หลายคนแสดงสีหน้าดูถูกเมื่อเห็นฝู่กวนหวาดกลัวฉางเฟิงและยังเอาชื่อของอาจารย์ตนเองมาข่มขู่คนอื่นยิ่งเป็พวกลู่หยางยิ่งแสดงสีหน้ารังเกียจฝู่กวนเข้าไปใหญ่
“อาจารย์ของเ้าข้าไม่กลัวเพราะถ้าไม่ถึงระดับจักรพรรดิข้าก็ไม่เห็นอยู่ในสายตาแล้ว” ฉางเฟิงกล่าว
“อะไรนะระดับจักรพรรดิงั้นเหรอ บัดซบเ้าคิดว่าระดับจักรพรรดิมันมีอยู่ในอาณาจักรจงเย่หรืออย่างไรอย่ามาแสร้งทำตัวว่าตัวเองมีเื้ัยิ่งใหญ่หน่อย” ฝู่กวนคำราม
“ข้าไม่เคยบอกนิว่าข้ามีเื้ัที่ยิ่งใหญ่แต่ที่ข้ามั่นใจคือหมัดของข้าต่างหาก” ฉางเฟิงกล่าวเสร็จก็ชกหมัดออกไปที่หน้าของฝู่กวนอย่างต่อเนื่อง
ทุกหมัดของฉางเฟิงเน้นที่ใบหน้าของฝู่กวนอย่างจังทำให้ใบหน้าของฝู่กวนบิดเบี้ยวผิดรูปไปหมดหลายคนที่เห็นก็พากันเสียวสันหลังทันที คนของฝู่หยวนที่กำลังจะลุกขึ้นมาก็หวาดกลัวแกล้งสลบต่อไป
“อ๊ากกกกกกยอมแล้วข้ายอมแล้วปล่อยข้าไปเถอะ” ฝู่กวนกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป
“ข้าจะปล่อยเ้าไปก็ได้แต่เ้าต้องบอกความจริงเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นให้กับทุกคนฟังให้หมดห้ามโกหกแม้แต่นิดเดียว”ฉางเฟิงกล่าว
“ได้ข้ายอมบอกแล้ว เป็ข้าเองที่ผิดโลภมากอย่างจะสังหารสัตว์ร้ายระดับหลอมรวมเพื่อนำมาขายแต่ว่าสัตว์ร้ายตนนั้นแข็งแกร่งเกินไปข้าเลยหลบหนีเอาตัวรอดและกลับมาแจ้งนิกายว่าทั้งสี่คนตายไปแล้วแต่เมื่อเห็นว่าทั้งสี่ยังมีชีวิตทำให้ข้าร้อนใจว่าจะมีคนรู้ความจริงจึงวางแผนมาหาเื่เพื่อข่มขู่”ฝู่กวนกล่าวอย่างต่อเนื่อง
“ข้าก็คิดเอาไว้แล้วว่าต้องเป็แบบนี้”
“ฮ่าฮ่า สำหรับคนที่ไม่รู้จักฝู่กวนดีย่อมไม่รู้ ในเมืองแห่งนี้มีไม่กี่คนหรอกที่รู้”
“ข้าได้เปิดตาแล้วที่แท้อัจฉริยะฝ่ายนอกของนิกายบุปผาก็คือสวะคนหนึ่ง”
“ชื่อเสียงของนิกายและผู้าุโถั่วป้าคงเสียหายย่อยยับเพราะคนแบบนี้แล้วละ”หลายคนที่ได้ยินพากันกล่าวด้วยความรังเกียจ
“เหอะ”ฉางเฟิงเย้ยหยันก่อนจะเดินทางต่อ
ฝู่กวนมองไปยังฉางเฟิงด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงขีดสุด“รอก่อนเถอะเื่นี้ไม่จบแค่นี้แน่ข้าจะต้องสังหารเ้าลงให้จงได้” ฝู่กวนคำรามในใจ
ข่าวสารนั้นไว้มากพริบตาเดียวข่าวก็มาถึงนิกายทั้งศิษย์และผู้าุโหลายคนก็แปลกใจกับข่าวนี้พวกเขาไม่คิดว่าฝู่กวนที่เป็อัจฉริยะฝ่ายนอกของนิกายจะมีนิสัยเช่นนี้
แต่ใครจะกล้าพูดอะไรได้ละเื้ัของฝู่กวนนั้นไม่เพียงมีตระกูลฝู่แต่ยังมีอาจารย์ที่มีสถานะที่ไม่ธรรมดาในนิกายอีกด้วยขณะเดียวกันเมื่อพวกฉางเฟิงมาถึงก็มีสายตามากมายมองมายังฉางเฟิงพวกเขาอยากจะรู้ว่าฉางเฟิงเป็ใครมาจากใหน
เพราะด้วยพร์ของฉางเฟิงที่แสดงออกมาย่อมมองว่าฉางเฟิงมีที่มาไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
“แล้วเ้าจะติดต่อกับไท่ซางยังไง”ลู่หยางแม้จะพาฉางเฟิงเข้ามาในนิกายบุปผาได้แต่ก็ไม่สามารถพาไปพบกับมู่หลินได้โดยตรง
“พาข้าไปหาผู้าุโของนิกายเ้าขอคนที่คุยรู้เื่หน่อยแล้วข้าจะจัดการเองต่อ” ฉางเฟิงกล่าว
“ถ้างั้นข้าก็รู้จักผู้าุโท่านหนึ่งนางเองก็มีสถานะที่ไม่ธรรมดาแต่นางชอบอยู่ในเขตนอกของนิกายมากกว่า”จินเมี่ยวกล่าว
“ถ้างั้นก็นำทางไปได้เลย”ฉางเฟิงยิ้ม
ขณะที่เขามาในนิกายบุปผาฉางเฟิงก็อดที่จะชื่นชมในใจไม่ได้ตลอดทางขึ้นเขามายังนิกายบุปผาล้วนเต็มไปด้วยต้นท้อจำนวนมาก ดอกท้อที่บานแทบตลอดทั้งปีได้ทำให้นิกายบุปผางดงามที่สุดในอาณาจักรแห่งนี้
พวกลู่หยางพาฉางเฟิงไปยังสวนแห่งหนึ่งในเขตศิษย์สายนอกเมื่อไปถึงก็เห็นหญิงสาวนางหนึ่งกำลังนั่งอ่านตำราใต้ต้นท้ออยู่
“คารวะผู้าุโหลาน”
“พวกเ้ารอดตายกลับมาได้ถือว่าโชคดีมากแล้วพวกเ้ามาหาข้ามีธุระอะไร” ผู้าุโหลานกล่าว
ผู้าุโหลานคนนี้ดูไปแล้วอายุเหมือนจะ20 กว่าปีความงามของนางนั้นเหมือนกับดอกไม้ที่งดงามและบริสุทธิ์ ฉางเฟิงอดที่จะชื่นชมความงามของนางไม่ได้
“สหายของข้าฉางเฟิงนั้นได้ช่วยชีวิตของพวกเราไว้และเขาบอกว่าเขาและไท่ซางมู่หลินรู้จักกันที่เขามาวันนี้เพราะจมาเยี่ยมไท่ซาง”ลู่หยางกล่าว
“รู้จักกับท่านยายงั้นเหรอ”ผู้าุโหลานมองไปยังฉางเฟิงทันที
“ใช่ไท่ซางของพวกท่านเมื่อหลานปีก่อนเป็แม่นมของข้าท่านเลี้ยงดูข้ามาั้แ่ยังเป็ทารกหลายปีมานี้ข้าได้รับอนุญาติจากอาจารย์ให้ลงจากเขาเลยอยากจะมาเยี่ยมแม่นมของข้าเสียหน่อยว่าท่านสบายดีหรือไม่”ฉางเฟิงกล่าว
“มันเป็เ้านี่เองข้าก็เคยได้ยินว่า่ที่ท่านยายหายไปหลายปีได้ไปเลี้ยงดูเด็กผู้หนึ่งได้ข้าจะพาเ้าไปพบกับท่านยาย เพียงแต่อาการของท่านยายไม่ดีนัก” ผู้าุโหลานกล่าว
“แม่นมเป็อย่างไรแล้วใครมันเป็คนทำ”ฉางเฟิงเผยแววตาที่เ็า
“เอาไว้เ้าไปถามนางเองเถอะ”ผู้าุโหลานได้พาฉางเฟิงออกไปทันที
พวกลู่หยางนั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะตามไปได้แต่กลับที่พักตนเองเท่านั้นขณะที่ผู้าุโหลานนำนามฉางเฟิงไปยังยอดเขาที่มู่หลินพักฟื้นอยู่นั้นข้างหน้ากลับมีชายวัยกลางคนยืนอยู่ชายวัยกลางคนแสดงสีหน้าโเี้เมื่อเห็นฉางเฟิง
“ไม่ทราบว่าผู้าุโถั่วป้ามาหาท่านไท่ซางเหมือนกันงั้นเหรอ”ผู้าุโหลานกล่าว
“ข้าไม่ได้มาหาไท่ซางหรอกแต่ข้ามาหาเ้าเด็กนั่นเ้าเด็กนั่นกล้าลงมือโเี้กับศิษย์ของข้าแค้นนี้ข้าในฐานะอาจารย์จะอยู่เฉยได้อย่างไร”ถั่วป้าคำราม
“อาจารย์เป็แบบใหนลูกศิษย์ก็เป็แบบนั้น”ฉางเฟิงกล่าวเย้ยหยัน
“ดีกล้าต่อว่าข้าวันนี้ข้าจะสังหารเ้าลงที่นี่” ถั่วป้าะเิพลังครึ่งก้าวระดับราชันออกมาทันที
“เขาคือแขกของไท่ซางขอผู้าุโถั่วป้าคิดให้ดีๆ”ผู้าุโหลานกล่าว
“ข้าไม่สนมันกล้าดูิ่ข้าและยังทำร้ายศิษย์ข้ายังไงข้าก็ต้องลงโทษมัน” ถั่วป้าคำรามและทะยานเข้าหาฉางเฟิง
“ไม่เจียมตัว”ฉางเฟิงกล่าวและเตรียมลงมือ
“บังอาจ!!!!!!!!!!”
แต่ทันใดนั้นเองคลื่นพลังที่แข็งแกร่งก็ปะทุออกมาและกดร่างของถั่วป้าเอาไว้ร่างของมู่หลินปรากฏและจ้องมองไปยังถั่วป้าด้วยสีหน้าเ็า
“หลายปีมานี้พวกเ้าคงไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาแล้วสินะ”มู่หลินกล่าวทุกคำของนางล้วนเผยจิตสังหารออกมา
“ไท่ซางไม่ใช่ข้าไม่เห็นท่านอยู่ในสายตาแต่เด็กนี่มันไม่เคารพข้าและยังทำร้ายศิษย์ของข้า”ถั่วป้าแม้จะถูกแรงกดดันทำให้ขยับไม่ได้แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้
แววตาของมู่หลินยิ่งเ็านางในตอนนี้พอจะรู้อยู่แล้วเพราะพวกถั่วป้านั้นทำให้นิกายบุปผาตอนนี้ตกต่ำยิ่งกว่าเดิมฝ่ายของถั่วป้านั้นวางแผนคิดจะขโมยมรดกทั้งหมดของนิกายไปั้แ่เข้ามาในนิกายแล้ว