นายอำเภอเชียนเยากับภรรยาก้มหน้าก้มหน้ามองแผนที่ในเชียนเยาอย่างคร่ำเคร่งนับั้แ่รู้แน่ว่าพรรคเทียมฟ้าคือหนึ่งในห้าฏที่คิดแบ่งแยกดินแดนทางตอนเหนือของแคว้นิเพื่อคิดตั้งแคว้นใหม่สองสามีภรรยาก็กางแผนที่บนโต๊ะในห้องอ่านหนังสือของโหลวซีห่าวแล้วขีดเขียนเส้นทางลับที่มีเพื่อหาเส้นทางในการเข้าออกโรงเตี๊ยมเทียมฟ้า
“เส้นทางลับของพวกเ้ามีแค่สามทางเองหรือ?”
“ท่านพี่! นี่ก็สร้างไม่ได้ง่ายเลยนะเ้าคะต้องแอบชาวบ้านทำอยู่นานหลายเดือนเชียว”
“ประมุขฮุ่ยผู้นั้นข้าได้ยินว่าครั้งก่อนรอดคดีไปได้เพราะบุตรชายฮุ่ยห่าวอู๋กลับลำได้ทันที่แท้พวกเขากลับสร้างเื่ใหญ่กว่าเดิมเอาไว้ ครั้งนี้ต้องจับให้มั่นคั้นให้ตาย”
“ป้ายหยกนั่นยืนยันได้ว่าเป็ของฮุ่ยห่าวอู๋จริงแต่เขาบอกกล่าวกับหลงจู๊ในโรงเตี๊ยมว่าทำหล่นหายระหว่างที่เดินทางจากเมืองเทียนถังมาเชียนเยาวันก่อนยังแสร้งให้หลงจู๊ที่โรงเตี๊ยมมาแจ้งความไว้ที่สำนักมือปราบด้วย”
โหลวซีห่าวหน้าเคร่ง“ฉลาดนัก!เพราะหากมีคนเก็บได้ เขาย่อมอ้างได้ว่าไม่รู้ไม่เห็น”
“ข้าวของที่ยึดมาจากสำนักโบตั๋นแดงมีสิ่งใดยืนยันความร่วมมือได้บ้างหรือไม่เ้าคะ?”
“ยังไม่พบสิ่งน่าสงสัยระหว่างนี้เราคงจะจับกุมสองพ่อลูกสกุลฮุ่ยไม่ได้เพราะต้องใช้พวกเขาเป็เหยื่อล่อให้คนที่เหลืออีกสองกลุ่มปรากฏตัว” โหลวซีห่าวใคร่ครวญหากลยุทธ์จะเปิดเผยโฉมหน้าคนอีกสองกลุ่มที่เหลือ
“บางทีอาจจะต้องใช้ข่าวโคมลอยทำให้ราษฏรเกิดความคลางแคลงใจแผนการยุยงปลุกปั่นของพวกเขาจะได้ล้มเหลว”
“อย่างไรหรือเ้าคะ?”
นายอำเภอโหลวเรียกคนเล่านิทานสามคนในเมืองเชียนเยาเข้ามาหาแล้วมอบกระดาษให้คนละแผ่น
“ข้าจะว่าจ้างพวกเ้าเล่าเื่เหล่านี้ให้ข้าเป็เวลาหนึ่งเดือนหากเล่าใส่สีตีไข่จนกลายเป็ที่เลวร้ายยิ่งกว่าที่เขียนเอาไว้ในนั้นได้ข้าจะเพิ่มเงินให้อีกหนึ่งเท่า ดีหรือไม่?”
“ใต้เท้าโหลวโปรดวางใจเื่ใส่ไคล้ เอ๊ย!ต่อเติมเื่ราวให้น่าสนใจพวกเราถนัดนัก ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวพวกโจรฏเช่นนั้นเราจะทำให้เต็มที่ท่านส่งคนไปฟังได้เลยขอรับ”
“ดี! หากคนของข้าฟังแล้วพวกเ้าคนใดทำได้ดีข้าจะให้รางวัลเพิ่มตามที่ได้บอกไว้”
นับจากวันนั้นโรงน้ำชาทุกแห่งในเมืองเชียนเยาต่างเล่าเื่กลุ่มคนที่อยากจะได้ส่วนหนึ่งของดินแดนแคว้นิเพื่อก่อตั้งเป็แคว้นใหม่พวกเขาคือกลุ่มคนในยุทธภพและขุนนางชั่วที่รวมตัวกัน
“จากคนห้ากลุ่มพวกเขาลงนามและสร้างป้ายไม้สำหรับติดต่อกันเป็หัวัเพื่อสื่อว่าพวกเขาจะเป็เ้าของแผ่นดินเทียบเท่ากับฮ่องเต้คนทั้งห้ากลุ่มในยามนัดหมายล้วนปิดหน้าปิดตา ไม่มีผู้ใดรู้ภูมิหลังของอีกฝ่าย
ทว่าในหมู่โจรกับโจรย่อมไม่มีความไว้วางใจพวกเขาจึงได้ลอบสืบหาตัวตนอีกฝ่ายเงียบๆ สุดท้ายจึงรู้ว่ามีผู้ใดบ้าง?”
เสียงฮือฮาของคนที่นั่งฟังในโรงน้ำชาดังขึ้น“นี่มิใช่! เื่ของสำนักโบตั๋นแดงดอกหรือ?ข้าเคยได้ยินกว่าที่พวกเขาเริ่มปล้นตามชายแดนก็เพราะอยากให้ราษฏรขวัญผวา”
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงท่อนไม้สี่เหลี่ยมของคนเล่านิทานกระแทกโต๊ะเสียงดังก่อนที่เขาจะเริ่มเล่าต่อ
“แผนการของพวกเขาเริ่มจากการทำให้ชาวบ้านระส่ำระสายและรู้สึกว่าเ้าหน้าที่บ้านเมืองนั้นพึ่งพาไม่ได้ด้วยการออกปล้นและลักขโมยตามบ้านเรือนไม่นานนักคดีที่พวกเขาก่อก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งชาวบ้านเริ่มบ่นเื่ที่มือปราบไม่อาจจะปิดคดีได้ทันเมื่อราษฏรรู้สึกไม่ปลอดภัยพวกเขาก็เริ่มปล้นบ้านคหบดีเพื่อนำเงินออกมาแจกจ่ายดูเผินๆ เหมือนพวกเขาเป็คนดีเพราะช่วยเหลือคนยากจนทว่าคนที่ทำมาค้าขายอย่างสุจริตและมีเงินมากกลับต้องอกสั่นขวัญแขวนสุดท้ายคหบดีหลายรายที่เคยถูกปล้นและฆ่าคนในบ้านตายก็อพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่นเพราะหวาดกลัวทำให้การค้าขายในละแวกนั้นซบเซา เมื่อไม่มีพ่อค้าชาวบ้านก็ต้องหันมาพึ่งพาตนเองไม่อาจจะซื้อหาสินค้าที่้าได้อย่างแต่ก่อน”
“จริงด้วยๆความเป็อยู่ของพวกเราลำบากขึ้นมาก ของที่เคยกินเคยใช้ไม่รู้จะไปหาซื้อที่ใด?ตำบลของข้าไม่มีพ่อค้าแล้ว พวกเขาบอกว่าอยู่ที่นี่ก็กลัวโดนปล้นจึงเข้ามาอยู่ในเมืองใกล้มือปราบกันหมด”
“พวกเ้าเห็นหรือยัง?ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มเดือดร้อนและร้องเรียนนายอำเภอให้ช่วยแก้ปัญหาแต่ชาวบ้านที่รับเงินของพวกโจรพวกนั้นก็ไม่ให้ความร่วมมือซ้ำยังให้ที่ซ่อนแก่คนร้ายสุดท้ายจึงไม่อาจปราบโจรได้หมดภายหลังโจรพวกนั้นกำเริบเสิบสานแอบลอบฆ่ามือปราบเพื่อข่มขวัญ”
คนที่ฟังอยู่เริ่มคิดตามสิ่งที่นักเล่านิทานได้ลำดับเหตุการณ์แล้วก็เห็นจริง
“ต่อไปพวกมันคิดจะทำเช่นใดหรือ?”
“ทว่ายังไม่ทันที่พวกมันจะได้เข้าบุกยึดเมืองพลันมีจอมยุทธ์หญิงผู้หนึ่งรู้เห็นแผนชั่วของพวกมันเพราะหนึ่งในคนเ่าั้ได้ขโมยตราหัวัแล้วนำมันหนีมาแจ้งให้จอมยุทธ์หญิงได้รู้ทว่าพวกมันอาศัยการล่อหลอกทำให้คนที่หนีมาต้องถูกฆ่าตายตราหัวันั่นก็หายไปในกองไฟที่เผาเรือนจนวอดพร้อมกับคนผู้นั้น”
“โหดร้าย! โหดร้ายยิ่งนัก!” สตรีผู้หนึ่งที่นั่งฟังอยู่โต๊ะด้านหน้ารู้สึกหวาดกลัวการกระทำของโจรร้าย“นี่หากว่าพวกมันแยกดินแดนไปได้ ราษฏรจะไม่ลำบากหรือ?”
ปัง! ปัง!
เสียงกระแทกท่อนไม้สี่เหลี่ยมนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
“ทันทีที่พวกมันกำจัดคนทรยศได้สำเร็จฮ่องเต้ทรงทราบเื่จึงได้ส่งคนมาสืบสาวราวเื่กลุ่มโจรที่เหลือเกรงจะมีการสืบเื่ราวถึงตนจึงได้ตกลงให้กลุ่มคนที่เป็นักฆ่าออกหน้ามาก่อนทว่าด้วยความเก่งกาจของมือปราบหญิงทำให้ยอดนักฆ่าฉายาหน้ากากเงินถูกฆ่าตายในที่สุด”
หลายคนที่เคยฟังวีรกรรมของหัวหน้ามือปราบสวีที่ฆ่าหัวหน้านักฆ่าตายที่ชานเมืองต่างพากันเฮลั่น
“ข้ารู้! ข้ารู้!นั่นคือหัวหน้ามือปราบสวี! วีรสตรีแห่งเชียนเยา!”
เสียงะโของเด็กหนุ่มทำเอาคนที่นั่งฟังทั้งหลายเฮช่วยกัน
“ใช่แล้ว! หัวหน้ามือปราบหญิงคนเก่งฆ่าหัวหน้าโจรตายไปอีกหนึ่งกลุ่มทว่ายังมีสำนักโจรบนเขาที่ต้องส่งมือปราบทั้งหลายเสี่ยงชีวิตขึ้นไปฆ่าเสียจนตายเรียบ”
“นั่นมันพวกสำนักโบตั๋นแดง”คนฟังอีกผู้หนึ่งร้องออกมาทุกคนต่างพากันปรบมือเพื่อแสดงความขอบคุณเหล่ามือปราบที่เสี่ยงชีวิต
“ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่สำนึกในความเสียสละของเหล่ามือปราบของพวกเรายามนี้ยังมีกลุ่มโจรที่ยังไม่เปิดเผยตัวตนอีกสามกลุ่มในยามนี้พวกมันกำลังวางแผนจะกำจัดผู้ที่คิดจะเปิดเผยแผนการหนึ่งในสามกลุ่มนั้นมีข่าวลือมาว่าพวกเขาแท้จริงคือเหล่านักฆ่าที่มาจากดินแดนอื่นยามนี้กำลังโยกย้ายกำลังมาทางภาคเหนือ พี่น้องชาวเชียนเยาทุกคนถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะต้องช่วยกันจับตามองคนแปลกหน้าที่เข้ามาในอำเภอของพวกเรานอกจากจะมีคนเข้ามาทำการค้าแล้วยังมีโจรฏที่คิดจะฆ่าพวกเดียวกันเพื่อปิดปากอีกด้วย!”
“พวกเขาเป็โจรด้วยกันมิใช่หรือ?เหตุใดจึงคิดจะฆ่ากันเองด้วยเล่า?”
นักเล่านิทานลูบเครายาวแล้วยิ้มน้อย“ทีแรกก็ไม่ได้คิดจะฆ่าแต่เพราะยามนี้พวกเขาต่างระแวงกันเองว่าอาจจะมีผู้ที่เปิดเผยความจริงให้ทางการได้รู้แผนของพวกเขาเดิมทีปีนี้จะต้องเข้ายึดอำเภอใหญ่สักแห่งเพื่อทำเป็ฐานที่มั่นแต่กลับพังทลายเพราะการหักหลังของคนผู้เดียวที่เปิดเผยตราหัวัต่อ จอมยุทธ์หญิงยามนี้หากว่ามีผู้เผยตัวออกมาอีก คงไม่อาจทำได้สำเร็จชาวบ้านรอบนอกล้วนได้รับเงินทองและของแจกจากเหล่าโจรที่อ้างว่าพวกเขาคือที่จะมาช่วยให้อยู่ดีกินดีคนเ่าั้จึงกลายเป็ฝ่ายเดียวกับโจรฏไปหมดแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นยามนี้ดินแดนภาคเหนือก็ตกอยู่ในอันตรายแล้วน่ะสิ!”
“ถูกต้อง!หากชาวบ้านยังเห็นแก่ประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เอาใจออกห่างจากทางการต่อไปก็จะเห็นดีเห็นงามกับโจรฏนำไปสู่การเกิดากลางเมืองและาแบ่งแยกดินแดน”
“ไม่ดีๆทุกครั้งที่เกิดาคนลำบากก็คือราษฏร”
“ใช่แล้ว!หากพวกท่านยังไม่รู้เท่าทันโจรพวกนี้อีกไม่นานดินแดนภาคเหนือจะเกิดภัยพิบัติจากาแน่แท้!”
************************
