ตอนที่เจ็ดสิบแปด องครักษ์พิทักษ์ราชินี
สวนของราชวังส่วนในมีแมกไม้ใบหญ้ามีโรงเพาะชำที่ทำจากแก้ว
สำหรับชาวบ้านแล้วแก้วนั้นหรูหราราคาแพงแต่ราชินีก็ยังสามารถสร้างเรือนเพาะชำที่ทำจากแก้วและสามารถปลูกพืชหายากฤดูหนาวได้ตลอดทั้งปี
นับเป็นความหรูหราอย่างยิ่งในสายตาคนทั่วไป
และยังทำให้พอมีที่ที่ให้องครักษ์ราชินีมาเดินตรวจตราตอนกลางคนได้สถานที่ที่มาพูดคุยกันพอสมควรด้วย
“เธอคิดว่าวินเดรียตอนนี้จะทำอะไรอยู่กับบาบาเรี่ยนนั่นหรือเปล่า?”
“ใช่ใช่คิดดูสิ ตัวใหญ่ขนาดนั้นล่ะก็ฮิ ฮิฮิ”
คนที่นินทากาเลกันตอนนี้ไม่ใช่สาวใช้ที่ไหนแต่คือหน่วยราชองครักษ์ของราชินีที่ได้จังหวะคุยกันเพื่อกลบความเบื่อในการเฝ้ายามและไม่ให้ตนเองง่วงและมีความตื่นตัวอยู่เสมอ
พวกเธอทำหน้าที่ที่ต้องรักษาบริเวณหวงห้ามส่วนในของพระราชวังอย่างเข้มงวด
และมีการผลักกันตรวจตราและการผลัดเวรกันเป็นระยะไม่ให้มีช่องโหว่ได้
ทหารขององครักษ์ปรกติในวังนั้นจะไม่เข้ามายุ่มยามในขอบเขตที่ไม่อนุญาตให้เข้า
ภายใต้การจับตาดูของนายพลชวาร์ซไม่มีใครสามารถรอดสายตาของพวกองครักษ์ที่จับตาดูความเคลื่อนไหวต่างๆในวังไปได้
การลาดตระเวนที่เข้มงวดโดยเฉพาะในช่วงสงครามกับบีสต์แมนที่กองทัพส่วนใหญ่นั้นออกไปทำสงครามภายนอก
ทำให้กำลังคนน้อยลงแต่ไมได้หมายความว่านายพลที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเมืองอย่างนายพลชวาร์ซนั้นจะหย่อนยาน
ท่ามกลางที่พำนักส่วนในขององค์ราชินีที่เป็นการป้องกันที่ดีที่สุดของการป้องกันของการป้องกันที่ดีที่สุดในพระราชวัง
เช้ง
หญิงสาวองครักษ์สองคนที่ลาดตระเวนคู่กันจับดาบส่งสายตาเตรียมพร้อมต่อสู้ทันทีเมื่อพบว่ามีผู้ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาในขอบเขตการลาดตระเวนของพวกเธอ
สามารถเปลี่ยนสภาพจากการคุยเล่นกันแบบสบายๆเป็นการเตรียมพร้อมต่อสู้ได้ในพริบตา
สมกับเป็นหน่วยงานที่รวบรวมมาแต่ยอดฝีมือด้านกาต่อสู้และชาติตระกูลที่ไม่ด่างพร้อย(มาจากสกุลขุนนาง)หรือที่องค์ราชาและราชินีถูกใจเลือกมาด้วยตนเอง
พวกเธอจะเรียกว่าคือดาบและกองกำลังส่วนตัวของราชินีก็ว่าได้
องครักษ์ส่วนตัวของราชินีที่พึ่งเสียแชมเปี้ยนของตนเองไปหนึ่งคนที่ไปติดตามบาบาเรี่ยนรูปร่างใหญ่ราวกับหมียักษ์ได้มีการจับดาบเตรียมพร้อมต่อสู้
การที่วินเดรียออกจากหน่วยองครักษ์ของราชินีเป็นที่ทำให้เกิดการซุบซิบคุยหัวเราะกันในหมู่องครักษ์ราชินีพอสมควรแต่พวกเธอก็ทำหน้าจริงจังทันทีเมื่อได้พบว่ามีเสียงเดินเข้ามา
“ใคร? แสดงตนออกมา!!! ไม่รู้หรือว่าราชินีบอกว่าห้ามรบกวนยามวิกาล”
องครักษ์ของราชินีชักดาบออกมา
ไม่ได้ข่มขู่
หากพวกเขาก้าวเท้าเข้ามาในเขตหวงห้ามจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นใครพวกเธอจะฟันทันที
“ให้ข้าไปขออภัยท่านราชินีเองเถอะแต่ข้าขอเชิญท่านราชินีและพวกเจ้าทั้งหมดไปชมดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้วย”
ทั้งหมดตกใจที่คนที่มากับกองทหารคือนายพลชวาร์ซที่มีสีหน้าเหนื่อยอ่อนอย่างยิ่ง
“มีเรื่องราวอันใดหรือ”
ราชินีในชุดคลุมอย่างง่ายได้เดินออกมาจากทางเรือนเพาะชำกระจก
สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกผู้คน
ที่ราชินีนั้นมีท่าทางลึกลับราวกับปรากฏตัวไปที่ไหนได้ตลอดเวลา
หลายคนสันนิษฐานว่าราชินีน่าจะมีเส้นทางลับในพระราชวังที่คนทั่วไปไม่รู้สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระ
จับตาดูทุกคนได้ในราชวัง
ส่วนหากคัลมาเห็นก็คงมองออกว่าเป็นเพียงแค่การใช้เวทย์เชื่อมต่อtuning ราชินีเข้ากับปราสาทราชวังที่เป็น อาณาเขต territory ของตนเองเท่านั้นเอง
ที่ทำให้เทเลพอร์ตไปมาได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งในอาณาเขตของตนเอง
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องเวทย์ดีเท่าคัลนั้นจะมองว่าเป็นเรื่องลึกลับเปี่ยมมนต์ขลังที่ราชินีสามารถปรากฎมาในบริเวณราชวังได้โดยคนไม่ทันรู้ตัว
ทำให้นายพลชวาร์ซและเหล่าทหารองครักษ์ทำท่าทำความเคารพ
“ท่านคัลได้ค้นพบการฆาตกรรมของเหล่านางกำนัลหนึ่งคนและท่านกำลังจะทำการสืบสวนโดยการเรียกวิญญาณของนางกำนัลนั้น”
นายพลชวาร์ซแทบไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ตนเองพูดออกไป
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทุกคนคิดว่าคนที่มีวิชาสายความมืดหรือเนโครแมนเชอร์นั้นคือคนหลายพิษมากภัย
อยู่ในกระท่อมเก่าๆ ท้ายหมู่บ้านหรือแหล่งเสื่อมโทรมของเมืองในห้องปรุงยามีความสกปรกและยาพิษร้ายแรงกับสัตว์กลายพันธุ์หรือร่างทารกที่แท้งดองเอาไว้ตามฝาผนัง มีใบไม้มีพิษและรากไม้ที่สามารถสังหารคนทาสีม่วงใต้ตา ลิ้นมีสีดำฯลฯ
ไม่ใช่คนที่สามารถรับมือได้โดยง่ายดาย
แต่บาบาเรี่ยนเช่นคัลกลับสามารถใช้เวทย์สายเนโครแมนเชอร์ได้