ห้องรับแขกคฤหาสน์คุณเพนนี
"ขึ้นมาพูดกับฉันข้างบนห้องเลยนะไอ้คุณพงษ์"
"ครับๆๆๆๆๆ"
ห้องนอนของเพนนี
"ไอ้พงษ์ แกนะแก จะมาห้ามฉันไม่ให้ซื้อแหวนไปทำไมเล่า ไหนบอกมีอะไรแปลกประหลาดเกิดขึ้นเพราะที่ผ่านมาแหวนวงนี้มันไม่เคยปรากฎให้เราเห็น แล้วแกไม่อยากรู้รึไง ถึงจะมาห้ามไม่ให้ฉันซื้อ" เพนนีพูดพร้อมกับดึงหูพงษ์
"โอ๊ยยยยย คุณเพนนี ผมเจ็บนะครับบบบ ปล่อยๆๆๆ หูผมจะขาดเอา"
"เดี๋ยวฉันจะบิดให้มันขาดไปเลย น่าหมั่นไส้นัก"
"ปล่อยก่อนเถอะครับ คุณเพนนีจะได้ฟังผมพูดแบบสะดวกสบาย ไม่เจ็บนิ้วไงครับผม" เพนนีได้ฟังจึงยอมปล่อยมือออก
"ละทำไมมันจะทำไม แกจะมาห้ามฉันทำไม"
"คุณเพนนีน่ะเข้าใจผมผิดแล้ว ผมไม่ได้อยากจะห้ามนะครับไอ้เื่ที่ซื้อแหวนมา เพราะมันก็ดูเก๋ เท่ แถมสวยสง่า เหมาะกับคุณมากๆ แต่คุณเพนนีครับคุณจะบ้ารึเปล่าซื้อแหวนที่ถูกใจแค่นี้มาตั้งสองล้านแปดแสน คุณจะไปเพิ่มเงินให้นายบวรเค้าทำไม เดี๋ยวเงินที่ได้ก็ไม่เหลือหรอก เหมือนเอาเงินไปละลายลงแม่น้ำชัดๆ คุณไม่เห็นหรอครับ ให้เงินไปกี่ที เค้าก็ใช้จนหมด ต้องมายืมคุณทุกครั้งเลย"
"ก็เห็น แต่แกไม่เห็นหรอพงษ์ว่าฉันน่ะ รวย"
"โอ้โห เป็บุญของไอ้พงษ์จริงจริ้งงงงงง ได้พบคนรวยแบบคุณเพนนี เกิดชาติภพไหนก็อย่ามาได้พบอีกเลย เกิดผมได้เป็พ่อแม่คุณผมปวดหัวตายแน่"
แน่นอนว่าประโยคหลังๆมาพงษ์เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาลง เพราะกลัวสาวเ้าจะได้ยินเอา
เพนนีหันขวับไปหาพงษ์ "นี่ ประโยคมันแปลกๆนะ พูดอะไรไหนพูดอีกทีสิ"
ด้วยความเอาตัวรอดพงษ์จึงกล่าวใหม่ว่า "ผมบอกว่าเป็บุญของไอ้พงษ์จริ้งจริงงง ที่ได้พบเห็นคนรวยแถมชอบเอื้อเฟื้อแบบคุณเพนนี นี่ถ้าชาตินี้ไอ้พงษ์ไม่ได้พบคุณ ไอ้พงษ์คงนอนตายตาไม่หลับ สาธุ"
"อื้อหื้อ กะล่อนนักนะ ไปติดนิสัยขี้ประจบจากใครมา แต่แกน่ะพงษ์ แกอ่ะไม่ได้นอนตายตาหลับจริงๆนั่นแหล่ะ เพราะเวลาแกเห็นฉันโดนแทงทีไร แกก็หัวใจวาย นอกตายตาเหลือกทีเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ"
"เจ็บแปลบเลย คุณเพนนี แต่ก็ยังดีนะครับที่ผมตายไปด้วย แต่คุณเพนนีสงสัยมั้ย เวลาพวกเราตายละไอ้โลกหลังจากนั้นมันเป็ยังไงต่อ คุณธนา คนในคฤหาสน์เค้าใช้ชีวิตอะไรยังไง"
เพนนีได้ยินพงษ์พูดจึงเริ่มทำหน้าเศร้า "ฉันก็อยากรู้เหมือนกันนะ ว่าฉันตายแล้วคุณธนาจะเป็ยังไง ไปแต่งงานใหม่รึเปล่า เห้อ"
"โอ้โห ยิ่งเจอคุณแม่แบบคุณนายเฟื่องทองอีก ไม่ต้องเป็ห่วงเลย ว่าแต่คุณนายเค้าจะมากีดกันคุณเพนนีทำไม รวยก็รวย ได้เงินไปต่อเงินก็น่าจะดี ยิ่งรวยเข้าไปใหญ่ แถมเดี๋ยวก็ตาย ถ้าแต่งเงินก็เข้าบ้านคุณหญิงทั้งนั้น"
"ไอ้บ้านี่ กะจะให้แต่งเข้าไปแล้วฉันตายเลยรึไง ไอ้เื่รวยน่ะก็ใช่ แต่เื่อื่นข้อดีฉันก็มีเยอะนะยะ เช่น ฉันนี่นอกจากรวยแล้ว ก็ยังสวย เริ่ด เพอร์เฟค หุ่นดี เป็นักเปียโนชื่อดังอีก ใครก็เทียบฉันไม่ได้ แต่คุณแม่เธอก็ยังจะมาหาข้อบกพร่องในตัวฉันอยู่ได้"
"มโนเก่งเหลือเกินครับคุณเพนนี แต่ข้อดีเยอะขนาดนี้ท่านก็ไม่ยักจะเอาไปเป็ลูกสะใภ้ แถมถ้าได้คงปวดหัวแย่ไม่รู้แม่สามีกับลูกสะใภ้ใครร้ายกว่ากัน ฮ่าๆๆ"
"ไอ้เวรนี่ ไม่ตบไม่ตีไม่ดีขึ้นจริงๆ จะตีปากตัวเองหรือจะให้ฉันทำ มันเื่อะไรนักหนาถึงจี้ปมอยู่ได้ โอ๊ยเจ็บบบบบบ"
"โอ๊ะๆๆ อย่าฟาดงวงฟาดงาครับ เดี๋ยวคนรับใช้ได้ยินมันจะไม่นับถือเอา เดี๋ยวผมตีปากตัวเอง นี่แหน่ะๆๆๆๆ วันหลังอย่าว่าคุณเพนนีเข้าใจมั้ยไอ้พงษ์" พงษ์พูดไปพร้อมกับตีปากตัวเองเบาๆ
"ดี สมควรทำมาตั้งนานแล้วย่ะ กลับมาเื่แหวน ไอ้นี่ชอบพานอกเื่ นายไม่ได้ยินจริงๆหรอตอนฉันสวมแหวน ฉันได้ยินจริงๆนะไม่ได้หูฝาดด้วย แต่รีบพูดให้จบๆไปกลัวคุณบวรสงสัย"
"อือ แต่ผมก็ไม่ได้ยินนะ คุณเพนนีได้ยินว่าอะไร"
"มันก็เป็เสียงคล้ายๆคลื่นวิทยุที่ยังไม่ได้ชัดอะไรมาก เหมือนจะบอกว่า แหวนได้คืนสู่เ้าของตัวจริงเสียที"
"จากประสบการณ์ที่ผ่านมาอีกทั้งพวกเรายังเวียนว่ายตายเกิดได้เนี่ย ผมว่าเื่นี้มันไม่ใช่แค่เื่บังเอิญแน่ ผมว่ามันต้องมีอะไรเื้ัที่ลึกลับกว่านั้นแน่นอนเลย ที่คุณเพนนีได้ยินไม่ใช่แค่การหูฝาด แต่คงเป็คนพูดจริงๆ ว่าแต่ใครพูดอ่ะ แถวนั้นก็มีแค่ผม คุณเพนนี นายบวร ยัยแตง 4 คนเองนะ แล้วคุณได้ยินเสียงยังไงอ่ะ"
"ก็เป็เสียงผู้หญิงอ่ะ อายุเหมือนวัยกลางคนสัก 40 ปี"
"โอ้โห ตอนแรกผมก็คิดว่าเป็คุณพ่อคุณแม่คุณเพนนีซะอีกนะ แต่อายุน้อยจนไม่น่าเป็คุณพ่อคุณแม่ของคุณได้ ั้แ่ผมมาอยู่ที่นี่ผมไม่เคยเห็นท่านซะด้วยแม้แต่พวกรูปภาพ"
แน่นอนว่าพงษ์ไม่เคยพบเห็นหน้าพ่อหรือแม่ของเพนนี เพราะตอนที่หญิงสาวพาพงษ์เข้ามาในบ้าน ตอนนั้นพ่อแม่ของเธอก็เสียไปนานแล้ว
"แกจะเคยเห็นได้ยังไง ก็ขนาดฉันยังไม่เคยถ่ายรูปท่านไว้เลย ไม่งั้นถ้ามีรูปก็คงไม่ต้องกลายเป็มหาเศรษฐีสาวที่คุณพ่อคุณแม่ทิ้งสมบัติไว้อย่างเดียวคงจะมีญาติมาหาคลายเหงาแล้วล่ะ"
"เฮ้อ คุณเพนนีนี่ก็มีมุมอ่อนโยนที่น่าสงสารจริ้งจริงงงง"
"นี่ไอ้พงษ์ อันนี้ แกไม่ได้ปลอมใส่ฉันเนอะ"
"นี่คุณเพนนีดูสิครับ ดูความจริงใจของผม ผมสงสารคุณจริงๆเลย"
พงษ์มองเพนนีด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเห็นเ้านายสาวเป็แบบนี้
"ว่าแต่แกเถอะพงษ์ เกิดมาเคยเห็นคุณพ่อหรือคุณแม่ของตัวเองรึเปล่า"
"เอาจริงๆนะ ผมก็จำไม่ได้แล้วครับ เกิดมาก็เป็เด็กกำพร้าไปซะแล้วมั้ง แต่ใครมันจะจำได้ครับคุณเพนนี ไอ้ตอนมันมาเกิดใหม่มันดันมาเกิดตอนอายุ 26 เหมือนคุณเพนนีเนี่ยแหล่ะครับ"
เป็เพราะว่าพงษ์อายุน้อยกว่าเพนนี 1 ปี เธอจึงมองพงษ์เป็ทั้งน้องชาย เลขาส่วนตัว เบ๊ คนใช้ หรือแม้กระทั่งบางทีก็มองเป็พ่อ เพราะพงษ์ขี้บ่น
"อย่าว่าแต่แกเลย ฉันก็จำไม่ได้ พอจะนึกก็ปวดหัวทุกทีเหมือนมันผ่านมา 100 กว่าปีแล้วมันเลยลืม ขนาดเื่ที่ว่าฉันไปเจอแกยังไง เอาแกเข้าบ้านยังไง ก็จำไม่ได้เลย แกว่าเื่นี้ใครจะรู้มั่งมั้ย"
"เอ๋!! แล้วคุณเพนนีอยากจะรู้ไปทำไมหรอครับ"
"นี่ ก็เผื่อไอ้สื่งที่เราจำไม่ได้ตั้งนานมาแล้ว มันก็อาจจะไขกุญแจที่เรายังไม่รู้ได้นี่หน้า"
"เออออ ความคิดนี้เข้าท่านะครับ แล้วใครมันจะรู้เื่นี้ได้ล่ะครับ"
เพนนีหันมองพงษ์พร้อมกับยิ้ม "งั้นนี่แหล่ะจ่ะพงษ์ งานของนายนะ ไปหาทำมาให้ได้ ไปสืบเื่ที่พวกเราสงสัยกันวันนี้มาเลยนะ เราเหลือเวลาแค่ 3 เดือน แต่ฉันให้เวลาพงษ์ 2 เดือนแล้วกัน เผื่อเดือนสุดท้ายไว้ให้ฉันได้มีความรักกับคุณธนาหน่อย สักเดือนนึง"
"โอ้โห เวลากระชั้นชิดขนาดนี้ ผมจะหาทันมั้ยเนี่ยยยยย ข้อมูลั้แ่สมัยพระเ้าถังแล้วมั้ง"
"พูดเื่ราชวงศ์จีน งั้นนายก็ไปสืบมาด้วยที่มาของแหวนวงนี้ หรือยังไงดีอ่ะ ไม่ได้ไม่เป็ไร ค่อยไปสืบต่อชาติหน้าเวลาเยอะดี"
เพนนีทำท่ายักไหล่เหมือนจะไม่สนใจแต่ก็สนใจ
"คุณเพนนีครับ ผมเกรงว่า เราอาจจะไม่มีเวลาชาติหน้าแล้วน่ะสิ มันยังไงก็ไม่รู้ พอแหวนนี่ปรากฏ ใจคอผมก็เริ่มรู้สึกแปลกๆไป"
"แปลกๆไปยังไงไอ้พงษ์ นี่อย่าบอกนะ ว่าแกเริ่มชอบฉัน เออเข้าใจได้ ฉันทั้งรวยทั้งสวยขนาดนี้ ใครเข้าใกล้ไม่หวั่นไหวให้มันรู้ไป"
"เื่หลงตัวเองนี่ไม่มีใครเกินจริงจริง ผมไม่ได้รู้สึกแปลกๆแบบชอบคุณเพนนีนะครับ ที่รู้สึกแปลกๆนี่เพราะผมว่า การปรากฏของแหวนมันจะทำให้อนาคตไม่เหมือนเดิมแน่ๆ นี่ผมคิดเล่นๆนะ เผลอๆแหวนวงนี้นี่แหล่ะที่จะพาพวกเราไปเจอข้อมูลสำคัญได้ว่าทำไมผมและคุณเพนนีถึงเกิดตายเกิดตายเกิดตายอยู่แบบนี้ จนเราตายไปเลยไม่ต้องเกิดหรือบางทีเราอาจจะตายตามอายุขัยก็ได้นะครับ"
"เออถ้าแกว่าแบบนั้นในฐานะน้องชายฉันเชื่อแกก็ได้"
เมื่อพงษ์เริ่มพูดจามีเหตุผลน่าเชื่อถือ ใจของเพนนีจะนับพงษ์อยู่ในฐานะน้องชายทันที
"โอ้โห ได้เลื่อนขั้นเป็น้องชายอีกแล้วนะเนี่ย บุญของไอ้พงษ์อีกแล้ว จะทำให้สุดความสามารถเลยแล้วกันครับผม"
เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เพนนีให้เค้าได้เลื่อนขั้นเป็น้องชาย
"จ่ะ เอาไรก็เอาไป ทำไรก็ทำไปเถอะพ่อคุณ แต่เวลามีจำกัดนะอย่าลืม"
พงษ์น่ะเหมือนจะโดดเดี่ยวแต่จริงๆเื้ัเขาก็มีเพื่อนฝูง มีอิทธิพลไม่น้อย ไปสืบก็คงจะได้ข้อมูลอะไรที่น่าสนใจมาบ้าง
"ผมขอเอาแหวนนี้ไปตรวจสอบได้มั้ยครับ" พงษ์รอให้เพนนีมอบแหวนให้
"นี่ ไปแต่ตัว มืออย่าต้อง ของห้ามจับ มันเป็ของของฉันแล้ว ซื้อมาตั้งหลายล้าน ถ้าแกอยากรู้ก็ไปทำเลียนแบบเอา อี๋ มือแกน่ะสกปรกจะแย่ ไปเลย ไปๆๆๆๆๆ" เพนนีโบกมือไล่
"นั่นไง อารมณ์เหวี่ยงหวงของมาแล้ว ไล่ไอ้พงษ์เป็หมาซะแล้ว ลดขั้นผมจากน้องชายลงมาเฉยเลย งั้นผมรีบไปดีกว่าก่อนจะไปพูดอะไรไม่เข้าหู แล้วโดนหมอนใบนั้นฟาดเข้า"
พงษ์รีบชี้ไปที่หมอนใบใหญ่ข้างตัวเพนนี แล้วรีบปิดประตู เดินลงบันไดไป
เมื่อพงษ์ออกจากห้องไปแล้ว เพนนีจึงหยิบแหวนขึ้นมาดูอีกครั้ง
"แหวนวงนี้ก็สวยเหมือนกันนะ สวยไม่แพ้พวกแหวนเพชรเลย คนอื่นอาจจะมองไม่เห็นความงามของแกนะเ้าแหวน แต่ฉันเห็น แกเหมาะกับนิ้วนางของฉันที่สุด ใส่ข้างไหนดีละเนี่ย"
พูดยังไม่ทันจบเพนนีก็สวมแหวนลงไปนิ้วนางข้างซ้าย
"เฟยเฟย เ้าใส่แหวนข้างขวา มันดูงดงามกว่า"
เมื่อเพนนีพูดจบแล้วสวมแหวนในทันที จึงทำให้เธอได้ยินเสียงที่ดังขึ้นมา มันเป็เสียงของผู้หญิงที่ไม่ใช่คนเดียวกับเสียงผู้หญิงที่เธอได้ยินในห้องรับแขก เพราะนั่นคือเสียงผู้หญิงวัยกลางคน แต่นี่เป็เสียงผู้หญิงวัยรุ่นชัดๆ แล้วเสียงยังเหมือนกับเธอมากกว่าด้วย เพียงแต่เสียงของหญิงนางนั้นจะออกทุ้มนุ่มนวล เย็นสบายใจ แต่เสียงของเธอจะเหมาะกับบุคลิกแบบเธอที่ออกแหลมเหมาะกับสาวมั่นใจ เปรี้ยว แสบ แบบเธอ
"นั่นใครพูด ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ฉันเพนนี พนิตพร ไม่เคยกลัวใคร เธอเป็ใครกล้าดียังไงมาอยู่ในห้อง ออกมา จะเป็ผีหรือคนฉันก็ไม่กลัว นั่นยังไม่ยอมออกมา ฉันได้ยินนะที่เธอพูดว่า เฟยเฟย เ้าใส่แหวนข้างขวา มันดูงดงามกว่า เร็วๆนะ หูฉันไม่ได้ตึง ถ้าไม่ออกฉันจะแช่งจริงๆด้วย จะให้เวลานับั้แ่ 1 - 3 "
"หนึ่ง"
"สอง"
"สะ..."
เมื่อพูดเลขสามยังไม่ทันจบ ก็มีหญิงสาวปรากฏกายออกมา ที่ทำให้เพนนีใเพราะหญิงสาวที่โผล่ออกมานั้นมีหน้าตาคล้ายกับเธอราวกับฝาแฝด แถมท่าทางยังดูแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่าไม่แพ้เธออีกด้วย
"นี่เธอเป็ใครกัน"
เพนนีถามหญิงสาวฝั่งตรงข้ามที่ปรากฏตัวขึ้นมาด้วยความตะลึง