“อ้าว!เฟิ่งเออร์ตื่นแล้วหรือ”นางซือที่กำลังรับการตรวจชีพจรจากหมอในจวนอยู่หันมาเอ่ยกับหลานสาวของตนด้วยสีหน้าแปลกใจเมื่อพบว่าหลานสาวของตนยังอยู่ในชุดนอนนางมองเลยไปที่สาวใช้ที่วิ่งตามหลังของหยางเฟิ่งมาติดๆ ด้วยสายตาตำหนิ
“ท่านย่ายังไม่หายป่วยหรือเ้าคะ”หยางเฟิ่งเอียงคอถามย่าของตนด้วยความสงสัย
“ย่าหายดีแล้วเพียงแต่ย่าแค่แปลกใจเท่านั้นจึงให้ท่านหมอมาตรวจชีพจรของย่าก็เท่านั้นเ้าอย่ากังวลนักเลย” นางซือที่เห็นว่าคิ้วเรียวของหยางเฟิ่งขมวดคิ้วมุ่นจึงหันมาเอ่ยปลอบหลานสาวของตนด้วยไม่้าให้เด็กหญิงตรงหน้าเป็กังวลเื่ของตนอีก
“เ้าค่ะแล้วตอนนี้ท่านย่าแข็งแรงดีหรือไม่เ้าคะ”หยางเฟิ่งเดินเข้าไปเอ่ยถามหมอชราตรงหน้าด้วยความเป็ห่วงนางซือย่าของตน
“ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าแข็งแรงมากขอรับ”หมอชราหันมาเอ่ยตอบหยางเฟิ่งด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
“ขอบคุณท่านหมอมากเ้าค่ะที่มาดูแลท่านย่าของข้า” หยางเฟิ่งเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มให้หมอชราด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ข้าน้อยยินดีขอรับเช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อนนะขอรับ” หมอชราเอ่ยตอบหยางเฟิ่งด้วยรอยยิ้มเอ็นดูแล้วจึงเก็บหลวมยาของตนออกจากห้องไปด้วยรอยยิ้ม
“เฟิ่งเออร์จะออกจากห้องเหตุใดไม่แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนละ”นางซือที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้กลางห้องโถงเอ่ยกับหยางเฟิ่งด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
“อ๊ะจริงด้วยท่านย่ามีอะไรไม่รู้มาติดที่หน้าผากของข้ากับพี่ชายเ้าค่ะ”หยางเฟิ่งที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนมาหาท่านย่าของเื่อะไร เอ่ยถามนางซือพร้อมกับใช้นิ้วชี้มาที่กลางหน้าผากของตนให้กับนางซือช่วยดู
“โอ้นั้นคือสัญลักษณ์ของความกล้าของพวกเ้าอย่างไรละ” นางซือเอ่ยพร้อมกับมอบจุมพิตที่หน้าผากของหลานสาวตน
“เอ๊ะ”เจียวซิ่นที่มองไปที่เื้ัของนางซือก็พบกับชายวัยกลางคนที่อยู่ในชุดนักรบน่าเกรงขามยื่นซ้อนอยู่เื้ัของย่าตนนางจึงขมวดคิ้วมุนแล้วมองไปที่ชายตัวโปร่งแสงตรงหน้าด้วยความไม่แน่ใจแต่เมื่อนางลองหลับตาแล้วลืมตาขึ้นมาอีกครั้งนางจึงพบว่าชายโปร่งแสงตรงหน้าของนางเป็ผีนั้นเองหยางเฟิ่งที่ในางกระถดตัวหนีจนตกเก้าอี้ทำให้นางซือที่อยู่ข้างๆหยางเฟิ่งใกับท่าทางหวาดกลัวของหยางเฟิ่งเป็อย่างมากนางรีบลุกขึ้นเข้าไปดูหลาสาวของตนทันที
“เฟิ่งเออร์เ้าเป็อะไร” นางซือที่สำรวจเนื้อตัวของหยางเฟิ่งเอ่ยถามด้วยท่าทางใ
“ผีเ้าคะท่านย่าข้าเห็นผีเ้าค่ะ” หยางเฟิ่งเอ่ยกับนางซือด้วยท่าทางตื่นกลัวแล้วชี้นิ้วไปที่ร่างโปร่งแสงด้วยสีหน้าตื่นกลัวนางเฟิ่งที่เห็นดังนั้นจึงได้แต่สั่งให้สาวใช้คนสนิทเข้ามาอุ้มหยางเฟิ่งกลับไปที่ห้องของตนอย่างเร่งรีบหยางเฟิ่งที่กลัวผีนางได้แต่เอาหน้าของตนซุกไปที่หน้าอกของสาวใช้ที่เข้ามาอุ้มตนไม่กล้ามองกลับไปในที่ที่ตนเห็นิญญาเมื่อครู่นี้อีกเลย
“อาเหวิน!”นางซือที่เดินเข้ามาพบว่าหยางเหวินหลานชายของตนนอนคลุมโปงด้วยเนื้อตัวสั่นเทาเอ่ยเรียกด้วยความใ
“ท่านย่า”หยางเหวินที่เลิกผ้าออกมาพบว่าเป็นางซือก็โถมตัวเขากอดย่าของตนเต็มแรงทำให้นางซือเซถอยหลังไปหลายก้าวทีเดียว
“เอาละจือหลิงวางเฟิ่งเออร์ไว้ที่เตียงแล้วไปตามเจินเออร์มาที่นี้” นางซือสั่งคนสนิทของตนเสียงเข้ม
“เฟิ่งเออร์อาเหวิน ฟังย่านะหากจิตใจเ้าเข้มแข็งจะไม่มีอะไรสามารถทำร้ายหลานๆของย่าได้ต่อให้เป็เทพเซียนก็ไม่สามารถทำร้ายพวกเ้าได้” นางซือเอ่ยปลอบหลานๆของตนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ฮึกแต่พวกเขาเป็ผีนิเ้าคะ”หยางเฟิ่งเงยหน้าไปเอ่ยกับนางสือแต่เมื่อพบว่ามีด้านหลังนางเฟิ่งยังคงมีิญญาของชุดเกราะยืนส่งยิ้มมาให้ตนนางจึงได้เก็บหัวของตนเอาไว้ที่หน้าอกของนางซือเช่นเดิม
“นี้หลานๆรู้หรือไม่ตอนนี้พวกเ้ามีพร์ที่์ประทานมาให้พวกเ้าจะมัวแต่กลัวสิ่งที่์ประทานมาให้ได้หรือิญญานะหากใจพวกเ้าทั้งสองเข้มแข็งพอพวกเขาก็ทำอะไรพวกเ้าไม่ได้แล้ว”นางซือเอ่ยพร้อมกับใช้แขนเสื้อของตนเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าอวบๆของหลานทั้งสองของตนอย่างทะนุถนอม