หลังจากเลิกเรียนอานนท์คิดว่าไปหาอะไรกินที่โรงอาหารเพราะความหิวจัด ระหว่างทางเห็นกลุ่มเจ้าหญิงเคเซียยืนคุยกันที่มี วิโซ ไซยา แมรี่และเกย์ที่เขาเจอในฮอราเซนสนามฝึกล่องหนอยู่แถวถนนตรงไปทางโรงอาหาร เด็กหนุ่มลังเลว่าควรเข้าไปทักทายดีไหมแต่ความคิดนั้นต้องล้มเลิกไป เมื่อมีมือเล็กปริศนาเข้ามาจับต้นแขนซ้ายเขาไว้อย่างแน่น สาวคนนั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเอล่า นางหาตัวอานนท์มาตลอดทั้งวัน จนสายตาสะดุดกับแผ่นหลังกว้างรูปร่างสูงสง่ายืนมองกลุ่มเจ้าหญิงเคเซียอยู่ เด็กสาวรีบเร่งฝีเท้าตัวเองไปยังอานนท์ เพราะความหึงหวงเด็กหนุ่มได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย รีบก้าวหนีให้พ้นไปจากนาง ซึ่งเอล่าวิ่งตามหลังเขาอย่างไม่ลดละ มันทำให้ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในบริเวณนี้ จนกระทั่งอานนท์หยุดวิ่งกะทันหันทำให้ร่างเล็กชนกับหลังใหญ่อย่างจังล้มลงไปนั่งกับพื้น เมื่อตรงหน้ามีผู้หญิงคนหนึ่งยืนยิ้มให้อยู่ หูของหล่อนกระดิกไปมาดูคุ้นเคย อานนท์ไล่มองเห็นว่านางแต่งกายเหมือนนักเรียนหญิงทั่วไป ไม่เหลือคราบผู้ติดตามในตอนเช้าที่เจอกัน“ ริต้า ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเริ่มมาวันนี้ ไม่งั้นคงชวนมาด้วยกันตั้งแต่เช้าแล้ว...” อานนท์รีบพูดรัว ก้าวไปด้านข้างเมดสาวเพื่ออยากให้เป็นเกราะกำบังจากเอล่า “ ว่าแต่ทำไมเจ้าไม่บอกข้าเลยล่ะ ? ” เมื่อเห็นเอล่ายืนทำหน้างุนงงอยู่ อานนท์เลยใช้โอกาสนี้ใช้งานริต้าให้คุ้มกับการที่น้าชายเขาจ้างนางมาเป็นผู้ติดตามไปด้วยซะเลย โดยพยายามส่งซิกมองไปทางเอล่ากะพริบตาข้างซ้ายส่งให้ริต้าระหว่างริต้าทำหน้างุนงงอยู่ แต่เมื่อสายตาของเจ้านายที่อยากสื่อเพื่อขอความช่วยเหลือ นางรีบพยักหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานพร้อม...“ ข้าขอโทษจริง ๆ ท่านคงโกรธข้ามากเลยสินะอานนท์... ” นางยื่นมือจับต้นแขนของคุณชาย ทำหน้าออดอ้อนเพื่อให้สมบทบาท ได้ยินเสียงในความคิดที่ส่งมาจากอานนท์ไปด้วย“ นี่พวกเจ้าสองคนเป็นอะไรกัน !! ทำไมถึงพูดดูสนิทสนมกันขนาดนี้ !!! ”เอล่าพูดจงใจหันไปตะคอกใส่ริต้า ใบหน้านางเริ่มแดงขึ้นเพราะความโกรธและหึงหวง รีบดึงแขนของริต้าให้พ้นห่างจากอานนท์ แต่พยายามกระชากแขนของผู้หญิงคนนี้มากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งทำให้หนักลงไปเท่านั้น เด็กสาวไม่เข้าใจเลยพยายามเพิ่มแรงดึงขึ้นไปอีกสองเท่าแต่น้ำหนักก็ยังคงเดิม เอล่าเลยปล่อยมือจากแขนริต้า หันมาดึงแขนอานนท์แทน ซึ่งเด็กหนุ่มรู้ทันรีบยกขึ้นสูงทำให้เอล่าเอื้อมไม่ถึง ยิ่งเพิ่มความโมโหให้กับนางเข้าไปอีก“ เอล่า เจ้าควรเลิกทำตัวน่าสมเพชแบบนี้ได้แล้วนะ ” อานนท์หมดความอดทนกับกิริยาท่าทางไม่เป็นกุลสตรีของผู้หญิงตรงหน้าเต็มที่ พร้อมจับมือริต้าท่ามกลางผู้คนในบริเวณนี้รวมไปถึงกลุ่มเจ้าหญิงเคเซียกำลังหันมาสนใจพวกเขาอยู่ อานนท์ตัดสินใจจูงมือริต้าก้าวเดินผ่านเอล่าไปอย่างไม่แยแส ทำให้คนเบื้องหลังยืนกำหมัดแน่นเพราะความโกรธที่สุดที่เคยโดนปฏิเสธจากอานนท์มานับครั้งไม่ถ้วน !!..........................................................แสงอ่อน ๆ ในยามบ่ายส่องผ่านใบไม้สีขาวจากต้นด้านข้ามกระทบแก้มเนียมแดงระเรื่อของเด็กหนุ่มอานนท์ กำลังเอียงคอไปตามทิศทางดวงอาทิตย์ด้วยใบหน้าผ่อนคลายภายในโรงอาหารที่มีผู้คนมากมายเข้าออกเป็นว่าเล่น บ้างก็นั่งจับกลุ่มคุยกัน บ้างก็นั่งรับประทานอาหารไปตามระเบียบ โต๊ะของพวกเขาเลือกนั่งใกล้กับระเบียงยื่นออกมามีต้นไม้มากมายรายล้อมเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนต่างต้องการจับจองมัน แต่แปลกตอนมาไม่เห็นมีใครเข้าไปนั่งเลยซักคน“ เออว่าแต่ริต้า ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมบอกเรื่องที่จะเข้ามาเริ่มเรียนในวันนี้กับข้าเลยล่ะ ? ”อานนท์เริ่มเปิดบทสนทนา มือถือแก้วใสบรรจุน้ำชาจิบไปพลาง ๆ ซึ่งเป็นท่าทางสุขุมน่าหลงใหลอย่างมากอันคล้ายคลึงกับคุณเดลล์ที่ริต้าเคยไปพบท่านในห้องทำงานของวันแรก นางเผลอมองอานนท์ด้วยความเคลิ้มกับใบหน้าหล่อเหลาอย่างกับเทพบุตรมาปรากฏ แต่หากเจ้าตัวกับไม่รู้เรื่อง เอาแต่เอียงคอมอง เรียกเมดสาวให้หลุดภวังค์“ เอ่อ.. ดิฉันตั้งใจว่าจะบอกตั้งแต่มาส่งคุณชายไปเรียนแล้วละเจ้าค่ะ แต่... ” ริต้าตอบและทำท่าทางอ้ำอึ้ง“ แต่… ? ” อานนท์ยกคิ้วสูง หยุดแก้วจิบชา ทำหน้าสงสัยกับการหยุดคำไปของเมดสาว“ แต่... ดิฉันไม่กล้าบอกท่านต่อหน้าที่คุณพ่อบ้านนิกซ์ยังรอส่งคุณชายอยู่น่ะเจ้าค่ะ ”ริต้าตัดสินใจบอกความจริงไป เพราะนางยอมรับว่าก่อนหน้าจะมาทำงานวันแรก พ่อบ้านนิกซ์เป็นคนขอให้นางอย่าพึ่งบอกเรื่องที่จะเข้ามาเรียนและเป็นผู้ติดตามของคุณชายไปก่อน จากท่านแคทเธอรินได้บอกไว้เมื่อรู้ว่าหลานชายต้องมีผู้รับใช้ส่วนตัวจากท่านพี่ หล่อนเลยกำชับเรื่องนี้กับพ่อบ้านนิกซ์ให้รู้นิสัยของอานนท์อีกทีหนึ่ง และเพื่อความปลอดภัยมันก็ควรที่จะทำเป็นสิ่งแรก“ ทำไมล่ะ เพราะอะไรเหรอ ? ” อานนท์ถามต่อ“ เพราะเป็นบททดสอบอีกด่านหนึ่งที่ต้องทำให้คุณชายไว้ใจและเปิดใจรับดิฉันก่อนเจ้าค่ะ ” ริต้าตอบอย่างมั่นใจและหยุดเว้นวรรค “ ส่วนเรื่องที่ดิฉันไม่กล้าบอกคุณชายต่อหน้าพ่อบ้านนิกซ์ก็เพราะเขาขอไว้ และเพื่อที่ไม่ให้คุณชายต้องมาปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้ ดิฉันเลยตัดสินใจว่าตอนแรกจะไม่บอกเจ้าค่ะ ” นางยิ้มเมื่อพูดจบและหันมาสนใจกับอาหารตรงหน้าต่ออานนท์ขมวดคิ้วมอง ในหัวเริ่มคิดถึงเรื่องนี้จริง ๆ เข้าแล้ว ทำไมทุกคนถึงเป็นห่วงและเอาใจใส่เขามากขนาดนี้ด้วย แต่ยกเว้นพวกเล่นมนต์ดำหวังจ้องจะทำร้ายเด็กหนุ่มเมื่อมีโอกาส!หลังจากพวกเขาหยุดการสนทนา กลับมาสนใจกับอาหารของตัวเองต่อ จนเวลาล่วงเลยไปซักพักใหญ่ เสียงผู้คนในโรงอาหารเริ่มซ่าลง อานนท์มองริต้าเป็นระยะด้วยความสงสัยในบางเรื่อง แต่ไม่อย่าขัดความตั้งใจในการกินของหล่อน เขาสะบัดหน้าหนีไล่ความคิดที่จะถามสิ่งนั้นออกไปจนหมด กระทั่งมีเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งเดินตรงมายังโต๊ะเขาโดยเฉพาะ เด็กหนุ่มหันไปพบกับกลุ่มนักเรียนชายรุ่นเดียวกันมีอยู่ทั้งหมดสามคน คนแรกเป็นชายร่างสูงใหญ่ที่มีเรือนผมสีดำปล่อยยาวถึงบ่า อยู่ด้านหน้าคนที่สองที่ยืนด้านขวาเป็นชายร่างเตี้ยมีผมสีเทาหวีรองวินเทจ ส่วนคนด้านซ้ายมีผมสีฟ้าเข้มเปิดข้างรอง กำลังยืนบังใครบางคนที่อยู่ด้านหลัง อานนท์เอียงคอนิดหนึ่ง เห็นปอยผมสีเหลืองของผู้หญิงนามว่าเอล่า เขาได้แต่ถอนหายใจ เดาสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป“ เจ้ามีธุระอะไรกับพวกข้าหรือเปล่า ถึงได้...? ” อานนท์ลดสายตาต่ำและตวัดขึ้นเล็กน้อย มองไปยังเด็กสาวด้านหลังชายเบื้องหน้า ลุกขึ้นพร้อมกับริต้า“ ใครจะกล้ามีเรื่องกับเจ้าได้ล่ะ! หลานชายคนเดียวของท่านผอ.ผู้ยิ่งใหญ่ ! ”คีโจกระตุกยิ้ม ชักสีหน้าอยากหาเรื่องเต็มประดา โดยมีแบล็กกราวด์อยู่ด้านหลังเพื่อส่งเสริมความมั่นใจให้กับตนเองอีกขั้น“ งั้นเหรอ ถ้าเจ้ามาด้วยธุระแค่นี้ พวกข้าขอตัวล่ะกัน ” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่อยากมีเรื่อง คิดจูงมือริต้าเดินออกจากตรงนี้ แต่สาวเมดไม่คิดเช่นนั้น นางดึงมือกลับ เดินเข้าไปอยู่ด้านหน้าคุณชาย“ ถ้าคิดอยากจะมีเรื่องกับคุณชาย ขอให้ผ่านศพข้าไปก่อนเถอะ คีโจ เบเทอซ่า ถ้าคิดว่าตัวเองมีฝีมือถึงเพียงนั้น ” ริต้ากระตุกยิ้ม เป็นเชิงว่าเจ้านายข้า ใครอย่าแตะ!ตอนนี้อานนท์รู้ว่าถึงจะห้ามเท่าไหร่ ริต้าก็ไม่ยอมง่าย ๆ เขาเลยปล่อยความคิดนั้นไป กลับมายืนกอดอก ดูเหตุการณ์เบื้องหน้าแทนอย่างใจเย็น“ จะบอกอะไรให้นะ ข้าไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะต้องลดตัวต่ำ ๆ มาคุยกับสาวใช้อย่างเจ้าหรอก ไอเผ่าพันธุ์มาเรียซินอันโสโครก เอาะ... แล้วข้าก็คิดไม่ถึงว่าตะกูลก๊อตเธอคิง ผู้มีเชื้อสายเลือดของนักเวทสายบริสุทธิ์และต้องคำสาป !! ที่เขาเลื่องลือกันจะคัดสรรสาวใช้ที่ไร้มารยาทและหยาบคายมาปรนนิบัติเช่นนี้ ต่ำจริง ๆ !!” สายตาเหยียดหยามส่งตรงผู้เป็นนายของมันอย่างเปิดเผย ทำให้อานนท์ถึงกับใจเย็นลงไม่ได้ เด็กหนุ่มสั่งให้ริต้าเดินไปด้านหลัง เพื่อที่เขาจะตอบโต้กลับได้อย่างสะดวก“ ระวังปากของเจ้าไว้ก็ดีนะ ถือว่าข้าเตือนแล้ว เพราะสิ่งที่เจ้าพูดมามันส่งผลกระทบถึงตระกูลของข้าด้วย นั่นก็หมายถึงเจ้ากำลังปักปำในสิ่งที่มันไม่เป็นความจริงและทำให้ชื่อเสียงของตระกูลก๊อตเธอคิงเสียหายไปด้วยคำพูดพล่อย ๆ ของเด็กน้อยที่กำลังแสดงว่ามันไม่มีสมอง แต่ใช้ไว้คาดหูเท่านั้น! ”อานนท์ยืนกอดอกตอบโต้ราวกับว่าผู้ใหญ่กำลังพูดสั่งสอนเด็กที่ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ซึ่งมันกับเขาอายุก็เท่าๆ กัน และจากที่ได้ยินมาบ้างแล้วเกี่ยวกับตระกูลเบเทอซ่า ผู้เป็นปรปักษ์ต่อฮารัสที่ว่านิสัยไม่รู้จักโตและชอบเหยียบย่ำผู้คนให้ต้อยต่ำโดยคำพูดแล้วด้วย มันช่วยเสริมให้อานนท์มีข้อมูลของชายตรงหน้ามากขึ้น ซึ่งมันก็ได้ผล ทำให้อีกฝ่ายกำหมัดแน่นระงับความโกรธที่คิดจะด่ากลับ ทำให้นึกขึ้นได้ว่าในฐานะระดับของตระกูลตัวเองยังห่างชั้นกับผู้อยู่เบื้องหน้ามากนัก ถ้าเกิดมีเรื่องกันจริง ๆ อาจจะส่งผลไม่ดีต่อตระกูลก็เป็นได้ โดยความไม่คิดหน้าคิดหลัง เอาแต่อารมณ์ตนเป็นที่ตั้งนั่นแสดงให้อานนท์เห็นว่าอีกฝ่ายก็ยังรู้จักว่าใครควรเล่นได้หรือไม่ควรเล่น เด็กหนุ่มเห็นดังนั้นเลยรีบพาตัวเองกับผู้ติดตามเดินออกให้พ้นจากพวกคีโจ เพราะกลัวที่ว่าเอล่าสาวโรคจิตผู้กลับเงียบจนผิดนิสัยจะขัดขวางพวกเขาเป็นครั้งที่สอง“ ไหนบอกจะเอาอานนท์คืนให้ข้าไงล่ะคีโจ แล้วไหนเป็นงี้ได้ฮะ!! ยอมง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง !! ” เอล่าถึงกับดึงมือเพื่อนชายอย่างอารมณ์เสีย นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองอานนท์ด้วยซ้ำระหว่างตอนนั้นโดนคีโจต่อว่าตระกูลของคนที่หล่อนรัก แต่เมื่อเห็นคีโจไม่ตอบอะไรและพวกเพื่อนที่มันเอามาช่วยเสริม ทำให้เข้าใจได้ว่ามันขี้คร้านเสียจริง ไม่สมกับที่พูดโอ้อวดก่อนหน้านี้
+++++++++++++++++++++
ตกเย็นมา อานนท์แยกกับริต้าเพื่อให้อีกฝ่ายได้จัดแจงของใช้ส่วนตัวเข้าห้องพักใหม่ เขาขอตัวไปหาเพื่อนสาวตามที่รับปากไว้ เลี้ยงฉลองส่งท้ายอมราในร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่ตั้งจากตรอกด้านหน้าสุดตรงข้ามป้ายที่นั่งรอเกรนไน้ เด็กหนุ่มก้มมองนาฬิกาเป็นครั้งที่ห้า ท่าทางรีบร้อนแสดงชัดว่าเขานั่งรอเพื่อนสาวมาหลายชั่วโมงแล้ว จนคิดได้ว่าคงมาเร็วก่อนเวลาที่นัดไว้หรือเปล่า บริเวณโดยรอบมีผู้คนบางตามากนัก ผิดจากร้านอื่นต่างเดินเข้าออกกันเป็นว่าเล่น อานนท์ไม่สงสัยอะไรเพราะจากที่ดูอมราได้เลือกร้านเพื่อนัดเจอเขา คงเป็นเหตุผลอื่นไม่ได้นอกจากอยากมีความเป็นส่วนตัวก็เท่านั้น“ นั่นไงแก ผู้ชายคนนั้นไงที่ข้าบอก!! ” เสียงซุบซิบดังขึ้นมาทางโต๊ะด้านหลังของอานนท์ เด็กหนุ่มรีบมองด้านขวามือ กวาดตาหาบุคคลที่ถูกพวกผู้หญิงด้านหลังกล่าวขึ้น เขาคิดว่าคงไม่ใช่ตัวเองแน่ เพราะภายในร้านมีผู้ชายอีกตั้งสองสามคนนั่งกันอยู่ เด็กหนุ่มหยิบแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น เพราะอีกไม่ถึงชั่วโมง ร้านก็ใกล้เวลาปิดแล้ว ถ้าเพื่อนสาวเขายังไม่มา คงไม่มีเหตุผลที่ต้องรออีก“ ใช่เหรอแก ?! ”“ ใช่สิ ข้าอุตสาห์พาแกตามเขามาถึงที่นี่เลยนะ จะไม่ใช่ได้ไง ! ”“ เออ ๆ ใช่ก็ใช่ แต่ว่าจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ ? ”“ เข้าไปถามเขาเลยก็จบ ! จะได้รู้ซะที ”“ ตกลง ! ” เสียงถอยเก้าอี้ทั้งสองดังขึ้น พร้อมฝีเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะอานนท์โดยไม่ต้องสงสัย เด็กหนุ่มตัดสินใจเงยหันหน้ามอง พร้อมเอ่ย“ มีอะไรหรือเปล่า ? ” เด็กสาวผมสั้นสีขาวยิ้มตอบ หันมองเพื่อนอีกคนยืนม้วนอยู่ด้านข้าง“ คือ พวกข้ามาจากกลุ่มนีอารวมพลังน่ะ... เอ่อ.. ข้าอยากจะถามอะไรหน่อยได้หรือไม่ ? ” อานนท์ขมวดคิ้วมอง เมื่อได้ยินชื่อกลุ่มถึงกับนึกออก ‘ กลุ่มนีอา... พวกคนชื่นชอบและติดตามทุกความเคลื่อนไหวของชาวเน็ตไอดอลในโรงเรียนน่ะเหรอ ’ เด็กหนุ่มอยู่ในภวังค์ จนผู้หญิงทั้งสองต้องเรียกขึ้น“ อานนท์เจ้าคะ !? ” ยังไม่ทันที่เด็กสาวได้พูดต่อกรุ๊งกริ๊ง ๆ!!เสียงกระดิ่งที่ห้อยลงเหนือประตูไม้สักลายหงส์จากทางเข้าดังขึ้น บ่งบอกว่ามีแขกกำลังเข้ามาในร้าน อานนท์หันมองต้นเสียงนั้น ถึงกับมุดหน้าหนีแทบไม่ทัน ในเมื่อพบกับกลุ่มรุ่นพี่ดาวินมาครบทีม“ อุ้ย...น้องอานนท์ มานั่งรอเพื่อนเหรอจ้ะ !? ” เสียงใสของรุ่นพี่ซ่าร่าทักรุ่นน้องคนโปรดทันที“ แหะ ” อานนท์ยิ้มแห้ง “ แต่ว่า..รุ่นพี่รู้ได้ยังไงครับ ” ก่อนคิดถามต่อ ผายมือเชิญนั่งเป็นมารยาท แต่ยังไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก ปรากฏเสียงระเบิดดัง ตูม! ตรงบริเวณหน้าร้านดังก่อน เด็กหนุ่มเห็นกลุ่มควันลอยอยู่เต็มจุดที่ระเบิดอย่างตกใจ ‘ วันนี้มันเป็นวันอะไรเนี่ย มีแต่เรื่องทั้งนั้น!!! ’“ ไอวิน แกออกไปดูซิ!! ว่าข้างนอกมันเกิดอะไรขึ้น ” เสียงซ่าร่าหันถามเพื่อนชายทันควัน ชายร่างท้วมรีบออกไปดูหน้าร้าน มีพวกเพื่อนเขาตามออกไปติด ๆ บริเวณนี้เกิดผู้คนแตกตื่น วิ่งหนีกันกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทางจากจุดระเบิดเบื้องหน้าพบมีชายวัยกลางคนแลแต่งกายดูมีฐานะ ผ้าไหมทั้งตัวสีฟ้าอ้วนท้วมกำลังยืนถือกระบอกปืนลำใหญ่อย่างกับเบาราวใบไม้ จ่อหัวกระบอกใส่ชายเหมือนนักบวชโพกผ้าขาวมีท่าทางนิ่งสงบดูไม่เกรงกลัวแต่อย่างใดกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แค่เพียงลั่นปลายนิ้วลงตรงไกปืนยิงอานนท์มองดูเหตุการณ์อย่างระทึกใจ คิดสงสัยว่าชายคนนั้นถึงนิ่งได้อยู่อีก เพราะในเมื่อความตายกำลังมาเยือนถ้าหากยังไม่หลบกระบอกปืนตรงหน้า“ ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย คาคัส!! ลูกของข้าอยู่ที่ไหน เจ้าเอาลูกของข้าไว้ที่ไหนกันแน่!! ” ชายถือปืนกำด้ามจับไว้แน่น ระงับความเกรี้ยวโกรธ“ ขะ...ข้าบอกท่านไม่ได้ ท่านโฮเรซ ” คาคัสรีบตอบทันควัน อันกลัวจับใจไม่กล้าเอ่ยต่อ “ ถ้ายังนั้น เจ้าก็เตรียมตัวลงไปพบยมบาลได้เลยคาคัส!! ” ปลายนิ้วกดลงไกปืนอย่างไม่ลังเลอีก แต่หากช้าไปสำหรับดาวิน ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ชายหนุ่มต้องยื่นมือขัดขวาง ถ้าเกิดเป็นเรื่องใหญ่เข้า สิ่งที่ตามมาคือพวกเขาต้องเดือดร้อน ก็เพราะ...ลูกกระสูนใหญ่พุ่งออกจากกระบอกปืนอย่างสโลโมชั่น ปรากฏกระบวยเหล็กดีดชนเข้ากับลูกกระสูนจนกระเด็นออกไปอีกทางดังเป๋ง! และตกลง“ ใครกัน!! กล้ามาขัดขวางข้า!!? ” โฮเรซรีบกวาดตาหาบุคคลนั้น เพื่อหวังกล่าวโทษ จนมาสะดุดกับชายหนุ่มผมขาว ในมือปรากฏกระบวยเหล็กกลับคืนมาด้วยท่าทางเย็นชา สายตามองที่ปล่อยออกมาช่างรู้สึกเย็นยะเยือกจับใจ“ หยุดก่อนท่าน ! ” ดาวินเอ่ย ก้มหัวเล็กน้อยเป็นการแสดงความนอบน้อมต่อผู้ใหญ่“ เจ้าเองรึพ่อหนุ่ม เพราะเหตุใดถึงกล้ามาขัดขวางข้า!! ” โฮเรซเปลี่ยนหัวกระบอกปืนจ่อดาวินแทนด้วยสายตาแข็งกร้าวและสงสัย“ เรื่องนี้ข้าขออธิบายแทนท่านคาคัสละกันขอรับ ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงเรียบ มองอานนท์ยืนทำหน้างุนงงอยู่ด้านข้างเขาครู่หนึ่ง และเอ่ยต่อ“ เพราะพวกข้าก็มีส่วนในเรื่องการหายตัวไปของลูกท่านเช่นกัน ท่านโฮเรซ ”“ พวกเจ้าเองหรา !! ” โฮเรซกำด้ามปืนจนมือสั่นด้วยความโกรธจัด ปากเริ่มร่ายคาถาไม่ได้ศัพท์ หูไม่รับฟังอะไรจากใครอีก ลูกสาวคนเดียวของเขานั้นเป็นทุกอย่างในชีวิต ใครริอาจมาลักพาดวงใจเขาแล้ว ผู้นั้นต้องตายสถานเดียวปัง !! เสียงปืนดังสนั่น ตรงปลายกระบอกเกิดควันขาวลอยจากแรงประทุของลูกกระสุนดาวินเดาเหตุการณ์ก่อนหน้าไว้แล้ว เขาร่ายเกราะกำบังไว้ทันที เมื่อลูกกระสุนพุ่งประชิดตรงหน้ารวดเร็วปานแสง ถ้าเป็นสายตาคนธรรมดาคงไม่สามารถจับภาพได้ทันเป็นแน่ลูกกระสุนหัวแหลมต้านม่านเกราะบางขาวลายตะข่ายของดาวินจนสุดแรง แลดูเหมือนผ่านมันไปได้ในไม่ช้า อานนท์ยืนมองอย่างตื่นตาพร้อมยืนกำบังสองสาวไว้อย่างลืมตัว“ หยุดมือก่อนเถิดท่านโฮเรซ ข้าจะยอมบอกเรื่องทั้งหมดกับท่านแล้วก็ได้ ! ” นักบวชคาคัสเริ่มรับแรงกดดันนี้ไม่ไหว ใจลึก ๆ รู้สึกเกรงกลัวพลังและอำนาจคนเบื้องหน้าต่อไปไม่ได้อีก ดาวินหันขวับมองคาคัส ส่วนมือยังคงตึงม่านเกราะไว้อยู่“ ท่านคาคัส อย่าขอรับ !! ” ชายหนุ่มส่ายหน้าช้า ๆ อัดพลังต้านไว้เพิ่มขึ้น แต่หากทุกคนเห็นดาวินผู้นี้ยังไม่มีเม็ดเหงื่อแม้แต่หยดเดียวบนใบหน้า แสดงชัดว่าทั้งหมดนั้นไม่สามารถกินพลังงานในตัวเขาได้เลยสักนิดปัง !! เสียงกระสุนหลายลูกพุ่งตามมาอย่างต่อเนื่อง เกิดปะทะม่านเกราะซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ เพิ่มขึ้นสองเท่าของม่านเดิม ดาวินเห็นว่าถ้าไม่หยุดเดี๋ยวนี้ ได้ทำความเสียหายของสิ่งรอบข้างเป็นแน่ และในขณะเดียวกันพวกซ่าร่าได้สร้างม่านป้องกันครอบคลุมบริเวณผู้คนโดยรอบไว้หมดแล้ว“ จงฟังข้าก่อนว่าลูกสาวของท่าน ปลอดภัยดี และไม่ได้เป็นอะไรเลยอย่างที่ท่านคิด !! ” ดาวินตะโกนบอกโฮเรซให้รับฟัง แต่ดูยังไม่ได้ผล ชายวัยกลางคนยังสนใจกับการร่ายคาถาทำลายม่านเกราะของดาวินอยู่ จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังคล้ายระฆังช่วยชีวิตของทุกคนปรากฏขึ้น
“ ท่านพ่อ หยุดเถิด!! ” เสียงใสก้องกังวานสะกดทุกคนให้หันไปมอง อานนท์เบิกตากว้าง เมื่อเห็นเด็กสาวสวมชุดเดรสขาวหมดจดลายดอกไม้สีแดง ปลายกระโปรงสยายโต้สายลมตรงทางลงป้ายรอเกรนไน้ กำลังเดินเข้ามายังผู้เป็นพ่อของนางอย่างใจเย็นผิดวิสัย กระทั่งช่วงเวลานั้นทุกอย่างกลับหยุดนิ่งเมื่อเสียงร่ายคาถาของโฮเรซได้หยุดลง เมื่อรับรู้ว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาปรากฏตัว
“ แคนติล่า ลูกพ่อ !! ” ผู้เป็นพ่อรีบวิ่งเข้าสวมกอดอย่างดีใจที่สุด การกลับมาของลูกสาวมันช่างเป็นอะไรที่วิเศษกว่าสิ่งใดในมิตินี้ เช่นเดียวกันกับเด็กสาวผู้เป็นทุกอย่างของผู้เป็นพ่อ
“ แคนติล่า... อมรา ? ” อานนท์เปรยออกมาอย่างสับสน สลับกับมองหน้าเจ้าของชื่อนั้นไปมาจนรุ่นพี่สาวบอกเฉลยคลายความคล่องใจ
“ มันเป็นอีกชื่อหนึ่งของเพื่อนเจ้าแหละจ้ะน้องอานนท์ ” ซ่าร่าเอ่ยบอก ยื่นมือหยิกแก้มรุ่นน้องเบา ๆ เพื่อแก้ความมันเขี้ยวจากอานนท์ไม่หาย พร้อมลดม่านป้องกันลง
‘ ถึงว่า... ทำไมตอนนั้นรุ่นพี่ดาวินหันมามองเราแปลก ๆ !! ’ อานนท์คลายความสงสัยไปจนหมด เพราะลูกของโฮเรซกำลังตามหากันนักหนา นั่นก็คือเพื่อนสาวที่นัดเขาออกมาเจอในเย็นนี้นั่นเองสินะ
อมราหรืออีกชื่อหนึ่งว่า แคนติล่า โบกมือทักทายให้กับอานนท์ และหันมาสนใจกับผู้เป็นพ่อของนางต่อ
“ ท่านพ่อ ลูกไม่ได้ไปไกลอย่างที่ท่านคิด ลูกแค่แวะเข้าไปช่วยท่านบาทหลวงบรรเลงเพลงคลาริสมีเลียให้กับเด็กๆ ฟังเท่านั้นเอง ” อมราจับมือพ่อของนางอย่างอ่อนโยนและอธิบายต่อ “ ลูกไม่ทราบว่าท่านได้ยินมาจากใคร! แต่ความจริงนั้นแล้วลูกไม่มีทางคิดจะไปไกลจากท่านเลย” โฮเรซเย็นลงไปมากเมื่อเห็นใบหน้าลูกสาวตน เขาเป็นแบบนี้เสมอเมื่อรับรู้ว่าอมราได้ออกไปที่อื่น นอกจากโรงเรียนก็ตามทีอย่างแก้ไม่หาย ชนิดที่ว่าห่วงลูกสาวขึ้นตา
“ เอาเป็นว่าลูกผิดเองเจ้าค่ะที่ไม่เข้าไปบอกท่านพ่อโดยตรง ” อมราหันไปมองทุกคน เฉพาะอานนท์และอมยิ้ม “ และลูกก็เชื่อว่าท่านพ่อจะให้อภัยลูกในเรื่องนี้ ” โฮเรซเห็นดังนั้น เอาแต่เข้าสวมกอดลูกเป็นการยกโทษให้เหมือนที่เคยทำมา
เมื่อดาวินเห็นทุกอย่างเริ่มสงบลง ชายหนุ่มปลีกตัวออกมายืนข้างซ่าร่า ชำเลืองมองรุ่นน้องอานนท์ครู่หนึ่ง และเอ่ยอธิบายต่อทั้งหมด
“ ข้าต้องขอโทษในเรื่องที่ไม่ได้บอกความจริงกับท่านไปทั้งหมด ” ดาวินก้มหัว “ ด้วยเหตุที่ว่าพวกข้าได้ขอแรงจากรุ่นน้องอมราให้มาช่วยบรรเลงเพลงคลาริสแทนคนก่อนที่ลาออกไปอย่างกะทันหัน ทำให้นางกลับถึงบ้านช้าไปจนท่านเป็นห่วง และทำให้ท่านเข้าใจผิดในตัวของท่านคาคัสด้วยครับ ”
“ ไม่ใช่ความผิดของรุ่นพี่เลยเจ้าค่ะ เป็นเพราะข้าเองที่ทำให้พวกท่านต้องเดือดร้อนถึงเพียงนี้ ” อมราส่ายหน้าให้ดาวินว่าไม่ใช่ความผิดของรุ่นพี่
“ เอาเถอะ ข้าเห็นว่าลูกสาวของข้าปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว ถือว่าข้าไม่ติดใจอะไรละกัน และข้าต้องขอโทษด้วยที่ทำกิริยาไม่ดีต่อท่าน ท่านคาคัส ”
เสียงซุบซิบดังจากผู้คนขึ้น เมื่อเห็นว่าเรื่องแค่นี้กลับทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตถึงจะฆ่าจะแกงกัน แต่พอรู้ถึงฐานะของตระกูลซาฝารัส ก็ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมถึงแสดงอำนาจบาตรใหญ่เพียงนี้ ด้วยความเป็นพ่อค้าขายอัญมณีให้กับหลายมิติและด้วยรายได้คืนกลับมาอย่างมหาศาล ทำให้มีเงินทองมากมายถึงติดลำดับความรวยต้น ๆ ของมิติเฟรด้าล่า
หลังจากทุกอย่างคลี่คลายลง พวกดาวินขอตัวเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองส่งท้ายรุ่นน้องแทนอานนท์ เมื่อรู้ว่าคงไม่ได้เรียนต่อที่แอนทิลอีกต่อไป ซึ่งเป็นการดีมากที่เด็กหนุ่มไม่ต้องควักซิกออกเองเสียด้วย และส่วนพ่อของอมรา รายนั้นขอตัวเดินดูของไปพลาง ๆ รอลูกสาวกลับบ้านพร้อมกัน
“ ได้เวลากลับบ้านแล้วแคนติล่า ” เสียงเรียกลูกสาวจากโฮเรซดังขึ้น เมื่อหลังปล่อยให้พบพูดคุยกับเพื่อนชายและเหล่ารุ่นพี่ของนางสักพักใหญ่
“ ไปเถอะอมรา พ่อเจ้าคงรอนานแย่แล้ว ” อานนท์เห็นพ่อเพื่อนสาวยืนกอดอกมองยังเขาเป็นระยะตรงหน้าร้านจนรู้สึกกดดัน
“ แต่...” ใจจริงอมรายังไม่อยากกลับเลย เพราะการพบเจอกับอานนท์ในครั้งนี้มันช่างเป็นอะไรที่รวดเร็วเกินไปหน่อย ทั้งยังไม่ได้ถามสารทุกข์สุขดิบกันมากนัก แต่ไม่กล้าพูดคุยอะไรกันมากมายเมื่อว่ามีพวกรุ่นพี่ดาวินอยู่ด้วย ความอยากอยู่เป็นส่วนตัวของนางได้พังทลายลงไปหมดสิ้น แต่วันหน้ายังคงมีถ้าหากอานนท์ยังไม่ลืมนางไปซะก่อน
“ งั้นก็ได้ ขอบคุณนะที่มาและก็ขอโทษด้วยที่ทำให้อานนท์ต้องมานั่งรอเรานานขนาดนี้ ” อมรายื่นมือจับมืออานนท์โดยไม่ปิดความรู้สึกภายในใจ ถึงด้านหน้ายังคงเห็นท่านพ่อของนางยืนมองดูอยู่ก็ตามที เด็กหนุ่มยิ้มแห้งและรีบชักมือออกอย่างช้า ๆ เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกไม่ดี
“ ไม่เป็นไรหรอกอมรา ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันนิ่ ”อานนท์รู้ดีว่าเพื่อนสาวคนนี้รู้สึกยังไงกับเขา แต่ความจริงคือเด็กหนุ่มเห็นว่านางเป็นแค่เพื่อนสาวเพียงเท่านั้น
+++++++++++++++++++++