ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 90 ฉลองปีใหม่


            ฉือหางขมวดคิ้วบอกเป็นนัยให้ฉือเย่ไปที่บ้าน

            ทันทีที่เข้าประตูฉือเย่ก็เห็นว่าหลินกู๋หยู่ได้ตั้งอาหารบนโต๊ะและวางชามตะเกียบเรียบร้อยแล้ว

            "พี่พี่สะใภ้สาม" ฉือเย่เม้มริมฝีปากเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองหลินกู๋หยู่เอ่ยทักอย่างทำตัวไม่ถูก

            "เข้ามากินข้าวเถอะ"หลินกู๋หยู่มองฉือเย่ด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าของเขาซีดขาวจากความหนาวเย็น"เจ้าวางหนังสือของเจ้าไว้ที่นี่ ถึงเวลานั้นก็มาอ่านทบทวนที่นี่ได้ที่บ้านของเจ้าหนาวมากขนาดนั้น อ่านทบทวนเข้าหัวหรือไม่?"

            หลังจากล้างมือแล้วทุกคนก็นั่งลงและเตรียมรับประทานอาหาร

            ฉือหางทานอาหารไปหนึ่งคำแล้วพยักหน้า"พี่สะใภ้ของเจ้าพูดถูก เจ้ามาอ่านหนังสือที่นี่เถอะถึงเวลานั้นข้าจะทำความสะอาดโต๊ะอาหารให้เจ้าไว้อ่านหนังสือด้วย"

            ฉือเย่ฝืนยิ้มอย่างไม่เป็นธรรมชาติแต่เขาไม่ได้พูดอะไร

            "ประจวบเหมาะกับพี่สะใภ้ของเจ้าว่างนางจะสอนข้าอ่านหนังสือ เจ้านำหนังสือมาให้ข้าสองสามเล่มเช่นนี้พวกเราทั้งครอบครัวจะได้อ่านกัน" ฉือหางทานกับข้าวเต็มคำยิ่งเขาทานมากเท่าไร เขารู้สึกอร่อยมากขึ้น

            ฉือเย่มองฉือหางด้วยความประหลาดใจ"พี่สามอยากจะเรียนหนังสือหรือ?"

            “ข้าไม่ใช่คนประเภทที่จะเรียนหนังสือแค่อ่านหนังสือให้ได้สองสามคำก็เพียงพอแล้ว” ฉือหางพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองหลินกู๋หยู่

            หลินกู๋หยู่มองดูการเคลื่อนไหวของฉือหางมุมปากกระตุกเล็กน้อย "ไส้เกี๊ยวเตรียมพร้อมหมดแล้ว ไม่ต้องทำอะไรมากมายแล้วเจ้าสามารถมีสมาธิกับการเรียนที่นี่ได้"

            “ข้าก็จะเรียนหนังสือเช่นกัน!”

            ก่อนที่ฉือเย่จะทันได้ตอบก็ได้ยินโต้ซาซึ่งนั่งอยู่ข้างๆเขาพูดอย่างภาคภูมิใจ

            มีอะไรให้ภาคภูมิใจนัก?

            เขาได้ยินหลินกู๋หยู่หัวเราะแล้วบีบปลายจมูกของโต้ซา"โต้ซาฉลาดจริงๆ จะอ่านหนังสือได้แล้วด้วย!"

            เมื่อโต้ซาได้ยินดังนั้นเด็กน้อยก็ถือช้อนในมือตักน้ำแกงขึ้นซดด้วยรอยยิ้ม

            "ตกลง"ฉือเย่รับคำอย่างลังเล

            หลังทานอาหาร หลินกู๋หยู่เห็นว่าฉือเย่กำลังจะไปขนหนังสือมาที่นี่จึงเช็ดโต๊ะให้สะอาด"อ้อ ใช่แล้ว น้องสี่ เจ้านำเสื้อผ้าของเจ้ามาที่นี่ด้วย"

            ฉือเย่ที่ยืนอยู่ที่ประตูถึงกับตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเอ่ยถามด้วยความสับสน "พี่สะใภ้สามจะ… เอาไปทำอะไรหรือ?"

            "จะถึงช่วงปีใหม่แล้วไม่ใช่หรือข้าจะทำเสื้อผ้าให้เจ้า" หลินกู๋หยู่หรี่ตายิ้มขณะกล่าวหลังจากเช็ดโต๊ะให้สะอาดแล้ว นางลองใช้มือถูดู มันสะอาดมาก

            ฉือเย่ลดศีรษะลงพยักหน้าแล้วเดินออกไปข้างนอก

            ไม่นานก็กลับมาเขายื่นเสื้อผ้าในมือให้หลินกู๋หยู่อย่างทำตัวไม่ถูกหลายส่วน "พี่สะใภ้สามรบกวนพี่แล้ว"

            พวกเขาสองคนจะไม่มีวันได้อยู่ด้วยกัน

            เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ฉือเย่ก็รู้สึกอึดอัดหลายส่วน

            ฉือเย่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะแต่ในบางครั้งสายตาของเขาก็มองไปที่ฉือหางและโต้ซาสองคนที่นั่งอยู่บนเตียงเล็ก

            "อันคนเราแรกเกิดเดิมทีท่านว่ามีนิสัยดีที่งดงามแต่ละคนแต่ละผู้แต่ละนามจะเปลี่ยนตามสิ่งแวดล้อมการอบรม"จากนั้นหลินกู๋หยู่ก็อธิบายสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจังระคนเคร่งขรึมว่า"พี่ฉือหาง วันนี้เจ้าเขียนคำเหล่านี้ได้ก็เพียงพอแล้ว"

            สำหรับโต้ซานั้นหลินกู๋หยู่ตั้งเป้าหมายไม่สูงนักเพียงแค่ให้โต้ซาท่องจำคำเหล่านี้ได้ก็เพียงพอแล้ว

            เดิมทีโต้ซายังเป็นเด็กเล็ก ท่องเพียงไม่นานก็จำได้แล้วเขาสามารถอ่านได้แล้วจึงเริ่มเล่นกับของเล่นของตัวเอง

            ฉือหางถือหนังสือด้วยตัวเองมองดูคำในนั้นเขารู้สึกเพียงว่า แม้ว่าคำเหล่านี้จะรู้จักเขา แต่เขากลับไม่รู้จักคำเหล่านี้

            มองไปที่หลินกู๋หยู่ด้วยอาการปวดศีรษะเขารู้สึกกลัดกลุ้มเล็กน้อย

            แต่ในตอนนี้หลินกู๋หยู่ไม่มีเวลานางง่วนอยู่กับการทำเสื้อผ้าสำหรับฉือเย่

            ฉือเย่เป็นนักเรียนอายุของเขาก็ไม่มากด้วย

            พวกเขาถูกแบ่งแยกออกมาเป็นครอบครัวเดียวกันหลินกู๋หยู่ไม่ต้องการให้คนนอกพูดว่าฉือเย่ได้รับการปฏิบัติไม่ดีจากพวกเขา

            การฝึกฝนทำให้เกิดความสมบูรณ์แบบในตอนแรกหลินกู๋หยู่ทำเสื้อผ้าได้ช้ามาก โดยปกติแล้วจะต้องใช้เวลาสองสามวันแต่ตอนนี้นางทำได้เร็วขึ้นมาก นางใช้เวลาในการเย็บผ้าหนึ่งตัวเพียงหนึ่งวันเท่านั้น

            ฉือหางพยายามจ้องไปที่คำเหล่านั้น หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เริ่มอ่านอีกครั้ง

            ภายในห้องเงียบมากทุกคนกำลังง่วนอยู่กับเรื่องของตัวเอง

            ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของซ่งซื่อลอดดังมาจากข้างนอก

            หลินกู๋หยู่วางสิ่งที่กำลังทำอยู่ในมือวางเสื้อผ้าบนชั้นวางแล้วเดินออกไปข้างนอก

            หลินกู๋หยู่เปิดประตูใหญ่

            ใบหน้าของซ่งซื่อแดงก่ำนางมองหลินกู๋หยู่ด้วยน้ำตาคลอเบ้า สูดจมูกอย่างแรง"ฉือเย่มาที่นี่ใช่หรือไม่?"

            "อืม"หลินกู๋หยู่มองท่าทีของซ่งซื่อ เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง "พี่สะใภ้ใหญ่เกิดอะไรขึ้นหรือ?"

            ซ่งซื่อยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าเม้มริมฝีปาก ก่อนที่จะยกมือขึ้นปาดน้ำตาอีกหน"พี่สะใภ้รองของเจ้าไม่ใช่มนุษย์จริงๆ!"

            เดินตามซ่งซื่อเข้าไปในบ้านซ่งซื่อเห็นว่าฉือเย่กำลังอ่านหนังสือจึงก้าวไปข้างหน้า "น้องสี่"

            ฉือเย่ลุกขึ้นมองซ่งซื่อด้วยสีหน้างุนงง"พี่สะใภ้ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นหรือ?"

            “เจ้ากลับไปดูว่าเงินของเจ้ายังอยู่หรือไม่แต่ข้าคิดว่ามันน่าจะหายไปแล้ว” ซ่งซื่อสะอึกสะอื้น “จะต้องเป็นพี่รองและพี่สะใภ้รองของเจ้าขโมยไปแล้วอย่างแน่นอนแต่พวกเขาทั้งสองคนไม่ยอมรับ"

            เมื่อได้ยินสิ่งที่ซ่งซื่อพูดฉือเย่มีสีหน้าลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย เขารีบสาวเท้าเดินออกไปข้างนอก

            เมื่อเห็นฉือเย่เดินออกไปซ่งซื่อก็เดินตามไป

            เมื่อเห็นคนทั้งสองออกไปหลินกู๋หยู่ก็รีบปิดประตู จากนั้นก้มลงหยิบกล่องไม้ออกมาจากรูบนเตียงเล็กเปิดกล่องไม้ออกดู เห็นว่าเงินทั้งหมดถูกวางไว้ข้างในอย่างเงียบๆก่อนที่จะนำเงินวางกลับไปยังที่เดิมอย่างปลอดภัย

            หลังจากนั้นไม่นาน ฉือเย่ก็กลับมา

            การแสดงออกบนใบหน้าของฉือเย่ไม่น่าดูนักหลินกู๋หยู่จึงยื่นมือออกไปผลักแขนของฉือหางออกไป

            "น้องสี่เจ้า..." ฉือหางเงยหน้าขึ้นจากหน้าหนังสือ คำเหล่านี้ดูแล้วก็ทำให้คนปวดศีรษะ

            "เงินหายไปแล้ว"ฉือเย่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ เขาคิ้วขมวดแน่น"ตอนนี้ข้ากำลังวางแผนที่จะสอบคัดเลือกเข้ารับราชการระดับท้องถิ่น"

            หลินกู๋หยู่ขมวดคิ้วเช่นกันนางเงยหน้าขึ้นมองฉือเย่ก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจ"ว่าแต่พี่สะใภ้ใหญ่รู้ได้อย่างไรว่าพี่สะใภ้รองเป็นคนทำ?"

            "วันนี้พวกเราไปไหว้บรรพบุรุษไม่มีใครอยู่บ้านนอกจากพี่สะใภ้รองกับพี่รอง" สีหน้าของฉือเย่ย่ำแย่ยิ่งขึ้นเขาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองหลินกู๋หยู่

            เมื่อมองไปที่การแสดงออกของฉือเย่หลินกู๋หยู่ก็ขมวดคิ้วแน่น

            เงินจำนวนห้าสิบตำลึงไม่ใช่เงินน้อยๆเลย หากครอบครัวของพวกเขาจะให้เงินทั้งหมดแก่ฉือเย่เพื่อการศึกษาชีวิตของครอบครัวของพวกเขาก็จะยิ่งยากจนลงอย่างแน่นอน

            เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หลินกู๋หยู่ก็มองไปที่ฉือหางด้วยอาการปวดศีรษะเล็กน้อย นางเดินไปนั่งข้างฉือหาง

            ใบหน้าของฉือหางก็ไม่น่ามองหลังจากรับรู้เรื่องทั้งหมด"พี่สะใภ้ใหญ่สูญเงินไปเท่าไรหรือ?"

            "ประมาณหกสิบตำลึงของข้าคือห้าสิบตำลึง" ฉือเย่ปิดหนังสือด้วยอาการปวดศีรษะเขาไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะหนึ่ง

            “เป็นเงินทั้งหมดหนึ่งร้อยสิบตำลึง” หลินกู๋หยู่ขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น “แล้วทำไมครอบครัวพี่รองต้องการเงินมากขนาดนี้เดิมทีพวกเขาก็มีเงินห้าสิบตำลึงอยู่แล้วนี่”

            ด้วยเงินมากมายเท่านี้มากเกินพอที่จะซื้อบ้านในเมืองได้หนึ่งหลังแล้ว

            ฉือเย่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

            เขาเป็นผู้เรียนหนังสือ และเขาก็รู้ว่าเขาไม่มีทางสอบคัดเลือกได้โดยไม่มีเงิน

            “ข้าจะไปดูที่นั่น” หลินกู๋หยู่ถอนหายใจเบาๆ “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราควรให้พี่รองและพี่สะใภ้รองรู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้”

            "พี่สะใภ้ใหญ่ทะเลาะกับพี่สะใภ้รองทั้งวันแล้วแต่พี่สะใภ้รองไม่ยอมรับ" ใบหน้าของฉือเย่น่าเกลียดเล็กน้อยเสียงของเขาฟังดูหดหู่ "พี่สะใภ้สามถึงพี่ไปก็ไม่มีผลลัพธ์อะไรขึ้น"

            "ท่านแม่รู้หรือไม่ว่าเจ้าทำเงินหาย?" จู่ๆ หลินกู๋หยู่ก็นึกขึ้นได้ว่าโจวซื่อยังมีเงินอยู่เดิมทีเงินก้อนนั้นก็มีไว้สำหรับการศึกษาของฉือเย่

            ใบหน้าของฉือเย่ไม่น่าดูนักเขาพยักหน้าช้าๆ

            ตอนนี้โจวซื่อรู้เรื่องนี้แล้วหลินกู๋หยู่ก็หันหลังกลับและไปทำเสื้อผ้าต่อไป โจวซื่อเป็นมารดาของฉือเย่ดังนั้นนางจะต้องหาทางแก้ไขเรื่องนี้อย่างแน่นอน

            ทางฝั่งเรือนใหญ่ก็ยังคงมีเสียงทะเลาะดังลอดมาในช่วงสองวันที่ผ่านมา ฉือเย่ไม่มีกะจิตกะใจจะอ่านหนังสือ เขามักจะถอนหายใจเสมอ

            พริบตาเดียววันส่งท้ายปีเก่าก็มาถึงแต่ยังคงไม่รู้ว่าเงินก้อนนั้นหายไปไหน

            หลินกู๋หยู่เห็นสภาพของฉือเย่นางยิ้มปลอบโยน "เจ้าไม่ต้องกังวล เจ้าจะได้ไปสอบคัดเลือกอย่างแน่นอนครอบครัวของเรายังมีเงินอยู่ ถึงเวลานั้นเจ้าใช้เงินของเราก่อนก็ได้"

            ฉือเย่เงยหน้ามองหลินกู๋หยู่อย่างซาบซึ้งขณะที่เขากำลังจะพูด จู่ๆ มีคนตบไหล่ของเขา

            เมื่อมองไปด้านข้างฉือหางที่ยืนอยู่ข้างๆ"เจ้าจะกังวลทำไมหรือ อย่างไรเสียครอบครัวของเราก็สำคัญที่สุดรอให้อากาศอบอุ่นกว่านี้ ข้าขึ้นไปบนภูเขาสองสามครั้งบางทีข้าอาจหาเงินได้มากพอ"

            ถ้อยคำเหล่านี้ทำให้หัวใจของฉือเย่อบอุ่น

            ในตอนเย็นหลินกู๋หยู่คลึงแป้งเกี๊ยวนางขอให้ฉือหางและฉือเย่ช่วยกันห่อเกี๊ยว

            เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังง่วนอยู่กับการห่อเกี๊ยวโต้ซาจึงเอะอะอยากจะห่อเกี๊ยวด้วย หลินกู๋หยู่จึงให้แป้งชิ้นเล็กๆแก่โต้ซาและบอกให้เขาเล่นด้วยตัวเอง

            ทุกครัวเรือนจะจุดประทัดในช่วงกลางดึกหลินกู๋หยู่จับมือของโต้ซาเดินออกมาจากบ้าน จากนั้นยกสองมือช่วยโต้ซาปิดใบหูคลี่ยิ้มมองไปที่ฉือหางที่กำลังจะจุดประทัด

            อาจเป็นเพราะเทศกาลปีใหม่จึงไม่มีเสียงทะเลาะดังจากเรือนใหญ่ของสกุลฉือ

            หลังจากส่งท้ายปีเก่าฉือเย่ก็บอกว่าเขาง่วงแล้ว จากนั้นขอตัวกลับไปนอน

            เดิมทีโต้ซายังเป็นเด็กเล็กอยู่ส่งท้ายปีนานขนาดนี้ เขาก็หาวตั้งแต่ก่อนหน้าแล้วหลังจากที่หลินกู๋หยู่ช่วยโต้ซาอาบน้ำ นางและฉือหางก็อาบน้ำแล้วขึ้นเตียงเข้านอน

            วันแรกของปีใหม่

            เมื่อหลินกู๋หยู่ลืมตาขึ้นนางเห็นม่านเตียงสีเทา พลันรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความจริงอยู่หลายส่วน

            ผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ตื่นแล้วเมื่อเห็นนางลุกขึ้นนั่ง เขาโน้มตัวไปที่จูบหน้าผากเบาๆ "น้องหญิง เจ้าตื่นแล้วหรือ?"

            หลินกู๋หยู่ยกริมฝีปากขึ้นเล็กน้อย"สวัสดีปีใหม่!"

            ในวันแรกของปีใหม่ทางจันทรคติผู้คนต่างออกจากบ้าน กล่าวคำที่เป็นสิริมงคลกับเพื่อนๆ และคนรอบข้างและยังมอบขนมหวานให้กับเด็กๆ

            สำหรับเด็กแล้ว จะทานขนมหวานลูกกวาดได้เฉพาะช่วงปีใหม่เท่านั้น

            หลินกู๋หยู่สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้โต้ซาตั้งแต่เช้าชุดสีเขียวอ่อนทำให้เด็กน้อยดูกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา สวมหมวกสีแดงบนศีรษะด้วย

            “ท่านแม่ สวัสดีปีใหม่!” โต้ซากล่าวพร้อมโค้งคำนับอย่างตื่นเต้น

            ไม่รู้ว่าโต้ซาเรียนรู้จากใครท่าทางของเขานั้นตลกมาก หลินกู๋หยู่ยิ้มก่อนจะมอบเหรียญทองแดงให้โต้ซาห้าเหรียญโดยบอกว่ามันเป็นเงินนำโชคและเป็นเงินกำจัดปีศาจ

            โต้ซายัดเงินนำโชคลงในกระเป๋าข้างของตนเองอย่างระมัดระวังจากนั้นตบมันอย่างแรง เด็กน้อยพูดอย่างตื่นเต้นว่า"ข้าก็มีกระเป๋าเงินด้วยเช่นกัน"

            หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วหลินกู๋หยู่ก็ยัดอะไรบางอย่างเข้าไปในแขนเสื้อคนในครอบครัวทั้งสามคนก็ออกไปเตรียมตัวสำหรับอวยพรปีใหม่

            แน่นอนว่าการอวยพรวันปีใหม่ก่อนอื่นจะต้องไปที่เรือนใหญ่ของสกุลฉือ เด็กสาวนำโต้ซาเข้าไปข้างในหลินกู๋หยู่ทำความเคารพโจวซื่อ โดยโขกศีรษะจรดพื้นตามฉือหาง ก่อนจะลุกขึ้นยืน

            ใบหน้าของโจวซื่อไร้อารมณ์ความรู้สึกใบหน้าของนางไม่น่าดูนัก แต่กระนั้นนางก็ยังให้เหรียญทองแดงให้กับโต้ซาสองเหรียญ

             

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808