ตอนที่ 12 องค์ชายรองเชียนหงเยี่ยน (2)
“อิ่งเม่ยถวายบังคมองค์ชายรองเพคะ” สายตาคมวาวของอิ่งเม่ยหยุดนิ่งที่เชียนหงเยี่ยน นางต้องยอมรับว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้มีความเป็เลิศทั้งบุคลิกและหน้าตา ฮวาอิ่งเม่ยคนก่อนชอบเขาก็เป็เื่ปกติ ขอถามว่า ชายหนุ่มหล่อเลิศเช่นนี้จะมีหญิงสาวกี่คนที่ไม่รัก
อิ่งเม่ยคิดพลางมุมปากกระตุกยิ้มเย็นออกมา ส่วนลึกของแววตาที่มองดูเชียนหงเยี่ยนปกคลุมด้วยไอเย็นเยียบเสียดกระดูก
เชียนหงเยี่ยน ท่านไม่ควรปฏิบัติต่ออิ่งเม่ยเช่นนี้ หย่าร้างก่อนแต่ง ในยุคสมัยเช่นนี้ท่านทำให้หญิงสาวผู้หนึ่งต้องมีชื่อเสียเช่นนี้ ท่านช่างโหดร้ายยิ่งนัก
ท่านทำทุกอย่างนี้เพียงเพื่อได้ก้าวสู่บัลลังก์ันั่น แต่ข้าจะไม่ให้ท่านได้สมปรารถนาหรอก
ฮวาโหรวหลาน บุตรีสุดที่รักของฮวาจวิ้นหยาง หลานตาสุดรักแสนถนอมของจ้าวชินรองเ้ากรมพิธีการ ท่านอยากแต่งกับนางเพียงเพราะ้าแรงสนับสนุนจากจวนตระกูลฮวาและตระกูลจ้าว ข้าก็อยากจะรอดูว่า เมื่อฮวาโหรวหลานกลายเป็หญิงสำส่อนที่ใครก็ได้ลิ้มลองแล้ว ท่านยังจะแต่งกับนางอีกหรือไม่
เชียนหงเยี่ยนมองดูใบหน้าแย้มยิ้มสดใสของอิ่งเม่ยแล้วจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขาไม่เข้าใจเลย เหตุใดใบหน้าเช่นเดียวกันนี้ ยามนี้กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปได้
“ลุกขึ้นได้” เพียงชั่วพริบตา เชียนหงเยี่ยนก็สะกดข่มความรู้สึกทั้งมวลเอาไว้ กวาดตามองอิ่งเม่ยแวบหนึ่งอย่างผู้มีอำนาจเหนือกว่า เสียงราบเรียบของเชียนหงเยี่ยนดังขึ้น ไม่เหลือความรู้สึกห่วงใยอาทรแม้แต่น้อย...กับอิ่งเม่ย เขาไม่ต้องเปลืองแรงคิดเสแสร้งด้วยซ้ำ “อาการดีขึ้นหรือยัง ฮวาอิ่งเม่ย ข้าทราบว่าเื่นี้ข้าทำเกินไป แต่หวังว่าเ้าจะเข้าใจ”
“เหอะ” อิ่งเม่ยแค่นหัวเราะ เพียงคำพูดประโยคเดียวที่ไม่อาจนับได้ว่าเป็คำขอโทษด้วยซ้ำ กับท่าทางที่เหนือกว่าเช่นนี้ ฮวาอิ่งเม่ยนะฮวาอิ่งเม่ย เ้าน่าจะได้มาดูหน้าผู้ชายคนนี้ให้ดี เขาไม่คู่ควรเลย เขาจะคู่ควรให้เ้าไปตายเพื่อเขาได้อย่างไร
“เข้าใจรึ” เสียงหวานใสราวกับธารน้ำไหลเย็นดังมาจากริมฝีปากของอิ่งเม่ย เสียงนี้แม้จะไพเราะหู แต่ความเย็นเยียบในน้ำเสียงหนาวเหน็บเสียดกระดูกราวกับน้ำแข็งหมื่นปีก็ไม่ปาน
“องค์ชายรอง้าให้หม่อมฉันเข้าใจอะไรหรือเพคะ” สายตาสุกใสเป็ประกายของอิ่งเม่ยประสานกับเชียนหงเยี่ยน มุมปากหยักยกขึ้น นางย่างกรายมาที่อีกฝั่งของโต๊ะหินในสวน แล้วนั่งลงอย่างผ่อนคลาย รินน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง ยกขึ้นจิบคำหนึ่งแล้วเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีเชียนหงเยี่ยนอยู่ด้วย
อิ่งเม่ยจ้องกลับสายตาลึกล้ำของเชียนหงเยี่ยน กล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่นแต่สีหน้าเรียบเฉยว่า “ขอองค์ชายรองอภัยโทษด้วยเพคะ หลายวันนี้หม่อมฉันร่างกายอ่อนแอ ไม่อาจยืนอยู่ได้นานนัก”
ไม่ว่าใครก็มองออกว่าคำพูดนี้เป็เพียงข้ออ้าง แต่เชียนหงเยี่ยนจำต้องรับเอาไว้ สีหน้าชะงักค้างไป ดวงตาดำลึกล้ำสาดประกายโกรธแค้นวูบแล้วหายวับไป
เขาข่มกลั้นความรู้สึก ใบหน้ายังประดับรอยยิ้มจอมปลอม “ไม่เป็ไร”
“ขอบพระทัยองค์ชายรองเพคะ” อิ่งเม่ยเผยรอยยิ้มกล่าวขอบคุณ ดวงตาฉายแววยิ้มเป็ประกาย “จริงสิ องค์ชายรองเมื่อครู่ให้หม่อมฉันเข้าใจเื่อะไรหรือเพคะ หม่อมฉันโง่เขลา หวังว่าองค์ชายรองจะทรงอธิบายให้ชัดเจน”
เชียนหงเยี่ยนจ้องอิ่งเม่ยนิ่ง ดวงตาลึกล้ำดำมืดราวกับถ้ำลึกที่มองไม่เห็นก้น มือที่ยกถ้วยชาลูบขอบถ้วยเบาๆ สายตาเลื่อนจากใบหน้าของอิ่งเม่ยมาที่น้ำชาใส ราวกับเพ่งมองเงารางเลือนบนผิวน้ำ “บุพเพสันนิวาสยากทำนาย เ้ากับข้าไม่มีวาสนาได้เป็คู่ครองที่ดี ต่อให้แข็งขืนไปก็ไม่เป็ผลดีอะไร”
เชียนหงเยี่ยนบอกกล่าวเป็เื่เป็ราว แท้จริงทุกอย่างเป็เพียงข้ออ้างเท่านั้น วาสนาต่อกันรึ สิ่งที่เขา้าคือราชอำนาจต่างหาก
อิ่งเม่ยมองดูใบหน้าจอมปลอมของอีกฝ่าย แค่นหัวเราะในใจ นางลุกพรวดขึ้น เก็บซ่อนแววตาคมกริบเอาไว้ กล่าวรับว่า “องค์ชายรองกล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก ไก่ป่าจะกลายเป็หงส์ฟ้าไปได้อย่างไรกันเพคะ”
เพียงแต่ว่าใครจะเป็ไก่ป่าใครจะเป็หงส์ฟ้า วันหน้าเราจะได้เห็นกัน