บทที่ 6 บ้านเกิด
"เดินทางปลอดภัย"ไต้ซืออวยพรชินอ๋องและรุ่ยอ๋องที่กำลังเดินทางไปยังชายแดน โดยมีซุนหัว จ้าวอันหรานจ้านหาน เฉินจือหาน และจ้าวซินเยว่มาส่งที่ประตูเมือง โดยพวกเขานอกจากซุนหัวก็มีเป้าหมายที่เมืองเว่ย จะออกเดินทางหลังจากที่ขบวนชินอ๋องไปแล้ว
ชินอ๋องก้มหัวให้ไต้ซือพร้อมกับพูดบางอย่างกับซุนหัวเื่ความปลอดภัยโดนก่อนจากไป เขายังทิ้งสายตาไว้ให้จ้าวซินเยว่เมื่อหญิงสาวเห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มพลางก้มหัวน้อยๆ ตอบกลับไปอย่างเรียบร้อย
จ้าวหานเห็นการกระทำระหว่างชินอ๋องกับจ้าวซินเยว่ลางสังหรณ์ในฐานะพี่ชายที่รู้สึกว่าน้องสาวอาจจะกำลังสานสัมพันธ์กับอ๋องหม่ายผู้ยิ่งใหญ่อันเป็ที่จับจ้องของสตรีทั่วทั้งเมืองหลวงสายตาของชินอ๋องที่มองจ้าวซินเยว่ไม่เหมือนใคร และรู้สึกได้ว่าน้องสาวก็ไม่ได้ปิดกั้นขนาดนั้นแม้ทั้งสองคนจะวางตัวไม่ต่างจากเดิมก็ตาม
"เ้ามีใจให้ชินอ๋องหรือ"จ้าวหานกระซิบถามน้องสาวที่เดินตามหลังผู้ใหญ่เพื่อเตรียมตัวเดินทาง
"ท่านพี่คิดเช่นนั้นหรือ"สาวน้อยเงยหน้ามองพี่ชายแสดงความแปลกใจที่พี่ชายถามคำถามเช่นนั้นกับนาง เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครพูดกับนางเื่คนรักหรือการออกเรือนมาก่อนแม้นางจะถึงวัยออกเรือนแล้วก็ตาม
ในยุคสมัยของราชวงศ์อู่นี้สตรีที่ปักปิ่นไปแล้วหมายถึงสตรีที่สามารถออกเรือนแต่งงานได้และจะนับต่อไปอีกห้าปี ถือว่าเป็่เวลาที่ดีที่สุดในการออกเรือนและสตรีใดที่อายุครบยี่สิบแล้วยังไม่ออกเรือนก็จะถูกเรียกว่าเป็พวกเทื้อคาเรือนหรือพวกที่ถึงวัยออกเรือนแล้วแต่ก็ยังไม่ได้แต่งงาน
ส่วนตัวนางผ่านวัยปักปิ่นมาสองปีแต่ก็ไม่เคยคิดถึงเื่นี้มาก่อนใจของนางคิดว่าจะอยู่เป็โสดที่นี่ไปตลอดเสียด้วยซ้ำ อย่างไรตระกูลจ้าวก็ร่ำรวยมากท่านแม่ก็เคยพูดว่าหากถึงเวลากลับตระกูลจ้าวแล้วไม่้าออกเรือน ก็ไม่เป็ไรเพราะจ้าวอันหรานเจอประสบการณ์เลวร้ายในชีวิตแต่งงานจึงไม่คิดจะบังคับอาจารย์ของนางเองก็เคยกล่าวว่าการแต่งงานหรือมีคนรักมันไม่ได้มีแต่เื่ดีและไม่ใช่บุรุษทุกคนจะเป็เหมือนบุรุษตระกูลที่รักลูกและภรรยายอมมีเมียเดียวทั้งตระกูลโดยไม่สนใจสายตาของผู้อื่นแม้จะโดนกล่าวหาว่าเป็พวกกลัวสตรีก็ตาม แต่การมีเมียเดียวของตระกูลจ้าวนับว่ามีผลดีเื่การจัดการภายในครอบครัวไม่เกิดการแก่งแย่งความรักของบุรุษเพียงผู้เดียวทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างดี
ในสายตาของบุรุษการกระทำของตระกูลจ้าวล้วนเป็เื่น่าอายการมีเมียเดียวคือการลดจำนวนทายาทสืบทอดแต่ในสายตาของสตรีการแต่งงานกับบุรุษตระกูลจ้าวล้วนเป็ความโชคดีบุรุษมีหนึ่งสตรีมีหนึ่ง ความรักล้วนให้ลูกทั้งหมด ไม่มีการแก่งแบ่งระหว่างสตรีแม้แต่พี่น้องก็สงบรักใคร่ดูได้จากการที่สนับสนุนจ้าวหานที่เป็ลูกเลี้ยงอย่างไม่รังเกียจและจ้าวหานเองก็ตอบแทนคุณด้วยการเป็ขุนนางที่มีตำแหน่งใหญ่โตทีเดียว
"ข้าแค่สงสัย"จ้าวหานมองน้องสาวด้วยรอยยิ้มมุมปาก พลางยื่นมือมาให้นางจับเดินไปด้วยกัน"ไม่ว่าจะเป็บุรุษคนใด ก็ต้องผ่านข้าทั้งนั้น"
จ้าวซินเยว่หัวเราะออกมาเล็กน้อยพร้อมจับมือพี่ชายนอกสายเือย่างสนิทสนม "ข้ายังไม่อยากแต่งงานเ้าค่ะจะเป็ภาระท่านพี่ตลอดไปเ้าค่ะ"
สองพี่น้องคุยกันไปพลางหัวเราะกันไปพลาง ในสายตาทุกคนทั้งสองเป็พี่น้องที่รักใคร่กันมากต่างมองด้วยสายตาเอ็นดูความสนิทสนมของพี่น้องคู่นี้ราวกับเป็พี่น้องร่วมสายเืไม่มีผิดและคนที่เป็ปลื้มที่สุดคงไม่พ้นคนที่เลี้ยงและให้กำเนิดของหนุ่มสาวทั้งสองคน
"ไปเก็บของเถอะอีกชั่วยามเราก็ต้องออกเดินทางแล้วเหมือนกัน"
"เ้าค่ะ ท่านพี่"
...... ...
เสียงผู้คนมากมายออกมาเดินจับจ่ายใช้สอยในเมืองกันมากกว่าหมู่บ้านเล็กๆที่เคยอยู่แทรกด้วยเสียงร้องขายสินค้านานาชนิดที่ต่างอวดอ้างเชิญชวนให้เงินในมือร้อนอยู่ไม่เป็สุขในหมู่บ้านที่นางจากมาแม้จะใหญ่กว่าหมู่บ้านทั่วๆ ไปแต่ก็ยังเป็เขตชนบทที่ห่างไกลจึงมิค่อยได้เห็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้มากนะนอกจากคารวานที่จะเอาสินค้าไปขาย ซึ่งก็ไม่บ่อย
จ้าวซินเยว่มองสิ่งรอบข้างตาเป็ประกายใบหน้าแสดงความสนใจออกมาอย่างชัดเจนไม่ปิดบังขณะที่คนเป็มารดาที่นั่งบนรถม้ากลับมองลูกสาวพลางยิ้มส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู
เข้ามาในเมืองสักพักใหญ่รถม้าก็หยุดที่จวนหลังงามที่ดูก็รู้ว่าเป็ครอบครัวที่ร่ำรวยกว่าคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องถามก็พอจะรู้ว่านี่คือจวนตระกูลจ้าวของท่านตา จ้าวหย่งเฟยอดีตอัครเสนาบดีฝ่ายเลขานุการที่ลาออกมาจากราชสำนักเพื่อมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่
บ้านเกิดกับภรรยาและลูกหลาน
"ท่านแม่ ซินเยว่"ทั้งสองคนที่ถูกเรียกทยอยเดินออกจากรถม้าท่ามกลางสายตาของผู้คน
ท่านหญิงเจี่ยลี่จ้าวอันหรานยังเป็สตรีที่งดงามแม้อายุจะไม่น้อยตามมาด้วยคุณหนูที่เกิดมาพร้อมตุ่มเนื้อเป็จ่าวเล่าลือไปทั่วด้วยตระกูลหลิวป่าวประกาศไปทั่วว่าคุณหนู จ้าวซินเยว่ คือตัวกาลกิณีที่ถูก์ลงโทษจากบาปที่มารดาผิดต่อสามีทำให้ชื่อของจ้าวซินเยว่เป็ที่พูดถึงเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน
ทุกคนต่างจะมาดูว่าคุณหนูผู้อัปลักษณ์ผู้นั้นจะมีหน้าตาอย่างไร ทว่ามือบางขาวเนียนยื่นออกมาให้พี่ชายประคอง ตามมาด้วยหญิงสาวใบหน้างดงามหมดจดแม้จะอยู่ในชุดที่ไม่ได้ดูหรูหราแต่บรรยากาศรอบตัวก็บ่งบอกว่านี่คือคุณหนูที่ได้รับการดูแลมาอย่างดี
นางงดงามจนผู้คนลืมหายใจ
"ถึงบ้านแล้ว ยินดีต้อนรับกลับบ้าน"
นี่หรือจวนสกุลจ้าว ใหญ่โตเกินกว่าที่จินตนาการเอาไว้เสียอีก...
ยังไม่ทันได้ชื่นชมทั้งหมดดี ชายชราท่าท่างดีและชายหนุ่มวัยไม่ต่างจากจ้าวหานก็เดินออกมาพร้อมกับสตรีใบหน้างดงามอีกคน
"ลูกข้า เ้ากลับมาแล้ว"ชายชราท่าทางใจดีพูดพลางส่งสายตารักใคร่แก่จ้าวอันหรานที่ยามนี้น้ำตาไหลออกมาแม้ใบหน้าจะยังยิ้ม
"ทำให้ท่านพ่อเป็ห่วงแล้ว ลูกช่างอกตัญญู"จ้าวอันหรานพูดเรียบง่ายก่อนหันมาทางนางที่ยืนอยู่ "นี่ซินเยว่เ้าค่ะ"
"คารวะท่านตา จ้าวซินเยว่เ้าค่ะ"
"เติบโตมาอย่างดีเลยสินะ"จ้าวหย่งเฟยมองด้วยรอยยิ้ม
"นี่จ้าวช่างชิง และจ้าวอี้หยางพี่ชายรองกับพี่หญิงใหญ่ของเ้า" จ้าวหานแนะนำสองคนที่อยู่ด้านหลัง
"คารวะท่านพี่ทั้งสองเ้าค่ะ"
ชายหนุ่มนาม จ้าวช่างชิง ร่างกายสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลาเช่นคนตระกูลจ้าว ดูจากรูปร่างและบุคลิก คงจะทำงานเป็ขุนนางฝ่ายบู๊และข้างๆ คือจ้าวอี้หยางสตรีวัยเดียวกับนางที่เป็โฉมสะคราญตะวันออกชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วทั้งแคว้นถึงความงามของนาง
สมคำล่ำลือ!
"พวกข้ามาส่งท่านหญิงกับคุณหนูจ้าวถึงมือผู้เฒ่าจ้าวแล้วข้ากับจ้าวหานขอตัวกลับเมืองหลวงก่อน" หลังจากทักทายกันสักพักเฉินจือหานก็กล่าวลาทุกคนชายหนุ่มก้มหัวทำความเคารพผู้อาวุสโสโดยที่คนที่มีอายุและตำแหน่งที่ต่ำกว่าก็ก้มหัวทำความเคารพอีกฝ่ายเช่นกันและเดินทางต่อโดนไม่แวะพัก
เมื่อก้าวมาภายในจวนสกุลจ้าวยิ่งรู้สึกได้ถึงความร่ำรวยแม้จะไม่ได้ตกแต่งภายในมากมายอย่างตระกูลขุนนางหรือคหบดีคนอื่นทว่าสิ่งของที่ว่าอยู่ล้วนแต่เป็สิ่งหายากประเมินมูลค่าไม่ได้ดูทั้งเรียบง่ายและบ่งบอกถึงฐานะของตน
ทั้งชุดเครื่องเรือนที่ทำมาจากไม้ชิ้นเดียวแม้จะดูธรรมดาแต่มูลค่าก็สูงพอจะซื้อเรือนชาวบ้านได้ทั้งหลัง
"จ้าวซินเยว่ปีนี้เ้าอายุสิบเจ็ดใช่หรือไม่"จ้าวอี้หยางที่เดินเลียบๆ เคียงตนมาสักพักก็เริ่มบทสนทนาก่อน
"เ้าค่ะ"
"งั้นเราก็อายุเท่ากันอย่าพูดจาห่างเหินเช่นนั้นเลย" หญิงสาวใบหน้าสวยยกยิ้ม
เป็สตรีที่ร่าเริงดีเสียจริง...
"จะดีหรอ" อย่างไรนางก็เกิดทีหลังหลายเดือน
"ดีสิ"
เพียงไม่นานสตรีทั้งสองคนก็สนิทกันมากเสียแล้ว ส่วนจ้าวซินเยว่ย่อมรู้สึกดีมากอยู่แล้วจ้าวอี้หยางเป็พี่สาวและเป็เพื่อนคนแรกของนางั้แ่เกิดการได้มีสตรีวัยเดียวกันอยู่ด้วยอาจทำให้จ้าวซินเยว่ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น
"เช่นนั้นอี้หยางก็พาซินเยว่ไปที่เรือนของนางเถอะ"จ้าวอี้หยางรับคำของเ้าบ้านอย่างดีก่อนจะจับจูงมือของจ้าวซินเยว่ออกไปยังเรือนที่เตรียมพร้อมสำหรับจ้าวซินเยว่มาหลายปี
... ... ...
ภายในห้องโถงรับแขกของเรือนนอกยังคงถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบง่ายมีประธานเป็รูปวาดปี่เซี๊ยะที่ถูกรังสรรค์จากอาจารย์ชื่อดัง
ตรงกลางเป็โต๊ะไม้ทรงจัตุรัสและหมอนรองทั้งสี่ด้านส่วนรอบข้างเป็ตู้เก็บของที่เป็กระจกเพื่อใส่ของตกแต่งที่มีมูลค่าเกินกว่าจะนำออกมาวางไว้ข้างนอก
"ยังเหมือนเดิมเลยนะเ้าคะ"จ้าวอันหรานพูดขึ้นมา
"ข้าชอบเรียบๆ โอ้อวดความหรูหราแค่พองามเ้าเล่าลูกสาวข้า เป็อย่างไรบ้าง"
"อยู่ที่นั่นล้วนได้ไต้ซือช่วยไว้สบายมากเ้าค่ะ"
"ไต้ซืองั้นหรอ หึขุนนางของฝ่าาคนนั้นน่ะหรือ" จ้าวหย่งเฟยหัวเราะในลำคอพลางส่ายหน้า
"ผู้นั้นแหละเ้าค่ะอย่างน้อยไต้ซือก็ไม่ทำอะไรให้ใครเสียหาย"
จ้าวหย่งเฟยพยักหน้าเห็นด้วยกับลูกสาวพอดีกับที่จ้าวช่างชิงเดินตามเข้ามาภายในห้องรับรองนี้พร้อมกับหีบไม่ใหญ่ไม่เล็กวางตรงหน้าจ้าวอันหราน
"ข้าให้คนไปตรวจสอบตามที่ท่านอาฝากพี่ใหญ่มาบอก พบช่องทางการทุจริตมากมายเกี่ยวกับเสบียงและอาวุธของกองทัพที่ไปชายแดนซีหยาง"จ้าวช่างชิงรายงาน
จ้าวอันหรานมีสีหน้ามืดลงหลายระดับ
"มีจริงๆ สินะคนทรยศในหมู่ของขุนนางชั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับกองทัพซีหยาง"จ้าวอันหรานรู้สึกคับแน่นที่อกขึ้นมา
ขุนนางชั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับกองทัพที่ประจำการซีหยางไม่ได้มีมากนอกจากจ้าวหานแล้วก็คือชินอ๋อง รุ่ยอ๋อง และเฉินจือหาน
เด็กๆ ที่มักจะเล่นสนุกกันที่จวนแม่ทัพในวันนั้นทรยศพี่น้องร่วมสาบานเป็เื่ที่ยากจะรับได้จริงๆ
"เ้าจะทำอะไรต่อหรืออันหราน" จ้าวหย่งเฟยถาม
"ไปเมืองหลวงเ้าค่ะต้องหาข้อมูลเื่นี้ให้แน่ชัดและรัดกุมที่สุดเพราะเราไม่รู้เลยว่าใครคือพวกของฝ่าา"จ้าวอันหรานกำมือแน่นด้วยความโกรธก่อนจะพูดต่อ"หรือคนที่แคว้นลี่ซื้อไปแล้ว... เช่นตระกูลหลิว"
ความแค้นคับอกที่อยู่ในใจนางมาตลอดสิบเจ็ดปีที่นางต้องออกมาจากตระกูลผู้โลภมากเช่นนั้นอาจจะถึงเวลาแล้วที่นางกับ
จ้าวซินเยว่ต้องได้ในสิ่งที่ควรจะเป็ของพวกนาง
...... ...
ต้นไม้ต้นใหญ่ถูกตกแต่งเอาไว้จนมีความสูงพอประมานอยู่เป็ใจกลางเรือนที่อยู่ปีกซ้ายของจวนตระกูลจ้าวมีลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน
ไม่ไกลจากตัวเรือน รอบข้างมีหินที่ถูกวางตกแต่งอย่างประณีต ให้เรือนที่อยู่ใจกลางเมืองเช่นนี้กลางเป็เรือนที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่
อุดมสมบูรณ์
"เรือนของเ้า ข้ากับมารดาล้วนช่วยกันเลือกและตกแต่งอย่างดีเชียวนะ อ่อ พี่ใหญ่เองก็มาช่วยเลือกบอกว่าเ้าชอบสิ่งใดไม่ชอบสิ่งใด" จ้าวอี้หยางกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
"งดงามมาก ข้าชอบมาก ขอบคุณนะ"จ้าวซินเยว่รู้แล้วว่าจ้าวหานเป็พี่ชายที่รู้จักน้องสาวอย่างดีดีจนนางเกิดความสงสัยคนอย่างจ้าวหานจะไม่รู้เชียวหรือว่าความจริงนางไม่ใช่น้องสาวของเขา
"ล้วนเป็ท่านแม่กับพี่ใหญ่ ถึงข้าจะบอกว่าช่วยแต่ข้าก็มาช่วยแค่ดูแลเท่านั้น"
"นั่นก็มากแล้ว"
สองเ้านายสาวสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วย่อมทำให้คนเป็บ่าวสบายใจจ้าวซินเยว่เกิดมาไม่ได้มีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งยังเป็สตรีที่มีความคิดเป็ของตนเองเกรงว่าจะเข้ากับสตรีในเมืองที่ถูกเลี้ยงมาในกรอบไม่ได้แต่ดูแล้วจะไม่ใช่เลย
ทั้งสองคนดูจะเข้ากันได้ดีมากทีเดียว
"จริงสิ มันกะทันหันเกินไปข้าไม่ได้เตรียมของขวัญต้อนรับเ้าพรุ่งนี้ข้าจะพาเ้าออกไปเดินที่เมืองแทนได้หรือไม่"
"ได้อยู่แล้วข้าก็อยากออกสำรวจเมืองอยู่เหมือนกัน"
...... ...
"อืม..."
เสียงร้องในลำคอต่ำๆ พร้อมท่าทางพิจารณาใบหน้าของสตรีที่พึ่งพบกันครั้งแรกอย่างไร้มารยาทปรากฏขึ้นเมื่อจ้าวอี้หยางพาจ้าวซินเยว่เดินสำรวจจวนจ้าวจนมาพบกับบุรุษหนุ่มผู้นี้
"พี่สาม ท่านมองน้องเล็กมากไปแล้ว"จ้าวอี้หยางขมวดคิ้วเดินมาบังหน้าจ้าวซินเยว่พลางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดุๆ
"ฮ่ะๆๆๆ ทักทายน้องเล็ก ข้าฉางหยางเป็แฝดผู้น้องของช่างชิง อย่าถือสาข้าเลย"จากสีหน้าเมื่อครู่ก็กลายเป็บุรุษที่ยิ้มกว้างยกมือเกาหัวอย่างไม่ไว้ตัว
จ้าวฉางหยาง ลูกชายคนที่สามของตระกูลจ้าวรับสืบทอดเ้าของคหบดีของตระกูลจ้าวต่อจากนายท่านและฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวที่แก่ตัวมากแล้วอย่างที่กล่าว เขาคือฝาแฝดของจ้าวช่างชิง ใบหน้าดูคล้ายกันหลายส่วนแต่ลักษณะการแสดงออกต่างกันราวฟ้ากับเหว คนหนึ่งดูสุขุม อีกคนดูร่าเริงผิดวิสัยก็ไม่แปลก เพราะคนหนึ่งเป็ขุนนางย่อมต้องทำตัวให้น่าเคารพส่วนอีกคนเป็พ่อค้าก็ต้องทำตัวเข้าถึงง่ายเป็ธรรมดา
"ทักทายพี่สามเ้าค่ะ ข้าจ้าวซินเยว่"
"รู้แล้วล่ะ นี่จะไปไหนกันงั้นหรือ"จ้าวฉางหยางด้วยรอยยิ้มทว่ารอยยิ้มแบบนั้นสำหรับจ้าวซินเยว่นางไม่รู้เลยว่าบุรุษผู้นี้คิดอะไรอยู่ผู้อื่นอาจมองว่าคนคนนี้เข้าถึงง่ายไร้พิษภัย แต่นางกลับเห็นต่าง คนๆ นี้เหมือนกับเฉินจือหานผู้นั้น หากเป็ศัตรูก็เป็คนที่อันตรายแต่นางก็เชื่อว่าเขาไม่มีเจตนาร้ายๆ กับพวกนางแม้แต่นิดเดียว
"สำรวจจวนเ้าค่ะ ซินเยว่พึ่งจะเคยมาข้าเลยจะพาเดินรอบๆ"
"ข้าอยากไปกับพวกเ้ามากนะ แต่ข้าเหนื่อยเหลือเกินไว้วันหลังข้าจะเลี้ยงอาหารเป็การตอบแทนแล้วกัน"ว่าจบจ้าวฉางหยางก็หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์
"อย่าไปใส่ใจเลย พี่สามน่ะเป็คนประหลาดแต่ก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร มีอะไรก็ไปสอบถามได้" นางไม่แปลกใจนอกเส้นทางการค้าในยุคนี้เส้นสายที่ทำให้ประสบความสำเร็จความฉลาดของเ้าของกิจการและลูกน้องข้างกายก็สำคัญจ้าวฉางหยางผู้นี้ทำให้ตระกูลจ้าวร่ำรวยกว่ารุ่นก่อนมากในเวลาไม่นานย่อมต้องมีอยู่แล้ว
ทั้งความฉลาด และเส้นสายทั้งบนดิน อาจมีถึงเส้นสายใต้ดิน
"พี่สามเป็คนฉลาดนักทั้งยังไม่ยอมให้ใครรู้ว่าคนคิดอะไร หากจะเป็ศัตรูกับใครสักคนข้าจะไม่เป็ศัตรูกับพี่สามเด็ดขาด"คำพูดของจ้าวซินเยว่และสายตาที่นางมองพี่สามอย่างไม่กลัวเกรงทำให้คนเป็พี่ยกยิ้มอย่างพอใจก่อนจะกลบเกลือน
"ชมกันเช่นนี้ไว้ข้าจะแอบพาพวกเ้าไปเลี้ยงสุราที่เหลาอาหารของข้าแล้วกัน ข้าไปพักก่อนเจอกันมื้อค่ำ"จ้าวฉางหยางยกมือทำท่าเหมือนให้เก็บไว้เป็ความลับก่อนจะหันหลังเดินกลับไป
ส่วนจ้าวซินเยว่กลับรู้สึกสนุก ที่จะได้รู้จักกับคนเหล่านี้ดูเหมือนพี่น้องตระกูลจ้าวจะเป็ศูนย์รวมของสัตว์ประหลาดทั้งนั้น น่าสนใจจริงๆ
โดยที่นางอาจจะลืมไปว่าตัวนางเองก็ฉลาดไม่แพ้ใคร
#####