“ตอนนี้มีแพ้ท้องอยู่บ้างไหม!!??....”
พิณรญาเอ่ยถามปวริศา ที่นั่งรับประทานอาหารบำรุงอยู่ที่โต๊ะอาหาร พิณรญาเห็นปวริศาทานอาหารบำรุงได้ก็รู้สึกดีใจ และพลางคิดว่าหากรู้ว่าใครเป็นคนเอาอาหารบำรุงพวกนี้มาไห้ ปวริศาจะยังทานอยู่ไหมน่ะ
“ไม่แพ้แล้ว!!... อาหารบำรุงนี่ก็อร่อยเหมือนกันนะเนี้ย ตอนแรกน้ำค้างคิดว่าจะไม่อร่อยซะอีก!!!!”
ปวริศาตอบคำถามในสิ่งที่พิณรญาถามมา คือจากที่สังเกตตัวเอง ก่อนหน้านี้เธอจะแพ้ท้องไม่หนักมาก แต่ก็มีแพ้ท้องบ้าง ซึ่งจะมีอาการเพียงแค่ตอนเช้าๆ ท้องว่างๆ ตื่นขึ้นมาจะวิงเวียนศีรษะ และอาเจียน แล้วพอได้อาเจียนอาการทุกอย่างก็จะหายไป แต่สองอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ไม่มีอาการที่ว่าให้เห็นเลย
“อาหารพวกนี้ นายหัวทิปเอามาให้ บอกว่าอยากให้น้ำค้างกับลูกในท้องแข็งแรง”
พิณรญาบอกชื่อคนที่นำอาหารบำรุงพวกนี้มา ให้ปวริศาได้รู้ ปวริศาก็ชะงักมือที่ถือช้อนไปชั่วขณะ สายตากลมโตคู่สวยมองจ้องหน้ากับพิณรญา ก่อนจะก้มลงไปมองชามที่วางอยู่ตรงหน้านิ่งเงียบไป
“น้ำค้างรู้แล้วว่าใครเอาของพวกนี้มาให้ ตอนเดินลงบันไดมา น้ำค้างได้ยินแม่พูดกับพ่อ!!!!”
ปวริศาเงยหน้า และมองหน้าพิณรญาอีกครั้ง พร้อมกับเอื้อนเอ่ยให้พิณรญารู้ว่าเธอรู้แล้ว ว่าใครเป็นคนเอาอาหารและของบำรุงพวกนี้มาให้ พิณรญาพยักหน้าอย่างเข้าใจ กระนั้นก็มองจ้องหน้าสวยหวานของปวริศานิ่ง เหมือนกำลังจะมองให้รู้ถึงอะไรบางอย่าง และเหมือนจะถามอะไรออกมา แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจไม่ถาม
“อืม!!... รู้ก็ดีแล้ว เอาล่ะรีบกินซะ เดี๋ยวแม่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ จะได้ออกไปหาหมอกัน”
พิณรญากล่าวจบก็ลุกออกจากโต๊ะอาหาร เพื่อจะได้ขึ้นไปแต่งตัว เพราะในวันนี้เป็นวันที่หมอนัดปวริศา ไปตรวจร่างกายและอุตร้าซาวด์ด้วย ซึ่งรอบนี้ปวราศลากลับมาไม่ได้ เพราะมีงานด่วน แต่ได้เอารถมาไว้ให้ใช้ขับไปที่โรงพยาบาล โดยคนที่เป็นผู้ขับรถพาปวริศาไปโรงพยาบาลก็คือวิชรวิทย์นั้นเอง
ปวริศามองตามพิณรญาไปจนลับหายออกไปจากประตู เธอจึงหันกลับมามองอาหารบำรุงที่อยู่ในชามตรงหน้า หัวใจดวงน้อยรู้สึกพองโต และพานหวนคิดไปถึงวันที่เจอนายหัวจิรทิปต์ที่ชายหาด แต่พอคิดถึงคำพูดที่เขาพูดออกมาความดีใจและความหวั่นกลัวก็มาจู่โจมพร้อมกัน ปวริศาจึงสลัดความคิดและความรู้สึกนั้นออกไป ตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารบำรุงตรงหน้าให้หมด
พอปวริศาทานอาหารบำรุงหมดแล้ว เธอก็ลุกขึ้นเอาชามและช้อนไปล้างเก็บ แล้วเดินออกจากห้องครัวไปยังห้องโถ่ง ที่ตอนนี้วิชรวิทย์นั่งดูทีวีรอคอยอยู่ที่นั่น ปวริศาเดินไปหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ กับวิชรวิทย์ เพื่อรอพิณรญา แล้วจะได้ออกไปโรงพยาบาลกัน
“ปะ ไปกัน!!!!”
พิณรญาเดินลงมาจากชั้นบน มาหยุดพูดกับวิชรวิทย์และปวริศา คนทั้งสองจึงลุกขึ้นยืน โดยวิชรวิทย์ไม่ลืมที่จะหยิบรีโมททีวีมาปิด แล้วเดินนำไปที่หน้าบ้าน เพื่อไปขึ้นรถ และพอทุกคนขึ้นนั่งในรถกันเรียบร้อยแล้ว วิชรวิทย์ก็ขับรถออกจากบ้าน มุ่งตรงไปบนถนน เข้าไปในตัวเมือง
“โอเคถึงแล้ว ลงกันได้แล้วสาวๆ”
วิชรวิทย์เลี้ยวรถยนต์เข้ามาจอดที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล เมื่อจอดเรียบร้อยแล้วก็พูดเปรยๆ บอกพิณรญาและปวริศา ซึ่งคำพูด ‘สาวๆ’ ก็ทำให้พิณรญามองค้อนให้วิชรวิทย์ยิ้มๆ ส่วนปวริศาก็ยิ้มตามไปด้วย อย่างชอบอกชอบใจที่เห็นแม่ส่งค้อนให้พ่อ
“วันนี้แหละเราจะได้รู้เพศหลานแล้ว หลานพ่อจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงนะแม่!!??......”
“จะชายหรือหญิงก็หลานเรานั่นแหละพ่อ!!!!”
วิชรวิทย์พูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น ระหว่างที่เดินกันเข้าไปในโรงพยาบาล พิณรญาจึงส่งค้อนให้วิชรวิทย์อีกวง ที่ดูจะตื่นเต้นเกินเหตุ แต่อย่าว่าแต่วิชรวิทย์เลยที่ตื่นเต้น พิณรญาก็ตื่นเต้นไปด้วยแหละ แต่เก็บอาการเอาไว้
“เดี๋ยวก็จะได้รู้แล้วล่ะ อีกไม่นานแล้ว”
ปวริศาพูดกับพ่อแม่ ด้วยใบหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข แต่จะมีความสุขมากกว่านี้ หากว่ามีพ่อของลูกมาลุ้นอยู่ด้วย แต่ก็นั่นแหละมันไม่มีอะไรที่เขาจะต้องมาที่นี่ ในเมื่อเธอไม่ได้บอกเขา ว่าวันนี้จะมาตรวจร่างกายและมาอุตร้าซาวด์ ปวริศาสลัดความคิดที่ทำให้เศร้านั้นออกไป และพยายามไม่คิดอีก คิดแต่เฉพาะเรื่องลูกก็พอ
แต่คนที่ปวริศาคิดว่าเขาไม่รู้ ได้ยืนมองตามหลังคนทั้งสามอยู่ไกลๆ นายหัวจิรทิปต์ทำทุกวิถีทางจนได้รู้ว่าปวริศาฝากท้องกับหมอคนไหน และยังได้รู้กำหนดนัดตรวจสุขภาพด้วย ในวันนี้เขาไม่ได้ไปทำงานที่เหมือง ให้ก้านยาวไปดูงานแทน เพราะเขาอยากจะมาดูมารู้ถึงพัฒนาการของลูกด้วยคน
๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗
ขอบคุณรีดทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และช่วยสนับสนุนไรท์นะคะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ...................... ^_^ ^_^ ^_^ ^_^