ผมมี APP จากดาวโลก

    วันพักผ่อน

    วันพักผ่อน

              คนงานและหุ่นยนต์ทำงานที่ถูกเกณฑ์มาประจำการอยู่ในที่ดินผืนใหม่ที่พ่อแม่ของเพเนียสซื้อไว้พวกเขาเริ่มงานกันแล้ว บางส่วนเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างกันแล้วเช่นกันอย่างแรกที่สำคัญเลยก็คือกำแพงล้อมรอบเพื่อกำหนดและแสดงถึงอาณาเขตที่ชัดเจนกำแพงเพื่อให้กลมกลืนและให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติเลยก่อสร้างออกมาให้อยู่ในรูปแบบของก้อนหินสูงต่ำที่เรียงทอดยาวตามแนวของเนื้อที่ถึงจะไม่ได้สูงมากแต่เมื่อเปิดใช้งานระบบป้องกันอีกชั้นก็ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยแล้ว

    “งานเดินเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย”คีเฟอร์ว่าขึ้นเมื่อเขาได้เพเนียสพามาเล่นดูงานที่กำลังก่อสร้างในพื้นที่ข้างๆกับบ้านและสวนของเพเนียส นอกจากกำแพงที่พึ่งเรียบร้อยไปด้วยความเร็วแบบเพเนียสต้องอ้าปากค้างถ้าเขาไม่ได้รู้กำหนดเวลาหรือแผนงานมาก่อนยิ่งจะตกใจกว่านี้ในความเร็วของงานแต่ถึงเขารู้พอมาเห็นด้วยตาว่าเรียบร้อยแล้วจริงๆ ก็ยังอดจะตกใจไม่ได้อยู่ดีและนอกจากกำแพงที่แล้วเสร็จ ห้องอุโมงค์ใต้ดินถูกทำไปบางส่วน พื้นผิวที่ถูกปรับแต่งตามต้องการไปแล้วต้นไม้ลงปลูกไปได้หลายส่วนแล้วเช่นกัน

    “ใช่ไหมล่ะครับ อดจะรอดูของจริงเร็วๆไม่ได้แล้วสิ พวกพี่ๆ ทีมงานก็คือทำงานเก่งกันมากๆ เลยครับ”เพเนียสพยักหน้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้มากๆ เมื่อวานหลังจากกลับมาถึงบ้านแล้วเพเนียสก็ลงครัวทำอาหารมื้อใหญ่เลี้ยงขอบคุณและตอบแทนที่คีเฟอร์อาสาพาเขาไปยังดาวชามมาแต่เพราะคีเฟอร์ยังอยากพักผ่อนอีกหน่อย ยังไม่อยากเดินทางต่อไปไหนเพเนียสเลยพาออกมาเดินเล่นแทน (ก็ไม่รู้ว่าการขับยานกับการเดินเล่นอย่างไหนจะเหนื่อยกว่ากันนะ)

    “อืม พี่เห็นด้วยพวกเขาทำงานดีกันมากจริงๆ แต่นั่นก็เพราะว่านายจ้างดีด้วยนะการจ่ายเงินตามกำหนดเวลา หรือว่าให้การสนับสนุนเรื่องอื่นๆ อย่างดีพวกเขาย่อมทำงานได้ง่ายขึ้นเช่นกัน”

    “ผมก็คิดแบบนั้นครับบางครั้งก็ทำอาหารปรุงประกอบมาเผื่อพวกเขาด้วย” เพเนียสพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อนี้ถึงจะไม่ได้เข้ามาดูการทำงานบ่อยนัก แต่คนที่คุมงานเขาก็จะรายงานผลตลอดๆ อยู่แล้วเลยทำให้รู้ว่างานเดินไปถึงไหน ขาดเหลืออะไร มีปัญหาส่วนไหนบ้าง เรียกได้ว่าสื่อสารกับคนทำงานได้ดีทีเดียวและงานที่ออกมาล้วนแล้วแต่เหมือนกับแบบที่ออกแบบไว้ไม่มีผิดเพี้ยนเลยทีเดียวเพราะทางบ้านเขาไม่ได้กดดันหรือเร่งรัดคนที่ทำงานด้วยก็เป็นการพวกเขาเลยทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในแบบที่ไม่ถูกกดดัน

    “อิจฉาคนงานนะเนี่ยได้กินอาหารฝีมือของเราด้วย”

    “ฮ่าๆๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับบางครั้งก็เป็นแม่ลงมือทำ” ฝีมือของเพเรน่าในการทำอาหารปรุงประกอบในตอนนี้ถึงแม้ว่าจะเทียบเท่ากับลูกชายไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เรียนรู้และฝึกฝนอยู่ตลอดเลยทำให้ฝีมือของเธอดีพอๆกับเชฟตามร้านอาหารปรุงประกอบชื่อดังที่มีรายการอาหารในร้านเพียงไม่กี่อย่างได้แล้ว(เชฟอาหารปรุงประกอบ จริงๆ ทำอาหารอร่อยมาก แต่มีความถนัดเพียงไม่กี่อย่างเรียกได้ว่าชื่อของเชฟมาพร้อมกับเมนูประจำตัวของเขาเลยทีเดียว)

    “เหรอ แต่ก็อิจฉาอยู่ดีได้กินฝีมือแม่ของเราบ่อยๆ” คีเฟอร์ยังคงทำเสียงน้อยใจไม่หยุด

    “อะไรกันครับเนี่ยหรือว่าอยากมาเป็นพนักงานของทริพเพิลพีฯ ครับเนี่ย โอ้ แต่ผมจ้างไม่ไหวหรอกนะครับค่าตัวพี่ต้องแพงมากแน่ๆ เลย” เพเนียสส่ายหัวรัวทันที

    “ไม่แพงหรอก แค่อาหารอร่อยๆทุกมื้อแค่นั้นเอง” คีเฟอร์ว่าพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่พร้อมวางกับดักให้คนพบเห็นได้หลงกลไหนจะฉากหลังของเขาที่มืดครึ้มด้วยป่าขนาดย่อมๆ มีแสงส่งผ่านช่องใบไม้ลงมาพอดียิ่งทำให้เขาโดดเด่นขึ้นไปอีก

    “...” แม้แต่เพเนียสเองก็พูดอะไรไม่ออกไม่คิดว่าคีเฟอร์ที่แต่งตัวสบายๆ จะดูกลมกลืนไปกับธรรมชาติขนาดนี้แต่คำว่ากลมกลืนที่หมายถึง ไม่ได้แปลว่าจมหายนะเขากลับโดดเด่นโดยมีธรรมชาติ(ที่สร้างขึ้นโดยบริษัทชั้นนำ) เป็นตัวเสริมนับได้ว่าธรรมชาติอยู่ข้างเขาก็ว่าได้ คีเฟอร์ดูดีจริงๆมันต่างจากตอนที่คีเฟอร์จดจ่อกับการทำงาน อันหลังดูเท่ ดูฉลาดแต่ตอนนี้ดูเข้าถึงง่าย นุ่มนวล แต่พึ่งพาได้

              บ้าไปแล้วเพเนียสรีบส่ายหัวสลัดภาพและคำชมที่ตกแต่งเพิ่มให้กับคีเฟอร์ออกไป ทำไมหลังๆนี้ในหัวของเขาชักคิดเรื่องของคนตรงหน้าบ่อยๆ สงสัยช่วงนี้เจอกันบ่อยเลยนึกถึงหน้าเขาบ่อยละมั้ง

    “มาๆๆ มานั่งตรงนี้ก่อนดีกว่า”คีเฟอร์เห็นสีหน้าของเพเนียสที่พอเขาประเมินแล้วสำหรับเขาก็ไม่ได้แย่ไม่ได้แสดงถึงท่าทีที่ติดลบเลย แถมเขายังคิดว่าท่าทีแบบนี้นับว่าเป็นผลดีกับเขาด้วยซ้ำ

    “ก็ดีครับ” เพเนียสไม่ได้ค้านอะไร คีเฟอร์ยิ้มได้ใจแถมยังยื่นมาคว้าเอามือของเพเนียสจะกุมแล้วพาออกเดินไปทันทีห่างจากจุดเดิมไม่มาก มีลานโขดหินที่พึ่งจะเอามาลงได้มากี่วันก่อน ถึงจะพึ่งเอามาลงแต่มันกลับถูกทำให้ดูเก่าแก่เหมือนว่าอยู่ตรงนี้มาแล้วนานเป็นร้อยๆปี มันถูกวางในพื้นที่ที่เหมาะเจาะ และเริ่มมีต้นไม้เล็กๆ เกินขึ้นอยู่รอบๆ คาดว่าอีกไม่นานไลเคนก็คงเกิดขึ้นมาอีกแน่

    “ค่อยๆ นั่งลงนะ” หันหลังให้กับโขดหินก่อนจะย่อนก้นนั่งลง แต่ถึงอย่างนั้นมือที่จับกุมอีกฝ่ายไว้อยู่ของคีเฟอร์ก็ยังไม่ปล่อยออกยังทำเป็นเนียนๆ ต่อไป คีเฟอร์ลอบมองมือที่กุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะละหน้ามองตรงไปด้านหน้าทำเหมือนว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดปกติแถมยังแอบลอบยกมุมปากขึ้นอย่างพออกพอใจอีกด้วยเพเนียสไม่ได้แสดงท่าทีขัดขืนหรือทำหน้าอึดอัด เขาเลยเข้าข้างตัวเองเข้าไปใหญ่

    “เอาจริงๆพี่ไม่ค่อยมีเวลาว่างแบบนี้เท่าไหร่เลย ตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน” อยู่ๆคีเฟอร์ก็เปิดประโยคขึ้นมา น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดูเหนื่อยล้าเลยแต่กลับกันเขากลับพูดมันออกมาด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจกับมันมากๆที่ก่อนหน้านี้เขาทุ่มเทให้กับการทำงาน จนวันนี้ผลของการทุ่มเทของเขาก็เริ่มผลิดอกออกผลแล้วเพียงแค่ผลงานชิ้นเดียวอย่างชิป 5SoK ที่ทำให้ประสาทสัมผัสรับรู้มากขึ้นกว่าที่เคยมีมาก็ทำให้เขาและบริษัทมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเสียอีก และแค่ผลงานชิ้นนี้มันก็จะทำให้บริษัทอยู่ได้และยั่งยืนไปอีกหลายสิบปี และยิ่งเขายังอยู่ยังบริหารอยู่ ผลงานนั้นจะยิ่งถูกพัฒนาไปอีกอย่างแน่นอน

    “แต่ตอนนี้พี่ก็ได้พักบ้างแล้วไม่ใช้เหรอครับก่อนหน้านี้ก็ยังพึ่งจะไปเที่ยวกับที่บ้านนี่นา” เพเนียสว่าขึ้นพร้อมกับหันมองมาเสี้ยวหน้าของคนข้างๆ ที่เหม่อมองไปข้างหน้า

    “อืม ก็ใช่ หลังจากนี้ก็คงมีเวลามากขึ้นแล้วล่ะ”เพราะก่อนหน้านี้เขาต้องการเอาชนะตัวเองให้ได้แล้วยังอยากจะแสดงให้ใครบางคนได้เห็น ว่าเขาเองก็มีความสามารถ เขาที่ยืนได้ตัวเองเขาเองก็ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด ทั้งๆที่ปากบอกว่าไม่ได้อยากได้รับการยอมรับจากใครทั้งนั้น แต่การกระทำของเขาใครๆก็มองออก ว่าต้องการที่ได้รับการยอมรับเป็นที่สุด

    “พี่ต้องใช้ชีวิตวัยนี้ให้คุ้มนะครับ”เพเนียสว่าพร้อมกับมืออีกข้างที่ว่างอยู่ตบลงไปบนแขนของคีเฟอร์อย่างให้กำลังใจ

    “ทำไมจะบอกว่าพี่จะใกล้เข้าวัยแก่แล้วเหรอ?” คีเฟอร์ที่มองตรงไปอย่างไม่ได้โฟกัสจุดไหนเป็นพิเศษรีบหันขวับกลับมามองคนข้างๆแล้วถามออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยใจพร้อมคิ้วที่ร่นขึ้นอย่างไม่เป็นทรง

    “เออ...ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นซะหน่อยครับ แค่บอกว่าวัยของพี่ยังต้องเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆอยู่ก็เท่านั้น พี่พึ่งจะเรียนจบไม่กี่ปีไม่ใช่เหรอครับแบบนี้ปกติแล้วนอกจากเริ่มหางานทำ ยังติดเพื่อนติดเที่ยวอยู่ไม่ใช่เหรอครับ”เพเนียสไม่ได้หมายถึงแค่คีเฟอร์ แต่เขาหมายความรวมๆ ตามอายุและพฤติกรรมของคนวัยนี้วัยรุ่นตอนปลายหรือวัยเริ่มต้นของการเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องแบกรับภาระมากมายพวกเขายังต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่เกณฑ์แบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้กับทุกคนบางคนมีเรื่องให้รับผิดชอบเร็วหรือบางคนก็เที่ยวเล่นจนเริ่มจริงจังกับชีวิตช้ากว่าเพื่อนรุ่นใกล้ๆกันก็มีเช่นกัน

    “หึๆ ไม่ต้องรีบอธิบายหรอก พี่ก็แกล้งหยอกเราเล่นไปแบบนั้นแหละน่า”คีเฟอร์ยิ้มอ่อนออกมากับท่าทีกระวนกระวายของอีกคน

    “พี่คีเฟอร์!”

    “ฮ่าๆๆ อะไรกันจะมาขึ้นเสียงกลบเกลื่อนแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ”เพเนียสตีสีหน้าไม่พอใจทันทีเมื่อโดนแกล้งอีกแล้ว พออยู่กับคีเฟอร์เขารู้สึกว่าจะถูกอีกฝ่ายแกล้งเล่นทีละเล็กทีละน้อยอยู่เรื่อยเลย

    “โอ้ แก้มพองแล้วนะเนี่ย”มืออีกด้านที่ปล่อยว่างอยู่ยกขึ้นมาบีบแก้มเพเนียสเล่นอย่างมันเขี้ยวทันทีคนทำอาหารถึงจะไม่ได้กินเยอะกินจุ แต่ชิมบ่อยๆ แก้มก็ออกเหมือนกันสินะ

    “อือ... ทำอะไรเนี่ย” เพเนียสรีบกระถดตัวถอยออกห่างทันทีแต่ก็ไม่กล้าเหวี่ยงตัวไปแรง กลัวว่าแก้มยังยึดติดไปกับมือด้วยส่วนคีเฟอร์เองก็ไม่ใจร้ายนักเลยปล่อยมือจากแก้มนุ่มๆ ที่ได้บีบไปไม่กี่ที

    “แค่อยากจับดูนิดหน่อยเอง”คีเฟอร์ตอบหน้าซื่อ

    “ก็จับหน้าตัวเองไปสิครับ ยี้...นี่มันเยิ้มเลยนะเนี่ย”เพเนียสไม่ยอมคว้ามือของคีเฟอร์ขึ้นมาก่อนจะดันให้มันไปแปะอยู่กับหน้าของคีเฟอร์เต็มๆจริงๆ หน้าของคีเฟอร์ไม่ได้มัน แต่เพียงแค่มีเหงื่อซึมออกมาบ้างก็เท่านั้นเพเนียสก็พูดเกินจริงไปก็แค่นั้นเอง

    “มันเหรอ!! ก็ไม่นะ” การที่มีใครสักคนมาบอกว่าหน้าเรามัน มันทำให้ความมั่นใจในตัวเองลดลงไปหลายส่วนเลยทีเดียวคีเฟอร์รีบใช้ฝ่ามือลูบทดสอบไปทั่วหน้าอย่างวิตก ผิวหน้าเขาปกติมากๆไม่มีทั้งปัญหามันเยิ้มหรือแห้งมากวนใจแต่อย่างใดถึงอย่างนั้นเมื่อโดนทักก็วิตกไปก่อนอย่างลืมตัว

    “พึ่งรู้นะเนี่ยว่าพี่ก็ห่วงเรื่องหน้าตาอยู่เหมือนกันโทษทีนะครับที่ผมพูดอะไรแบบนั้นออกไป” เห็นสีหน้าขาดความมั่นใจของคีเฟอร์แล้วคนแกล้งอย่างเพเนียสก็เอ่ยออกมาอย่างใจเสียเช่นกันการพูดหรือแกล้งทำให้ผู้อื่นเสียความมั่นใจเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำมันไม่ใช่แค่เพราะว่าเป็นมารยาท แต่เป็นการให้เกียรติผู้อื่นด้วยเพเนียสก้มหัวลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิด

    “ไม่เป็นไรหรอก อย่าคิดว่ามากเลยน่า” กลับกลายเป็นคีเฟอร์ที่ต้องมาปลอบใจแทนเขาลูบผมเพเนียสเบาๆ อย่างปลอบโยนพร้อมกับส่งยิ้มให้คลายความกังวล

    “ครับ”

    “ว่าแต่ว่า ที่หน้าเราก็เหมือนจะมีอะไรติดอยู่เหมือนกันนะ”คีเฟอร์ว่าพร้อมกับเอียงคอจ้องมองหน้าเพเนียสอย่างเป็นเอาจริงจัง

    “??” เพเนียสทำหน้าสงสัยส่วนคีเฟอร์ยังคงลูบผมนุ่มสีขาวปลอดอย่างเอ็นดู ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆพร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่เขามั่นใจนักหนาว่าสามารถล่อลวงคนได้

    “น่ารัก” นิ้วชี้เรียวยาวที่งอลงเป็นตะขอแตะไล้ลงไปตรงกลางจมูกไล่มาถึงปลายจมูกทรงสวยของเพเนียสอย่างแผ่วเบาดูเหมือนว่าความมั่นใจเรื่องรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของคีเฟอร์จะเป็นจริง

    “...” เพเนียสที่รู้สึกได้ถึงสัมผัสที่ดูเหมือนจะแผ่วเบาแต่กลับดูหนักแน่นอยู่ในที เขารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่ตามมาติดๆเริ่มจากจมูกตรงที่ถูกสัมผัส ก่อนจะลุกลามไปจนทั่วใบหน้า ใบหู และลำคอ

    “ตอนนี้ยิ่งน่ารักเข้าไปอีก... สิบเท่า”ยิ่งเห็นหน้าที่เขินอายคีเฟอร์ยิ่งได้ใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกหน่อยพร้อมกับรอยยิ้มออกพอใจคำพูดของเขายิ่งกระตุ้นให้เพเนียสที่นิ่งเงียบอยู่เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผมและหน้าร้อนเผยให้แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อเข้าไปอีก

    “จริงไหม??”

    “เอ่อ กะ ใกล้ไปหน่อยไหมครับ” ปฏิกิริยาที่เริ่มต่อต้านต่อคนตรงหน้าแต่มันไม่ใช่ต่อต้านเพราะหวาดกลัวหรือไม่ชอบอะไรแบบนั้นแค่กลับเป็นการต่อต้านเพราะว่ารู้สึกเขินอายและทำตัวไม่ถูก

    “พี่ถอยให้นิดหนึ่งก็ได้แต่ขออะไรสักอย่างได้ไหม” เขาไม่ยอมถอยตัวออกมาห่าง แถมยังต้องขอต่อรองอีกต่างหาก

    “อะไรเหรอครับ?”

    “ต่อไป ขอให้พี่ได้อยู่ใกล้ๆแบบนี้อีกได้ไหม หืม?”

    “ก็ เอ่อ... ก็แล้วแต่พี่เลยสิครับผมจะห้ามอะไรได้ล่ะ” เพราะหน้าตาที่จริงจังและดูจริงใจ แล้วก็ต้องการคำตอบที่ตรงไปตรงมาด้วยต่อไปเขาจะได้ทำตัวและจัดการกับท่าทีของตัวเองถูกด้วยแต่ถึงอย่างนั้นเพเนียสก็เขินอายเกินกว่าจะตอบแถมเมื่อเอ่ยออกมายังก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตาคนตรงหน้าอีกด้วยจ้องอะไรหนักหนาเล่าเนี่ย

    “ตอบแบบนี้ พี่จะเข้าใจว่าเราตกลงนะงั้นพี่ขอใช้เวลาช่วงนี้อยู่ใกล้เราให้มากขึ้นด้วยการพักอยู่ที่นี่อีกสักพักได้ไหมนะ?” ได้เพียงเซน(ติเมตร) ใครจะไม่อยากได้เพิ่มเป็นเมตรกันคีเฟอร์เร่งรัดเอ่ยคำขอออกมาติดๆ กันเลยทีเดียว ตีเหล็กต้องตีตอนร้อนตอนนี้เพเนียสกำลังใจอ่อนเหลวเป็นน้ำ เขาเลยรีบตักตวงให้ได้มากที่สุด

    “คะ...ครับผมเห็นว่าพี่อยากพักผ่อนหรอกนะ” เพเนียสพยักหน้าลงเล็กน้อยเป็นการตอบรับ

    “ขอบใจเรามากเลยน้าาาาาน่ารักอะไรขนาดนี้เนี่ย” เพราะเอ็นดูและชื่นชอบไปพร้อมๆ กันมันเลยตามมาด้วยความหมั่นไส้(?)เขาหยุดมือตัวเองไม่ได้ถึงกับยกขึ้นมาประกบแก้มของเพเนียสไว้ทั้งสองข้างก่อนบีบและส่ายไปมาเบาๆอย่างชอบใจใจเขาอยากจะยื่นหน้าเข้าไปให้ใกล้กว่านี้แล้วเอาปลายจมูกไปแตะคนตรงหน้าสักหน่อยหากแต่ว่าถ้าทำแบบนั้นดูจะเป็นการรุกล้ำเกินไปหน่อย เลยได้แต่ขืนตัวไว้อย่างสุดแรง

    “อือ...” เพเนียสสู้แรงคีเฟอร์ไม่ไหวได้แต่ร้องเสียงอู้อี้ออกมาเท่านั้นเขาคงขัดขืนไม่ได้จริงๆนึกหมั่นไส้สีหน้ายิ้มแย้มของคนตรงหน้าขึ้นมาตงิดๆ แล้วนะ เมื่อไหร่วันหยุดพักผ่อนของเขาจะหมดนะ

     

    คล้ายกับเรื่องผมมี APP จากดาวโลก ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668