ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    ข่าวลือ

            หลังจากหลบหนีมาได้ใกลแล้วต้าหมิงก็หาที่พักผ่อนและฟื้นฟูสภาพร่างกายของตัวเอง การต่อสู้ของสัตว์เวทระดับ 6 อย่างพยัคฆ์เนตรครามและแมงป่องราชานั้นทำให้ผู้คนกลายเป็นหวาดกลัวและถอยออกไป แม้แต่ระดับจอมพลก็ยังไม่อยากเข้าไปหาเรื่องด้วย

            ส่วนจอมเวทย์ที่ไม่ถึงระดับขุนพลก็ยิ่งต้องถอยออกไปให้ห่างเพราะถ้าเข้าใกล้เพียงนิดเดียวก็อาจจะตกตายได้เลย ในขณะที่พื้นที่รกร้างกำลังวุ่นวายก็มีข่าวใหม่ปรากฎ

            ไข่ของแมงป่องราชานั้นถูกมนุษย์คนหนึ่งเก็บเอาไป ต้องรู้ก่อนว่าไข่ของสัตว์เวทระดับ 6 นั้นล้ำค่ามากแค่ใหนถ้าตระกูลใดที่มีผู้อัญเชิญอยู่และเลี้ยงดูสัตว์เวทตัวนี้ให้เติบใหญ่ ในอนาคตสัตว์เวทตัวนี้ก็จะเป็นกำลังให้กับตระกูลนั้นได้มากเลยทีเดียว

            “มนุษย์คนนั้นเป็นใครกันทำไมถึงกล้าแย่งเนื้อจากปากเสือได้” ผู้คนอดที่จะสงสัยไม่ได้

            ต้องรู้ก่อนว่าในเวลานั้นมีอัจฉริยะของสามเผ่ารวมตัวกันอยู่ด้วยและแต่ละคนก็ไม่ธรรมดาเป็นถึงจอมเวทย์ระดับ 6 แล้ว

            “เห็นว่าอัจฉริยะของเผ่าภูติถูกโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และผู้นำยังได้รับบาดเจ็บที่สุดเห็นว่าวิญญาณของเขาได้รับความเสียหายอย่างมาก”

            “ร้ายกาจมากจริงๆใช้พลังของตัวเองสามารถทำร้ายอัจฉริยะของเผ่าภูติได้แบบนี้”

            “ตอนนี้ข้าได้ข่าวว่าอัจฉริยะเผ่าภูติที่เป็นจอมเวทย์ระดับ 7-9 ได้เคลื่อนใหวแล้วพวกเขาเริ่มออกตามหาชายหนุ่มมนุษย์คนนั้นแล้ว”

            “ไม่ใช่แค่เผ่าภูติหรอกแม้แต่พวกครึ่งอสูรเองก็เคลื่อนใหวแล้วเช่นกัน” ผู้คนพากันกล่าวอย่างสนุกปาก

            อีกด้านอัจฉริยะจากอาณาจักรอัคคีต่างพากันได้รับข่าวเช่นกัน และด้วยลักษณะที่โด่ดเด่นของต้าหมิงทำให้พวกเขาพอจะนึกออกว่าใคร

            “เอายังไงดี เราประกาศไปเลยใหมว่าเป็นฝีมือของต้าหมิง” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับมองไปยังหลางซ่ง

            “เจ้าโง่ ตอนนี้ตระกูลหลางของพวกเรากำลังถูบจับตาอยู่ถ้าเราลงมือมากกว่านี้เจ้าพวกนั้นก็จะหาข้ออ้างในการลงมือกับพวกเรา” หลางซ่งกล่าวด้วยสีหน้าโกรธแค้น

            ถึงแม้หลางซ่งจะเกลียดต้าหมิงอย่างมากแต่หลางซ่งก็ไม่ได้โง่ที่จะนำความโกรธเกลียดของตัวเองทำให้ตระกูลต้องถูกทำลาย

            “ตอนนี้พวกเราอย่าพึ่งเคลื่อนใหวอะไรจะดักว่า” หลางซ่งกันไปทางหลางเลี่ยแล้วกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

            “ข้าเข้าใจแล้วท่านพี่” หลางเลี่ยเองก็ไม่ได้โง่เช่นกันเวลานี้ตระกูลหลางตกที่นั่งลำบากอย่างมากถ้าพลาดขึ้นมาแม้แต่นิดเดียวจุดจบของตระกูลหลางก็จะมาถึงซึ่งหลางเลี่ยไม่อยากจะให้วันนั้นมาถึง

            “เอาละ พวกเราไปกันเถอะ เวลาเหลืออีกไม่ถึงปีพวกเราจะต้องแข็งแกร่งให้ได้มากที่สุดและแย่งชิงสิทธิ์ในการเป็นตัวแทนของดินแดนมนุษย์ให้ได้” หลางซ่งกล่าว

            อีกด้าน ตระกูลจวิ้นนั้นก็ไม่ได้สนใจข่าวของต้าหมิงและยังคงพยายามเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างบ้าคลั่ง และวนนี้อัจฉริยะของตระกูลจวิ้นอย่าง จวิ้นนู่ซึ่งเป็นพี่สาวของจวิ้นมู่ได้ปรากฎตัว

            พลังของจวิ้นนู่ตอนนี้อยู่ระดับ 9 แล้วและนางในตอนนี้แค่ออกมาฝึกฝนทักษะการต่อสู้เท่านั้น ด้วยพลังของนางในตอนนี้อยู่ในระดับสูงสุดแล้วจึงไม่สามารถเพิ่มพลังได้มากกว่านี้แล้วไม่อย่างงั้นนางจะทะลวงระดับไประดับขุนพลซึ่งนางจะไม่สามารถเข้าร่วมการประลองได้

            “ท่านพี่ด้วยพลังของท่านในตอนนี้ต่อให้เป็นหลางซ่งก็ยากจะต่อกรกับท่านได้แล้ว แต่ทำไมท่านถึงยังออกมาฝึกฝนอีก” จวิ้นมู่กล่าว

            “ก็จริงที่จวิ้นมู่ไม่ได้อยู่ในสายตาของข้า แต่อาณาจักรอีกสองอาณาจักรไม่เหมือนกัน ใหนจะอีกสองดินแดนอีก น้องข้าเจ้าต้องรู้ก่อนว่าอัจฉริยะของสองดินแดนนั้นแข็งแกร่งกว่าที่เจ้าคิด ในระดับเดียวกันการจะเอาชนะอีกฝ่ายนั้นยากเย็นอย่างมาก” จวิ้นนู่กล่าว

            “แต่ต้าหมิงก็ทำได้ไม่ใช่เหรอ จากข่าวลือที่พูดกันมาต้าหมิงได้มาถึงระดับ 5 แล้ว แต่กลับสามารถเอาชนะระดับ 6 ได้” จวิ้นมู่กล่าวพร้อมกับกำหมัดแน่น ตอนนี้จวิ้นมู่เองก็มาถึงระดับ 5 แล้วเช่นกันด้วยทรัพยากรที่ตระกูลจวิ้นทุ่มให้ทำให้จวิ้นมู่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

            “ชายคนนั้นน่าจะมีความพิเศษบางอย่าง จากที่เจ้าเคยสู้เจ้าก็น่าจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” จวิ้นนู่กล่าว

            “จริงด้วย ในข่าวลือไม่ได้บอกว่าต้าหมิงใช้สัตว์เวทของเขาเลย นี่หรือว่าแค่ตัวเขาเองก็สามารถล้มจอมเวทย์ระดับ 6 ได้แล้ว” ใบหน้าของจวิ้นมู่กลายเป็นตื่นตระหนก

            ในการทดสอบของสถาบันจวิ้นมู่เคยต่อสู้กับต้าหมิงแต่ในครั้งนั้นต้าหมิงมีอสูรสายฟ้าคลั่งคอยช่วยเหลือทำให้จวิ้นมู่ได้แต่เสมอกับต้าหมิงเท่านั้น แต่ว่านี่ไม่เหมือนกัน ด้วยพลังของคนเพียงคนเดียวสามารถล้มจอมเวทย์ระดับ 6 ได้และต้าหมิงยังเป็นผู้อัญเชิญที่ไม่ได้มีพลังโจมตีอะไรเลยอีกด้วย

            “เขาเองก็อาจจะเป็นตัวแปรในการประลองครั้งนี้ก็ได้เพราะงั้นเจ้าอย่าได้ประมาทอย่างเด็ดขาด การประลองระหว่างอาณาจักรนั้นจะส่งตัวแทนอาณาจักรละ 10 คนเท่านั้นเพราะงั้นการต่อสู้จึงดุเดือนอย่างมากแน่” จวิ้นนู่กล่าว

            “ท่านพี่กล่าวได้ถูกต้องแล้วข้าจะไม่ยอมแพ้ต้าหมิงแน่ ครั้งนี้ข้าจะต้องต่อสู้กับเขาให้ถึงที่สุดให้ได้” จวิ้นมู่กล่าว

            จวิ้นมู่ใช้คำพูดว่าต่อสู้ให้ถึงที่สุดแต่ไม่ใช่ชนะให้ได้นี่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่จวิ้นมู่ในตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าตนเองจะเทียบกับต้าหมิงได้หรือเปล่า

            จวิ้นนู่ที่ได้ฟังก็ถอนหายใจนางรู้ดีว่าข่าวลือที่ถูกปล่อยออกมานั้นส่งผลกระทบต่อจวิ้นมู่มาก อย่าว่าแต่น้องชายของนางเลยแม้แต่ตัวนางก็ยังต้องขมวดคิ้วเช่นกัน

            ในตอนนี้หลายคนพากันออกตามหาตัวต้าหมิงอย่างบ้าคลั่งเพราะที่ตัวของต้าหมิงมีของล้ำค่าที่พวกเขาต้องการอยู่

            อีกด้านต้าหมิงที่พักฟื้นร่างกายจนกลับมาสมบูรณ์ก็นำไข่ของแมงป่องราชาออกมาและนั่งสังเกตอย่างระเอียดทันที

            “ไข่ใบนี้มันก็เป็นไข่ของสัตว์เวทธรรมดาถึงจะเป็นระดับ 6 แต่มันก็ไม่สามารถช่วยอะไรข้าได้มากเพราะพวกมันต้องใช้เวลาในการเติบโต” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับมองไปยังลวี่น้อยที่กำลังกัดกินเนื้อของสัตว์เวทระดับ 3 ดาวอย่าวอร่อย

            “หืม..... อะไรกันตำราอสูรมายากำลังตอบสนองงั้นเหรอ เดี๋ยวก่อนภาพความทรงจำนี่มันอะไรกัน” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับเริ่มรู้สึกปวดหัวเมื่อตำราอสูรมายาเปล่งแสงพร้อมกับมีความทรงจำบางอย่างใหลเข้ามาในหัวของต้าหมิง

            ในภาพนั้นต้าหมิงเห็นชายชราคนหนึ่งกลั่นแก่นแท้โลหิตของตนออกมา 1 หยดและหยดลงบนไข่สัตว์เวทและพริบตานั้นเองไข่ของสัตว์เวทใบนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าประหลาด