พอกลับถึงบ้าน สืออวี่ก็ตรงเข้าครัว จัดมื้อเย็นชุดใหญ่ให้เ้าสิบเอ็ดทันที
ตกดึก... หลังจากเ้าสิบเอ็ดกินไผ่เหล็กจนเกลี้ยงจาน สืออวี่ก็กินแคปซูลจิตกระจ่างเข้าไปสองเม็ด แล้วกวักมือเรียกเ้าสิบเอ็ดเข้ามา เตรียมสอนสกิลให้มันอีกรอบ
“สิบเอ็ด มานี่หน่อย”
หลังจากกินจนอิ่มหนําสําราญ เ้าสิบเอ็ดก็กำลังเตรียมฉลองชัยชนะของวันนี้... ด้วยการเพิ่มตารางฝึกเป็สองเท่าในคืนนี้!
ในเมื่อมีอาหารดีๆ กินและมีที่นอนอุ่นๆ แล้ว หน้าที่ของมันก็มีแค่อย่างเดียว คือฝึก ฝึก แล้วก็ฝึก!
ยิ่งเก่งเท่าไหร่ ก็ยิ่งชนะได้ง่ายเท่านั้น
ชีวิตแบบนี้... สำหรับเ้าสิบเอ็ดแล้ว นี่คือชีวิตในอุดมคติชัดๆ
จะมีข้อเสียอยู่อย่างเดียวคือ... ทุกครั้งที่สืออวี่เรียกใช้สารานุกรมสกิล มันมักจะรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ชอบกล
—
[สกิล]: ตาเหยี่ยว
[คุณภาพ]: ระดับกลาง
[คำอธิบาย]: สกิลสายจิต ใช้พลังจิตเร่งประสิทธิภาพการมองเห็นให้ถึงขีดสุด
[สถานะ]: พร้อมสอน
—
สืออวี่เริ่มสอนสกิลตาเหยี่ยวให้เ้าสิบเอ็ด ท่ามกลางสายตาที่ยังงุนงงของมัน
เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น หัวใจของเ้าสิบเอ็ดก็กระตุกวูบ
ความรู้สึกนี้มัน… มาอีกแล้ว!?
มันอยากจะะโบอกโลกให้รู้เหลือเกินว่า ความเทพทั้งหมดนี้ มันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเองล้วนๆ!
อสูรกินเหล็ก: (°ー°〃)
แต่น่าเสียดาย... ที่ตอนนี้มันยังพูดภาษาคนไม่ได้ เฮ้อ... ความเก่งที่ได้มาโดยทางลัดแบบนี้ มันไม่น่าภูมิใจเอาซะเลย
“เมื่อกี้ฉันสอนสกิลตาเหยี่ยวให้ แกลองใช้พลังจิตกระตุ้นดูนะ ตอนนี้สายตาน่าจะดีขึ้นมาก แถมยังมองเห็นในที่มืดได้ชัดแจ๋วด้วย”
“อึ๋ง?”
เดิมทีเ้าสิบเอ็ดยังรู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง แต่พอได้ยินว่ามองเห็นในความมืด สีหน้าของมันก็เปลี่ยนเป็จริงจังทันที
“งู้ววว—”
มันลองขยี้ขอบตาดำของตัวเอง แล้วพุ่งพรวดออกไปนอกประตู กวาดตามองฝ่าความมืดมิดยามค่ำคืน ก่อนที่แววตาจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็ความตื่นเต้น มันะโโลดเต้นด้วยความดีใจ
เยี่ยมไปเลย! แบบนี้การฝึกตอนกลางคืนก็สะดวกขึ้นเยอะ!
ที่อู้ไปก่อนหน้านี้... รวมกับครั้งนี้ด้วย เดี๋ยวจะฝึกโต้รุ่งชดเชยให้หมดเลย!
ในขณะเดียวกัน เมื่อตัวเลขคูลดาวน์ในสารานุกรมสกิลเปลี่ยนเป็ ‘48 ชั่วโมง’
สืออวี่ทิ้งตัวลงนอนแผ่กลางเตียงอย่างหมดสภาพ คาดว่าต้องนอนยาวไปถึงเช้า พละกำลังถึงจะฟื้นกลับมา
ตอนนี้เขาหวังแค่อย่างเดียว... ขอให้คืนนี้เ้าสิบเอ็ดอย่าไปทุบแผ่นเหล็กเสียงดังก็พอ
ขอนอนหลับเต็มตื่นสักคืนเถอะพ่อคุณ! มีแรงเหลือเฟือขนาดนั้น เก็บไว้ไปจับหนูดินพรุ่งนี้ไม่ดีกว่าเหรอ?
...
ณ บ้านหรูในเขตที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ ไม่ไกลจากสมาคมผู้ฝึกอสูรเมืองผิงเฉิง
เฉินข่ายเพิ่งกลับถึงบ้าน กำลังจะพิมพ์แชตชวนเพื่อนในกลุ่มห้องไปล่าหนูดิน แต่จู่ๆ แอปแชตก็เด้งแจ้งเตือนข้อความส่วนตัวขึ้นมาเสียก่อน
[จวงเยว่]: เมื่อบ่ายฉันเห็นนายที่สนามประลอง
[เฉินข่าย]: ???
[เฉินข่าย]: เธอเห็นอะไร?
[จวงเยว่]: เห็นทุกอย่างที่ควรเห็นนั่นแหละ
มุมปากเฉินข่ายกระตุกยิกๆ ชื่อเสียงอันโด่งดังของเขา... จบเห่แล้ว
ภาพใบหน้าใส่แว่นหนาเตอะของจวงเยว่ ลอยเข้ามาในหัว ทำเอาเืลมตีกลับ ยัยนี่เห็นแล้ว... ก็เท่ากับผู้หญิงทั้งห้องรู้!
แล้วอีกเดี๋ยวข่าวที่ว่าเขา ดาวรุ่งแห่งโรงเรียน โดนไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ตบดิ้นในวินาทีเดียว คงแพร่สะพัดไปทั่วห้องแน่ๆ!
[จวงเยว่]: นายรู้จักเ้าของอสูรกินเหล็กตัวนั้นไหม?
[เฉินข่าย]: ทำไม? อยากขอคำแนะนำวิธีเลี้ยงอสูรกินเหล็กจากเขาเหรอ?
[จวงเยว่]: ก็ประมาณนั้น เมื่อวานเขาไปไวมาก ฉันตามไม่ทัน
[เฉินข่าย]: ...ถือว่าถามถูกคนแล้ว พรุ่งนี้ไปล่าหนูดิน ขาดอีกสองคน เธอจะมาไหม?... ถ้าจะให้ดี หาคนที่มีสัตว์อสูรสายควบคุมมาอีกคนนะ ทีมเราดาเมจพอแล้ว ไม่เอาตัวดาเมจเพิ่ม
...
เช้าวันต่อมา ณ โถงภารกิจสมาคมผู้ฝึกอสูร
สืออวี่มาถึงั้แ่เช้าตรู่ แต่เฉินข่ายกลับมาเร็วกว่านั้นอีก
“เอ่อ... เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอ?” เฉินข่ายทักอย่างสงสัย เมื่อเห็นสภาพสืออวี่ที่เดินหาวตลอดทาง
“พักผ่อนน้อยไปหน่อย แต่ไม่เป็ไร ไหวอยู่”
ถึงเมื่อคืนเ้าสิบเอ็ดจะยอมเป็เด็กดี ฝึกเงียบๆ ทั้งคืน แต่ผลกระทบจากการสอนสกิลระดับกลางก็ยังหนักหนาเอาเื่อยู่ดี
อย่างไรก็ตาม สืออวี่ยังพอประคองตัวได้ สมัยเตรียมสอบเข้ามหาลัย เขาก็ใช้ชีวิตเหมือนซอมบี้แบบนี้มาเป็ปีๆ จนชินชาแล้ว
“แล้วคนที่จะไปด้วยล่ะ?” สืออวี่ถามต่อ
เฉินข่ายตอบ “เหมือนจะยังไม่มา... แต่อีกไม่นานคงถึงแล้ว”
รอไม่นาน คนที่เฉินข่ายนัดไว้ก็โผล่มา เป็เด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันสองคนในชุดกีฬาเรียบง่ายทะมัดทะแมง
คนหนึ่งหน้ากลม สวมแว่น มัดผมหางม้า อีกคนหน้าเรียวรูปไข่ ผมซอยสั้น รูปร่างค่อนข้างสูงโปร่ง
“สืออวี่ นี่เพื่อนร่วมห้องฉัน จวงเยว่... ส่วนอีกคน เป็เพื่อนยัยนี่มาจากโรงเรียนมัธยมสาธิต อวี๋จิงจิง”
“สวัสดีครับ” สืออวี่พยักหน้าทักทาย
“สวัสดีค่ะท่านเทพ!” ทั้งสองพูดพร้อมกัน
สืออวี่: “...” (ท่านเทพเนี่ยนะ... ฟังแล้วจั๊กจี้หูพิลึก)
เฉินข่ายกระแอมแก้เขิน ก่อนรีบอธิบาย “เมื่อวานสองคนนี้บังเอิญผ่านไปแถวสนามประลองพอดี เลยเห็นพวกเราสู้กัน...”
“เอาล่ะ มาแนะนำตัวกันก่อนดีกว่า” เขารีบเปลี่ยนเื่ทันที
“สัตว์อสูรของฉันคือ อสูรเกราะน้ำแข็ง เลเวล 6 มีสกิลกรงเล็บผ่าน้ำแข็งและเกราะน้ำแข็ง ขั้นชำนาญ”
“ของฉันคือ อสูรกินเหล็ก เลเวล 6 มีสกิลกายาเหล็ก ขั้นเริ่มต้น” จวงเยว่แนะนำตัว ก่อนจะเหลือบมองสืออวี่แวบหนึ่ง
สกิลกายาเหล็กขั้นเริ่มต้นของเธอ... ช่างดูจืดจางเหลือเกินเมื่อเทียบกับขั้นเชี่ยวชาญของอีกฝ่าย
“ของฉันคือ ปีศาจหนาม เลเวล 6 มีสกิลรัดตรึง ขั้นชำนาญ” อวี๋จิงจิงกล่าวเสริม
ปีศาจหนามเป็สัตว์อสูรธาตุไม้ รูปร่างคล้ายเถาวัลย์หนามเหมือนงู มีหนามแหลมคมทั่วตัว สามารถควบคุมเถาวัลย์ได้อย่างอิสระ เหยื่อที่โดนรัด ถ้าไม่ตายก็พิการ
“ส่วนสัตว์อสูรของฉันคือ อสูรกินเหล็ก เลเวล 5 มีสกิลกายาเหล็ก ขั้นเชี่ยวชาญ” สืออวี่แนะนำตัวบ้าง
ทันทีที่พูดจบ ทั้งสามคนก็นิ่งกริบไปพร้อมกัน เพราะระดับการเติบโตกับค่าความชำนาญ มันดูไม่สมเหตุสมผลกันอย่างแรง!
“เว่อร์เกินไปแล้ว...” จวงเยว่อดบ่นไม่ได้
สืออวี่กลับรู้สึกเฉยๆ เดี๋ยวพอพวกนี้ได้เห็นความขยัน (แบบบ้าคลั่ง) ของเ้าสิบเอ็ด ก็คงเข้าใจเอง เขาเริ่มตั้งตารอจะได้เห็นสีหน้าของทุกคน เมื่อเห็นอสูรกินเหล็กซ้อมหนักตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบ Non-stop
“รีบไปลงทะเบียนภารกิจกันเถอะ” เฉินข่ายตัดบท
“เราจะออกเดินทางตอนแปดโมงตรง”
...
แปดโมงเช้า ทุกคนขึ้นรถเมล์มุ่งหน้าไปสู่รอบนอกเขตผิงเฉิง จุดหมายปลายทางคือหมู่บ้านไป๋ซี ในตำบลหยวนอัน เป็หมู่บ้านเกษตรกรรมที่ดูค่อนข้างล้าหลัง ซึ่งกำลังประสบปัญหาจากพวกตั๊กแตนพายุและหนูดินที่กำลังระบาดหนัก
ขณะกำลังเดินทาง เฉินข่ายเป็ฝ่ายเปิดประเด็นถามสืออวี่ก่อน
“จริงสิ เมื่อวานลืมถามไป นายบอกว่าเรียนจบแล้ว ไม่ได้จบสาขาการต่อสู้เหรอ?”
คำถามนั้นทำให้จวงเยว่กับอวี๋จิงจิงต่างหันขวับมามองทันที ไม่ได้จบสาขาการต่อสู้ แต่ปั้นสัตว์อสูรได้โหดขนาดนั้นเนี่ยนะ?
“เปล่า ฉันจบสาขาการเพาะเลี้ยง” สืออวี่ตอบหน้าตาย
เมื่อเทียบกับการต่อสู้แล้ว การเพาะเลี้ยงดูแลสัตว์อสูรต่างหากคือทางถนัดของเขา
ไอ้พวกตีรันฟันแทงมันป่าเถื่อน… การเพาะเลี้ยงอย่างถูกวิธีต่างหากคือวิถีแห่งราชัน!
ผู้ฝึกอสูรสายเพาะเลี้ยง ฝึกสัตว์อสูรจนได้สกิลกายาเหล็กขั้นเชี่ยวชาญ... มันก็สมเหตุสมผลดีออก!
อีกสามคน: “...” (สมเหตุสมผลกับผีน่ะสิ!)