“มิกล้าเ้าค่ะ ข้ายินดีจะไปพร้อมกับท่านอาด้วย”
กู้เฉินเดินตามไปข้างหลัง เขามองดูพี่สาวกับหลิงอ๋องซื่อจื่อที่ดูสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ฝ่ายชายรูปงามสง่าฐานะสูงส่ง ฝ่ายหญิงงดงามเฉลียวฉลาด หากว่ากู้เยว่ฉีแต่งให้กับหลิงเจาเหว่ย สกุลกู้ก็เท่ากับกลายเป็ญาติของผู้ปกครองเมืองหรงเฉิน ถึงเวลานั้นเหล่าคุณชายทั้งหลายก็ต้องพากันอยากประจบประแจงเขาอย่างแน่นอน
กู้อี้เทียนจงใจชะลอฝีเท้าให้ห่างจากสองหนุ่มสาวที่ยืนเคียงคู่กันอยู่ด้านหน้า และหันไปสะกิดหลานชาย
“เขาพาเ้ามา หรือเ้ามาเขามา?”
“ท่านอา เห็นว่าอย่างไรขอรับ?”
“ก็น่าจะเป็อย่างหลัง กลิ่นบุปผาโชยไกล ย่อมล่อภมร” กู้อี้เทียนเอ่ยยิ้มๆ “ช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน” คนเป็อาเอ่ยยิ้มแล้วหันไปมองหลานชาย
“เป็เช่นนั้นขอรับ” กู้เฉินยิ้มตอบ
กู้เยว่ฉีพาหลิงเจาเหว่ยเดินชมไปรอบๆ พร้อมอธิบายสิ่งที่เขาสงสัย
“คุณหนูกู้ เ้ารู้เื่การต่อเรือดีเสียจริง”
“ข้าก็แค่พอรู้เ้าค่ะ ท่านปู่อยากให้ข้ารู้ไว้บ้างเผื่อจะได้ช่วยงานท่านอา”
“เื่นี้คุณชายกู้ได้เรียนด้วยหรือไม่?” หลิงเจาเหว่ยเหลือบไปทางน้องชายของกู้เยว่ฉี
“เสี่ยวเฉินก็พอรู้บ้างเ้าค่ะ แต่เขาไม่ค่อยสนใจการต่อเรือนัก ชอบไปฝึกวรยุทธ์และอยากจะเป็ขุนพลออกรบแนวหน้ามากกว่า”
หลิงเจาเหว่ยหันไปมองกู้เฉินซึ่งเป็ขุนนางขั้นแปดสังกัดกรมมหาดไท มีวรยุทธ์พอตัว นิสัยเปิดเผย คบหาง่าย เขาเองก็รู้สึกพอใจในตัวชายหนุ่มผู้นี้
“อืม ถ้าเช่นนั้นคนที่ดูแลอู่ต่อเรือแห่งนี้ก็มีเพียงท่านอาของเ้าสินะ”
“เ้าค่ะ เป็ท่านอากับเสี่ยวเซียน บุตรชายของท่านอาเ้าค่ะ ตอนนี้เสี่ยวเซียนนำเรือลำใหม่ไปส่งที่แคว้นิเ้าค่ะ”
“กิจการต่อเรือของสกุลกู้ได้รับการยอมรับอย่างมาก มิน่าเล่า ฐานะของสกุลกู้จึงได้เป็ปึกแผ่นมั่นคง” หลิงเจาเหว่ยยิ้มน้อยๆ ใบหน้าของเขาดูผ่อนคลายกว่าตอนที่เพิ่งมาถึง
ปกติหากเขายิ้มเช่นนี้ให้กับสตรีอื่น พวกนางจะต้องหลบตายิ้มเอียงอาย แต่กู้เยว่ฉีผู้นี้กลับดูเฉยชา หลิงเจาเหว่ยเห็นว่าคำบอกเล่าเกี่ยวกับตัวตนของนางน่าจะจริง
‘คุณหนูกู้ เป็คนเข้มงวดและดุร้าย คนในจวนล้วนกลัวเกรงนาง กิจการค้าและอู่ต่อเรือ นางเดินทางไปดูอยู่บ่อยๆ แม้คนในสกุลกู้จะบอกว่านางแค่ช่วยดูแล แต่ความจริงนางน่าจะอยู่เื้ัขอรับ’
พอทั้งสองเดินวนมาถึงกู้อี้เทียน หลิงเจาเหว่ยก็รีบเอ่ยขึ้น “ข้าอยากขอเชิญคุณหนูกับคุณชายกู้ไปเยือนจวนอ๋องสักครั้ง ไม่ทราบว่าจะขัดข้องหรือไม่?”
“ขอบพระคุณซื่อจื่อที่เมตตา แต่ข้าเป็สตรี หากจะไปเยือนจวนอ๋องโดยมิได้มีงานเห็นทีจะไม่เหมาะเ้าค่ะ ให้เสี่ยวเฉินเข้าไปก่อนเถิด” สีหน้าของกู้เยว่ฉีเรียบเฉยราวกับรู้ล่วงหน้าว่าอีกฝ่ายจะเชิญชวน
“จริงด้วย ข้าลืมความเหมาะสมไปเสียสนิท” หลิงเจาเหว่ยหันไปทาง กู้เฉิน “คุณชายกู้ ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้เชิญเ้าไปดื่มสุรากับข้าสักหน่อยก็แล้วกัน เ้าคงจะไม่ปฏิเสธหรอกนะ”
กู้เฉินอมยิ้มเมื่อถูกดักคอ “ข้าน้อยไม่คิดปฏิเสธท่านอ๋องน้อยอยู่แล้วขอรับ ยินดีอย่างมาก”
“ข้าจะไปส่งท่านอ๋องน้อยที่หน้าประตูเ้าค่ะ นี่ก็จวนได้เวลาที่ข้าต้องกลับจวนแล้วเช่นกัน”
หลิงเจาเหว่ยชะงัก เขาไม่คิดว่ากู้เยว่ฉีจะหาทางผลักไส ก่อนหน้านี้นางเคยวางแผนกำจัดคุณหนูที่มีชื่ออยู่ในลำดับว่าที่ซื่อจื่อเฟยของเขาไปหลายคน ท่าทีของนางอาจจะเป็แสร้งปล่อยเพื่อจับก็เป็ได้ คิดได้ดังนั้น หลิงเจาเหว่ยก็คลี่ยิ้มน้อยๆ
“ขอบใจคุณหนูกู้ ถ้าอย่างนั้นเชิญเถิด”
สองหนุ่มสาวเดินเคียงคู่กันมาถึงหน้าประตู หลิงเจาเหว่ยะโขึ้นหลังม้าและควบจากไปพร้อมกับองครักษ์กลุ่มหนึ่ง กู้เฉินก็ขึ้นบนหลังม้า
“พี่หญิง ข้ากลับจวนก่อนนะขอรับ จะรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตามซื่อจื่อเข้าจวนอ๋อง”
“ไปเถิดเสี่ยวเฉิน ปฏิบัติตัวให้ดีด้วยเล่า อย่าให้เสียชื่อสกุลกู้”
“ขอรับ พี่หญิงไม่ต้องห่วง” กู้เฉินยิ้มเผล่ก่อนควบม้าจากไปพร้อมผู้ติดตามอีกสองคนกก
กู้เยว่ฉีหันมายอบกายลากู้อี้เทียน “ท่านอาคงเห็นแล้ว ข้าไม่คิดเลยว่าเขาจะจู่โจมเร็วเช่นนี้”
กู้อี้เทียนยิ้ม “เยว่เอ๋อร์ ข้านึกว่าเ้าจะเห็นเป็โอกาสเสียอีก ซื่อจื่อทำเช่นนี้เหมือนมีใจให้เ้านะ”
“ท่านอา ข้าเคยคิดอยากจะเป็ซื่อจื่อเฟยมาก่อนก็จริง แต่ตอนนี้คลื่นลมเปลี่ยนทิศไปแล้ว จะทำสิ่งใดก็ต้องรอบคอบเ้าค่ะ”
สีหน้าดูกังวลของหลานสาวทำให้กู้อี้เทียนหยุดยิ้ม ความกังวลของกู้เยว่ฉีคล้ายกับตอนที่มาเตือนเขาเื่วิกฤตทางทะเล “เ้าระแวงอันใด?”
“ข้ากลัวว่าหากข้าก้าวพลาด จะพลอยทำให้สกุลกู้พินาศไปด้วยเ้าค่ะ”
“ร้ายแรงถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? การเป็ชายาของซื่อจื่อ มิใช่จะเป็การส่งเสริมให้สกุลกู้ยิ่งใหญ่ในเมืองหรงเฉินหรือไร?”
“ท่านอา แค่แสงสีแดงปลายท้องฟ้าครานั้น ยังเกิดพายุใหญ่ทำลายเรือหลายสิบลำอับปางพร้อมชีวิตผู้คนนับร้อย ข้าไม่กล้าประมาทกับสัญญาณเตือนใดๆ เ้าค่ะ ขอให้ท่านอาคอยจับตาดูและฟังข่าวรอบด้านช่วยข้าด้วย”
“ได้ๆ เ้าอย่าเพิ่งคิดมากเกินไปเลยเยว่เอ๋อร์ ค่อยๆ ดูไปก่อนก็แล้วกัน” กู้อี้เทียนรีบปลอบใจหลานสาว
“เ้าค่ะ ท่านอา” นางยอบกายแล้วก้าวขึ้นบนรถม้า ในใจก็นึกกังวลกับท่าทีของหลิงเจาเหว่ย
กู้เยว่ฉีรู้ว่าที่คนในครอบครัวของนางยินดีกับท่าทีของหลิงเจาเหว่ยล้วนเป็เพราะนางที่เคยเกลี้ยกล่อมให้พวกเขาเชื่อว่านางสามารถจะก้าวขึ้นเป็ ซื่อจื่อเฟยของจวนอ๋องได้ และนั่นจะเป็ก้าวย่างสู่ความยิ่งใหญ่ของสกุลกู้
‘เฮ้อ! ทุกอย่างล้วนเริ่มจากความโลภของข้าทั้งนั้น’
นางย้อนทบทวนถึงตอนที่ตนเองกำลังจะลาท่านปู่ ครานั้นท่านปู่เคยพูดประโยคหนึ่งกับนาง ผ่านมาไม่กี่ปี ความสำเร็จที่นางได้รับทำให้หลงลืมคำเตือนนั้นเสียสนิท
‘เยว่เอ๋อร์ สิ่งใดไม่เหมาะไม่ควรแก่ฐานะของตน อย่าไปแก่งแย่ง่ชิงมา เพราะได้มาแล้วย่อมกลายเป็ทุกข์เป็โทษ’
เป็เพราะนางถือว่าตนเองเก่งกาจ นำพาท่านพ่อ ท่านแม่และท่านอามาสู่ความสำเร็จ พลิกชีวิตมาได้ จึงมักใหญ่ใฝ่สูงอยากจะผลักดันตนเองขึ้นสู่ความเป็สตรีอันดับหนึ่งของเมืองหรงเฉินด้วยการเป็ชายาของหลิงอ๋องซื่อจื่อ
...ที่จริง นางทำมาแล้วครึ่งทาง เหลือสตรีแค่สองคนที่ต้องเขี่ยออก แล้วตำแหน่งที่นาง้าก็อยู่แค่เอื้อม...
เสียงมโหรีปี่พาทย์ขับขานมาตามท้องถนน กู้เยว่ฉีใช้มือแหวกผ้าม่านหน้าต่างรถม้าออกไปดู เห็นสีแดงเต็มท้องถนน
“คุณหนูเ้าคะ ขบวนรับเ้าสาวเ้าค่ะ”
“สกุลใดหรือ?”
“เดี๋ยวข้าไปถามก่อนนะเ้าคะ ขบวนยาวมากเสียด้วย” หวงฟู่รีบะโลงรถม้า วิ่งตื๋อเข้าไปให้ฝูงชน ไม่นานก็วิ่งกลับออกมา “รู้แล้วเ้าค่ะ เป็คุณหนูจิวแต่งกับสกุลคุณชายสกุลเหรินเ้าค่ะ”
กู้เยว่ฉีชะงัก คุณหนูจิวผู้นั้นเคยอยู่ในลำดับที่สี่ของคนที่จะได้รับเลือกเป็ซื่อจื่อเฟย แต่นางเป็คนวางแผนชักพาให้สองหนุ่มสาวได้พบกัน พวกเขาคุยกันถูกคอในงานเลี้ยงบุปผา จากนั้นแม่สื่อสกุลเหรินก็รีบไปทาบทามคุณหนูจิว
“อืม พวกเขาสมหวังในรักก็ดีแล้ว” กู้เยว่ฉียกยิ้มมุมปาก
สำหรับคู่นี้ถือว่านางได้ทำความดีเสียมากกว่า แม้จะแฝงไปด้วยเจตนากำจัดคู่แข่ง แต่คุณหนูจิวผู้นั้นก็มีใจให้กับคุณชายเหริน เื่นี้นางไม่ได้ผิดสักนิด เพียงแต่ใต้เท้าจิวอาจจะรู้สึกเสียดายที่บุตรสาวไม่ยอมเข้าไปในจวนอ๋องเพื่อจะได้ใกล้ชิดกับหลิงเจาเหว่ย แม้จะเกิดความวุ่นวายในสกุลจิวสักหน่อย แต่สุดท้ายคุณหนูจิวกับคุณชายเหรินก็สมหวัง
‘ข้าก็คงไม่ได้ทำผิดไปเสียทุกก้าวหรอกนะ’ กู้เยว่ฉียิ้มอ่อนๆ
***************
ไรเตอร์แนะนำ....นิยายแนวตบจูบ ที่ได้ป้ายแดง the best seller จาก mebmarket
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE4NDQ5MSI7fQ
