ไก่ตายแล้ว!
ทันใดนั้นฮองเฮาที่ร้องไห้เสียงเบามาตลอดก็ตะโกนด้วยความตื่นตระหนก “ตายแล้ว! ตายแล้ว!มีพิษ! พระพุทธรูปมีพิษ!”
“เสด็จแม่!”
“เสด็จแม่ท่านอย่าเป็นแบบนี้! ท่านเป็นอะไรไป!”
หลงเทียนโม่รีบกอดฮองเฮาแต่ฮองเฮายังคงดิ้นรนด้วยความกลัว “ปล่อยข้า ไก่ตายแล้ว เจ้าเห็นหรือไม่? ไก่ตายแล้ว! ฉางผิงก็ตายไปแล้วเหมือนกัน!”
“มีพิษของสิ่งนั้นมีพิษ!”
ฮองเฮาตะโกนอยู่อย่างนั้นทว่าจู่ๆ ก็เงียบลงและมองไปที่หลงเทียนโม่อย่างเลื่อนลอย “โม่เอ๋อร์ข้าเป็นคนฆ่าฉางผิงใช่หรือไม่? เป็นข้าใช่หรือไม่?”
“โม่เอ๋อร์ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ! ไม่ใช่ข้า...ไม่ใช่ข้า...”
หลงเทียนโม่จ้องไปที่สีหน้าหวาดกลัวของเสด็จแม่อย่างว่างเปล่าสมองก็เต็มไปด้วยความว่างเปล่า
หรือว่าเสด็จแม่จะเป็น...บ้าไปแล้ว?
ในตอนที่หลงเทียนโม่อยู่ในความงุนงงอยู่ๆ ฮองเฮาก็ผลักมือเขาออกและวิ่งออกจากตำหนักซีเซียง
“ใครก็ได้จับฮองเฮาไว้!”
“ไปตามหมอมาเร็วเข้า!”
ไท่เฮาร้องอุทานชีวิตนี้นางเคยเห็นสตรีบ้าคลั่งในวังหลังมาไม่น้อย แต่ท่าทางเช่นนี้ของฮองเฮาทำให้นางกลัว!
หลงเทียนโม่ที่เพิ่งจะรู้สึกตัวก็เป็นคนแรกที่วิ่งตามไป
“เฉียนมามามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” หลงเฟยเยี่ยถามอย่างจริงจังพบแหล่งที่มาของพิษแล้ว แต่เรื่องกลับยังไม่จบ!
ใครจะเชื่อว่าฮองเฮาจะวางยาองค์หญิงฉางผิง?
ต้องมีเหตุผลที่ฮองเฮาเสียสติเช่นนี้
เฉียนมามากลัวมากจนนางไม่กล้าปิดบังอะไรและพูดทุกอย่างออกมา“หลังจากองค์หญิงฉางผิงสิ้นพระชนม์ เสี่ยวเยวี่ยที่อยู่ตำหนักซีเซียงก็เสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นานจู่ๆ นางก็ล้มลงในห้องนั้น ซึ่งคล้ายกับการตายขององค์หญิงอย่างมากที่ไร้ซึ่งเหตุผลและไม่มีบาดแผลหรืออาการป่วยใดๆ หลังจากที่ฮองเฮารู้เรื่องนี้นางก็สั่งให้คนรับใช้ฝังศพเสี่ยวเยวี่ยอย่างลับๆ ฮองเฮาอยู่ในห้องนั้นเป็นเวลานานในวันนั้นหลังจากที่ออกมา ก็สั่งให้หม่อมฉันเอาพระพุทธรูปไม้นั้นไปฝังในตอนนั้นพระพุทธรูปถูกห่อไว้อย่างแน่นหนา หม่อมฉันเองก็ไม่ทราบว่ามันคืออะไรแค่ทำตามคำสั่งไปเท่านั้น เมื่อครู่ข้าได้ยินว่ามีบางอย่างหายไปจากห้องนี้หม่อมฉันก็รู้ว่าจะต้องเป็นของบางอย่างในวันนั้นเป็นแน่”
เฉียนมามาหยุดครู่หนึ่งแล้วพูดเสริมว่า“ท่านอ๋อง ฮองเฮาไม่ใช่ฆาตกรอย่างแน่นอนเพคะพระพุทธรูปองค์นี้เพิ่งถูกส่งมาจากอาณาจักรหนานเจ้าเมื่อหลายปีก่อนผู้ที่ส่งส่วยกล่าวว่าวัสดุของพระพุทธรูปนี้มีความพิเศษและหายากมาก เรียกว่าต้นยางน่องในเวลานั้นหม่อมฉันก็อยู่ที่นั่น ฮองเฮาไม่รู้จริงๆ ว่าสิ่งนี้มีพิษเพคะ!คงเป็นเพราะฮองเฮาโทษตัวเองมากเกินไป เลยปิดบังเรื่องนี้!”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้หานอวิ๋นซีก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น!
ในคืนนั้นเหตุการณ์การสิ้นพระชนม์ขององค์หญิงฉางผิงนางเคยพูดรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องต้นยางน่องแล้ว หลังจากการตายของเสี่ยวเยวี่ยคิดว่าฮองเฮาก็คงเดาได้ ดังนั้นนางจึงปกปิดการตายของเสี่ยวเยวี่ยและฝังพระพุทธรูป
เพียงแต่ฮองเฮากำลังโทษตัวเองไม่พอใจ หรือจงใจฉวยโอกาสใส่ร้ายนาง?
เมื่อนึกถึงรูปลักษณ์ที่บ้าคลั่งของฮองเฮาเมื่อครู่หานอวิ๋นซีก็ไม่ต้องการไล่ตามมันอีกต่อไปนางหันกลับมาและโค้งคำนับให้ไท่เฮาและพูดอย่างเฉยเมยว่า “ไท่เฮามีบาดแผลสองจุดที่นิ้วขวาของฉางผิง และบนบาดแผลมีพิษอยู่ หากไท่เฮาไม่เชื่อสามารถถามหมอพิษคนอื่นๆ ให้ตรวจดูได้ข้าเป็นผู้บริสุทธิ์และเรื่องเกิดขึ้นโดยบังเอิญและฮองเฮาเองก็ไม่ได้คิดที่จะทำแบบนี้”
นี่คือจุดจบของเรื่องความจริงถูกเปิดเผย ไท่เฮาจะพูดอะไรได้อีกราวกับว่านางอายุมากขึ้นอีกสิบปีในชั่วข้ามคืนสายตาที่เฉียบคมของนางตอนนี้แดงก่ำและขุ่นมัว
นางไม่เคยคิดเลยว่าฉางผิงจะตายแบบนี้เพื่อที่จะให้ของขวัญปีใหม่นาง เพื่อพระพุทธรูปองค์เดียวต้องมาเสียชีวิตไปอย่างนี้
หลังจากนั้นไม่นานไท่เฮาก็พูดอู้อี้ว่า “หานอวิ๋นซี ทำไมเจ้าไม่มาเร็วกว่านี้? ทำไมเจ้าไม่ช่วยฉางผิง?”
นี่คือสิ่งที่ฮองเฮาถามหานอวิ๋นซีไปเมื่อครู่นางมาช่วยคนไม่ทัน ดังนั้นนางเลยเป็นฆาตกรอย่างนั้นหรือ?
ฮองเฮารับไม่ได้ที่พระพุทธรูปเป็นแหล่งของยาพิษและรับไม่ได้ที่การตายของฉางผิงเกี่ยวข้องกับความประมาทเลินเล่อของตัวเองทั้งยังกลัวว่าความจริงจะถูกเปิดเผย จึงได้แต่โทษนางซ้ำๆ จนไปถึงทรมานให้นางสารภาพ
นี่มันไม่ใช่อะไรนอกจากการหลอกลวงตัวเอง!
หานอวิ๋นซีพ่นลมหายใจอย่างขมขื่นและพูดอย่างราบเรียบว่า“ไท่เฮา หมอไม่ได้มีอำนาจทุกอย่าง ขอแสดงความเสียใจด้วย”
ในฐานะหมอหานอวิ๋นซีโทษตัวเองและรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยชีวิตคนได้ทันเวลาอย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้มีมากมายก่ายกองและไม่ได้หมายความว่านางต้องแบกรับความรับผิดชอบ
ตอนนี้นางแค่โชคดีเท่านั้นโชคดีที่นางมีโอกาสปกป้องตัวเอง มิฉะนั้นนางคงตายอย่างไม่ยุติธรรมยิ่งกว่าองค์หญิงฉางผิง!
ไท่เฮาขมวดคิ้วจ้องมองหานอวิ๋นซี บริเวณโดยรอบก็เต็มไปด้วยความเงียบงัน
อย่างไรก็ตามในขณะนี้ มีขันทีคนหนึ่งรีบเข้ามา “ไท่เฮาไท่เฮาพ่ะย่ะค่ะ...ฮองเฮา...พระองค์...เสียสติไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ไท่เฮาตกตะลึงไปครู่หนึ่งนางรู้สึกเพียงว่าตรงหน้าของนางมืดลงและในไม่ช้าก็สลบไปแต่โชคดีที่เหล่ามามาอยู่ข้างๆ ช่วยนางไว้ได้ทันและรีบส่งพานางกลับไปที่ห้อง
เสียสติไปแล้ว?
ความสงสารฉายแววในดวงตาของหานอวิ๋นซีหัวใจของนางก็หนักอึ้งเล็กน้อย ไม่ว่าฮองเฮาจะคิดอย่างไรนางก็เต็มใจที่จะเชื่อว่าฮองเฮาใส่ร้ายนางเพราะความผิดปกติทางจิตนางไม่ต้องการไล่ตามฮองเฮาอีกต่อไป
เมื่อคิดเช่นนี้ก็สามารถยกโทษให้ได้ คิดแบบนี้ โลกคงสดใสขึ้นเยอะเลย
หานอวิ๋นซีหันศีรษะของนางโดยไม่ได้ตั้งใจและพบว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังมองมาที่นาง
“มองอะไร?” นางโพล่งออกมาโดยไม่รู้ตัว
หลงเฟยเยี่ยผงะไปครู่หนึ่งส่งเสียงไอออกมาสองครั้ง และมองไปที่ท้องฟ้าที่ตอนนี้มืดแล้ว
เขาพูดอย่างเฉยเมยว่า“ถึงเวลาพอดี เจ้ากลับไปได้แล้ว”
“อืม”หานอวิ๋นซีพยักหน้า
ไม่รู้ว่าสถานการณ์ทางฝั่งฮองเฮาจะเป็นอย่างไรบ้างยิ่งไม่รู้ว่าหากฮ่องเต้เทียนฮุยรู้เรื่องนี้จะมีปฏิกิริยาอย่างไร กลับกันชายผู้นี้บอกว่านางสามารถไปได้แล้วเช่นนั้นก็ออกไปก็แล้วกัน
เดิมทีคิดว่าหลงเฟยเยี่ยต้องการให้นางกลับไปคนเดียวแต่ใครจะรู้ว่าชายผู้นี้จะไปกับนางด้วย
จากไปโดยไม่บอกลาสักคำหลงเฟยเยี่ยนะหลงเฟยเยี่ย ท่านแน่ใจหรือว่าท่านไม่ได้ทำให้ฮ่องเต้เทียนฮุยขุ่นเคือง?
ไม่ว่าฮองเฮาและไท่เฮาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรอย่างน้อยหานอวิ๋นซีก็รู้ว่าฮ่องเต้เทียนฮุยต้องการฆ่านางหลังจากการตายของหลี่ซื่อดูเหมือนว่าในภายภาคหน้า นางควรระมัดระวังและไม่สร้างปัญหาใดๆ
หลังจากขึ้นรถม้าทันทีที่นั่งลงหานอวิ๋นซีก็รู้สึกอ่อนเพลีย นางถูกขังมาห้าวันห้าคืน ไม่ได้กินไม่ได้นอน ตอนนี้ความเครียดได้ผ่อนคลายลงและรู้สึกโล่งใจอย่างมาก
เดิมทีต้องการงีบหลับสักประเดี๋ยวแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เมื่ออยู่กับก้อนน้ำแข็งใหญ่ นางก็นอนไม่หลับ
นางเอนตัวไปข้างๆอย่างเกียจคร้าน ลังเลอยู่นาน แล้วพูดว่า “ครั้งนี้...ขอบคุณมาก!”
ปกติแล้วนางจะเรียกเขาว่าท่านอ๋องและเวลาที่โกรธ นางก็จะโพล่งเรียกเขาว่าหลงเฟยเยี่ย แต่เวลาที่นางพูดอย่างจริงจังนางไม่ได้เรียกเขาด้วยชื่อใดๆ เลย
หลงเฟยเยี่ยนั่งอย่างเกียจคร้านบนที่นั่งด้านขวาท่าทางที่เย่อหยิ่งของผู้เป็นอ๋องนั้นเป็นเรื่องธรรมดาเขามองไปอย่างเย็นชาและพูดประโยคหนึ่งว่า “วันหลังก็อย่าสร้างปัญหาให้ข้าอีก”
สร้างปัญหา?
“ปัญหามันมาหาถึงที่เองต่างหากเข้าใจหรือไม่?” หานอวิ๋นซีพึมพำอย่างไม่พอใจ
แววตาของหลงเฟยเยี่ยฉายแววขี้เล่นและถามอย่างเย็นชาว่า “เจ้าพูดอะไร?”
“ข้าไม่ต้องตอบแทนเหรียญทองคำสั่งสิทธิพิเศษหรอกใช่หรือไม่”หานอวิ๋นซีแสร้งทำเป็นล้อเล่น อันที่จริงสิ่งที่ทำให้นางตกใจไม่ใช่ความจริงแต่เป็นตราสิทธิพิเศษ
ชายผู้นี้วางเดิมพันกับนางหนักขนาดนี้เขาคงไม่มีแผนร้ายอะไรใช่หรือไม่?
อย่างไรก็ตามการแสดงออกที่ไม่แยแสของหลงเฟยเยี่ยกลับแข็งทื่อเล็กน้อย แทนที่จะตอบเขาหันศีรษะและมองออกไปนอกหน้าต่าง
ชายผู้นี้เข้าใจยากจริงๆหานอวิ๋นซีบ่นในใจและมองไปอีกด้านหนึ่ง
เมื่อหลงเฟยเยี่ยและหานอวิ๋นซีกลับมาถึงจวนฉินอ๋องอี้ไท่เฟยก็ทราบข่าวจากพระราชวังแล้ว ต้องบอกว่าข่าวแพร่กระจายเร็วมาก
หานอวิ๋นซีรอดชีวิตจากภัยพิบัตินางหนีจากไท่เฮาและฮองเฮามาได้เดิมทีนางคิดว่าอี้ไท่เฟยจะเป็นโชคดีสำหรับนางและจะต้อนรับนางกลับมาแต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่นางและหลงเฟยเยี่ยเข้าประตู อี้ไท่เฟยไม่แม้แต่จะมองนางคว้าตัวหลงเฟยเยี่ยและถามอย่างโกรธเคืองว่า “เฟยเยี่ยเจ้าใช้ตราคำสั่งสิทธิพิเศษอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่”หลงเฟยเยี่ยตอบอย่างเฉยเมย และเดินไปข้างหน้าต่อไป
“เจ้าใช้ตราคำสั่งพิเศษเพื่อนางจริงๆหรือ?”อี้ไท่เฟยยังคงไม่เชื่อ
ดวงตาที่สดใสของหานอวิ๋นซีหรี่ลงในทันใดนางก้มหัวลงอย่างเงียบๆ รอยยิ้มอันขมขื่นปรากฏบนริมฝีปากของนาง
แต่ใครจะรู้หลงเฟยเยี่ยกลับตอบว่า “ของของข้า ความสุขของข้า”
“เจ้า!”อี้ไท่เฟยโกรธเกรี้ยว แต่ก็ไม่มีคำพูดใดที่จะหักล้าง
หานอวิ๋นซีแอบชำเลืองมองหลงเฟยเยี่ยเห็นว่าแม้ว่าเขาจะเฉยเมยแต่ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความจริงจังมุมปากที่หย่อนยานของนางก็ยกขึ้นในทันทีและยิ้มอย่างอ่อนหวาน
หลงเฟยเยี่ย“ความสุข” ของท่าน หานอวิ๋นซีผู้นี้จำจำเอาไว้!
เมื่อเห็นหลงเฟยเยี่ยเดินอี้ไท่เฟยก็ยังคงตามไป แต่นางไม่ได้พูดถึงเรื่องตราคำสั่งสิทธิพิเศษอีกต่อไปแต่ถามแทนว่า “เหยาเหยากลับไปซีโจวเมื่อเช้านี้ เจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้หานอวิ๋นซีจึงจะนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าครอบครัวได้ในคืนนั้นฮ่องเต้เทียนฮุยเรียกหลงเฟยเยี่ยไปคุยกันลับๆ พวกเขาคุยอะไรกัน?
องค์หญิงหรงเล่อไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆทำไมนางถึงกลับไป?
องค์หญิงหรงเล่อกลับไปแล้วแสดงว่าเรื่องการอภิเษกหลังปีหน้าก็ผ่านพ้นไปแล้วใช่หรือไม่? เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ มุมปากของหานอวิ๋นซีก็ยกสูงมากขึ้น
“ไม่รู้”หลงเฟยเยี่ยตอบอย่างใจเย็นโดยไม่หยุดเดิน
อี้ไท่เฟยเดินตามหลังมาติดๆด้วยความโกรธ “เฟยเยี่ย! แม่กำลังพูดกับเจ้านะ!”
เช่นนี้หลงเฟยเยี่ยจึงจะหยุด“เสด็จแม่ การอภิเษกขององค์หญิงหรงเล่อไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจวนฉินอ๋องดังนั้นท่านไม่ควรที่จะไปกังวลกับมันมากนัก”
“เจ้า!”อี้ไท่เฟยโกรธจัด “เจ้า...เจ้าคุยอะไรกับฮ่องเต้ เจ้าทำร้ายเหยาเหยาหรือไม่?”
หลงเฟยเยี่ยไม่ตอบอะไรอีกและเดินไปที่ลานดอกบัวหานอวิ๋นซีเองก็ตามไปอย่างรวดเร็วและทั้งคู่ก็หายไปจากสายตาของอี้ไท่เฟยอย่างรวดเร็ว
อี้ไท่เฟยหน้าแดงด้วยความโกรธแต่หลังจากสงบสติอารมณ์และคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางก็ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวพลางพึมพำกับตัวเองว่า “เฟยเยี่ย...เขาคงไม่ได้ทำเพื่อหานอวิ๋นซีสตรีผู้นั้นจริงๆใช่หรือไม่?”
ในเวลานี้ตำหนักคุนหนิงของฮองเฮากำลังวุ่นวาย เหล่าคนรับใช้และมามาต่างรีบเก็บข้าวของแม้แต่กู้เป่ยเยวี่ยก็วินิจฉัยว่าฮองเฮาเสีบสติไปแล้ว ต้องดูแลนางอย่างระมัดระวังอย่าไปกระตุ้นนาง มิฉะนั้นมันอาจจะไม่ดีขึ้นตลอดชีวิต
ฮ่องเต้เทียนฮุยตัดสินใจชั่วข้ามคืนและส่งฮองเฮาไปยังวังอีกแห่งในเขาซีซานเพื่อพักฟื้นแม้กระทั่งพิธีศพขององค์หญิงฉางผิง นางก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมด้วยซ้ำ
ฮ่องเต้เทียนฮุยกำลังนั่งอยู่ในลานด้วยใบหน้ามืดมนบุตรสาวเสียชีวิต ฮองเฮาก็เสียสติไปแล้ว แทนที่จะได้ฉลองเทศกาลที่รื่นเริงแต่กลับเจอเรื่องแบบนี้จะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไร?
ยิ่งกว่านั้นหานอวิ๋นซียังพ้นผิดจริงๆ ถ้าเขาไม่ตอบตกลงการปล่อยตัวหานอวิ๋นซีของหลงเฟยเยี่ยบางทีฮองเฮาอาจจะไม่เสียสติแบบนี้!
นอกจากนี้หลงเฟยเยี่ยยืนกรานที่จะไม่ยอมรับการอภิเษกจึงทำให้องค์หญิงหรงเล่อกลับไปในเช้าวันนี้โดยไม่กล่าวคำอำลานอกจากนี้เขายังคาดว่าจะร่วมมือกับซีโจวในการเตรียมการสงครามชายแดนทางเหนือหลังจากปีใหม่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเรื่องนั้นมันจะลอยหายไปในอากาศแล้ว!
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ฮ่องเต้เทียนฮุยก็กำหมัดแน่นและทุบโต๊ะหินหลายครั้ง ในเวลานี้ไท่เฮาเดินมาหาด้วยใบหน้าที่มืดมนและพูดเบาๆ ว่า “ฮ่องเต้ พรุ่งนี้ไปเคลื่อนศพเถิดข้าไม่อยากเศร้าอีกต่อไปแล้ว...”
ฮ่องเต้เทียนฮุยถอนหายใจและพยักหน้า
ไท่เฮานั่งลงและยิ้มอย่างเย็นชา“ฮ่องเต้ จากที่ข้าดูแล้ว ฉินหวังเฟยคนนี้...ฮึฮึ ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ”
จากนั้นฮ่องเต้เทียนฮุยก็เงยหน้าขึ้นมอง“เสด็จแม่วางใจได้ ลูกวางแผนไว้แล้ว!”