ยุทธวิธีไต่เต้าสู่ความโปรดปรานของนางสนม

    บทที่ 54 คลื่นใต้น้ำ

    พักหลังมานี้อิ้นถังยุ่งกับงานราชการ เขาจึงไม่ค่อยสนใจผู้ใดในเรือนหลังยกเว้นหว่านซีถึงอย่างนั้นเขาก็ได้ยินมาว่าอี้เฟยเรียกต่งเอ้อซื่อและจ้าวเจียซื่อเข้าเฝ้า

            หากไม่กระทบถึงขอบเขตของเขาอิ้นถังก็ไม่สนใจที่จะยุ่งเรื่องสกปรกในเรือนหลังเหล่านั้น

            ในสายตาของอิ้นถัง จ้าวเจียซื่อมีความสำคัญเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือเป็นสนมที่เสด็จแม่ประทานให้ นอกจากนั้นที่เขาจำได้คือความชั่วร้ายของนางโชคดีที่ตอนนั้นไม่เกิดอันตรายขึ้นกับหว่านซีและหงหมินมิฉะนั้นด้วยนิสัยของเขาแล้ว เพียงแล่นางออกเป็นชิ้นๆ คงยังไม่สาแก่ใจเป็นแน่

            หากไม่ใช่เพราะอี้เฟยประทานจ้าวเจียซื่อให้เขาด้วยตนเองอิ้นถังอาจกำจัดนางไปนานแล้ว

            ในช่วงสองวันที่ผ่านมา จ้าวเจียซื่ออยู่ในเรือนของนางอย่างเงียบๆเพื่อรอข่าวจากคนผู้นั้น แม้ว่ามือเท้าของนางจะถูกอีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อกำจัดจนหมดแล้วแต่คนของท่านผู้นั้นยังคงเหลืออยู่เป็นแน่ดูจากวิธีการของเขาแล้ว สายลับเหล่านั้นคงแฝงตัวอย่างมิดชิดแน่นอน

            แต่ผ่านไปแล้วสองวันไม่ว่าจะเป็นในวังหรือในจวนก็ไม่มีความเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย เป็นไปได้หรือไม่ที่อวี้หลิวจะไม่ได้ช่วยนางส่งข่าว

            ครั้งนี้ถือว่าจ้าวเจียซื่อใส่ร้ายอวี้หลิวแล้วจริงๆสิ่งที่เรียกว่ารับเงินแล้วต้องแก้ปัญหาให้นั้น อวี้หลิวก็ทำตามทุกอย่างนางช่วยจ้าวเจียซื่อส่งข่าวถึงท่านผู้นั้นแล้ว แต่ก็ยังไร้คำตอบกลับมาอวี้หลิวเป็นเพียงนางกำนัลต่ำต้อยไม่อาจเคลื่อนไหวได้มากยิ่งมีคนของสวี่เอ้อซีติดตามสืบเรื่องคนที่นางติดต่อด้วย อวี้หลิวที่ไหวตัวทันจึงหาเรื่องให้ฉีหมัวมัวลงโทษคนผู้นั้นเสียเลย

            คนของจ้าวเจียซื่อในวังถูกกำจัดทั้งหมด เมื่อไร้การส่งข่าวจากในวัง ก็เหมือนจ้าวเจียซื่อกำลังถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังในความมืดมิด

            ถึงนางจะต้องการเข้าไปในวัง แต่หากอี้เฟยไม่เรียกนางนางก็จะไม่สามารถก้าวผ่านประตูได้เลย

            ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังก้อง จ้าวเจียซื่อเงยหน้าขึ้น เห็นซิ่วจิ่นเดินเข้ามาจากข้างนอก “มีอะไรหรือ"

            “แม่นาง หลิวเจียซื่อมาเจ้าค่ะ”ซิ่วจิ่นพูดอย่างนอบน้อม

            จ้าวเจียซื่อได้ยินก็ตะลึงไปเล็กน้อย นางจำไม่ได้ว่านางสนิทสนมกับหลิวเจียซื่อตั้งแต่เมื่อใดนับตั้งแต่นางเข้ามายังเรือนหลัง นางก็ไม่ได้สนิทสนมกับผู้ใดด้วยซ้ำและความจริงแล้วนางก็ไม่ได้สนใจคนเหล่านั้นเลยด้วยเพราะความมุ่งมั่นทั้งหมดของนางผูกติดกับต่งเอ้อซื่อและหว่านซีไปทั้งหมดแล้ว

            แม้จะคบหาดูเหมือนสนิทสนม แต่ความจริงก็เป็นเพียงความรู้สึกผิวเผินเท่านั้น

            “ข้าได้ยินมาว่าน้องจ้าวเจียรู้สึกไม่ค่อยสบายตอนนี้รู้สึกดีขึ้นหรือยัง” หลิวเจียซื่อมองดูจ้าวเจียซื่อที่ใบหน้าดำคล้ำก่อนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยดวงตาของนางมีแววประหลาดใจ

            สตรีในเรือนหลังใช้การแสร้งป่วยเป็นวิธีเรียกร้องความสนใจไม่เพียงแต่จ้าวเจียซื่อ แม้แต่หลิวเจียซื่อเองก็ยังเคยแสร้งไม่สบายเป็นครั้งคราวทั้งหมดนี้ก็เพียงเพื่อต้องการความเมตตาขององค์ชายแต่หลังจากที่หว่านซีก้าวเท้าเข้ามาในเรือนหลัง นางก็ดึงความสนใจของอิ้นถังไปหมดสิ้นไม่ว่าจะป่วยจริงหรือเสแสร้งเขาก็ไม่ได้มาเห็นอีกแล้วดังนั้นเมื่อได้ยินว่าจ้าวเจียซื่อไม่สบายหลิวเจียซื่อจึงคิดว่านั่นเป็นเพียงการเสแสร้งเช่นเคย แต่พอได้มาเห็นนางจริงๆกลับดูเหมือนว่านางมีบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากปกติ

            "ขอโทษพี่หลิวเจียจริงๆ ตอนนี้ร่างกายข้าดีขึ้นมากแล้วเป็นเพราะพี่สาวทุกท่านคอยห่วงใยแท้ๆ" จ้าวเจียซื่อมองหลิวเจียซื่อที่เข้ามาในห้องพร้อมกับเปิดปากเยาะหยันนางทันทีนางได้แต่ข่มความหงุดหงิดเอาไว้ในใจและฉาบใบหน้าด้วยรอยยิ้ม

            "น้องจ้าวเจียช่างพูดเหมือนเคย”หลิวเจียซื่อปิดปากด้วยผ้าเช็ดหน้าและหัวเราะแผ่วเบาราวกับเพิ่งได้ยินจ้าวเจียซื่อเล่าเรื่องตลกขบขันให้ฟัง

            แม้ภายนอกบรรดาสตรีในเรือนหลังขานกันเป็นพี่สาวน้องสาวต่างฝ่ายต่างแสดงความรักใคร่เอื้อเฟื้อต่อกัน แต่ลึกๆแล้วก็ปรารถนาให้อีกฝ่ายพบจุดจบก่อนตนเองโดยเร็วต่างหาก

            เห็นหลิวเจียซื่อที่เสแสร้งเช่นนั้น จ้าวเจียซื่อก็พยายามระงับความเดือดดาลที่พลุ่งพล่านขึ้นมาก่อนตอบด้วยสีหน้าเย้ยหยันว่า“พี่หลิวเจียใจดีเกินไปแล้ว เทียบกับพี่สาว ข้ายังห่างไกลยิ่งนัก

            "เจ้า..." ใบหน้าของหลิวเจียซื่อเปลี่ยนไปเล็กน้อยมือที่จับมือสาวใช้เอาไว้เริ่มสั่นนางพูดอย่างเย็นชา "น้องจ้าวเจียเป็นคนพิเศษจริงๆหวังว่าน้องจ้าวเจียจะสามารถรักษาความพิเศษเช่นนี้ไว้ได้ต่อหน้าองค์ชายก็แล้วกัน”

            ผู้ที่เป็นที่โปรดปรานในเรือนหลังขององค์ชายคือใครนั้นทุกคนต่างรู้กันดีจ้าวเจียซื่อเพียงต้องการเยาะเย้ยหลิวเจียซื่อว่า หลิวเจียซื่อเองก็ไม่ได้รับความโปรดปรานเช่นกันแต่หากจะพูดถึงตัวนางเอง แม้แต่มองอิ้นถังก็ยังไม่มองนางเสียด้วยซ้ำต่อให้หลิวเจียซื่อจะเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับจ้าวเจียซื่อแล้วก็ยังคงถือว่าอยู่ในอันดับที่สูงกว่านางอยู่ดี!

            จ้าวเจียซื่อมองหลิวเจียซื่อที่จากไปด้วยความขุ่นเคืองแล้วก็ลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบาเมื่อนึกถึงคนในวังผู้นั้นนางก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูกเกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่ายโดยที่นางไม่รู้ คิดถึงตรงนี้แล้ว จ้าวเจียซื่อก็ให้ซิ่วจิ่นนำเงินไปสอบถามข่าวคราวในวังเผื่อว่านางอาจจะได้เบาะแสอะไรมาแม้เพียงเล็กน้อย

            น่าเสียดายที่เงินทองร่อยหรอแต่ก็ไร้ซึ่งข่าวคราวนี่ยิ่งทำให้จ้าวเจียซื่อกระวนกระวายมากขึ้นลางสังหรณ์ร้ายเริ่มรุมเร้ายิ่งขึ้นเรื่อยๆทำให้นางรู้สึกเหมือนตนเองเป็นสัตว์ที่ถูกขังอยู่ในกรงและไม่อาจสงบลงได้

     

    ในจวนสกุลต่งเอ้ออีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อที่ได้รับข่าวก็ตกใจเช่นกันก่อนหน้านี้นางใช้อำนาจของตนเองตัดเส้นสายของจ้าวเจียซื่อจนหมดสิ้นเพื่อบีบให้นางต้องติดต่อกับคนที่อยู่เบื้องหลังนั่นในที่สุดก็ดูเหมือนว่าจะสำเร็จแล้ว แต่แล้วอี้เฟยกลับเข้ามาแทรกแซงเมื่อเรื่องดำเนินไปได้ถึงครึ่งทาง เป็นไปได้หรือไม่ว่าอี้เฟยล่วงรู้อะไรเข้าแล้ว

            อีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อไม่เชื่อว่าอี้เฟยต้องการตามหาคนผิดเพื่อปกป้องบุตรีของนางเห็นทีว่าจ้าวเจียซื่อคงทำอะไรให้อี้เฟยไม่พอพระทัยไม่แน่ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังสตรีนางนั้นอาจจะเป็นศัตรูของอี้เฟยก็เป็นได้

            ศัตรู?

            เมื่อคิดอย่างรอบคอบแล้วคนในวังหลังที่สามารถตั้งตัวเป็นศัตรูกับอี้เฟยได้ก็มีเพียงถงกุ้ยเฟย ฮุ่ยเฟยหรงเฟย และเต๋อเฟยเท่านั้นและพระสนมชั้นเฟยที่มีองค์ชายเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็มีเพียงเต๋อเฟยและอี้เฟยเป็นไปได้หรือไม่ว่า...

            ยิ่งอีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าใด ก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้มากขึ้นเท่านั้นแต่ก็ยังไม่สามารถตัดฮุ่ยเฟยและหรงเฟยออกไปได้เช่นกันเพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นองค์ชายใหญ่หรือองค์ชายสาม ทั้งคู่ก็ไม่ใช่ตะเกียงขาดน้ำมัน[1]

            “กุ้ยหมัวมัวให้คนของเราซ่อนตัวให้ดีไปก่อน พยายามหลีกเลี่ยงคนของอี้เฟยด้วยแต่หากจำเป็นต้องยื่นมือเข้าช่วยก็ลงมือเถิด” บุตรสาวของอีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อหาใช่คนที่จะถูกรังแกได้ง่ายดายปานนั้นไม่ว่าใครที่กล้าทำร้ายลูกสาวนาง ต่อให้จะเป็นเฟยหรือเป็นผิน[2] นางก็จะต้องกัดเนื้อของอีกฝ่ายออกมาสักคำจะได้รู้ว่าคนอย่างนางไม่อาจรังแกได้โดยง่าย

            กุ้ยหมัวมัวเห็นนิ้วของอีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อที่ถือถ้วยชาเปลี่ยนเป็นสีขาวเล็กน้อยนางพลันถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

            พระชายาในองค์ชายสามและพระชายาในองค์ชายเก้าเป็นลูกพี่ลูกน้องกันโดยทั่วไปแล้วครอบครัวที่สามารถส่งบุตรีเข้าวังได้ถึงสองคนนั้นถือว่าได้รับพระเมตตาจากฮ่องเต้อย่างล้นเหลือหากทั้งคู่มีชีวิตที่ดีก็ถือเป็นเรื่องประเสริฐ แต่น่าเสียดายที่แม้พระชายาขององค์ชายสามจะมีความสุขดีแต่พระชายาขององค์ชายเก้ากลับลุ่มๆ ดอนๆ ไปเสียทั้งหมดเรื่องนี้จะว่าไปก็เกี่ยวกับการสั่งสอนและการปฏิบัติตัวของทั้งสองคนทว่าในฐานะของพ่อแม่ บุตรของตนเองย่อมดีที่สุดยิ่งกว่านั้นอีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อกับมารดาของพระชายาองค์ชายสามก็ไม่ถูกกันด้วย

            ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อมักถูกพี่สะใภ้ของนางข่มเหง แต่ก็ทำได้เพียงกดข่มความรู้สึกขุ่นเคืองเอาไว้ในใจเมื่อบุตรีของนางได้รับพระราชทานสมรสกับองค์ชายเก้านางก็คิดว่านี่คือโอกาสที่จะได้ระบายความรู้สึกย่ำแย่นี้ออกไปให้หมดสิ้นใครจะรู้ว่าบุตรสาวของนางไม่คลอดบุตรชายซ้ำร้ายยังถูกคนอื่นวางแผนเล่นงานจนไม่อาจมีบุตรได้อีก

            นี่ยังมิใช่เหมือนนางถูกแทงทะลุปอด[3]อีกหรือ

            “เจ้าค่ะ บ่าวจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”กุ้ยหมัวมัวค้อมตัวลงเล็กน้อยด้วยความนอบน้อมก่อนถอยออกไป

            อีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อมองดูร่างที่จากไปของกุ้ยหมัวมัว พลางหรี่ตาลงเล็กน้อยนางยกชาที่เริ่มเย็นลงขึ้นจิบเล็กน้อย "เมื่อชาเย็นชืด รสชาติก็เปลี่ยนไปจริงๆ นั่นล่ะ”

     

    ในวังหลวงอี้เฟยเอนกายลงบนตั่งหญิงงามด้วยท่าทางเกียจคร้านนางกำนัลตัวน้อยอายุราวสิบสี่สิบห้าสวมชุดฉีจวง[4]สีชมพูนั่งนวดขาอยู่ด้านข้าง

            "พระสนม มีข่าวจากสวี่เอ้อซีว่า ขันทีที่ติดต่อกับอวี้หลิวมาจากตำหนักเหยียนสี่ของฮุ่ยเฟยเพคะ"ฉีหมัวมัวเดินออกมาจากนอกห้องโถงเมื่อเห็นท่าทางของอี้เฟยที่กำลังหลับตาพักผ่อนจึงลดเสียงลง

            "ตำหนักเหยียนสี่?" อี้เฟยลืมตาขึ้นทันใด มองไปที่ฉีหมัวมัวที่ยังคงก้มศีรษะลงและหลุบตาลงมุมปากของนางโค้งขึ้นเล็กน้อย "เป็นแผนการที่ดี เริ่มต้นที่ตำหนักจงชุ่ยจากนั้นก็เป็นตำหนักเหยียนสี่ หากข้าเดาไม่ผิด ต่อไปก็คงเป็นตำหนักหย่งเหอกระมัง”

            “ความหมายของพระสนมคือเรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากตำหนักหย่งเหอ...” ฉีหมัวมัวขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจแม้ว่าตำหนักหย่งเหอและตำหนักอี้คุนจะไม่ค่อยลงรอยกันหากเรื่องนี้เป็นฝีมือของเต๋อเฟยจริงๆเกรงว่าต่อไปทั้งสองตำหนักนี้คงได้เปิดศึกต่อสู้กันไม่จบไม่สิ้นเป็นแน่

            “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาองค์ชายทั้งหลายล้วนเติบโตขึ้นไม่ว่าจะเป็นองค์ชายใหญ่หรือองค์ชายสามต่างก็มีความคิดเป็นของตนเองฮุ่ยเฟยกับหรงเฟยก็เอาแต่หมกมุ่นกับบุตรชายของตนเองเพียงหวังให้พวกเขามีภรรยาและตำแหน่งหน้าที่ที่ดี ในทางกลับกันองค์ชายสี่เติบโตมาถึงเพียงนี้ แต่เต๋อเฟยกลับไม่สนใจเขาสักนิดซ้ำยังคอยกดดันเขาอยู่ตลอดเวลา ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกไม่ค่อยดีนักไหนจะองค์ชายสิบสี่ที่ยังไม่โตอีกเล่านางจะอดใจไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายในวังได้อย่างไร" แม้ว่าเต๋อเฟยจะโง่เขลาแต่หากไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกังองค์ชายสิบสี่นางก็ยังถือว่าเป็นคนมีหัวคิดอยู่บ้าง ไม่เช่นนั้นนางกำนัลต่ำต้อยอย่างนางจะตะกายขึ้นมานั่งอย่างมั่นคงในตำแหน่งสนมเอกทั้งสี่ได้อย่างไร

            ฉีหมัวมัวได้ยินก็เข้าใจทันที องค์ชายสิบสี่ยังทรงพระเยาว์ องค์ชายองค์อื่นๆก็เข้ารับตำแหน่งกันแล้ว หากต้องการขึ้นเป็นรัชทายาทก็ควรจะมีทายาทมากมายได้แล้วหากไร้ซึ่งบุตรสืบสกุลถึงแม้จะได้ขึ้นเป็นรัชทายาทก็คงต้องถูกผู้คนติฉินนินทาอยู่ดี เมื่อถึงตอนนั้น องค์ชายสิบสี่เติบใหญ่มีบุตรหลานมากมายเพียงเลือกใครคนใดคนหนึ่งมาเป็นบุตรบุญธรรม...ยิ่งนางคิดเรื่องนี้มากเท่าไหร่ใบหน้าของฉีหมัวมัวก็ยิ่งอาบไปด้วยเหงื่อมากขึ้นเท่านั้น

            “พระสนม ถ้าเป็นเช่นนั้นก็...”

            "ฮึ่ม! นางคิดว่ามีเพียงตัวนางอูหย่าซื่อคือคนที่ฉลาดที่สุดในวังแห่งนี้หรือไม่มีใครในวังนี้เป็นคนโง่ทั้งนั้น" อี้เฟยโบกมือให้ฉีหมัวมัวยืดตัวขึ้นตามสบาย จากนั้นหันหน้าไปมองต้นไม้เขียวขจีและบุปผาสีแดงนอกหน้าต่างก่อนเอ่ยอย่างเย็นชา "ให้คนจับตามองไว้ หากยืนยันแล้วว่าเป็นตำหนักหย่งเหอจริงๆเช่นนั้นสิ่งที่นางให้ข้าในวันนี้วันหน้าข้าจะต้องคืนให้นางเป็นสองเท่า”

            ฉีหมัวมัวเย็นหลังวาบ นางติดตามอี้เฟยมาหลายปี ย่อมรู้สารพัดวิธีการที่ผู้เป็นนายจะนำมาใช้เมื่อเห็นความเกลียดแค้นฉายชัดในดวงตาของอี้เฟย นางก็ค่อยๆ ก้มหน้าลง

            อี้เฟยสามารถโดดเด่นแตกต่างจากสนมชายาในวังหลังได้ไม่ใช่เพียงเพราะความงามของนางในวังหลังแห่งนี้ไม่เคยขาดแคลนคนงามกว่าหรือคนที่มีภูมิหลังดีกว่าอี้เฟยยังไม่นับพี่สาวน้องสาวแท้ๆ ของนางที่ต้องการมาแทนที่นางทุกขณะจิตนั่นอีก

            แต่สุดท้ายแล้ว นางคือผู้ชนะ

            เห็นได้ชัดว่าอี้เฟยมีฝีมือร้ายกาจเพียงใด แต่เมื่อเผชิญหน้ากับตำหนักหย่งเหอฉีหมัวมัวก็อดไม่ได้ที่จะกำมือแน่น

            ตอนนี้ฮ่องเต้กำลังโปรดปรานสนมชาวฮั่นที่เป็นหญิงงามแรกรุ่นในบรรดาสนมเอกทั้งสี่มีเพียงอี้เฟยและเต๋อเฟยเท่านั้นที่ฮ่องเต้ยังทรงมาพักค้างแรมอยู่ด้วยหากนับให้ดีแล้วอี้เฟยนั้นยังนำหน้าเต๋อเฟยอยู่ก้าวหนึ่งนี่เป็นข้อได้เปรียบของพวกนาง

            เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ ฉีหมัวมัวก็ถอนหายใจ พูดว่า “หม่อมฉันรับคำสั่งเพคะ"

            อี้เฟยมองฉีหมัวมัวแล้วก็ไม่ได้สนใจนางอีก ฉีหมัวมัวอาจไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนมากกว่าคนอื่นแต่ในใจแล้ว อี้เฟยยังคงมั่นใจว่านี่เป็นฝีมือของเต๋อเฟยอย่างแน่นอน

            ว่ากันว่าผู้หญิงยิ่งอ่อนโยนยิ่งน่ากลัวเต๋อเฟยนั้นอ่อนโยนต่อหน้าฮ่องเต้มากเพียงใด ฝีมือการคิดคำนวณของนางก็มากเพียงนั้นเมื่อใดที่นางลงมือ หากไม่เรียกว่าอสรพิษก็ถือว่าดูเบานางไปมาก

    "อูหย่าซื่อ คิดว่าตนเองได้พระทัยฮ่องเต้ไปแล้วจริงๆ หรือเช่นนั้นมาลองดูกันว่าเจ้าสำคัญกับฮ่องเต้มากว่าบุตรหลานของพระองค์หรือไม่”


    [1] หมายถึงคนที่เก่งกาจ มีพื้นภูมิดี หรือมีผู้คอยสนับสนุน

    [2] ตำแหน่งพระสนมเอกในองค์จักรพรรดิ สามารถแต่งตั้งได้ 6 คนหากมีความเหมาะสมในรัชสมัยถัดไปอาจได้รับแต่งตั้งเป็นไท่ผิน

    [3] ถูกทำร้ายอย่างรุนแรง หรือได้รับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง

    [4] ฉีจวง (旗装) ชุดคลุมตัวยาวของชาวแมนจู ลักษณะคล้ายชุดกี่เพ้า

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิธีไต่เต้าสู่ความโปรดปรานของนางสนม ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199