ตอนที่ 13 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (32)
เกอเอ๋อร์ไม่สวมกวาน บุรุษไม่ผูกผม
กวานกับผ้าผูกผมเป็นสิ่งที่คนบนโลกนี้ใช้แยกแยะเกอเอ๋อร์กับบุรุษจากภายนอก
นอกเหนือจากนี้ หากอยากแยกแยะสถานะต้องดูว่าที่ไหล่มีไฝแดงเม็ดหนึ่งโดยกำเนิดหรือไม่
เหอหรงเปลี่ยนผ้าผูกผมบนศีรษะให้เป็นกวาน หลายวันนี้ก็ผ่ายผอมลงไม่น้อย ใบหน้ากลมมีน้ำมีนวลคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดูไปเหมือนบุรุษหน้าตาจิ้มลิ้มผู้หนึ่ง นอกจากหน้าตาดีเกินไปบ้างก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากบุรุษ
วันนั้นตอนเขามาถึงที่นี่ฝนได้เทลงมาแล้ว เหอหรงแบกอี้เหยียนเจ๋อตุปัดตุเป๋บุกเข้ามาในกระท่อมหลังเก่าคร่ำครึนี้ เจอกับชุนต้าเหนียงที่กำลังเก็บข้าวของเข้าพอดี
ชุนต้าเหนียงเห็นกระบี่บนเอวเหอหรงก็จะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เหอหรงชักกระบี่วางทาบคอนาง ภายใต้การข่มขู่และการใช้ผลประโยชน์หลอกล่ออยู่พักหนึ่งจึงใช้เงินหลายก้อนปิดปากนางไว้ได้
ทั้งสองกลายเป็นเหอใหญ่และเหอรองบุรุษสองพี่น้องผู้เป็นญาติจากแดนไกลของนาง
เหอหรงเกรงว่าแขกแปลกหน้าที่โผล่มากะทันหันจะดึงดูดความสนใจของคนในหมู่บ้าน จึงใช้สถานะภายใต้นามของญาติแทน
แต่อย่างไรเขาก็คาดไม่ถึงว่า ในหมู่บ้านทรุดโทรมกลางยุคศักดินานี้ แม้เป็นญาติจากแดนไกลก็ไม่เคยมีผู้ใดร่ำรวยและหน้าตาดีถึงเพียงนี้ พวกเขาย่อมตกเป็นที่สนใจของทั้งหมู่บ้านเช่นกัน
วันนั้นอี้เหยียนเจ๋อมีไข้สูง โชคดีที่ตอนออกเดินทางมาเหอหรงประเมินอาการเขาคร่าวๆ แล้วจึงนำยาลูกกลอนชั้นดีมามากพอ ตอนหาตัวเขาเจอก็ป้อนเขาไปเม็ดหนึ่ง
มาถึงกระท่อมหลังนี้ก็ป้อนอีกเม็ดหนึ่ง ยาที่ท่านชายอันหนิงมอบให้เขาย่อมเป็นยาช่วยชีวิตชั้นดีอย่างแน่นอน ทว่ายาลูกกลอนสองเม็ดกลับเพียงพอฝืนประทังให้อี้เหยียนเจ๋อหายใจเป็นจังหวะมั่นคงเท่านั้น
เหอหรงใช้เงินอีกจำนวนหนึ่งจ้างให้ชุนต้าเหนียงช่วยต้มน้ำทำอาหาร และจ้างบุรุษในบ้านชุนต้าเหนียงให้ช่วยซื้อยากลับมาต้ม
ก่อนที่เขาจะมาก็ได้เอาใบสั่งยาจากท่านหมอที่เข้ามาในจวนมาด้วย ทั้งยังมีหลายแบบเผื่อทุกสถานการณ์เป็นอย่างดี ในนั้นมีอาการจริงของอี้เหยียนเจ๋อกับอาการที่ 2333 คาดเดาไว้
หลังค่าความฟินเต็มพิกัดแล้ว 2333 ก็สามารถสังเกตร่างกายของอี้เหยียนเจ๋อได้เหมือนกับที่สังเกตร่างกายของเหอหรง จึงสามารถเอาข้อมูลมาได้
เหอหรงเช็ดตัวให้อี้เหยียนเจ๋อจนสะอาดแล้วเปลี่ยนชุดสะอาดให้ เห็นแผ่นหลังที่เลือดเนื้อเละเทะจนมองไม่ออกของอี้เหยียนเจ๋อแล้วเหอหรงก็ใส่ยาให้เขาด้วยตาแดงก่ำ
เหอหรงสูดลมหายใจเข้าแรงๆ “ถ้าเจ้าตายแล้ว ข้าจะ...”
เขาจะอย่างไร เหอหรงสติล่องลอย เขาไม่รู้ว่าจะใช้อะไรขู่อี้เหยียนเจ๋อ คล้ายว่าเพื่อนคนเดียวบนโลกใบนี้ของอี้เหยียนเจ๋อก็คือเขาแล้ว
เหอหรงถอนหายใจ มองแผลอี้เหยียนเจ๋อแล้วอัดอั้นตันใจ
แม้ว่าโลกเดิมที่เขาอยู่ก็ไม่ได้สงบสุขสักเท่าไรนัก แต่อย่างน้อยหลังจากเขาเกิดมาแล้วสถานการณ์ก็ค่อนข้างคงที่ ออกไปทำภารกิจกับหน่วยก็ไม่เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้มาก่อน
อาการสาหัสเพียงครั้งเดียวก็พรากชีวิตเขาไป ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้พบกับ 2333
อี้เหยียนเจ๋อนอนไม่ได้สติอยู่เจ็ดวันเต็มๆ นอกจากวันแรกที่มาถึงได้จัดการตัวเองง่ายๆ ไปรอบหนึ่งแล้ว เหอหรงก็คอยดูแลเขาไม่ห่างกาย
เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาด้วยแววตาว่างเปล่า นอกจากความเจ็บปวดที่หลังแล้ว สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนเป็นพิเศษก็คืออุณหภูมิของร่างข้างกาย
อี้เหยียนเจ๋อออกแรงหันศีรษะ ในสายตาคือใบหน้าหลับปุ๋ยของเหอหรง
เหอหรงหลับตานิ่งฟุบอยู่ข้างเตียง สีหน้าซีดขาว ใต้ตาเขียวคล้ำ ซูบโทรมและกระเซอะกระเซิง
ผอมแล้ว และซูบโทรมแล้ว แผลบนกายพันผ้าไว้ลวกๆ ริมฝีปากยังมีตุ่มจากหลายวันนี้ที่เหน็ดเหนื่อยเกินไปจนเป็นร้อนใน
เหอหรงในสภาพนี้พูดไม่ได้ว่าดูดี ทว่ากลับทำให้อี้เหยียนเจ๋อละสายตาไม่ได้
หลายวันนี้เขารู้สึกตัวในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแต่ลืมตาไม่ขึ้นและพูดไม่ออก แต่เขารู้ว่า คุณชายของเขาอยู่ข้างกายเขาเสมอ ยอมทนลำบากเพื่อดูแลเขา ชีวิตนี้เขาช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้พบกับคนเช่นนี้
อาจเป็นเพราะฟุบนอนอยู่หัวเตียงทำให้ไม่สบายตัวอยู่บ้าง เหอหรงจึงนอนหลับไม่สนิท เขามุ่นหัวคิ้วครู่หนึ่ง แพขนตาดุจขนนกก็ขยุกขยิกเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาขึ้น