ตอนที่ 13 หนิงอ๋องไต่สวนคดี (1)
ยังไม่ถึงครึ่งทาง นางก็ร้อนจนวิงเวียนศีรษะเริ่มเดินช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เ้าหน้าที่ทั้งสองเห็นดังนั้นจึงยื่นกระบอกน้ำให้นางเว่ยเยียนหรานยกกระบอกน้ำขึ้นสูง เทน้ำกรอกใส่ปาก ทั้งตัวพลันรู้สึกเย็นสบายขึ้นมาบ้าง
เจียงอวิ่นจือที่นั่งอยู่บนหลังม้ามองนางเป็ระยะๆท่าทางดื่มน้ำอย่างสะใจนั่นเขาเห็นในค่ายทหารอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยเห็นสตรีในห้องหอคนไหนดื่มน้ำแบบนี้มาก่อนหรือว่าหลังเว่ยเยียนหรานพบเจอความเป็ตายมาแล้วครั้งหนึ่งจึงเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
เมื่อถึงอารามฉืออวิ๋น พวกเว่ยเส่าชิงก็มาคอยอยู่ที่ประตูหน้าก่อนแล้วเซียวเหยาโหวกับเว่ยเส่าเจี๋ยที่ได้ยินข่าวก็รุดมาที่อารามฉืออวิ๋นแต่เช้า ทันทีที่เว่ยเส่าชิงเห็นเจียงอวิ่นจือก็รีบรุดเข้าไปถวายความเคารพ “คารวะหนิงอ๋อง”
เจียงอวิ่นจือลงจากม้าแล้วเดินตรงไปที่หน้าเว่ยเส่าชิงขมวดคิ้วมองเขาโดยไม่เอ่ยคำใด ทำให้เว่ยเส่าชิงอดขนลุกชันไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าเหตุใดหนิงอ๋องถึงได้เสนอตัวมาไต่สวนคดีนี้หลายปีมานี้ฝ่าาจงใจเ็าและกดข่มคนผู้นี้ไว้ บางครั้งถึงขั้นมีรับสั่งและปฏิบัติต่อเขาอย่างไร้เยื่อใยทว่าหนิงอ๋องกลับทำเป็เหมือนไม่ใส่ใจ พอฝ่าาให้มาคุมกรมอาญา เ้าตัวก็ส่งงานต่อให้เ้ากรมอาญาจัดการมาโดยตลอดส่วนตัวเองวันๆ ก็ใช้ชีวิตเสพสุขเรื่อยเปื่อย เหตุใดวันนี้ถึงแส่มายุ่งไม่เข้าเื่ได้
เว่ยเส่าเจี๋ยมองหนิงอ๋องตรงหน้าอย่างหวาดๆตอนเช้าตรู่เื่ที่หนิงอ๋องจะคุมการไต่สวนคดีของเว่ยเยียนหรานด้วยตนเองถูกลือไปทั่วแม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับรื่องนี้นัก ในเมื่อ่หลายปีที่ผ่านมา หนิงอ๋องก็มีชื่อเสียงโจษจันไปทั่วเขาลำพองที่ตนมีผลงานมากมาย ใจคอโเี้อำมหิต ทั้งยังเ็าไร้ความรู้สึก สรุปโดยรวมแล้วเมื่อเทียบกับองค์ชายคนอื่นๆ ชื่อเสียงก็นับว่าย่ำแย่จนไม่อาจย่ำแย่ได้อีกนอกจากมีผลงานมากมายก็ไม่มีเื่ดีๆ อะไรให้เป็ที่ประจักษ์
ทว่านี่เป็โอกาสหนึ่งเดียวของพวกเขาดังนั้นจึงรีบรุดมา หวังว่าจะอาศัยกำลังอันน้อยนิดของตนช่วยเด็กสาวกำพร้าน่าสงสารอย่างเว่ยเยียนหราน
เซียวเหยาโหวมองเว่ยเยียนหรานอย่างนึกกังวลแวบหนึ่งจากนั้นมองไปทางเจียงอวิ่นจืออย่างสับสน ไม่ทันไรก็กลับไปทำท่าทางโง่งมดังเดิม
เว่ยเส่าชิงก้มหน้า รู้สึกประหลาดใจขึ้นเรื่อยๆขณะที่คิดว่าเจียงอวิ่นจือคงไม่เอ่ยปากทัก ก็ได้ยินเขาเอ่ยขึ้น “เว่ยโหว ไม่เจอกันเสียนาน”
เว่ยเส่าชิงเงยหน้าทันใดมองเจียงอวิ่นจือที่มักคุ้มดีคุ้มร้าย พลันได้ยินเขาเอ่ยต่อ “ครั้งนั้นที่ข้ามาเป็ตัวประกันอยู่ในเฟิงอันท่านหญิงอิ๋นจูเคยมีบุญคุณกับข้า สังคมนี้ยึดถือคุณธรรมแม้ได้รับน้ำใจเพียงน้อยนิด ยามตอบแทนก็มิอาจน้อยหน้าจนถึงบัดนี้ข้ายังจำวันที่นางแต่งงานได้ วันนั้นข้าแอบหนีมาที่จวนตระกูลเว่ยพูดกับนางว่า ‘หากชีวิตนี้มีคนรังแกท่านข้าจะทำให้เขาตกตายทั้งเป็’ ในตอนนั้นนางคงนึกว่าข้าพูดเล่นจึงยิ้มสดใสแล้วบอกว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสให้ข้าทำเช่นนั้นนางอาจจะลืมเลือนเื่นี้ไปนานแล้ว แต่ข้าก็ยังไม่เคยลืมมันสักวัน ดังนั้นถ้าหากมีคนรังแกนาง ติดค้างนาง ข้าจะทวงคืนมันมาให้นางเอง”
เมื่อเว่ยเส่าชิงได้ยินคำนี้ก็รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดเขาเบิกตามองเจียงอวิ่นจืออย่างตื่นกลัว เหตุใดเขาจึงไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อนเลยถ้าหากเป็ความจริง เช่นนั้น...เว่ยเส่าชิงพลันหนาวสั่นขึ้นมาทั้งที่อากาศร้อนอบอ้าว เขารู้จักความโเี้ของหนิงอ๋องผู้นี้อยู่บ้าง ตอนนี้จึงรู้กลัวขึ้นมาทว่าจากสภาพการณ์ปัจจุบัน ต่อให้กลัวไปก็ไม่อาจชดเชยอะไรได้
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c296c31b0765291b1e1f03a511502655