ภาพวาดผ้าใบแผ่นหนึ่งที่ถูกคลุมด้วยถุงผ้าได้ถูกนํ้าซอสเปรี้ยวหวานหกใส่ทะลุไปถึงข้างใน
“ขะ...ขอโทษครับ!’’พนักงานวัยกลางคนที่ลื่นทําจานอาหารตกแตกมีสีหน้าไม่สู้ดีก็ไม่ลังเลที่จะรีบขอโทษชายวัยกลางคนตรงหน้า
“บัดซบ! คุณรู้ไหมว่าภาพวาดนี้มีมูลค่าเท่าไหร่?แล้วรู้ไหมว่ามันสําคัญกับผมมากแค่ไหน?!’’ ต้าชางสีหน้าโกรธเคืองมองภาพวาดของตัวเองที่ถูกย้อมด้วยนํ้าซอสเปรี้ยวหวานด้วยความเ็ป
“เกิดอะไรขึ้น?’’เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหม่ยซูก็รีบเข้ามาเตรียมเจรจา
“ก็พนักงานของคุณน่ะสิลื่นล้มทําอาหารหกใส่ภาพวาดของผม!’’ ต้าชางจ้องเขม็งไปที่พนักงานวัยกลางคนอีกครั้งภาพวาดนั่นสําคัญกับเขาเป็อย่างมาก และเขาต้องใช้มันในเร็วๆนี้อีกด้วย
แต่ตอนนี้มันได้ถูกละเลงด้วยนํ้าซอสเปรี้ยวหวานไปแล้ว!
แล้วแบบนี้จะให้เขาทํายังไง?
“คุณคะ...ได้โปรดใจเย็นก่อนทางเราจะชดใช้ให้ค่ะ’’ เหม่ยซูรีบพูดขึ้นระหว่างนี้เธอก็อดหันไปมองจางเจิ้นอย่างรู้สึกผิดไม่ได้
แน่นอนว่าจางเจิ้นเพียงพยักหน้ายิ้มให้เขาเข้าใจดีว่าตอนนี้เกิดเื่ขึ้น จึงไม่ควรทําอย่างอื่นนอกเหนือจากนี้
อย่างไรก็ตามจางเจิ้นไม่ใช่คนโง่ดูจากการแต่งตัวของชายวัยกลางคนแล้ว เขาบอกได้เลยว่าอีกฝ่ายเป็คนรํ่ารวยดังนั้นภาพวาดที่อยู่ในถุงผ้าจึงต้องมีมูลค่ามากมาย
โดยไม่รอช้าจางเจิ้นมองทะลุเข้าไปและเห็นถึงภาพวาดที่สวยหรูแต่ว่าตอนนี้มันได้ถูกละเลงด้วยนํ้าซอสเปรี้ยวหวานจนความสวยลดลงไปมากแล้ว
ไม่ต้องสงสัยเลย...ภาพวาดผ้าใบแผ่นนี้แพงอย่างแน่นอน!
แล้วแบบนี้ป้าเหม่ยจะชดใช้อีกฝ่ายได้ยังไง?
จางเจิ้นครุ่นคิดพยายามหาวิธีช่วยเหลือ
ตรงกันข้ามระหว่างที่ต้าชางได้ยินว่าอีกฝ่ายจะชดใช้ให้เขาก็ราวกับได้ยินเื่ตลกจึงหัวเราะเยาะออกมา
“ชดใช้? คุณจะชดใช้ได้ยังไง!’’
พูดจบเขาก็ดึงถุงผ้าออก และเผยให้เห็นภาพวาดที่สวยหรูแผ่นหนึ่งที่ถูกทําให้ความสวยลดลงด้วยนํ้าซอสเปรี้ยวหวาน
“รู้ไหมว่าภาพนี้คืออะไร?แล้วมีมูลค่าเท่าไหร่?’’
ขณะเดียวกันยังไม่ทันที่ต้าชางจะได้บอก ลูกค้าจํานวนหนึ่งที่นั่งดูเหตุการณ์ก็ฉุกนึกได้จนเผลอลุกขึ้นยืน
“นั่นมัน...นกนางแอ่นหวนคืน!’’
“จริงด้วย!มันเป็ภาพวาดนั่นจริงด้วย!’’
“ไม่ผิดแน่!นี่เป็ภาพวาดที่ถูกวาดขึ้นโดยจิตรกรชื่อดังอย่างอาจารย์หลู!และมีมูลค่ามากมายถึงห้าแสนหยวน!’’
“...’’
เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาต่างตกตะลึงเป็อย่างมาก
กลับกันเหม่ยซูและพนักงานของเธอดูมีสีหน้าใไปร่างกายสั่นสะท้านไปครู่หนึ่งอย่างไม่รู้ตัว
ภาพวาดที่มีมูลค่ามากมายถึงห้าแสนหยวน?
แย่แล้ว!
พนักงานคนอื่นๆก็ต่างหน้าซีดเผือดเช่นกันโดยเฉพาะพ่อครัวที่ออกมาดู พวกเขาถึงกับไร้สิ้นเรี่ยวแรง ขาสั่นพั่บๆไป
ร้านอาหารเหม่ยเหม่ยแห่งนี้แม้จะเปิดมานานและมีลูกค้าต่อวันหลายคนแต่ว่ารายได้ต่อเดือนโดยรวมแล้วแม้จะเยอะแต่ก็มีเพียงแค่สามหมื่นหยวนกว่าๆเท่านั้นดังนั้นหาก้าจะชดใช้ให้อีกฝ่าย ร้านแห่งนี้คงจะต้องปิดกิจการเลยทีเดียว
แล้วแบบนี้พวกเขาควรจะทํายังไงดี?
“ป้าเหม่ยครับผมจะรับผิดชอบเอง…’’พนักงานต้นเหตุตัวสั่นมองหน้าหญิงสาววัยกลางคนด้วยความรู้สึกผิดเขาไม่อยากดึงทางร้านเข้ามาเกี่ยวข้องกับหายนะครั้งนี้ด้วย
คนอื่นๆก็ต่างมีสีหน้าสงสารอดรู้สึกเห็นใจไม่ได้
แต่พวกเขาจะไปช่วยอะไรได้?
นั่นเป็ไปไม่ได้!
ต้าชางที่เห็นก็ไม่สามารถทนดูได้เขาจึงหัวเราะเยาะออกมาอีกครั้ง
“เหอะๆพวกคุณไม่ต้องชดใช้ผมหรอก แม้ผมจะไม่ใช่คนดีแต่ผมก็มีศีลธรรมอยู่บ้างดังนั้นพวกคุณแค่จดจําเื่ในวันนี้ไว้ และระวังอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับคนอื่นอีกก็พอไม่อย่างนั้นแล้วสิ่งที่พวกคุณจะเจอ...คงเลวร้ายกว่านี้มากนัก!’’
“คุณพูดจริงเหรอคะ?’’ได้ยิน เหม่ยซูก็ชะงักไป เธอรู้สึกไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเป็อย่างมาก
จะมีสักกี่คนเชียวที่ปล่อยผ่านเงินมากมายขนาดนี้ได้?
แน่นอนว่าสําหรับต้าชางแล้วเขาเป็คนรํ่ารวยอย่างมาก ดังนั้นแม้เขาจะอารมณ์เสียอยู่บ้างแต่เขาก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองจนทําลายร้านอาหารเล็กๆหรือชีวิตของคนๆหนึ่งด้วยเหตุผลจิ๊บจ๊อยแค่นี้หรอก
เขาจึงถอนหายใจ
“เฮ้อพอเถอะ คุณแค่ไปนํารายการอาหารที่เหลือมาเสิร์ฟผมก็พอ ผมจะได้กินเสร็จแล้วไปทําธุระต่อ’’
พริบตาคนอื่นๆก็ตกตะลึงไป โดยเฉพาะเหม่ยซูและพนักงานที่ก่อเื่ทั้งสองรู้สึกซาบซึ้งเป็อย่างมากจึงได้ขอโทษอีกฝ่ายอยู่หลายครั้งหลายคราเลยทีเดียว
หลายนาทีผ่านไป
ต้าชางเติมเต็มท้องอันว่างเปล่าของเขาเรียบร้อยก่อนลุกขึ้นยืนเตรียมจากไป
“ขอโทษด้วยนะเสี่ยวเจิ้นที่ป้าไม่ได้ต้อนรับเธอ’’ เหม่ยซูพูดอย่างรู้สึกผิดกับจางเจิ้นที่เหม่อลอยมองดูอากาศตรงหน้า
“ไม่เป็อะไรครับว่าแต่อุปกรณ์วิชาศิลปะของเหม่ยเยว่ยังอยู่ไหมครับ?’’ วินาทีต่อมาจางเจิ้นก็ส่ายหัวและยิ้มให้กับเธอ เธอจึงประหลาดใจเป็อย่างมาก ก่อนมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งเธอรู้สึกว่าเขาโตขึ้นมากเลยทีเดียว และดูมีความเป็ผู้ใหญ่มากขึ้นอีกด้วย
ในที่สุดเธอพยักหน้า
“มีสิว่าแต่เธอถามป้าทําไมเหรอ เสี่ยวเจิ้น?’’
เหม่ยเยว่ลูกของเธอเรียนโรงเรียนมัธยมเดียวกันกับชายหนุ่มดังนั้นวิชาการเรียนรู้ต่างๆจึงเหมือนกัน ดังนั้นเธอจึงรู้สึกสงสัยมากทีเดียวว่าทําไมอยู่ๆอีกฝ่ายถึงได้ถามถึงมันขึ้นมา
ถูกถามใบหน้าของจางเจิ้นก็เผยรอยยิ้มออกมา
“ไม่มีอะไรหรอกครับผมแค่อยากยืมหน่อย’’
“ได้สิ’’เหม่ยซูพยักหน้าเข้าใจ ดูเหมือนเธอจะสงสัยมากเกินไป
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เหม่ยซูไม่รู้ก็คือหลังจากที่เธอตอบออกไปชายหนุ่มก็เดินตรงไปหาชายวัยกลางคนที่เตรียมออกเดินทาง
เหม่ยซูสงสัยขึ้นมาทันที
“เสี่ยวเจิ้น?’’
วินาทีต่อมาจางเจิ้นได้มาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของต้าชาง เขามองอีกฝ่ายขึ้นลงเพื่อสํารวจ
‘คุณลุงคนนี้เป็คนดีไม่น้อยไม่เพียงจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายแล้ว อีกฝ่ายยังทําราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น’
“มองทําไมหน้าฉันมีอะไรติดหรือไงพ่อหนุ่ม?’’ รู้สึกได้ถึงสายตา ต้าชางก็ชะงักไปเขาดูสับสนและไม่เข้าใจว่าทําไมชายหนุ่มถึงเดินมาและมองเขาขึ้นลง ราวกับจะพยายามตรวจสอบอะไรบางอย่างไม่ปาน
“ไม่มีครับผมแค่อยากถามว่าคุณลุงรีบใช้ภาพวาดนั่นรึเปล่า เพราะอาจารย์ของผมก็เชี่ยวชาญเหมือนกันกับอาจารย์หลู หากคุณให้เวลา ผมสามารถให้เขานําภาพวาดที่มีระดับใกล้เคียงมาชดเชยให้คุณได้’’จางเจิ้นส่ายหัวแล้วพูดออกไปเดิมทีเขา้าช่วยเหลือป้าเหม่ยเพื่อแก้ไขเหตุการณ์ในครั้งนี้ดังนั้นเขาจึงได้หาทางออกเอาไว้แล้ว
แต่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะไม่เป็ไปอย่างที่คิดถึงอย่างนั้นการที่คุณลุงคนนี้ไม่เอาเื่นั่นก็หมายความแล้วว่าอีกฝ่ายเป็คนดีดังนั้นเขาจึงอยากจะชดเชยให้อีกฝ่ายเป็อย่างมาก
กลับกันเหม่ยซูที่ได้ยินจากที่ไกลๆถึงกับผงะไปสีหน้าไม่อยากจะคิดในสิ่งที่ได้ยินเป็อย่างมาก พริบตาภาพเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มยิ้มให้เธอเมื่อครู่ก็ได้ผ่านเข้ามา
ผมแค่อยากยืมหน่อย!
คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดใช่ไหม?