ข้าจะไม่ทนเบื่อ อีกต่อไปแล้ว!! "นายท่าน"
จะทำยังไงหรือครับ วิณญาณผู้รู้ถามเขา
ข้าจะกลับไปที่โลก มนุษย์ แล้วออกผจญภัยตามใจของข้า หลังจากคิดได้ดั่งนั้น
มาม่อนก็ ถามวิณญาณผู้รู้ว่า จะทำยังไง
ให้ไปที่โลกมนุษย์ได้ โดนไม่ทำให้เสียหน้าที่
ที่เขาได้รับมานั้น วิณญาณผู้รู้เลย ตอบว่า นายท่าน ต้องแบ่งร่างแยกไว้และคอยดูดพลังวิณญาณไปเรื่อยๆ เผื่อให้ร่างแยกคงสภาพไว้ได้ครับ
ได้ยินดั่งนั้น มาม่อน ก็เริ่มแบ่งร่างทันที!
เงาดำค่อยๆก่อตัวเป็ร่างกายและเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ จนเหมือนมี มาม่อนสองคนก็ว่าได้ นายท่าน" นี้สุดยอดจริงๆบอกปุ๊บก็ทำเลย ไม่รู้จะรีบไปไหน....
เท่านี้ข้าก็จะออกไปท่องเที่ยวได้แล้วใช้ไหม
ยังก่อนครับ นายท่าน"ต้องใช้เคียววาดวงเวทย์เปิดประตูมิติ เผื่อที่จะได้ออกไปได้ครับ นายท่านลองทำตามอักษรวงเวทย์ ที่ข้าส่งให้นายท่านดูนะครับ สักพัก
เขาก็เห็นอักษรวงเวทย์ในหัวของเขา เขาจิงลอง ใช้เคียววาดวงเวทย์ ตามที่วิณญาณผู้รู้บอก จากนั้นก็มีแสงสีดำ ปรากฏขึ้นที่พื้น ซึ่งมันทำให้เขาผ่านมิติมายัง
ในโลกมนุษย์อีกครั้ง.......
ณ ป่าใหญ่ที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา"
ได้มีวงแหวนเวทย์ ขนาดใหญ่เกิดขึ้น พร้อมกับร่างเงาของปีศาจ ตนหนึ่งในมือของเขาถือ
เคียวยาวสีดำขนาดใหญ่ พร้อมกับมีเสียงพูดขึ้นมาว่า "ทำไมเ้าพาข้ามาที่นี้เนีย"
เ้าวิณญาณบ้าหน้าจับใส่หลุมจริงๆ
เพราะที่ที่เขามาก็คือที่ที่ เขาได้ตายไปตอนนั้นนั่นเอง ข้าก็ไม่รู้ว่าวงแหวนวงเวทย์จะพามาที่ไหนเหมือนกันครับ นายท่าน"
ขณะนั้น มาม่อนก็เห็นที่พื้น ตรงที่เขายืนอยู่มีกระดูก ของคนตายอยู่หลายคน แต่สิ่งที่เขาคิดไม่ถึงคือ ข้างๆกระดูก กองหนึ่งมีกระดูกของม้าอยู่ด้วย ซึ่งเขาเดาได้ทันทีเลยว่ากองกระดูกนั้นคือ ของเขานั้นเอง เพราะม้าตัวนั้น มันซื่อสัตย์กับเขามาก เอออ. วิณญาณผู้รู้ เ้ามีวิธีทำให้ม้ามันฟื้นขึ้นมาหรือไม่ ถ้าจะให้ดีข้าอยากให้วิณญาณนั้น เป็ของม้าตัวเดิมของข้า....
มีครับ นายท่าน" แต่เืเนื้อมันจะไม่กลับคืนมานะครับ จะมีเพียงแค่โครงดระดูก กับ วิณญาณ เท่านั้น รู้ยังงี้ นายท่านยัง้ามันอยู่ไหมครับ
พอวิณญาณผู้รู้ บอกจบปุ๊บ ก็เหมือนเดิม เขาก็ได้อันเชิญ ดวงวิณญาณของม้าตัวนั้นออกมาแล้ว ซึ่งตอนนี้ม้าก็ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งแต่ มันมีแค่กระดูกที่รวมตัวกันเป็ร่างม้าและวิณญาณเท่านั้น มันทำให้มาม่อน ดีใจที่ได้เจอม้าคู่ใจอีกครั้งหลังจากเค้าได้ ตายไป
ม้าตัวนี้มันก็ได้มานอนอยู่ข้างศพของเค้าวันแล้ววันเล่า จนในที่สุดมันก็สิ้นใจตายตามเ้านายของมันไป.......
เอาละเ้าม้าไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เ้าจำข้าได้หรือเปล่.......ยังพูดไม่ทันจบ ม้ากระดูกก็วิ่งเข้ามาหามาม่อน และวิ่งวนไปรอบๆ ทำให้เขาดีใจขึ้นไปอีกที่ม้าตัวนี้ยังจำเขาได้! เอาละ
ข้าจะเข้าไปในป่าลึกสักหน่อย เพื่อจะเจอของดี เพราะตอนที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ เคยได้ข่าวมาว่าในป่าลึกมี สิ่งของที่ วิเศษ มากอยู่ชิ้นหนึ่งในโบราณสถานเก่าแก่ แต่ข้าก็ไม่เคยเข้าไปหลอกนะ เพราะมันมีสัตว์ร้ายเฝ้าอยู่
วิณญาณผู้รู้ จึงถามว่า นายท่าน" ท่านมีพลังขนาดนี้แล้วยัง้าสิ่งใดอีกหรือครับ
เมื่อได้ฟังดั่งนั้น มาม่อนจึงถามกลับว่า เ้าว่าของที่อยู่ในโบราณสถานคือ อะไร?
ของในโบราณสถานคือ
"หน้ากากเปลี่ยนร่าง"ครับ มันสามารถเปลี่ยนร่างของคนที่ใส่ให้เป็อะไรก็ได้ ตามที่คนใส่มันคิดขึ้นมาครับ นายท่าน" ้ามันหรือไม่ครั.......บ ...........
ตามเคยยังไม่ทันที่จะกล่าวจบ เ้ายมทูต มาม่อน ก็ขี่ม้ากระดูกเข้าป่าไปทางโบราณสถานแล้ว วิณญาณผู้รู้ก็หายไป.......
ผ่านไปสักพักใหญ่ หนึ่งวิณญาณ หนึ่งยมทูต หนึ่งม้ากระดูก ก็มาถึงโบราณสถานขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่สิ่งที่ใหญ่และน่าหวาดกลัวกับเป็ งูั์ตัวสีทอง ตัวหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่โต ยาวประมานห้าสิบเมตรได้ ดวงตาของมันแดงราวกับจะกินเืกินเนื้อของใครก็ตามที่หลงเข้ามาในเขตของมัน
หลังจากมาถึง มาม่อนก็ไม่ได้พูดอะไร แต่เขาพุ่งเข้าใส่เ้างูั์สีทองทันที พองูั์สีทองเห็นคนพุ่งเข้าใส่มันก็ยกหัวขึ้นสูงหวังที่จะฉกลงมาที่มาม่อน แต่มันคิดผิด มีหรือที่ มันจะสู้กับ ยมทูต ได้ มาม่อนใช้เคียวฟันไปที่ลำตัว
ของมันจนเกิดแผลลึก ซึ่งเ้างูั์สีทองก็ใไม่น้อยที่ิัอันแข็งแกร่งของมันเกิด
าแลึกเช่นนี้ได้ พอได้สติมันก็ ถามขึ้นว่า
ท่านฟันข้าเข้าได้เช่นใด ขนาดคนในเมืองจอมเวทย์ที่ว่าเก่งหนักหนายังทำให้ เกล็ด ของข้าหลุดไม่ได้เลย แต่นี้ท่านฟันข้าเกือบถึงกระดูก ท่าน้าสิ่งใด โปรดบอกข้าเถอะ หลังจากนั้นมาม่อนก็ งง กับอาการตื่นกลัวของงูั์สีทองตัวนี้ เอออ. ข้าจะเอาหน้ากากเปลี่ยนร่าง ที่อยู่ในโบราณสถานนั้น เ้าจะให้ข้าไหม!! ถ้าไม่ก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก จงตายด้วย เคียววิณญาณดำของข้าเถอะ"
สิ้นคำพูด มาม่อนก็ปล่อยออร่าสีดำออกมามากมายจนทำให้งูั์สีทอง ต้องหมอบลงกับพื้น เพราะทนแรงกดดันไม่ไหว มันจิงพูดว่า ถ้าท่าน้าก็เข้าไปเอามา แต่ท่านจะไว้ชีวิตข้าได้ไหม!! หลังจากเขาหยุดปล่อยออร่าออกมาก็มีลูกงูสีทองหลายสิบตัวเลื่อยออกมาจากด้านหลังของงูั์สีทอง มาม่อนจึงเดินเข้าไปและพูด ว่า ในเมื่อเ้าไม่คิดที่จะสู้กับข้า ข้าก็ไม่คิดจะฆ่าเ้าเช่นกัน ข้าแค่จะเอาหน้ากากเปลี่ยนร่างก็จะไปแล้ว
มาม่อน เดินเข้ามาในโบราณสถานนี้ได้สักพัก
ก็เจอเข้ากับแท่นหินขนาดใหญ่ ซึ่งตรงกลางแท่นหิน มีหน้ากากสีขาวที่ตรงรูลูกตาข้างซ้ายมีรอยแตกร้าวเป็ทางยาวอยู่อันหนึ่ง
เขาไม่รอช้ารีบเดินไปที่แท่นหินทันทีเพื่อที่จะหยิบมัน" ทันใดนั้นเองก็เกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้น
ผนังโบราณสถานแห่งนี้กำลัง ทรุดตัวลงมาพร้อมกับมีเสียงของ งูั์สีทองดังขึ้นว่า"
ท่านได้โปรดช่วยลูกๆของข้าด้วย.........
สิ้นเสียงเ้างูั์สีทอง มาม่อนก็หยิบหน้ากากเปลี่ยนร่าง และใช้ความเร็วทั้งหมดที่มีวิ่งออกมาแต่ก็ ช้าไปเสียแล้ว!.........
เมื่อออกมาถึงข้างนอกโบราณสถาน เขาก็เห็นภาพที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
"หัวของงูั์สีทอง ..ขาดกองอยู่บนพื้น พร้อมกับศพลูกๆของมันอีกหลายตัว เขาจึงถาม วิณญาณผู้รู้ ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น ทำไมงูั์สีทองและลูกๆมันถึงตาย!..........
วิณญาณผู้รู้ "ตอบว่า ขณะที่ นายท่านเข้าไปในโบราณสถาน ก็มีกลุ่มคนประมานสิบคนพร้อมกลับอาวุธเทพหนึ่งชิ้น มาที่นี้ ดูเหมือนว่าพวกมันจะมาเพราะ ออร่าที่ นายท่านปล่อยออกมาเมื่อสักคู่นี้ ครับ "ตอนนี้พวกมันล้อมพื้นที่ที่เราอยู่หมดแล้วครับ
อืมๆๆ ....บนฟ้าละ ข้าขี้เกลียดจะสู้กับพวกมัน หนีดีกว่าไหม
ไม่ได้ครับ นายท่าน บนฟ้าก็มีักับพวกมันอยู่สองคนซึ่งหนึ่งในนั้นมีอาวุธเทพอยู่ด้วยครับนายท่าน!... เห้ย!" ไอพวกนี้คงไม่อยากตายดีละมั้งถึงกล้ามาวางคนปิดล้อมข้า เอาละ!ข้าจะเล่นกับพวกมันสะหน่อย! วิณญาณผู้รู้ได้ยิน นายท่าน ของมันพูดดังนั้นมันก็ สลายร่างทันที"....
เอาละ พวกเ้าที่สุ่มอยู่ในป่าทั้งหลาย ถ้าอยากตายนักก็เข้ามา ฮาๆ ฮาๆ......เสียงหัวเราะ ที่ฟังแล้วหน้าขนลุก ก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างกายของมาม่อนที่คอยๆหายไป จนไม่เห็นแม้แต่เงา เห้ยๆๆ อะไรวะ เ้าปีศาจไปไหนแล้ว ทันทีที่ร่างของมาม่อนหายไปพวกมันก็คุยกัน แต่แล้ว ก็มีเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของพวกๆมันดังขึ้น ขณะนั้นเองมาม่อน ก็ได้ฆ่าพวกมันไปแล้วสี่คนซึ่งพวกมันตายขณะที่ยังไม่ได้เห็นหน้าคนที่ฆ่าพวกมันเลยด้วยซ้ำ.....
บนท้องฟ้ามี"ัสีครามอยู่หนึ่งตัว ซึ่งบนหลังของมันมีมนุษย์อยู่สองคน คนหนึ่งจับโซ่ที่คอัไว้ อีกชายวัยกลางคนยืนนิ่ง ราวกับอยู่บนพื้นและที่หลังของมันก็มีดาบเทพวายุ อยู่หนึ่งเล่น ซึ่งดาบเทพวายุนี้สามารถ ฟันออกไปแล้วเกิดเป็ลมพายุที่รุนแรง ไปทำลายสัตรูได้ ท่านเ้าเมือง" ติดต่อคนข้างล่างไม่ได้ครับ
เสียงของคนที่คุมั ดังขึ้น พร้อมกลับสีหน้าไม่สู้ดีนักของชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่
ลงไปข้างล่างเร็วเข้า! เสียงชายวัยกลางคนพูดขึ้นพร้อมกับหยิบอาวุธเทพวายุมาถือไว้ในมือ......
ด้านล่าง.. มาม่อน ได้ฆ่าคนทั้งแปดอย่างโเี้ สาเหตุที่ทำไป ก็ใครใช้ให้พวกมันมาฆ่า งูั์สีทองที่ เขาพิ่งจะไว้ชีวิตมันไปละ และที่ทำให้เขาโมโหมากก็คือ ลูกๆงูั์สีทองพวกมันก็ฆ่าทิ้งทั้งหมด เอาละเท่านี้ก็เหลือแค่ สองคนบนฟ้า ขณะที่กำลังคิดจะเล่นงานพวกมันอยู่ ก็มีัสีครามบนตรงมาทางเขาพอดี ซึ่ง ชายวัยกลางคนก็ะโลงมาพร้อมกับอาวุธเทพวายุในมือ....
เ้าปีศาจ! "เ้ากล้าฆ่าคนของข้า เ้าไม่อยากตายดีใช่ไหม! สิ้นเสียงชายวัยกลางคน
มาม่อนก็พูดขึ้น หุหุๆๆๆ ขนาดพวกของเ้า
ยังฆ่า ลูกงู ตัวเล็กๆทั้งหมดเลย ข้าไม่รีบขึ้นไปฆ่าเ้าบนท้องฟ้าก็ดีเท่าไรแล้ว ฮาๆๆๆ เสียงหัวเราะของมาม่อน ทำให้ ชายวัยกลางคนขนลุกไปทั้งตัว ในความคิดของชายวัยกลางคน นี้มันไม่ใช่ปีศาจแล้ว แต่มันคือ เ้านรก เขาคิดไปคิดมาก็เลยพูดกับมาม่อนว่า ในเมื่อข้าฆ่างูไปแล้ว เ้าก็ฆ่าคนของข้าไปแล้ว เช่นนั้น ถือว่าเลิกลามือกันดีกว่าไหม!!!!
ชายวัยกลางคนพูดขึ้น พร้อมกับเก็บอาวุธเทพวายุไว้ที่หลังดั่งเดิม....
เมื่อมาม่อนเห็นเช่นนั้น เขากับยิ้มเย็นๆ บนรอยยิ้มนั้นใครได้เห็นก็ต้องหวาดกลัว เพราะมันไม่เหมือนรอยยิ้มของคนที่จะเลิกลาฆ่าฟันได้เลย แต่มันเป็รอยยิ้มของ ปีศาจร้ายชัดๆ
เมื่อชายวัยกลางคนเห็นรอยยิ้มนั้น เขาก็ทำใจดีสู้เสือ โดยการยิ้มกลับไปแต่พอ ยิ้มเสร็จ เขาก็ต้องรีบหุบยิ้มและหยิบอาวุธเทพวายุขึ้น
มาใหม่ เพื่อที่จะกันการโจมตีของเคียวสีดำอันใหญ่ที่เข้ามาเหมือนจะตัดหัวเขาให้ขาด
พายในครั้งเดียว!.......... เค้ง" เสียงอาวุธของทั้งคู่ปะทะกันพร้อมกับมีออร่าสีดำกระจายตัวออกและลมพัดโบกจนฝุ่นดินฟุ้งเต็มไปหมด
จบตอนที่ 1 ขอบคุณที่ติดตามนะครับ
จะรีบเขียนตอนใหม่เร็วๆ