ตอนที่ 19 ดูนายภูมิใจเข้าสิ
เวลาอาหารค่ำนัดไว้ตอนหกโมงเย็น แต่ตอนสี่โมงเย็นลี่หนานเสวียนก็ขับรถพาลู่โจวกับเก่อเซียงอี้มุ่งหน้ามายังภัตตาคารเทียนซย่าเพื่อเลี่ยงการจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วนหลังเลิกงาน
ภัตตาคารเทียนซย่าเป็ร้านอาหารหรูอันดับต้นๆ ของเมืองหลวง และเป็ร้านอาหารเก่าแก่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน มีประวัติยาวนานกว่าห้าร้อยปีสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งยังเคยผ่านการรับรองคุณภาพระดับสากล กลายเป็ภัตตาคารระดับพรีเมียมของชาติ มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วประเทศ ปกติลูกค้าที่จะเข้ามาทานอาหารที่นี่จะต้องจองก่อนล่วงหน้าเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็ได้แต่ต้องยืนดูคนอื่นกินแทน
ลี่หนานเสวียนกับพวกลู่โจวมาถึงประตูทางเข้าภัตตาคารในเวลาห้าโมงครึ่งพอดี
พนักงานต้อนรับหน้าประตูจำลี่หนานเสวียนได้ พอเห็นเขาลงมาจากรถ ก็รีบใช้อุปกรณ์สื่อสารแจ้งให้ผู้จัดการร้านของพวกเขาทราบทันที ทั้งยังเป็ฝ่ายเข้ามาช่วยจอดรถให้ลี่หนานเสวียนอีกด้วย
ผู้จัดการร้านเทียนซย่าทราบว่าลี่หนานเสวียนมาถึงแล้ว ก็รีบนำหัวหน้าบริกรของวันนี้มาต้อนรับลี่หนานเสวียนที่หน้าประตูใหญ่ ทันทีที่เห็นพวกเขาก็ฉีกยิ้มกว้าง “ยินดีต้อนรับพันตรีลี่และคุณหนูเก่อ ยินดีต้อนรับทุกท่าน ผมได้จัดเตรียมห้องรับรอง ‘จินอวี้ถัง’ ไว้ให้พวกท่านแล้ว เชิญท่านทั้งสามตามผมมาได้เลยครับ”
จินอวี้ถังเป็ห้องรับรองส่วนตัวตั้งอยู่บริเวณสวนดอกไม้ชั้นหนึ่งของภัตตาคาร ผนังห้องรับรองติดวิวสวนดอกไม้ของที่นี่ทุกห้องล้วนทำจากกระจกที่เคลือบด้วยฟิล์มหนึ่งชั้นซึ่งคนข้างในสามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้ แต่คนข้างนอกจะไม่สามารถเห็นข้างในเพื่อให้แขกทุกคนสามารถชมทัศนียภาพได้สะดวก
ผู้จัดการนำทางพวกเขามาถึงห้องรับรอง พร้อมกำชับหัวหน้าบริกรให้ดูแลพวกเขาเป็อย่างดีก่อนจะออกไป
พวกลู่โจวนั่งลงบนเก้าอี้ยังไม่ทันอุ่น กู่ซู่กับชายหนุ่มอีกคนที่แต่งตัวทันสมัยก็มาถึงหน้าห้องรับรองแล้ว
ลี่หนานเสวียนมองเห็นพวกเขาผ่านกระจกก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูให้ด้วยตัวเอง “ฉันนึกว่าที่โรงพยาบาลจะมีคนไข้รอให้นายตรวจเยอะซะอีก อย่างน้อยก็ทุ่มนึงกว่าจะมาถึง”
กู่ซู่พูดติดตลก “พันตรีลี่จะเลี้ยงข้าวทั้งที ต่อให้อยู่ในห้องผ่าตัด ฉันก็ต้องรีบมาให้ได้”
ลี่หนานเสวียนแค่นหัวเราะหึ “ชีวิตคนสำคัญเท่าฟ้า นายกล้าทิ้งคนไข้แล้วรีบมาที่นี่จริงๆ เหรอ”
“แหะๆ ฉันล้อเล่นน่า ล้อเล่น”
เก่อเซียงอี้คลี่ยิ้มแล้วเดินเข้ามาพูดคุยกับชายหนุ่มแต่งตัวทันสมัย “อาจ่าน วันนี้นายแต่งตัวดูดีเชียวนะ”
ซูจ่านยิ้มหล่อเหลา “คนที่นัดไว้มีแต่คนหล่อคนสวยทั้งนั้น ถ้าไม่แต่งตัวให้ดูดีหน่อยก็ถูกพวกเธอกลบหมดน่ะสิ”
กู่ซู่ยกแขนพาดไหล่ซูจ่าน “ที่แท้ในสายตานายฉันก็เป็หนุ่มหล่อคนหนึ่งเหรอเนี่ย น่าดีใจจริงๆ”
“ดูนายภูมิใจเข้าสิ”
ลี่หนานเสวียนเห็นพวกเพื่อนๆ ลับฝีปากกันก็อดหัวเราะไม่ได้ ทว่ามุมปากเพิ่งยกยิ้มได้ไม่ทันไร ก็ถูกเงาร่างของคนกลุ่มหนึ่งบนทางเดินฝั่งตรงข้ามดึงดูดความสนใจ สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมทันที
เก่อเซียงอี้ััได้ว่าสีหน้าเขาดูแปลกไป จึงถามด้วยความห่วงใย “อาเสวียนเป็อะไรไป”
กู่ซู่กับซูจ่านเองก็สังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของลี่หนานเสวียนเช่นกัน เมื่อมองตามสายตาของอีกฝ่าย พบว่าฝั่งตรงข้ามเป็ชายหนุ่มสวมชุดสูทสีดำกลุ่มหนึ่ง
ลู่โจวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาก็มองออกไปนอกห้องผ่านกระจก ทันทีที่เห็นชายหนุ่มท่าทางเคร่งขรึมเ็าซึ่งเป็หัวหน้ากลุ่มของฝั่งตรงข้าม คิ้วก็ขมวดเข้าหากัน
“ข้างนอกอากาศหนาว เข้าห้องก่อนค่อยคุยกัน” ลี่หนานเสวียนดันพวกเขาให้เข้าไปในห้องรับรอง จากนั้นจ้องฝั่งตรงข้ามอีกครู่หนึ่งตาเขม็ง
คนฝั่งตรงข้ามสังเกตเห็นว่ามีคนจับตามองพวกตนอยู่ ก็หันหน้ามามองตอบ เมื่อชายหนุ่มผู้เป็หัวหน้าเห็นลี่หนานเสวียน มุมปากก็ยกยิ้มเ็า ยกมือขึ้นทำท่ายิงปืนมาทางลี่หนานเสวียน
ลี่หนานเสวียนไม่สนใจเขา แล้วปิดประตูห้องรับรองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เมื่อคนฝั่งตรงข้ามเห็นเขาเข้าไปในห้อง ก็เดินเข้าห้องรับรองฝั่งตรงข้ามเช่นกัน
กู่ซู่ถามขึ้นด้วยความสงสัยใคร่รู้ “อาเสวียน พวกเขาเป็ใครกัน ดูท่าทางไม่น่ายุ่งด้วยเลย”