“ นายท่าน หากท่านคิดจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ก่อนอื่นต้องล่วงรู้สถานการณ์ทั้ง ห้าอาณาจักร และ ดินแดนนอกด่าน รู้เขา รู้เรา รบพันครั้ง ก็ไม่มีทางแพ้พ่าย”
“ ข้าไม่คิดไปไกลขนาดนั้น ขอแค่มีเงินทองจับจ่าย ซื้อบ้านติดทะเลสักหลัง หาภรรยาสวยๆ สักคน มีลูกสองสามคน ก็เพียงพอแล้ว”
ราเชนเอ่ยไปตามจริง
“ ฮ่า ฮ่า ดวงชะตาของนายท่านใช่คนธรรมดาสามัญไม่ นายท่านคือผู้ชี้ชะตากรรมของประชาชนทั่วทั้งแผ่นดิน ไหนเลยจะเป็นอยู่เยี่ยงคนปกติธรรมดาได้ ตอนนี้สถานะการณ์บ้านเมืองวุ่นวาย นายท่านคิดจะเริ่มทำสิ่งใดก่อน”
ปราชญ์ปีศาจเอ่ยด้วยรอยยิ้ม รอฟังความคิดเห็นของราเชน
“ หากออกจากคุกนี่ไปได้ คงต้องออกเดินทางตามหาท่านแม่ ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านอยู่ที่แห่งใด คงต้องแร่ร่อน สืบถามไปเรื่อย”
“ ตอนนี้อยู่ในช่วงสงครามระหว่าง ทัพฮาน กับ ทัพอาณาจักรปัจจิม โดยมีสี่อาณาจักรนั้นต่างก็เข้ามาร่วมวงด้วยวิถีทางที่แตกต่าง ในตอนนี้อีกสี่อาณาจักรต่างก็เตรียมทหารเอาไว้พร้อมจะบุกตลุยเข้ามาอาณาจักรปัจจิม ทันทีที่อาณาจักรปัจจิมเพลี่ยพล้ำ จักรพรรดิหลี่เอี้ยนไม่ป้องกันให้ดี ประมาทเลินเล่อ ไม่แน่อาณาจักรปัจจิมอาจตกเป็นของอาณาจักรฮานก็ได้"
“ ท่านไม่ได้อยู่โลกภายนอก ท่านจะล่วงรู้เรื่องสงครามได้อย่างไร”
ราเชนสงสัย
“ คนที่เข้ามาในคุกแห่งนี้ ไม่ว่าใครก็ล้วนแล้วแต่พูดเรื่องสงคราม พอข้าแค่ได้ยินว่า กองทัพฮานบุกเข้ามา ข้าก็คำนวนได้เลยว่า พวกมันจะบุกเข้ามาได้อย่างมากแค่ เมืองด่านที่สองเท่านั้น จากนั้นพวกมันก็จะแตกทัพพ่ายแพ้สงครามกลับไปอย่างยับเยิน”
“ เป็นไปได้อย่างไร ทัพฮานมีกองกำลังที่เข้มแข็ง หากผ่านเมืองหน้าด่านแรกได้ เมืองหน้าด่านที่เหลือ จะรอดได้อย่างไร ข้าว่า พวกมันบุกเข้ามาในเมืองหลวงแน่ๆ ยกเว้นว่า กองทัพฮานคิดโจมตีทั้งห้าอาณาจักรพร้อมๆ กัน พวกเขา อาจจะร่วมมือกัน ่ต่อต้านทัพฮาน ก็จะมีโอกาสชนะได้”
“ นายท่านคิดในแง่ดีเกินไปแล้ว อาณาจักรตอนเหนือบรรยากาศหนาวเย็น พื้นที่ส่วนใหญ่มีหิมะปกคลุม มากกว่า แปดเดือนต่อปี รอบๆ ชายแดนระหว่างอาณาจักรปัจจิมและอาณาจักรอุดร มีกองกบฏชาวเขาเผ่าต่างๆ อีกนับสิบเผ่า ที่พร้อมจะแยกดินแดนเป็นอิสระ ทำให้พวกมันเป็น รัฐกันชนไม่มีผู้ใดบุกรุกเข้าไปในเขตแดนของพวกเขาง่ายๆ ข้าเดินทางไปดินแดนชาวเขาสิบชนเผ่าใหญ่มาแล้ว พวกมันล้วนได้รับการสนันสนุนจากราชสำนักอุดร แทบทั้งสิ้น ไม่ต้องกลัวทัพฮานจะบุกเข้ามาอย่างแน่นอน ส่วนอาณาจักรบูรพา ยิ่งแล้วใหญ่ พื้นที่มีแต่ภูเขาเรียงรายสลับซับซ้อน ราวกับป่าภูเขา กองทัพฮานคิดจะรุกราน คงต้องขุดทำลายภูเขาเจาะอุโมงค์เพื่อให้กองทัพผ่านไป ซึ่งต้องใช้เวลาเตรียมทัพอีกนับสิบปี จักรพรรดิซางเอียง เป็นคนโลภสมบัติ ต้องการแต่ทรัพย์สินทรัพยากรมีค่า อาจส่งทหารที่อ่อนแอมาช่วยรบเป็นพิธี รอคอยตักตวงผลประโยชน์กลับไปเท่านั้น
ส่วนอาณาจักรทักษินยิ่งแล้วใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเกาะ ติดกับทะเลเป็นส่วนใหญ่ พวกเขาชำนาญทางเรือ ทัพฮานคิดรุกรานคงต้องไปฝึกต่อเรืออีกนับร้อยๆ ปีถึงจะเทียบชั้นกับพวกเขาได้ พวกเขาไม่คิดส่งคนมาช่วยรบทางบกแน่นอน อาจแสแสร้งทำ รับปากป้องกันไม่ให้โจรสลัดมาลอบส่งเสบียงให้กับกองทัพฮาน พวกมันได้แต่เฝ้ารอวันที่ทัพของอาณาจักรปัจจิมพ่ายแพ้ หมู่เกาะที่เป็นสิทธิของ อาณาจักรปัจจิมนับร้อยๆ เกาะ คงต้องโดนอาณาจักรทักษินยึดครองเป็นแน่แท้
สุดท้ายอาณาจักรมัจฉิมา เป็นอาณาจักรใหญ่ พวกเขามีดินแดนติดกับสี่อาณาจักร แต่หาได้มีเส้นทางออกทะเลไม่ หากว่าอาณาจักรปัจจิมพ่ายแพ้ ทัพฮานต้องอ่อนแอลง ข้าเชื่อแน่ว่า จักรพรรดิจางอู๋จี้ ต้องยกทัพบุกเข้ายึดอาณาจักรปัจจิมอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ พวกมันอาจจะส่งทูตมาเป็นพิธี และสัญญาจะทหารมาช่วยรบ หรือแลกรับผลประโยชน์บางอย่างเท่านั้น”
“ แล้วอย่างนี้อาณาจักรปัจจิมจะรอดศึกคราวนี้หรือนี่?”
“ รอด”
“ ท่านรู้ได้ยังไง?”
“ แม้ว่าข้าจะถูกขังอยู่ในคุก แต่ก็สามารถมองดาวบนท้องฟ้าผ่านลูกกรงนี้ ดวงดาวประจำเมืองซีหยางแม้นจะถูกเมฆดำบดบัง ดวงดาวจักรพรรดิแม้นยังคงส่องแสง แต่ไม่สดใจ ดาวบริวารล้วนส่งแสงริบหรี่ แต่ทว่า มีดวงดาวดวงหนึ่งถือกำเนิดใหม่กำลังส่องแสงสว่างขึ้นเรื่อยๆ ดาวดวงนี้แหละ จะเป็นดาวที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นทั้งแผ่นดิน เขาจะสามารถช่วยเหลืออาณาจักรปัจจิม ให้พ้นภัย แต่น่าเสียดาย ดาวดวงนี้เพิ่งเริ่มถือกำเนิด กำลังส่องประกายแสงสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ดาวดวงนี้เรียกว่า ดาวเทพสงคราม ข้าเชื่อว่าต้องเป็นนายท่านอย่างแน่นอน”
“ โอ้ ข้าเองยังเอาตัวไม่รอด ยังไม่รู้จะรอดจากคุกได้อย่างไรเลย จะเป็นดาวเทพสงครามอะไรนั่นได้อย่างไรกัน เป็นแม่ทัพใหญ่จ้าวสงที่มีชื่อเสียงโด่งดังหรือเปล่า”
ปราชญ์ปีศาจส่ายหัว แล้วกล่าวต่อว่า
“ แม่ทัพใหญ่จ้าวสง นั้นเป็นดาวบริวารของ ดาวจักรพรรดิ แม้จะสุกสว่างกว่าคนอื่นๆ แต่ก็เป็นเพียงดาวบริวารที่นับวันจะรอเวลาดับแสง เปรียบเทียบกับดาวดวงใหม่ไม่ได้ ชะตาชีวิตของนายท่านได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ข้าเหลือเวลาน้อยแล้ว ไม่มีเวลาอธิบาย
ข้ามีเรื่องสำคัญต้องบอกกล่าวให้ท่านรับทราบเอาไว้ อีกไม่นานนายท่านจะมีเคราะห์กรรมมีดาวมฤตยูโคจรมาปกคลุมท่านเอาไว้ แต่ไม่ต้องกังวลใจไป มันเป็นเพียงชั่วคราว จากนั้นก็จะเริ่มดีขึ้น แม้นท่านจะพบกับปัญหาอุปสรรคเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ก็จะมีคนมาช่วยเหลือท่านเอง
จากนั้นท่านจะเดินทางไปที่อาณาจักรมัจฉิมา ท่านจะพบกับคนที่จะช่วยส่งเสริมให้ท่านแข็งแกร่งขึ้น สิ่งที่ควรระวังก็คือ คนของจักรพรรดิมาร และ คนของสำนักฝ่ายธรรมะ หากพวกมันล่วงรู้ว่าท่านเป็นใคร พวกมันจะไม่ปล่อยท่านเอาไว้แน่ และยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่ง นั่นคือ พวกสำนักธรรมะแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นพวกมันที่สามารถสะกดท่านราชินีหลี่ชิงสุ่ยเอาไว้ นายท่านต้องระวังพวกมันเอาไว้ด้วย ไม่มีเวลาแล้ว นายท่านเตรียมรับมอบคัมภีร์ปีศาจเอาไว้”
ราเชนจะเอ่ยถามอะไรบางอย่าง แต่ก็ตกใจอ้าปากค้าง เพราะเห็นปราชญ์ปีศาจ ปล่อยแสงออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง เข้ามาที่ดวงตาของเขา แต่ว่าเขาหาได้เป็นอะไรไม่ มีแต่ภาพและตัวหนังสือมากมาย พุ่งเข้ามาเข้าในสมองของเขา แล้วก็พุ่งผ่านเข้าไปในห้วงจิตของเขา จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไป ดวงตาของปราชญ์ปีศาจที่มีทั้งขาวและดำ ก็แปรเป็นเป็นสีดำสนิท มีตำราที่มีอักษรปราชญปีศาจ ปรากฏขึ้นในห้วงจิตของเขา
ราเชนส่งจิตสัมผัสไปคัมภีร์ปราชญ์ปีศาจ ก็สามารถรับรู้ได้ถึงรายละเอียดในคัมภีร์ปีศาจ ว่าด้านในล้วนแล้วแต่เป็นวิชายุทธ์ต่างๆ ของปราชญ์พญายมบันทึกเอาไว้ รวมทั้ง วิชาพิชัยยุทธ์ที่ต่างจากวิชาพิชัยยุทธ์ของตระกูลหยางอย่างสิ้นเชิง และยังมีแผนที่ทางภูมิศาสตร์ของห้าอาณาจักรและยังมีบันทึกเสริมของปราชญ์ปีศาจเขียนเอาไว้อธิบายเพิ่มเติมอีก ตอนนี้หากเขาเดินทางท่องไปห้าอาณาจักร ก็ไม่มีวันหลงทางแล้ว
ราเชนลืมตาตื่นขึ้นมา ก็พบว่า ร่างของปราชญ์ปีศาจนั้นได้ปราศจากลมหายใจไปแล้ว ทันใดนั้นเอง เล่ากงกง ก็เดินตรงมาที่ห้องขัง แล้วตวาดด้วยเสียงอันดังว่า
“ เหลียงจิ่ว มันบอกที่ซ่อนคัมภีร์ปีศาจ ไว้กับเจ้าแล้วใช่ไหม”
ราเชนไม่สนใจเล่ากงกง แต่เอามือปิดเปลือกตาของ ปราชญ์ปีศาจ
“ ท่านคงรอวันนี้ รอวันที่จะมอบของสำคัญนี้ให้กับข้า ไม่ต้องเป็นห่วง หลับให้สบาย ข้าจะไม่ทำให้ท่านและอาจารย์ต้องผิดหวัง”
“ บัดซบ เจ้าไม่ได้ยินที่ กงกงพูดหรือไง” ทหารองครักษ์ที่เดินเข้ามาตวาดใส่ราเชน แต่ไม่ทันที่จะลงมือ เสียงของ เจ้ากรมราชทัณฑ์ก็ดังขึ้นมา
“ หยุดเดี๋ยวนี้ เจ้าคิดจะทำอะไร หยางเฟยหลงต้องถูกพาเข้าเฝ้า ฮองเฮาคืนนี้ หากเขาเป็นอะไร ข้าจะกราบทูลฮองเฮาอย่างไร”
เล่ากงกง ยิ้มหวานออกมา แล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ กับราเชนแล้วเอ่ยว่า
“ หยางเฟยหลง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ขอเพียงมอบคัมภีร์ปีศาจมา ข้าจะช่วยทูลต่อฝ่าบาท ให้ปล่อยเจ้าเป็นอิสระ”
“ ข้าเอาตัวรอดได้ ไม่ต้องลำบากท่านหรอก ว่าแต่ท่านเถอะ ระวังตัวเองเอาไว้ด้วยก็แล้วกัน เซียงป้า ! ”
ราเชนโต้ตอบกลับไปอย่างไม่กลัวเกรง
“ เจ้า...เจ้า..” เล่ากงกง ถึงกับหน้าแดงด้วยความโกรธ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เจ้ากรมราชทัณฑ์ได้นำพา ราเชนออกจากคุกหลวง ไปที่สถานที่จัดงานพระราชสมภพของฮองเฮาแล้ว
ราเชนนั้นยังถูกมัดด้วยโซ่ตรวนมือและเท้า ส่วนเจ้าโมโม่ ก็ยังถูกขังอยู่ในกรงขังอสูร
ราเชนถูกพามาไว้บนรถม้าที่เป็นกรงขัง ยังไม่อนุญาตให้ออกมา จนกว่าจะได้รับคำสั่ง ระหว่างรอนั้น ราเชนได้ลองทำการอ่านคัมภีร์ปีศาจ ก็พบว่า เนื้อหาส่วนแรกเป็นคัมภีร์วรยุทธ์ของปราชญ์พญายม ราเชนอ่านผ่านไปก่อนเพราะตนเองไม่มีพลังปราณยุทธ์เลยไม่สามารถฝึกฝนได้ จากนั้นก็พบวิชาพิชัยยุทธ์ที่เริ่มอ่านก็รู้สึกแปลกใจ มันหาได้ใช่ตำราพิชัยสงครามของซุนวูอะไรนั่นไม่ แต่ว่ามันเป็นนำวิชาความรู้ทั้งด้านพยากรณ์อากาศ สภาพแวดล้อมทางภูมิประเทศ กลอุบาล ค่ายกล หุ่นพยนต์ ดวงดาวประจำเมือง ดวงดาวของเจ้าชะตาของตนและของคู่ต่อสู้มาคำนวนด้วย ราเชนอ่านแล้วถึงกับขนลุก เพราะคำแนะนำในการรบ ไม่ได้มีเพียงแค่เอาชนะโดยการฆ่าศัตรู แต่ว่า ยังมีกลอุบายในการฆ่าคนของตนเองทิ้ง ทั้งจับมาบูชาปีศาจ หรือไม่ก็หลอกให้ไปตาย เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ราเชนนำตำราพิชัยยุทธของตระกูลหยางออกมาเปรียบเทียบกัน รู้สึกว่า ในส่วนของตำราพิชัยยุทธ์ของปราชญ์พญายมนั้นจะโหดเหี้ยมอัมหิตกว่าของตระกูลหยางยิ่งนัก
“ สมกับชื่อคัมภีร์ปีศาจจริงๆ แม้กระทั่งคนของตัวเอง ยังออกอุบายให้ไปตายได้”
ราเชนยังอ่านผ่านๆ ไปจนกระทั่งมาดูหมวด ภูมิศาตร์ของเมืองปัจจิม ที่มีเมืองชายแดนเมืองเจียง เมืองหาน และเมืองเปี้ยนเฉินเมืองหน้าด่านแรกที่มีภาพกำแพงที่สูงใหญ่พอๆ กับเมืองหลวง ก็เขียนเอาไว้ชัดเจน แต่ทว่า กลับระบุจุดอ่อนเอาไว้หลายจุด หากศัตรูพบ ก็ไม่อาจต้านทานเอาไว้ได้ แต่พอมาถึงเมืองเอ้อเฉินเมืองด่านที่สอง กำแพงแม้จะเตี้ยกว่ามาก แต่ก็กลับมีค่ายกลที่ซุกซ่อนเอาไว้ถึงสองชั้น ทำให้ยากต่อการทำลายยิ่งขึ้นไปอีก ราเชนอ่านรายละเอียดแล้วถึงกับอมยิ้มขึ้นมา
“ นี่ปราชญ์พญายม ไปสืบเสาะเรื่องพวกนี้มาได้ยังไงกันนะ ช่างสุดยอดจริงๆ” ราเชนตอนนี้ลืมตาขึ้น ราวเที่ยงคืน งานฉลองพระราชสมภพคงจะใกล้เลิกแล้ว มีทหารองครักษ์ มาพาเขาเข้าไปในห้องโถงจัดงาน ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอย่างไรกันบ้าง ราเชนได้แต่ตื่นเต้น เพราะเขาจะได้พบกับ บุรุษที่อยู่เหนือคนทั้งแผ่นดินปัจจิม จักรพรรดิหลี่เอี้ยน
ราเชนถูกพาเข้าไปในสภาพนักโทษ ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนทั้งมือและเท้า
สภาพห้องโถงที่ตบแต่งไปด้วยโคมไฟ ตัดกับเครื่องประดับที่ติดอยู่รอบๆ ผนังและข้าวข้องเครื่องใช้ที่ดูหรูหรา มีราคาสมแล้วกับเป็นพระราชวังหลวงแห่งอาณาจักรระจิม มีผู้คนมากมายนั่งกันอยู่ตามโต๊ะเตี้ยๆมีอาหารและเครื่องดื่มเลิศหรู มีนางกำนัลมากมายคอยจัดอาหาร อยู่ทั้งสองฝั่ง ผู้ที่มางานเลี้ยงล้วนแล้วแต่แต่งกายด้วยชุดสูงศักดิ์ ระยะทางกว่าจะเดินเข้าไปที่ประทับของทั้งสองพระองค์นั้นเกือบห้าสิบเมตร ราเชนเข้าไปใกล้ๆ เริ่มมีองครักษ์ถืออาวุธคอยป้องกันอย่างเข้มแข็ง
มีทหารองครักษ์แต่งกายชุดเกราะพร้อมรบยืนอยู่ฝั่งซ้ายและขวา และเริ่มเห็นขุนนางทั้งหนุ่มและชรา จนสุดท้ายเห็นเหล่าบุคคลที่สวมมงกุฏ ประดับไว้ที่ศรีษะ มองแล้วก็รู้ทันที พวกนี้ต้องเป็นเชื้อพระวงศ์แน่ๆ และที่ยิ้มให้กับราเชน ก็คือคุณหนูใหญ่ฟงอี้หลันที่นั่งอยู่กับ องค์หญิงเจี้ยนหนิง ที่มองราเชนด้วยสายตาที่เป็นห่วง แม้สีหน้าของนางนั้นจะเรียบเฉยไม่แสดงอาการอะไรออกมา และเห็นองค์ชายสี่หลี่หมิง มองมาอย่างดูถูกเหยียนดหยาม ส่วนองค์ชายรองหลี่คังนั้น ถึงกับโบกมือให้กับราเชน เหมือนดีใจที่ได้เจอ สุดท้ายเขาก็ได้เห็นใบหน้าของชายที่ปกครองแผ่นดินปัจจิมทั้งหมด คือจักรพรรดิหลี่เอี้ยนและ ฮองเฮา ที่นั่งมองราเชน ด้วยความสงสัย
เจ้ากรมราชทัณฑ์ ที่เดินนำหน้า รีบคุกเข่าถวายรายงาน ว่าพาตัวหยางเฟยหลงมาแล้ว แล้วรีบบอกให้ราเชนคุกเข่าเหมือนกับเขา ราเชนจึงได้แต่ทำตาม
“ ลุกขึ้น เจ้าอ้วนนี่หรือ คือหยางเฟยหลง ทายาทตระกูลหยางคนสุดท้าย?”
จักรพรรดิหลี่เอี้ยนเห็นหยางเฟยหลงอ้วนขนาดนี้ จะเป็นทายาทของตระกูลแม่ทัพที่มีชื่อเสียงดังก้องไปทั่วห้าอาณาจักรได้อย่างไร
“ ใช่แล้ว มันคือ หยางเฟยหลงตัวจริงพะยะค่ะ” เล่ากงกง ยืนยันตัวตนของราเชนอีกครั้ง
“ ในอดีต ข้าได้ยินเรื่องราวของแม่ทัพหยางเจี้ยน ปราบชนเผ่าตอนเหนือ บุกตะลุยทัพฮานจนแตกพ่าย สะกดทัพของจักพรรรดิจางอู๋จี้ แม้แต่แม่ทัพใหญ่ในอดีตของเราหลายคน ก็พ่ายแพ้ต่อกองทัพของหยางเจี้ยนมาแล้วทั้งสิ้น แต่ไฉนบุตรชายของเขาถึงได้อ้วนราวกับสุกร แถมยังไร้พลังปราณยุทธ์อีก แล้วนี่จะให้มันออกรบกับ องค์ชายรองได้อย่างไร”
ราเชนที่พอได้ฟังประโยคสุดท้ายก็ถึงกับ มึนงงไปในทันที
อะไรวะ นี่จะให้เราไปออกรบกับองค์ชายรอง ถามเราสักคำก่อนไหม?.....