เราชื่อว่าเนสั้แ่เกิดมาเราถูกทิ้งอยู่ข้างทางพอและหลวงตาก็เก็บเรามาเลี้ยงอายุ10ขวบหลวงตาก็ให้บวชเป็สามเณรทุกเช้าเราก็ต้องตื่นมาห่มผ้าเพื่อตามหลวงตาไปบิณฑบาตรเวลาเดินผ่านบ้านใครเมื่อโยมใส่บาตรก็ได้ยินคำว่า“ฉันเยอะๆนะเณร“ทุกครั้งที่โยมใส่บาตรจากนั้นพอตกเย็นหลวงตาก็ให้ท่องอะไรซักอย่างซึ่งเราก็ไม่เข้าใจความหมายหรอกได้แต่ท่องตามที่หลวงตาบอกและหลวงตาก็สอนเขียนสอนอ่านให้เราด้วยนะจนเราอายุ13เรากำลังเก็บของช่วยหลวงตาอยู่ในกุฏิของหลวงตาก็เจอหนังสือแปลกๆ2เล่มเล่มหนึ่งสีเหลืองอีกเล่มหนึ่งสีดำก็เลยถามหลวงตาว่านี่หลังสืออะไรหรอพร้อมกับส่งให้หลวงตาดูเมื่อหลวงตาเห็นก็หยิบไปและเอาแว่นมาส่องดูและพูด“มันเป็หนังสือมนต์ขาวกับมนต์ดำน่ะ“ด้วยความสงสัยคมจึงถามกลับไป“มันคืออะไรหรือครับหลวงตา“หลวงตาจึงอธิบาย มันขาวคือมนต์ที่ช่วยคนแต่มนต์ดำเอาไว้ทำร้ายคนทั้ง2อย่างนี้มันเอาไว้แก้ทางกันเหมือนความดีกับความชั่วนั่นแหละแต่เนื้อหาของมนต์2นี้ไม่ได้ต่างกันมากมันอยู่ที่เจตนาของเราว่าจะใช้ในทิศทางไหนและที่สำคัญมนต์จำพวกนี้พระสัมมาสัมพุทธเ้าไม่ได้สอนไว้เพราะไม่ได้เป็หนทางแห่งการหลุดพ้นจากวัฎสงสารแต่ถ้ารู้ได้เป็สิ่งประดับความรู้ก็ไม่เสียหายนะจากนั้นหลวงตาจึงยื่นหนังสือทั้ง2เล่มให้เนสและพูด“เอ้าลองเอาไปอ่านดู“เมื่อได้อ่านดูแล้วก็แปลกใจมีคำที่แปลได้ว่า“จระเข้ลงน้ำ“แต่ท่องแล้วจะหายตัวได้ด้วยความที่เป็วัยรุ่นจึงอยากรู้อยากลองจึงลองฝึกไปเรื่อยๆแต่ไม่เกิดผลอะไรจึงนำไปถามหลวงตาหลวงตาจึงบอกว่า“ถ้าอยากทำให้ได้เณรต้องฝึกบ่อยๆและต้องมีสมาธิมากกว่านี้จึงจะได้ผลของแบบนี้ฝึกแค่วันสองวันมันไม่เกิดประโยชน์อะไรหรอกนะเณรเอ้ย“จากนั้นเราก็พยักหน้า “หงึกๆ“และเดินกลับกุฏิของตัวเองเช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ไปบิณฑบาตรตามปกติเมื่อถึงวัดแล้วเราพอฉันข้าวเสร็จเราก็จะทำกิจวัตรของเราปกติอยู่ในกุฏิซักพักก็มีเสียงดังมาจากประตู “ก๊อกๆ“พร้อมกับเสียงเรียก“เณรๆ“เราสงสัยจึงเปิดไปดูจึงพบกับภิกษุชรายืนอยู่หน้าห้องของตนสามเณรจึงถามมีอะไรหรอครับหลวงตาภิกษุชราได้เอ่ยขึ้น“เตรียมตัวเก็บของนะเราจะไปออกธุดงค์กันอีก3วันข้างหน้า“ สามเณรจึงถามด้วยความสงสัยว่า“เราจะไปที่ไหนกันหรอครับหลวงตา“ภิกษุชราจึงตอบ“ไม่ต้องรู้หรอกรู้แค่ว่าไปทำกิจของสงฆ์ก็พอแล้ว“