ตอนที่ 19.
เชอร์ริชที่กำลังพิมพ์รายงานหันไปทอดถอนใจเหม่อมองทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่าง
…ในยามราตรีนั้นมีเพียงแสงจากเสาไฟข้างทางที่คอยส่องสว่างไม่ให้ทั้งเมืองถูกความมืดมิดอันเปล่าเปลี่ยวกลืนกิน
ในนาทีนี้ชายหนุ่มยอมรับว่า เขาไม่มีกะจิตกะใจไปจดจ่อกับรายงานที่กำลังพิมพ์อยู่เท่าไหร่นัก
ครืด
เสียงสั่นเตือนข้อความจากโทรศัพท์ของใครอีกคนที่นั่งพิมพ์รายงานอยู่ข้างกัน ทำให้ชายหนุ่มเหลือบมองข้อความของหนุ่มคณะวิศวะจากร้านเครปที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของคนงามโดยไม่รู้ตัว
“ไม่ตอบเขาได้ไหม?”
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกระตุกแขนเสื้อของคนงามเบาๆ แล้วพลั้งปากเอ่ยสิ่งที่คิดออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว
ลึกๆ แล้วเชอร์ริชรู้สึกแย่ที่เอ่ยกับเอเลียสไปอย่างไม่มีเหตุผล แต่ชายหนุ่มยอมรับว่า เพียงแค่เห็นข้อความของคนแปลกหน้าที่ส่งมาหาอีกฝ่าย ใจก็รู้สึก…
…หวง
“ได้สิ ทำไมเหรอ?” ััอุ่นๆ บริเวณแขนเสื้อ ทำให้เอเลียสหยุดมือจากคีย์บอร์ด เขาเอียงหน้าถามคนน่ารักด้วยสายตาซื่อๆ โดยไม่ได้ใส่ใจที่จะปรายตามองข้อความของหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นเลยแม้แต่น้อย
“ป่าวหรอก” ใบหน้างดงามอันเต็มไปด้วยประกายของความใสซื่อบริสุทธิ์ของอีกฝ่าย ทำให้เชอร์ริชรู้สึกผิด เขาทำได้เพียงแค่กระตุกแขนเสื้ออีกฝ่ายไปมา แล้วเอ่ยเสียงเบาพลางก้มหน้าลงราวกับคนเขลาผู้มีบาป
เดิมเชอร์ริชอยากจะอยู่เคียงข้างและปกป้องคนงามจากชะตากรรมอันน่าเศร้าที่อีกฝ่ายจำต้องเผชิญ แต่ในความฝันนั้นเขาเป็แค่คนบาปที่ทำร้ายคนดีๆ อย่างเอเลียสซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพียงเพราะความอิจฉา
…ขณะที่ตัวเขาในความเป็จริงกลับอยากจะเอเลียสเสียเอง
เชอร์ริชไม่รู้ว่า เขามีความรู้สึกให้เอเลียสั้แ่เมื่อไหร่ บางทีมันอาจจะั้แ่่ที่เขาลุกขึ้นมาสนับสนุนอีกฝ่ายให้ได้รับตำแหน่งประธานรุ่นหรือไม่ก็ก่อนหน้านั้น
แต่ไม่ว่าจะเป็ตอนไหน มันก็ไม่สำคัญอีกแล้ว
“ถ้านายไม่ชอบ ฉันก็จะไม่รับแอดพวกเขา ดีไหม?” คนงามคลี่ยิ้มอันอ่อนหวานพลางเอ่ยปลอบด้วยสุ้มเสียงอันนุ่มนวลเหมือนกับทุกที เช่นเดียวกับดวงตาสีดำคู่งามที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่เขาชื่นชอบ
เชอร์ริชไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เขาเปลี่ยนจากชื่นชมเป็ชมชอบอีกฝ่ายั้แ่เมื่อไหร่!
“ไม่ใช่ว่า ฉันอยากจะกันนายอะไรแบบนั้น ฉันแค่…” เชอร์ริชปล่อยมือจากแขนเสื้อของอีกฝ่ายด้วยท่าทางลำบากใจ เขาไม่พร้อมที่จะเอ่ยความเปลี่ยนแปลงภายในใจออกมาในตอนนี้ ด้วยเหตุนี้เองชายหนุ่มจึงทำได้เพียงแค่หลุบตาลงแล้วเอ่ยงึมงำเสียงเบา พาให้เอเลียสถึงกับกระตุกยิ้มด้วยความเอ็นดู
“ฉันรู้ว่า นายลำบากใจ” เอเลียสเคลื่อนสายตาไปมองโทรศัพท์ของเขาที่วางอยู่ใกล้ๆ แล็ปท็อปของคนน่ารักพลางเอ่ยปลอบด้วยสุ้มเสียงอันอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความนุ่มนวลที่อีกฝ่ายชื่นชอบ
“ฮึก ขอโทษนะที่ขออะไรแบบนี้” คำปลอบโยนอันนุ่มนวลของคนงาม ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตื้นตันระคนรู้สึกผิดจนเผลอร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกท่วมท้นที่ไม่อาจอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจได้เลย นอกจากการเอ่ยคำขอโทษขอโพยที่น่าเวทนา
“ไม่เป็ไรหรอก ไม่ร้องนะ” คนงามได้แต่ส่งยิ้มปลอบพลางเคลื่อนกายมาประชิด เพื่อเช็ดน้ำตาให้เขาไปตามความเคยชิน
ท่าทีของคนงามทำให้เชอร์ริชร้องไห้หนักกว่าเดิมเพราะอารมณ์ที่ท่วมท้นอยู่ในอกราวกับเด็กน้อยที่น่าสงสารคนหนึ่ง
เอเลียสมองคนน่ารักที่อยู่ดีๆ ก็ร้องไห้ด้วยสายตาอ่อนโยน นิ้วมืองามเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเอาใจใส่ ขณะที่ใจก็กู่ร้องด้วยความยินดีเมื่อมองเห็นเค้าลางว่า การรอคอยของเขาใกล้จะสิ้นสุดแล้ว!
ชีวิตของพวกเขาสงบสุขไปได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ รถสีดำสุดหรูคันเดิมก็มาจอดที่หน้าบ้านของเชอร์ริชใน่เย็นวันศุกร์ เอเลียสทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหันมายิ้มปลอบคนน่ารักที่มองมาด้วยความเป็ห่วง แล้วก้าวขึ้นรถไปพบกับผู้เป็แม่ด้วยความจำใจ
“ไปเก็บของ ถึงเวลาที่แกจะต้องกลับบ้านแล้ว”
ทันทีที่ก้าวขึ้นมาบนรถหญิงวัยกลางคนผู้งดงามในเดรสคลุมเข่าสีน้ำเงินเข้มอันหรูหราที่นั่งกอดอกอยู่นั้นก็เอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันเฉียบขาดทันที
“...” สีหน้าอันจริงจัง และสุ้มเสียงอันเฉียบขาดของผู้เป็แม่ ทำให้ชายหนุ่มรู้ทันทีว่า อีกฝ่ายตั้งใจมารับเขาจริงๆ
ชั่วเวลานี้เอเลียสชะงักไป ดวงตาสีดำคู่งามสั่นไหวเล็กน้อย ขณะที่ภายในก็รู้สึกวูบโหวงขึ้นมา
…หากจะเอ่ยว่า เขาไม่อยากไปจากคนน่ารักก็ไม่นับว่า ผิดนัก
อีฟสังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูกั้แ่ที่ก้าวเท้าขึ้นมาบนห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็ความสูงที่เพิ่มขึ้น ไหล่ที่เริ่มกว้างขึ้น หรือแม้แต่ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ บนใบหน้าของอีกฝ่าย เธอย่อมสังเกตได้อย่างรวดเร็ว
“อย่าทำท่าแบบนั้น ฉันไม่รู้หรอกนะว่า ทำไมแกถึงได้เกาะติดเด็กนั่น แต่ดูสภาพแกตอนนี้สิ หยุดกินฮอร์โมนแล้วสูงขึ้นเรื่อยๆ พ่อแม่เขาจะมองแกยังไง?”
อีฟกอดอกติงลูกชายเสียงแหลมอย่างมีหลักการในแบบที่ลูกชายหัวดื้อของเธอคิดหาเหตุผลมาคัดค้านไม่ได้
“พวกเขาไม่ถือสักหน่อย” เอเลียสเงยหน้าขึ้นไปค้านผู้เป็แม่เสียงเบาอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาของเขามีความไม่ยินยอม แต่ก็มีประกายของความหวั่นไหวเจืออยู่
จริงอยู่ว่า พ่อแม่ของเชอร์ริชดีกับเขามาก ซึ่งเป็เพราะเขาพยายามเอาอกเอาใจทั้งสองให้เปิดใจรับเขาอย่างสุดความสามารถ
แต่ชายหนุ่มก็ยอมรับว่า การที่ทั้งสองยอมรับเขาอย่างง่ายดายแบบนี้ส่วนหนึ่งย่อมเป็เพราะรูปลักษณ์ของเขาที่ไม่มีทางคุกคามเชอร์ริชได้
หากพ่อแม่ของเชอร์ริชรู้ว่า เขาไม่ใช่พวกกรุ๊ปเอ็กซ์เหมือนเชอร์ริช ก็ย่อมต้องมองเขาเปลี่ยนไป ซ้ำร้ายอาจมองว่า เขาเอาเปรียบคนน่ารัก
…ถึงแม้ว่ามันจะจริงก็เถอะ!
“แต่ฉันถือ ถึงเด็กนั่นจะปากดี แต่ก็น่ารักขนาดนั้น…เอาเป็ว่าแกกำลังทำให้คนอื่นเสียหาย เข้าไปลาพวกเขากับฉัน เดี๋ยวนี้เลย!” ขณะที่ลูกชายหัวดื้อกำลังลังเลอยู่นั้น อีฟก็เชิดคางเอ่ยตัดบทเสียงเข้มทันที
ถึงเธอจะไม่ชอบเพื่อนคนนั้นของลูกชายเท่าไหร่ กระนั้นแล้วเธอก็ไม่ชอบให้คนดีๆ ถูกเอาเปรียบแบบนี้
ด้วยเหตุนี้เองอีฟจึงลุกพรวดจากเบาะรถอันหรูหรา เธอเดินนำลูกชายหัวดื้อไปยังประตูบ้านของครอบครัวเฮอร์บิลตันทันที
อีฟก้าวเข้ามาในห้องโถงที่ตกแต่งสไตล์คันทรี่อันอบอุ่น ดวงตาสีดำอันมืดมิดของเธอกวาดมองมุมต่างๆ ภายในห้องโถง จากนั้นจึงไปหยุดอยู่ที่สองสามีภรรยาหน้าตาดี ซึ่งนั่งจิบชากันอยู่บนโซฟาในมุมที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของสวนดอกไม้หน้าบ้าน
เสียงรองเท้าส้นสูงราคาแพงของอีฟ ทำให้สองสามีภรรยาบ้านเฮอร์บิลตันต้องหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความมึนงง จากนั้นพวกเขาก็ถึงกับตกตะลึง เมื่อพบว่า ผู้มาเยือนคืออดีตดาวค้างฟ้าผู้โด่งดัง
“ขอโทษจริงๆ นะคะ เอเลียสของฉันคงทำให้พวกคุณลำบากแย่”
อีฟเดินนำลูกชายไปขอโทษขอโพยสองสามีภรรยาด้วยสีหน้าเกรงอกเกรงใจ ขณะที่สุ้มเสียงของเธอมีความหนักใจเจืออยู่อย่างชัดเจน
จริงอยู่ว่า ลูกชายของเธอเป็เด็กหัวดื้อจึงไม่ยอมกลับบ้านเสียที แต่การที่เธอปล่อยให้เอเลียสมารบกวนทั้งสองแบบนี้ ก็ทำให้เธอลำบากใจอยู่ไม่น้อย
“โอ้ ไม่เลยครับคุณอีฟ เอเลียสเป็เด็กที่น่ารักมาก นี่ผมถึงขนาดมองไปแล้วว่า เขาเป็ลูกคนหนึ่งของผม” อาเธอร์ที่แต่ไหนแต่ไรก็ปลื้มเด็กน่ารักแบบเอเลียสอยู่แล้ว บวกกับท่าทางเกรงอกเกรงใจของอีฟ เขาจึงเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันเป็มิตรเช่นเดียวกับใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มเป็กันเอง
“ได้ยินแบบนั้นฉันก็โล่งใจค่ะ” อีฟยกมือทาบหน้าอกพลางเอ่ยกับทั้งสองด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มบางๆ แต่มีความจริงใจเจืออยู่ไม่น้อย
ถึงอย่างไรเธอก็ปล่อยให้ลูกชายตัวดีมารบกวนบ้านนี้อยู่ตั้งนาน ดังนั้นเธอจึงแสดงความจริงใจกับทั้งสองเป็พิเศษ
“โถ่ คุณอีฟ สมัยสาวๆ ฉันชอบคุณมากเลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจเราหรอกค่ะ เอเลียสน่ะ เขาทั้งสวยทั้งน่ารัก เห็นแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้” เคธในชุดเดรสแขนยาวลายดอกไม้สีเหลืองอ่อนปัดมือไปมาพลางเอ่ยกับอดีตไอดอลในดวงใจด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเธอก็ผายมือให้อีฟนั่งลงบนเก้าอี้นวมข้างๆ กันไปด้วย
เื่ที่ว่า อดีตดาวค้างฟ้าเป็แม่ของเด็กหนุ่มนิสัยน่ารักแบบเอเลียส สองสามีภรรยาพอจะเดากันได้เลาๆ แต่พวกเขาเพียงแค่ไม่ถามเด็กหนุ่มผู้น่าสงสารอย่างตรงไปตรงมาเพราะเห็นว่า มันเป็เื่ละเอียดอ่อน
“ได้ยินแบบนั้นก็สบายใจ จริงๆ แล้ว ่นี้ฉันเองก็กำลังติดงานอยู่พอดีน่ะค่ะ”
เมื่อเห็นทั้งสองมีท่าทีไม่ติดใจเธอจริงๆ อีฟจึงเอ่ยเสียงอ่อนพลางก้าวไปนั่งลงบนเก้าอี้นวมสีเบจลายดอกลิลลี่ตามการเชื้อเชิญของเคท
ชั่วเวลานั้นเอเลียสลอบมองแม่ด้วยสายตาอึ้งๆ เพราะไม่คิดมาก่อนว่าอยู่ๆ ผู้เป็แม่ที่วันๆ หมกมุ่นแต่กับการคิดหาวิธีแก้แค้นครอบครัวของพ่อก็ตัดสินใจลุกขึ้นมาทำอะไรสักที
“คุณกำลังถ่ายภาพยนตร์เหรอคะ?” เคธรินชาให้อีฟพลางทำตาโตเอ่ยถามอดีตไอดอลของเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนยินดีอย่างชัดเจน
ั้แ่เกิดเื่เมื่อหลายสิบปีก่อนอีฟก็ลาจอไปเลย หลังจากนั้นเคธไม่อยากจะเอ่ยถึงยุคมืดของอดีตดาวค้างฟ้า ซึ่งอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับเท่าไหร่นัก
“ก็กำลังดูๆ อยู่น่ะค่ะ อันที่จริงก็อยากทำพวกแบรนด์เครื่องสำอางให้เอเลียสด้วย ก็อย่างว่าน่ะแหล่ะค่ะ งานของฉันไม่ค่อยมั่นคงเลยอยากทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันให้ลูกสักหน่อย” อีฟเอ่ยแพลนของเธอให้ทั้งสองฟังอย่างไม่ปิดบังพลางรับแก้วชาจากเคธมาจิบ
ส่วนเหตุผลที่อีฟเปิดใจกับเคธ คงเป็เพราะเธอไม่ได้พบท่าทางเป็มิตรอันจริงใจของคนนอกแบบนี้มานานแล้วกระมัง
เอเลียสมองแผ่นหลังของผู้เป็แม่อย่างตกตะลึง ดวงตาคู่งามมองแผ่นหลังอันสง่างามที่เขาสุดแสนจะคุ้นเคยด้วยความรู้สึกมากมายที่ผุดขึ้นมา
…ชั่วเวลานี้เอเลียสรู้สึกว่า หากมันเป็ความฝันเพียงตื่นหนึ่ง เขาก็จะยอมติดอยู่ที่นี่ เพียงเพราะแม่ของเขายอมปล่อยวางความแค้นลง
“โอ้ นี่เป็เื่ที่น่ายินดีมากนะคะ บ้านฉันรู้จักแล็บดีๆ หลายที่เลย ถ้าไม่รังเกียจ เดี๋ยวสามีของฉันจะติดต่อพวกเขาให้” เคธเอ่ยกับอดีตไอดอลของเธอด้วยท่าทางอันจริงใจ จากนั้นเธอก็หันไปสะกิดสามีให้ไปเอารายชื่อแล็บที่เฮอร์บิลตันฟาร์มาซีมีคอนเนคชั่นอยู่ มาให้อีฟอย่างแข็งขัน
“จริงเหรอคะ เกรงใจพวกคุณจริงๆ” อีฟที่แต่เดิมก็แค่จะเอ่ยแพลนของเธอให้ทั้งสองฟังอย่างเป็กันเอง ก็ได้แต่รับความหวังดีของเคธมาอย่างงงๆ
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ เพื่อลูกๆ เราก็ต้องพยายามกันไป อีกอย่างฉันก็เห็นใจคุณมาก”
แต่เดิมเคธก็ไม่คิดจะไปตัดสินเื่ของคนอื่นอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้เองเธอจึงโบกมือไปมาพลางเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่วายที่จะส่งยิ้มให้กำลังใจไปด้วย
“คะ?” อีฟมองรอยยิ้มปลอบใจของเคธ แล้วรำพันเสียงเบาอย่างตั้งตัวไม่ถูก ซึ่งเป็จังหวะที่อาเธอร์เดินมายัดรายชื่อแล็บชั้นนำของประเทศใส่มือเธอพอดี
“ฉันเคยเป็แฟนคลับของคุณนะคะ พูดกันตามตรง มันไม่ใช่ความผิดของคุณคนเดียวหรอกค่ะ” เคธคนชาชั้นดีที่เทียร์ร่าซื้อมาฝากพลางเอ่ยสิ่งที่เธอคิดมาโดยตลอดให้อดีตดาวค้างฟ้าฟังด้วยท่าทางอันผ่อนคลาย
สำหรับคนที่โตๆ กันแล้ว เคธมองว่า ของแบบนี้มันปรบมือข้างเดียวไม่ดัง
หากจะเอ่ยถามว่า ทำไมเคธจึงมีความคิดแบบนี้ คงเป็เพราะเธอมีสามีที่คลั่งรักเธอมาเกือบสามสิบปีแล้วกระมัง
ด้วยเหตุนี้เองเธอจึงรู้ว่า ถ้าผู้ชายจะรักและซื่อสัตย์จริงๆ ต่อให้มีสาวงามมาให้ท่า เขาก็จะไม่มีวันแตะต้องผู้หญิงพวกนั้นแน่นอน!