ตอนที่ 12 อดีต (18+)
“คิดอะไรอยู่” ทินภัทรหันมาสบตากลมโตของหญิงสาวชายหนุ่มสังเกตได้ว่า ร่างบางนั่งเงียบผิดปกติสายตาเธอมองเหม่อไปนอกรถเหมือนมีเื่ครุ่นคิดในใจ
“เปล่าคะ” เธอรีบปฏิเสธ หลบสายตาพัลวัน เธอเองก็ไม่ได้อยากคิดเล็กคิดน้อยเื่ผู้หญิงของพี่ทินแต่ใจมันสั่งให้เงียบเกิดความรู้สึกหดหู่ ความสุขที่มีใน่เช้า บางเบาไปกับสายลม
“เปล่าได้ไงเห็นอยู่ว่าเราเหม่อ หรือคิดเื่ทีน่า” เขาคาดเดาถึงแม้จะมองไม่ออกว่าวานิกาให้ความรู้สึกกับเขาไปมากแค่ไหน แต่ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงคงไม่พ้นเื่หึงหวง
“พี่ทีน่าคงเสียใจที่พี่ทินไม่แคร์เธอ”
“แค่เพื่อนจะมานั่งแคร์ทำไมพี่ไม่ชอบผู้หญิงจุ้นจ้าน ที่สำคัญน่าจะรู้ว่าตัวเองอยู่จุดไหน” ทินภัทรทำสีหน้าเซ็ง ไม่อยากพูดถึงคำพูดของชายหนุ่มทำให้วานิกาอึ้งไปทันที
“ถึงคอนโดแล้วอาบน้ำแล้วหาอะไรกิน แล้วพี่จะโทรหานะครับ” ถ้อยคำที่ทินภัทรพูดออกมาไม่ได้สื่อความหมายอะไรมากมากถ้อยคำเรียบๆที่ใช้ถามทั่วไป ไม่ได้มีความลึกซึ้งอะไร
“คะ ”เธอตอบรับเสียงแ่ หวังว่าจะได้ยินคำพูดอื่นที่มีความหมาย อดที่จะรู้สึกนอยด์ไม่ได้เธอต้องแกล้งทำเหมือนไม่เป็อะไร ทั้งที่ภายในโครตรู้สึกแย่ พี่ทินไม่แม้แต่จะรั้งเธอไว้ หรือทำให้เธอรู้สึกได้ว่าพิเศษกว่าใครคงเป็ได้แค่คนทั่วไปที่เข้ามาเติมเต็มความเหงา เธอมองเขาขับรถออกไปจนลับตา
พอได้อาบน้ำเธอก็รู้สึกสดชื่นความโหวงในใจคล้ายจะเจือจางลงเพราะความง่วงเข้ามาแทน มองดูมือถือหลายต่อหลายครั้งไม่มีแม้แต่ข้อความเรียกเข้า
“โผล่มาได้นะมึงแต่มาช้าดีกว่าไม่มา” ทินภัทรที่อาบน้ำแต่งตัวหล่อหอมฟุ้งเดินเข้ามายังโต๊ะประจำที่มีต้น ขุนทัพ บาส แชมป์ นั่งกินเหล้าอยู่ จึงโดนเพื่อนแซวเพราะปล่อยให้รอเกือบสามชั่วโมง
“ไงพวกมึงเมากันหรือยัง ”ทินภัทรมองขวดเหล้าที่เรียงรายกันนับไม่ถ้วนไอ้เพื่อนกลุ่มนี้พวกนี้คอแข็งจริง กินเหล้าได้ทุกวัน
“เมาได้ไงรอชนกับมึง เอาไปดิวะ” ขุนทัพชงเหล้าเข้มๆให้เพื่อนทินภัทรรับไปทันที เขากระดกทีเดียวหมดแก้ว แล้วเพื่อนก็ชงให้ต่อ ไม่ถึงชั่วโมงฤทธิแอลกอฮอล์ก็เข้าสู่เส้นเื
“มึงเห็นปะไอ้ทินผู้หญิงสวยๆที่ใช่ชุดแดงเพลิงมุมขวา มันมองมึงนานแล้ว”
“อือ เห็นอยู่” ทินภัทรตอบด้วยความมั่นใจ ยิ้มหยันมุมปาก
“ไม่เอาหน่อยเหรอ” พอมีคนถามขึ้นมา ทำให้ทุกคนอยากรู้คำตอบ ทินภัทรไม่ตอบชายหนุ่มยังยิ้มรับในลำคอ เขาคนเดียวที่รู้ว่าทำไม ทินภัทรไม่ได้จะสนใจเขายังคงยกแก้วเหล้าชนกับเพื่อนอย่างสนุก วันนี้มาช้าเพื่อนล่วงหน้าไปหลายขุมแล้วต้องตามให้ทัน
“ทิน” เสียงเรียกมีความสนิทสนมในตัว เธอเดินตรงมาหาทินภัทรด้วยความมั่นใจ มองไกลๆว่าสวยแล้วแต่มองใกล้โคตรแจ่ม อกตูมๆที่แหวกออกมาทำเพื่อนของทินภัทรแอบกลืนน้ำลาย ขาขาวๆเรียวงามรับกับบั้นท้ายกลมกลึงที่มีเดรสสีแดงสวมใส่สั้นแค่คืบ แซ่บเวอร์ คือนิยามที่เพื่อนของชายหนุ่มมอบให้ ดวงตากลมโตวาวหวานที่กราดมองเพื่อนของทินภัทรอย่างท้าทายเรียกรอยยิ้มและปลุกบางอย่างในตัวผู้ชายได้ หญิงสาวมายืนอยู่ข้างทินภัทรแล้วตอนนี้
“อ้าว นึกว่าจะไม่มาทักกันซะแล้ว” ดวงตาคมเข้มมองสำรวจรูปร่างเพรียวบางอย่างไม่ปกปิด ชุดที่เธอใส่ยอมรับว่าทำให้เืลมภายในปั่นป่วนได้ดีสายตาของเขาจึงไม่ปกปิดความรู้สึก นั่นทำให้เรียกรอยยิ้มจากหญิงสาวได้เป็อย่างดี
“ก็แวปมานี่ไง” น้ำเสียงมีแววฉอเลาะ มือเรียวบางกดลงบนบ่าแข็งแรงลูบไล้แผงหน้าอกที่อัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อ สายตาวาวหวาน
“แล้วผัวไม่ว่าเหรอ”ทินภัทรเหลือบมองหน้าหญิงสาวค้นหาร่องรอยบางอย่างเธอแค่ยิ้มบางๆส่ายหัว
“พูดจาน่าเกลียดทินพูดอะไร” เธอใส่จริตลงไปในน้ำเสียงทินภัทรคว้าเอวบางให้นั่งลงบนหน้าขาแกร่ง ส่งผลให้ชุดเดรสล่นขึ้นมาจนถึงหน้าขา กางเกงในบางใสโผล่ให้เห็น ฝ่ามือหนาลูบไล้ขาเรียวบางโดยไม่ได้ปล่อยให้เ้าตัวไม่ทันได้ตั้งตัว
“ทินนะใจร้อนตลอด” เธอต่อว่าไม่เต็มเสียงนัก เพราะมือหยาบมุดหายไปในเดรสสั้นััเนินสามเหลี่ยมที่มีชั้นในกางกั้น เขาลูบวนตรงส่วนอ่อนไหว รู้ดีถึงจุดอ่อนของหญิงสาวตรงหน้า
“ทินไปห้องน้ำไหม” หญิงสาวไม่อาจทนฝืนััร้ายกาจ ที่เขาจงใจบี้กลีบกุหลาบและจุดอ่อนไหวลูบวนจนน้ำหล่อลื่นไหลทะลักออกมา เธอต้องหนีบขาไว้แน่น แล้วจึงจำต้องเอ่ยถามเสียงแหบพร่า
“ไม่ไหวแล้วเหรอ” เขาพูดยิ้มๆดวงตาเป็ประกายคลอเคลียใบหน้างาม
“ทินนะ หวานอายนะ” ใบหน้าสวยก้มหน้างุดเธอเป็ผู้หญิงนะถึงจะใจกล้าแค่ไหนก็มีความอายอยู่ดี
“เฮ้ย เดี๋ยวกูมา”ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเขาจับหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืนและบอกเพื่อนก่อนจะเดินจากไปพร้อมเธอ
“เชี่ยมาให้แดกตลอด ”ใครคนหนึ่งพูดขึ้นมาหลังจากทินภัทรโดนนำหน้าสาวสวยพาออกไป
ชายหนุ่มพาเธอมาห้อง้าที่เฉพาะVIP เท่านั้นถึงจะเข้าได้ เมื่อประตูปิดสนิททั้งสองคนต่างแลกจูบกันอย่างเร่าร้อน น้ำหวานถอดชุดเดรสของตัวเองออกก่อนร่างบางขาวโพลนกลางแสงไฟ หน้าอกอวบปรากฎแก่สายตาชายหนุ่ม เขามองมันด้วยความหลงใหล ริมฝีปากร้อนๆเข้าครอบยอดอกสีอ่อนทั้งดูดและเลียจนร่างบางแทบจะยืนไม่ไหว มือเรียวจิกผมชายหนุ่มเพื่อระบายความเสียว
ชายหนุ่มรูดกางเกงยีนส์ราคาแพงออกจากตัวโดยหญิงสาวช่วยถอดชั้นในโดยเร็ว เมื่อท่อนล่างเปลือยเปล่าท่อนเอ็นใหญ่ก็เด้งขึ้นมา น้ำหวานมองตามด้วยความตื่นเต้นปลายหยักบานเหมือนดอกเห็ดดอกใหญ่ ที่ห่อหุ้มด้วยเส้นเืปูดโปนมันดูน่ากลัวและน่ากินไปพร้อมกัน
“จ๊วบ จ๊วบ” เธอเลียส่วนหัวและอมเข้าไปในริมฝีปากนุ่ม แล้วดูดอย่างชำนาญชายหนุ่มหลับตาพริ้มรับัั และกดหัวเธอลงไป กระแทกท่อนเอ็นใหญ่รัวเร็ว
“เสียว สัส ” เขาคำรามลั่น ล็อคหัวน้ำหวานแล้วกระแทกสะโพกสอบสวนไปอย่างแรงเน้นๆสามสี่ครั้ง เธอแทบจะหายใจไม่ทันน้ำหูน้ำตาไหลพราก น้ำคาวข้นทะลักออกมาเต็มปากน้ำหวานกลืนลงไปทันที
“ทินนะ หวานเกือบแย่” เธอหน้างอต่อว่าเขาในทีชายหนุ่มยิ้มประจบลูบหัวปลอบใจ มือใหญ่กอบกุมน้ำอกไว้ทั้งขยำและคลึงไม่กลัวเ้าของร่างบางเจ็บสักนิด
เขาก้มลงไปหยิบถุงยางในกระเป๋ากางเกงสวมใส่เกราะป้องกันให้พร้อม โดยน้ำหวานมองตามตาเป็ประกาย ชายหนุ่มจับขาเรียวให้อ้าออกและยกขึ้นมาข้างหนึ่งมือหนาจับล็อกไว้แน่น ท่อนเอ็นใหญ่จ่อประชิดค่อยๆดันเข้าไปพรวดเดียวจนสุด น้ำหวานหน้าเหยเกเขากระแทกสะโพกเข้าหาเธออย่างรุนแรงบ้าคลั่งตามอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นสูงร่างบางหอบหายใจแรง ครางแทบไม่เป็เสียง เด้งสะโพกงอนเข้ารับเป็จังหวะ
“พั่บ พั่บ พั่บ” เสียงเนื้อกระทบเนื้อเป็จังหวะ ทั้งรัวและเร็วขึ้นเรื่อยๆแอร์ในห้องแม้จะเย็นเฉียบแต่ก็ทำให้ทั้งสองคนเหงื่อแตกได้ชายหนุ่มเปลี่ยนท่าให้หญิงสาวก้มโค้ง สะโพกขาวลอยเด่นทำให้เขากระแทกท่อนเอ็นใหญ่เข้าไปเน้นๆครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่กลัวว่าร่างบางจะสึกหรอแค่ไหน แค่ได้ปลดปล่อยตัวตน
“ทิน หวานไม่ไหวแล้ว” หญิงสาวครางกระเส่ากับััหยาบแต่เร้าใจที่เขาป้อนให้ทั้งถูกใจพอใจอย่างที่ไม่เคยได้รับจากใคร ร่างกายแทบไร้เรี่ยวแรงชายหนุ่มคำรามลั่น ไม่ถึงวินาทีเขาก็ปล่อยลาวาข้าเต็มถุงและชักออกมาจากร่องฟิตๆของน้ำหวาน
เมื่อถอดถอนตัวตนออก หญิงสาวแทบจะหมดแรงเขาต้องประคองหญิงสาวไว้ในอ้อมกอด
“ไงแค่นี้ถึงกับหมดแรงผัวไม่ทำให้หรือไง” คำพูดร้ายๆจากฝีปากชายหนุ่มเรียกรอยยิ้มจากหญิงสาวตรงหน้า
“ทินก็ปากเสียตลอด ถ้าทำจะให้ทินช่วยหรือคะ” สายตาเชิญชวนที่มีให้เขาเหมือนจะบอกกลายๆว่าเธอยังไม่อิ่ม เขาโยกหัวเธอเหมือนเอ็นดูแต่รอยยิ้มหยันปรากฏตรงมุมปาก หญิงสาวไม่ทันได้เห็น
“พอก่อนไว้คราวหน้า เพื่อนรออยู่” เขาพูดไปด้วยจัดการเสื้อผ้าตัวเองเสร็จสรรพและหยิบธนบัตรปึกหนึ่งสอดใส่ในมือหญิงสาว
“ทินคะหวานไม่ได้ขายตัว” เมื่อเห็นว่าทินภัทรไม่ได้แคร์เธอเลยเมื่อเสร็จแล้วก็จะกลับทำเธออดนอยด์ไม่ได้
“หรือหวานจะให้ผมฟรีๆ” เขามองเธอด้วยสายตานิ่งๆ สายตาดูแคลนอย่างเปิดเผยน้ำหวานพูดไม่ออกกับบุคลิกเ็าอยากจะต่อว่าแรงๆแต่รู้ว่าพูดไปไม่ได้เกิดผลดีกับเธอเพราะเธอชอบเขามากเกินกว่าที่จะทิ้งความสัมพันธ์ชั่วคราวนี้ไป จึงได้แต่นิ่ง ดวงตาคลอเบ้าและยอมรับผลของมัน
“ทินถ้าหวานเป็พลอยใส ทินจะทิ้งหวานไปอย่างนี้ไหม”เธอเลือกถามสิ่งที่ค้างคาในใจ และอยากถามเขามานานแล้ว
“ก็เพราะมันไม่ใช่ไงหวานและถึงจะเป็พลอยใส ผมก็ไม่ลังเลที่จะทำแบบนี้ ผู้หญิงคนนั้นเขาชอบไม่ใช่เหรอเงินนะ” เขาพยายามกดเสียงให้เรียบเมื่อพูดถึงผู้หญิงคนนั้นแต่น้ำเสียงยังมีร่องรอยของความโกรธอย่างที่หญิงสาวเองก็ััได้เช่นกัน
“ทินจะจำให้มันได้อะไรไปคะพลอยเขาไม่ได้อะไรด้วยซ้ำ ทินมองแค่หวานให้ความสำคัญกับหวานคนเดียวไม่ได้เหรอคะ หวานพร้อมจะหยุดที่ทินคนเดียว”
“อย่ามาฝากความหวังกับผมเลยหวานที่ผมบอกเพราะเห็นว่าหวานเคยจริงใจกับผมมากกว่าใคร แต่ผมชอบสถานะแบบนี้ถ้าหวานไม่โอเค ก็ไม่ต้องมาพบผม” เขาไม่ได้ใช้ความคิดด้วยซ้ำก่อนที่จะเอ่ยประโยคนั้นออกมา
“ทินคะหวานขาดทินไม่ได้ ทุกวันนี้ที่หวานมีคนอื่นก็แค่ชดเชยในสิ่งที่ทินให้หวานไม่ได้ได้โปรดอย่าผลักไสหวานเลย หวานสัญญาว่าจะไม่เรียกร้องอะไร นะคะ”
“โอเคนะงั้นผมไปละ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ได้งอแงต่อ เขาก็เดินออกไปทิ้งพร้อมๆกับสายตาเ็ป
เธอเป็เพื่อนสนิทของพลอยใสหลงรักเขามาก่อนที่เพื่อนของเธอจะได้คบกับเขา เมื่อก่อนทินภัทรเป็ผู้ชายอบอุ่นเข้าอกเข้าใจคนอื่น จนเพื่อนของเธอทำร้ายเขาด้วยการเลือกนักธุรกิจหนุ่มที่มีทุกอย่างให้เธอมากกว่านักศึกษาอย่างทินภัทร จึงทำให้เขากลายเป็คนเืเย็น
“พลอยแก่โง่แค่ไหนที่ทิ้งคนที่พร้อมแบบทินไปโง่จริงๆ” น้ำหวานพูดคนเดียวด้วยความอัดอั้นก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอชอบเขามานานจนรู้ทุกอย่างรู้กระทั่งว่าทินภัทรเป็ทายาทคนเดียวของ อมรกรุ๊ป ที่ควบคุมธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศมีแต่พลอยใสที่ไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับชายหนุ่มคิดว่าเขาเป็แค่ชายหนุ่มบ้านรวยธรรมดา แล้ววันหนึ่งผู้หญิงทะเยอทะยานคนนั้นจะต้องเสียใจ
#อย่าว่ากันนะ ถ้าทินภัทรจะร้ายกาจไปบ้าง นั่นเป็เพราะว่าเขามีแผลในใจ #