บ่วงร้ายแฝงไว้ด้วยรัก

    บทที่ ๑ : ความสูญเสีย (๒)

    ภัคธีมานั่งมองรูปหน้าศพพี่ชายด้วยแววตาเศร้าสร้อย พลันมีหยาดน้ำใสๆ ไหลคลอหน่วย คิดแล้วก็น่าสงสารพี่ชายกับตนเองจริงๆ ที่ต้องมาเจอเ๱ื่๵๹อะไรแบบนี้ พุฒิพงศ์มาจากไปอย่างกะทันหันดัวยวัยสามสิบสามปีเท่านั้นเอง


    ดูสิ! พี่พงศ์อายุยังน้อยแท้ๆ แต่ต้องมาตายเพราะความประมาทของใครบางคน…


    หญิงสาวอยากเห็นหน้าคนที่ขับรถชนพี่ชายของตนเองจริงๆ อยากจะถามว่าเขาคนนั้นตั้งใจชนหรือไม่ได้ตั้งใจ แล้วทำไปเพราะอะไร และเธอจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พี่ชายของเธอจะต้องได้รับความยุติธรรม ที่สำคัญเขาต้องไม่ตายฟรีแน่นอน


    ทันใดนั้นเองก็มีหญิงสาวคนหนึ่งมานั่งลงหน้าโลงศพข้างๆ ภัคธีมาพร้อมกับแตะไหลให้กำลังใจเธอ


    “ภัค! พี่พงศ์เขาไปสบายแล้วนะ ไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกแล้ว แกอย่าทำให้เขามีห่วงสิ…”


    ภัคธีมาหันมามองเพื่อนด้วยสีหน้าราบเรียบ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    “ถึงฉันไม่ทำให้พี่พงศ์มีห่วง ยังไงพี่เขาก็ยังมีเ๱ื่๵๹อื่นที่ทำให้เขามีห่วงอยู่ดี ตราบใดที่ผู้ร้ายยังไม่โดนจับและมันยังลอยนวลอยู่แบบนี้ฉันเชื่อว่า๥ิญญา๸ของพี่พงศ์คงยังไปสู่สุคติไม่ได้แน่นอน”


    “หลักฐานก็ไม่มี แล้วทำยังไงเราถึงหาตัวคนทำมารับโทษได้ล่ะ” รวิสราพูดขณะปักธูปลงบนกระถาง แล้วหันไปมองรูปหน้าศพของพุฒิพงศ์ด้วยสีหน้าเศร้าหมอง “น่าสงสารพี่พงศ์จัง อายุยังน้อยแท้ๆ แต่ต้องมาด่วนจากไปแบบนี้ ไม่น่าเลย”


    “ฉันจะหาหลักฐานและหาตัวคนทำมาดำเนินคดีให้ได้ มันจะต้องไม่ลอยนวลแบบนี้ และพี่ชายของฉันจะต้องได้รับความยุติธรรม ๥ิญญา๸ของเขาจะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีสักที” เธอพูดด้วยแววตามุ่งมั่น ก่อนจะหันไปพูดกับรูปพี่ชาย “พี่พงศ์ไม่ต้องเป็๲ห่วงนะคะ ภัคสัญญาว่าภัคจะตามหาคนที่ทำให้พี่ต้องตายมารับโทษให้ได้”


    “แล้วนี่แกจะสวดศพพี่พงศ์กี่วัน แล้วจะเผาวันไหน” อีกฝ่ายถามต่อไป


    คนถูกถามนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะตอบเสียงขรึมว่า


    “ตราบใดที่ฆาตกรยังไม่ได้รับโทษฉันก็จะเก็บศพพี่พงศ์ไว้แบบนี้ก่อน ถ้าเจอฆาตกรเมื่อไหร่ฉันจะพามันมากราบศพพี่ชายของฉันทันที”


    รวิสรามองผู้เป็๲เพื่อนที่ตอนนี้แววตาวาวโรจน์ด้วยความเคียดแค้นพร้อมกับทอดถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ เพราะคิดว่าถ้าไม่มีหลักฐานใดๆ เอาผิดผู้กระทำได้ และถ้าภัคธีมาสืบรู้ตัวผู้ร้ายเธอก็จะต้องแก้แค้นให้พี่ชายแน่นอน เพราะหญิงสาวรู้จักเพื่อนคนนี้ดีกว่าใครเป็๲ไหนๆ


    ลงถ้าภัคธีมาได้โกรธแค้นใครแล้วเธอก็จะเอาคืนคนๆ นั้นให้เจ็บกว่าตนเองหลายเท่า เนื่องจากรวิสราเคยเจอมากับตัวแล้วนั่นเอง จึงทำให้หญิงสาวรู้สึกหวาดหวั่นว่าผู้เป็๲เพื่อนจะแก้แค้นเอาคืนผู้ที่ขับรถชนพี่ชายของตัวเอง ถ้าเป็๲เช่นนั้นเธอก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี หรือควรจะปล่อยให้เป็๲ไปตามเวรตามกรรมหรือเปล่านะ


    เมื่อพระมาแล้วทั้งสองก็ลุกไปนั่งที่เก้าอี้ด้านหน้าเพื่อฟังพระสวดอภิธรรมคืนแรก ระหว่างฟังภัคธีมาก็เอาแต่จับจ้องสายตาไปที่รูปของพี่ชายด้วยแววตาเศร้าสร้อยอีกเช่นเคย ทว่ากลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด เพราะเธอพยายามทำตัวเข้มแข็งเพื่อตามหาตัวผู้ร้ายให้พบ ยิ่งรู้ตัวอีกฝ่ายเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี!


     


    หลังงานศพพี่ชายผ่านไปสองสัปดาห์ ภัคธีมาก็มีสีหน้าคลายทุกข์โศกลงไปบ้างนิดหน่อย เนื่องจากได้รวิสรามาอยู่เป็๲เพื่อนที่บ้านและคอยปลอบใจจนเธอรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาก ต่างจากวันแรกที่สูญเสียพี่ชายซึ่งร้องไห้จนน้ำตาอาบสองแก้มนวล ใครที่เห็นต่างก็มองเธอด้วยความสงสาร ทว่าวันนี้เธอกลับมาเข้มแข็งแล้ว


    ภัคธีมาตัดสินใจบรรจุศพพุฒิพงศ์ไว้จนกว่าจะหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษและมากราบขอขมาศพก่อน แล้วหญิงสาวค่อยฌาปนกิจร่างไร้๥ิญญา๸ของพี่เพื่อส่งให้เขาได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีโดยไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้น


    อาหารเช้าวันนี้ถูกนำมาขึ้นตั้งบนโต๊ะ โดยรวิสรารับอาสาทำหน้าที่เชฟจำเป็๲ทำอาหารให้เพื่อนทาน หญิงสาวทำข้าวต้มกุ้งง่ายๆ สำหรับมื้อเช้า ทว่าคนที่ร่วมโต๊ะด้วยกลับมีสีหน้าเศร้าหมองขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับยังลืมความเ๽็๤ป๥๪ของการสูญเสียไม่ได้


    “ยายภัค ทานข้าวสิ มัวแต่นั่งเศร้าอยู่นั่นละ ถ้าข้าวยังไม่ตกถึงท้องเดี๋ยวก็เป็๲ลมเป็๲แล้งขึ้นมาอีกหรอก” รวิสราพูดกับเพื่อนเสียงขรึม ทว่าอีกฝ่ายมองมาที่เธอด้วยใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาพร้อมกับสะอื้นฮัก


    “ยายวิ งานศพพี่พงศ์ผ่านมาหลายวันแล้วแต่ฉันยังทำใจไม่ได้จริงๆ เพราะในชีวิตของฉันมีแค่พี่ชายคนนี้คนเดียว คุณพ่อกับคุณแม่ก็เสียชีวิตไปหมดแล้ว ทำไมล่ะยายวิ ทำไมฟ้าถึงใจร้ายกับฉันนัก พรากทุกคนที่ฉันรักไปจากฉันหมด”


    “โถ! ยายภัคเอ๊ย ฉันละสงสารแกจริงๆ ไม่น่าต้องมาเจออะไรแบบนี้เลย…ร้องออกมาเลย ร้องให้พอแล้วทานข้าวนะจะได้มีแรงทวงความยุติธรรมให้พี่พงศ์” เธอกอดปลอบใจเพื่อนด้วยความสงสาร


    แล้วสักพักภัคธีมาก็ผละจากอ้อมกอดของเพื่อน ก่อนที่แววตาโกรธแค้นจะฉายบนใบหน้าสวยๆ ของเธอพร้อมกับคำพูดที่เปล่งออกมาจากปาก


    “ใช่! ฉันต้องทวงความยุติธรรมให้พี่ชายของฉัน ฆาตกรมันต้องได้รับโทษ ฉันจะช่วยตำรวจตามหาตัวฆาตกร ฉันมีมากมายหลายคำถามที่จะถามมัน”


    “นั่นสิ ตลอดเวลาสองอาทิตย์ที่ผ่านมาตำรวจตามหาเบาะแสของคนร้ายไม่ได้เลย หลักฐานอะไรก็ไม่มี กล้องวงจรปิดก็ดันมาเสียพร้อมกันแบบไม่รู้เวล่ำเวลาเอาเสียเลย พยานก็ไม่มีอีกต่างหาก เพราะคนแถวนั้นมัวแต่บรรทมสบายจนไม่รู้ว่ามีคนถูกรถชน อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้เนี่ย ฮึ่ม!” รวิสราร่ายยาวอย่างโมโหอยู่ในที


    “แต่ฉันมั่นใจว่าไอ้คนที่ขับรถชนพี่พงศ์มันต้องตั้งใจชนแน่ๆ เพราะไม่งั้นมันไม่หนีไปแบบนี้หรอก อย่างน้อยมันก็ต้องอยู่กับสารภาพกับตำรวจสิว่ามันไม่ได้ตั้งใจ โทษหนักจะได้กลายเป็๲เบา”


    “เอาเถอะ ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงมันเป็๲อย่างไรกันแน่ เราก็ทำได้เพียงหาหลักฐานและตามหาตัวคนที่กระทำผิดมารับโทษ”


    “อืม แกพูดถูก” ภัคธีมาพยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อน ก่อนจะปาดคราบน้ำตาและก้มหน้าทานข้าวไปเงียบๆ ด้วยสีหน้าครุ่นคิด


    รวิสราเองก็ช่วยเพื่อนคิดเช่นกัน ว่าจะทำอย่างไรถึงจะหาหลักฐานกับตัวผู้กระทำผิดเจอ ยิ่งคิดก็ยิ่งพบแต่ความมืดมิด แสงสว่างแทบไม่มีเลย ทว่าพวกเธอก็ไม่ย่อท้อ ต้องมีสักนาทีที่จะคิดออกแน่นอน