ในขณะที่พรรคมารทมิฬกำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุดจากการปฏิรูปเศรษฐกิจของ กงจื่อสี่ ข่าวคราวความมหัศจรรย์ของ "จอมมารนิทรา" ก็ลือลั่นไปถึงพระกรรณของ องค์จักรพรรดิแห่งแคว้นต้าหลง ผู้ซึ่งกำลังทนทุกข์จากโรค "บรรทมไม่หลับ" เรื้อรังมานานนับปี ราชสำนักร้อนรนจนต้องส่งราชโองการสีทองมาเชิญตัวคุณชายสี่เข้าวังหลวงเพื่อทำการ "บำบัด"
"คุณชายเ้าคะ ราชโองการมาถึงแล้วเ้าค่ะ" หลิวหรูเยียน รายงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
กงจื่อสี่ที่กำลังเคลิ้มหลับอยู่บนเปลญวนหรี่ตาขึ้นมอง "วังหลวงรึ? เดินทางไกลขนาดนั้น... ข้าี้เีไป บอกเขาไปว่าข้าไม่ว่าง ข้าต้องดูแลการงอกของต้นถั่วงอกในสวน"
"แต่รางวัลคือทองคำหมื่นชั่งและสิทธิ์ในการ 'นอนที่ไหนก็ได้ในวังหลวง' นะเ้าคะ" หานเสวี่ย เสริม
กงจื่อสี่หูผึ่งทันที "นอนที่ไหนก็ได้งั้นรึ? อืม... ข้าได้ยินว่าในวังมีบัลลังก์ัที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ ข้าอยากรู้นักว่ามันจะเย็นหลังหรือนุ่มสบายกันแน่... เฉียนฟู่! เตรียมเตียงเคลื่อนที่ ข้าจะไปเที่ยวเมืองหลวง!"
การเดินทางที่สะท้านไปทั้งราชสำนัก
การเดินทางของกงจื่อสี่ไม่ได้ใช้ม้าหรือรถม้าธรรมดา แต่เขาให้ช่างฝีมือในพรรคสร้าง "วิมานเคลื่อนที่" ซึ่งเป็แท่นขนาดมหึมาที่ติดตั้งกลไกสปริงและเบาะขนเป็ดหนานุ่ม หามโดยยอดฝีมือพรรคมาร 16 คนที่เดินได้นิ่งราวกับลอยอยู่บนอากาศ กงจื่อสี่นอนเอกเขนกอ่านนิยายประโลมโลกและกินขนมโก๋ไปตลอดทาง โดยมีหรูเยียนคอยป้อนองุ่นและหานเสวี่ยคอยถือกระบี่คุมกัน เมื่อขบวนมาถึงหน้าประตูวัง เหล่าขุนนางต่างพากันออกมาดูด้วยความฉงน "นั่นหรือจอมมารนิทรา? เหตุใดถึงดูเหมือนคนี้เีสันหลังยาวเช่นนั้น!"
กงจื่อสี่ไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เขาถูกหามเข้าไปจนถึงท้องพระโรงท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาด้วยความหมั่นไส้และสงสัย
องค์จักรพรรดิผู้มีใบหน้าหมองคล้ำและขอบตาดำคล้ำประทับอยู่บนบัลลังก์ั "กงจื่อสี่... เ้ามาแล้วรึ? ข้าได้ยินว่าเ้ามีวิชานิทราที่สยบคนได้ทั้งกองทัพ เ้าพอจะมีวิธีทำให้ข้าหลับได้โดยไม่ต้องพึ่งพายาหรือไม่?"
กงจื่อสี่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงหาม ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยก่อนจะเดินอย่างเอื่อยเฉื่อยขึ้นไปบนแท่นประทับ "ฝ่าา... ที่ท่านนอนไม่หลับ เพราะท่านแบก 'แผ่นดิน' ไว้บนบ่า และนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ 'แข็ง' เกินไป"
"เ้าหมายความว่าอย่างไร?" จักรพรรดิขมวดคิ้ว
"ลองสลับที่กับข้าดูไหมล่ะครับ?" กงจื่อสี่กวนประสาท "ท่านมานอนที่เตียงข้า แล้วให้ข้าไปนอนบนบัลลังก์ท่านสักครู่ ข้าจะแสดงให้ดูว่า 'ความสงบที่แท้จริง' มันรสชาติเป็ยังไง"
เหล่าเสนาบดีต่างพากันร้องะโ "บังอาจ! เ้าเป็ใครถึงกล้าขึ้นไปประทับบนบัลลังก์ั!"
ทว่าจักรพรรดิผู้เหนื่อยล้าจนแทบจะขาดใจกลับยกมือห้าม "ตกลง... ข้าจะลองดู"
กงจื่อสี่ถอนหายใจ "เห้อ... กะจะนอนเฉยๆ ทำไมต้องมีเื่ให้เหนื่อยอีกแล้วนะ"
เขาขยับนิ้วเพียงนิ้วเดียว ส่งพลังลมปราณ [เนตรมารสยบฟ้า] กระแทกเข้ากับใจกลางค่ายกลจนมันสลายไปอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับส่งกระแสลมปราณสะท้อนกลับไปที่มหาเสนาบดีคนนั้นจนเขากระอักเืออกมาเงียบๆ และสลบเหมือดไป
กงจื่อสี่ทิ้งตัวลงบนเตียงเดิมในเรือนพักของเขา หันไปหาหานเสวี่ยและหรูเยียน "ในที่สุดก็ได้นอนเตียงตัวเองเสียที... วังหลวงวุ่นวายจะตาย ข้าไม่อยากไปอีกแล้ว"
เขาสบตากับสาวงามทั้งสอง แววตาแฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ "แต่บัลลังก์ันั่นน่ะ... ถ้าเอามาทำเป็เก้าอี้โยกในห้องนอนข้าก็น่าจะดีนะ"
กงจื่อสี่หลับตาลงพร้อมรอยยิ้ม ท่ามกลางความสำเร็จที่เขาได้มาด้วยการ "ไม่ทำอะไรเลย" (ที่ดูเหมือนจะไม่ทำอะไร) แต่แท้จริงแล้วเขาได้วางหมากสยบแผ่นดินไว้หมดแล้วภายใต้เปลือกตาที่ปิดอยู่นั่นเอง!
***
Wisan-Mars