุ่นกันออกไปตามหา ด้านสาวใช้คนสนิทของเล่อหวงกำลังคุกเข่าต่อหน้านายท่าน
“ดูแลกันอย่างไรคนถึงหายไปได้” บุรุษวัยกลางคน ร่างกายสูงผอมสวมชุดสีม่วงเข้ม สองมือไขว้อยู่ข้างหลังเดินไปหยุดเบื้องหน้าสาวใช้ของบุตรสาว บุคลิกองอาจของชายวัยกลางคนดูมีสง่าราศีราวกับบัณฑิตในสำนักศึกษา ใบหน้าเรียวยาวขาวสะอาด คิ้วดกเข้มขมวดเข้าหากันจนเกิดร่องลึกกลางหว่างคิ้ว
“บ่าวส่งคุณหนูเข้านอนแล้วถึงได้ดับเทียนออกจากห้อง ตอนเช้าบ่าวนำน้ำร้อนเข้ามาเพื่อปลุกคุณหนูล้างหน้า แต่ที่นอนกลับเย็นชืด ปราศจากร่องรอยคุณหนู บ่าวไม่ทราบจริง ๆ เ้าค่ะนายท่าน” เลี่ยงซิ่วเป็สาวใช้คนสนิทของเล่อหวง นางถูกบิดามารดาขายมาเป็บ่าวในสกุลเล่อั้แ่เด็ก เพื่อแลกข้าวสารสี่จินให้กับครอบครัว
“เหลวไหล เด็กคนนั้นจะไปไหนได้” เล่อสือรู้จักบุตรสาวตนดี วัน ๆ ไม่ทำอะไร นอกจากแต่งตัว ทาชาด ข่มขู่บ่าวไพร่ ไม่ยอมเย็บปักถักร้อย เด็กี้เีคนนั้น กลางค่ำกลางคืนจะออกไปไหน
“แต่คุณหนูไม่อยู่ในห้อง หรือว่าคุณหนูจะถูกโจรจับตัวไปเ้าคะ” เลี่ยงซิ่วอุทานเสียงสั่น
“หุบปาก!” เล่อสือมองสาวใช้ของบุตรสาวอย่างดุดัน เลี่ยงซิ่วตัวสั่นงันงก หุบปากสนิท เวลาเดียวกัน ร่างบางสมส่วนเร่งรุดเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นว่าคนที่ตนหากำลังหน้าดำเคร่งเครียด จึงผ่อนฝีเท้าลง ก่อนเอ่ยเสียงร้อนรน
“เจอหวงเอ๋อร์แล้วเ้าค่ะท่านพี่”
ชายวัยกลางคนหันไปมองคนถาม “อยู่ที่ไหน”
“อ่ะ เอ่อ คือ ว่า...” ใบหน้ากลมขาวดุจซาลาเปาของิหวั่งมีแววลำบากใจ ดวงตาเรียวเล็กชั้นเดียวแสร้งหลบอย่างขลาดเขลา
“อย่ามัวอ้ำอึ้ง รีบพูดมาเถอะ” เขาร้อนใจแทบแย่ บุตรสาวไม่เอาไหนไปก่อเื่ที่ใดก็ไม่รู้
ิหวั่งยื่นมือไปจับต้นแขนของสามีเป็เชิงปลอบ “ท่านพี่ใจเย็น ๆ นะเ้าคะ”
“หมายความว่าอย่างไร” เล่อสือจ้องคนพูดเขม็ง คนอิดออดไม่ยอมบอกความจริง เม้มปากนิ่งก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นหวิวราวกับสิ่งที่ได้ยินมาไม่ใช่ความจริง
“หวงเอ๋อร์อยู่ที่กระท่อมท้ายอารามร้าง กะ กับ มู่ขาเป๋”
“เ้าว่าอะไรนะ” ใบหน้าเรียวยาวชะงัก ดวงตาคมเรียวเบิกกว้าง น้ำเสียงที่ถามออกไปมีแววสับสน เห็นเช่นนั้นิหวั่งลอบยิ้มมุมปาก ก่อนย้ำเสียงหนักราวกับค้อนทุบกลางใจเล่อสือ
“หวงเอ๋อร์อยู่กับมู่ขาเป๋ที่กระท่อมท้ายอารามร้างทั้งคืนสองต่อสอง”
กระท่อมเก่าซอมซ่อหลังเล็กท้ายอารามร้าง ยามนี้มีเสียงสะอื้นดังขึ้นเคล้าไปด้วยเสียงด่าทอให้ได้ยิน โชคดีของสกุลเล่อที่เมื่อคืนหิมะตกหนัก เช้านี้จึงยังไม่มีชาวบ้านออกมาหาของป่า ไม่เช่นนั้นเื่ที่บุตรสาวก่ออาจรู้ไปทั่วหมู่บ้านภายในเวลาอันรวดเร็ว
“ท่านพ่อ ข้าเปล่านะเ้าคะ ข้าไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” หญิงสาวที่แต่งกายไม่เรียบร้อย มีเพียงผ้าห่มสีหม่นผืนเก่าคลุมกายกำลังคุกเข่าตรงหน้าบิดา
“ตายจริง ชายหนุ่มผู้นี้กระมังที่ถูกหวงเอ๋อร์ของเรารังแก” ิหวั่งแสร้งยกมือขึ้นปิดปากพลางถอยไปหนึ่งก้าว เมื่อสามีมองปรามอย่างไม่พอใจ
คนได้ชื่อว่ารังแกผู้อื่นหน้าแดงกล่ำ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง แค่นเสียงหยันในลำคอ ขณะที่คนซึ่งได้ชื่อว่าถูกหญิงสาวรังแกอย่างบุรุษหนุ่มขาเป๋กลับนั่งอิงกำแพงมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเงียบสงบ ดวงตาคมกริบเผยแววล้ำลึกเมื่อมองแผ่นหลังบางของคนร่วมเตียงก่อนจางหายไปอย่างไม่เคยมีมาก่อน
“งามหน้า แต่ก่อนข้าเคยคิดว่ามารดาเ้าไม่อยู่แล้ว จึงตามใจมากหน่อยเพื่อชดเชยให้เ้า ไม่คิดว่าเ้าจะไม่รักดี ทำงามหน้า สร้างความอับอายแก่วงศ์ตระกูล” หลังจากภรรยาเสียชีวิตด้วยโรคร้าย เล่อสือจึงมักตามใจบุตรสาวมาตลอด ยามที่นางทำผิด เขายอมหลับตาข้างหนึ่ง
แม้จะเป็พ่อค้าขายข้าวฐานะปานกลาง แต่เล่อสือก็เคยร่ำเรียนเขียนอ่านกับบัณฑิตาุโท่านหนึ่ง ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็อาจารย์อยู่ในตัวอำเภอ เขาจึงรอบรู้หลายอย่าง เป็ที่เคารพชื่นชมของชาวบ้านในหมู่บ้านซื่อหลิวไม่น้อย บัดนี้บุตรสาวทำตัวไร้ยางอาย ผู้คนจะมองเขาอย่างไร
“ไม่ใช่ ข้าไม่ได้ทำ ท่านต้องเชื่อข้าสิ ข้าเป็บุตรสาวท่าน” มือเรียวเล็กกอดขาบิดาแน่น ปากอิ่มสวยบวมเจ่อปฏิเสธเสียงแข็ง พลางถลึงตาดุใส่มารดาเลี้ยงอย่างไม่ชอบใจ
“หลักฐานคาตา เ้ายังจะปฏิเสธอีก” ชายวัยกลางคนหลับตาอย่างกริ้วกราด กลัวว่าจะข่มกลั้นไม่ไหวแล้วเผลอลงมือทุบตีบุตรสาว เล่อสือไม่แม้แต่จะหันไปมองชายหนุ่มผู้ล่วงเกินบุตรสาวซึ่งนั่งอิงกำแพงอีกด้านประหนึ่งกำลังมองดูงิ้ว ราวกับว่าเขาเป็ผู้ชมไม่ได้เกี่ยวข้องกับเื่นี้