เพื่อนรัก เพื่อนใคร่

    ตอนที่ 3

             

            อัคราถอนหายใจแรงๆ แต่ครั้นจะพยายามปลุกเพื่อนให้ลุกขึ้นเดินเข้าที่พักเองก็คงต้องใช้เวลานาน  และก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า  เห็นหน้าโหดๆของพี่คนขับแท๊กซี่แล้วจึงรีบตัดสินใจลากเอาร่างอันอ่อนปวกเปียกของเพื่อนสาวมาแบกขึ้นบ่า แถมหิ้วกระเป๋าอีกสองใบเดินขึ้นที่พักไปด้วยความทุลักทุเล

            “กูไม่น่ารับปากยายแก้วว่าจะดูแลมึงให้ดีเลย  แม่งเหนื่อยฉิบหาย”

            อัคราพ่นลมออกจากปากเมื่อขึ้นมาถึงห้องพักแล้ววางร่างของเพื่อนลงบนโซฟา ซึ่งป่านนี้เ๯้าหล่อนก็ยังนอนแน่นิ่งไม่รู้สึกตัว ไม่ตื่นขึ้นมารับรู้เลยว่าเขาเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะพามาถึงที่พักได้

            เด็กหนุ่มยืนหันรีหันขวางตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี สุดท้ายก็เลือกที่จะเดินเข้าห้องส่วนตัวไปโดยทิ้งเพื่อนสาวไว้ตรงนั้นเอง

             

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

             

            หลังจากนอนหลับเต็มอิ่มจนหายจากความเพลียจากการเดินทางและอาการเมารถแล้ว  สุปวีย์ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการท้องร้องจ๊อกๆเด็กสาวกวาดสายตามองไปรอบๆห้องอันไม่คุ้นตานี้ ก่อนจะจำได้ว่าตนพึ่งจะเดินทางเข้ากรุงเทพมาเมื่อเช้านี้พร้อมกับเพื่อนจากหมู่บ้านเดียวกันซึ่งรู้จักกันมาแต่เล็กแต่น้อย  และนี่ก็น่าจะเป็๲ห้องพักของมันที่พ่อแม่มันเช่าไว้ให้  แต่แล้วตัวมันหายไปไหนล่ะ

            ขณะที่สุปวีย์กำลังกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างใช้ความคิดอยู่นั้น  เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น  ตามด้วยเสียงอันคุ้นหู

            “ตื่นแล้วหรือมึง”

            เด็กสาวหันไปก็เห็นเพื่อนสนิทกำลังเดินเข้าประตูมาจากข้างนอก

            “เออ  หิวว่ะ”

            “มึงนี่จริงๆเลยน๊า”

            อัคราบ่นตรงๆ

            “แล้วมึงออกไปไหนมา”

            “ออกไปหาซื้ออะไรมากินดิ”

            “มึงนี่ใจดีจังเลย”

            สุปวีย์ยิ้มประจบ

            “เฮ้ยๆๆ ไม่เกี่ยวโว๊ย กูซื้อมากินของกู”

            อัครารีบออกตัวเมื่อเห็นรอยยิ้มเ๽้าเล่ห์ของเพื่อน

            “เออ น่า ให้กูกินด้วยจะเป็๞ไรว่ะ”

            “แล้วทำไมมึงไม่ไปซื้อมากินเอง”

            “กูพึ่งตื่น  กูเมารถและกูพึ่งมากรุงเทพวันแรกน่ะ กูจะไปรู้ได้ไงว่าของกินมันอยู่ตรงไหนบ้าง มึงให้เวลากูปรับตัวหน่อยสิว่ะ”

            คนตัวเล็กโวยวายเสียงดังคับห้อง ท่าทางก้าวร้าวเหมือนแมวที่ดุร้าย

            “เออๆๆ กินก็กิน”

            อัครารีบตัดบท ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องยอมมันเหมือนกลัว  ทั้งๆที่มันก็ตัวเล็กนิดเดียว 

            และเมื่อเขาเอาของที่ซื้อมาไปวางบนโต๊ะเล็กๆที่จัดวางไว้สำหรับทานอาหาร เด็กสาวก็รีบลุกขึ้นไปเปิดเลือกดูของที่ตนอยากจะกินทันที  ซึ่งก็มีข้าวเปล่า  ผัดคะน้าหมูกรอบ  ต้มยำซี่โครงอ่อน  ลูกชิ้น และผลไม้สดที่หั่นเป็๞ชิ้นแล้วอีกจำนวนหนึ่ง

            “ทำไมมึงไม่ซื้อส้มตำหรือยำแซ่บๆมากินบ้างว่ะ”

            ดูแล้วก็บ่นอย่างผิดหวัง