เมื่อกิเซลล์ก้าวเข้ามาในห้อง ทริสตันก็ต้องลอบแปลกใจเมื่อได้เห็นสีหน้าเคร่งเครียดจนผิดวิสัยของเธอ หญิงสาวไม่รอช้ารีบโน้มตัวทำความเคารพอย่างรวดเร็วพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ััได้ถึงความเร่งด่วน
“ผู้น้อยกิเซลล์ มีเื่สำคัญที่ต้องรายงานให้ท่านผู้ปกครองทราบโดยเร็วค่ะ!”
ทริสตันวางปากกาในมือลง วางท่าทีนิ่งสงบขัดกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร็วขึ้นด้วยความสนใจ “ว่ามาเถอะกิเซลล์ เรารอฟังอยู่... มีเื่อะไรเกิดขึ้นถึงทำให้เ้าต้องร้อนใจถึงเพียงนี้”
แววตาของชายหนุ่มจดจ้องไปที่เธออย่างไม่ลดละ บ่งบอกว่าเขาก็ให้ความสำคัญกับเื่ที่เธอกำลังจะแจ้งไม่น้อยไปกว่ากัน
“ผู้น้อยได้รับรายงานอันน่ากังวลจากชาวบ้านหลายครัวเรือนค่ะ...” กิเซลล์เริ่มรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย “มีประชาชนหลายรายสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยระหว่างเดินทางเข้าไปหาของป่า ซึ่งจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีใครกลับออกมา และที่น่าสลดใจไปกว่านั้น คือเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นภายในบ้านหลายหลัง เหยื่อแต่ละรายถูกปลิดชีพอย่างโเี้ด้วยของมีคมกรีดเข้าที่ลำคอเพียงแผลเดียวอย่างแม่นยำ”
เธอหยุดหายใจครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “ดูเหมือนฆาตกรจะมุ่งเป้าไปที่บุคคลเพียงคนเดียวในแต่ละบ้าน มิได้ลงมือสังหารล้างครัว ซึ่งนั่นยิ่งทำให้สถานการณ์ดูพิศวงและน่าหวาดเกรงยิ่งขึ้น แม้ผู้น้อยจะสั่งการให้คนออกสืบหาเบาะแสอย่างเร่งด่วน แต่กลับไม่พบร่องรอยใด ๆ ของผู้ลงมือเลยแม้แต่น้อย... ในเวลานี้ ชาวบ้านทั่วทั้งเมืองต่างตกอยู่ในความหวาดผวาอย่างหนักคะ”
สีหน้าของทริสตันเคร่งขรึมลงถนัดตา ทว่าในชั่วอึดใจนั้น แววตาของเขากลับประกายวาบราวกับฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงเอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและทรงพลัง
“เื่นี้เราจะสั่งให้ อาร์วิน เร่งส่งกองกำลังทหารออกไปตรวจสอบโดยด่วนที่สุด ส่วนเ้า กิเซลล์... จงรีบไปปลอบขวัญชาวบ้านและแจ้งแก่พวกเขาว่า เราขอเวลาเพียงสามวัน แล้วจะออกไปชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตนเอง”
กิเซลล์เมื่อเห็นความจริงจังที่แผ่ออกมาจากท่าทางของทริสตัน เธอก็รับคำด้วยความหนักแน่น “ผู้น้อยรับคำบัญชาค่ะ ผู้น้อยจะรีบไปแจ้งความประสงค์ของท่านและเยียวยาจิตใจของชาวบ้านในทันที”
กล่าวจบเธอก็โน้มตัวลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม ก่อนจะเร่งฝีเท้าออกจากห้องทำงานไปเพื่อทำตามคำสั่งโดยไม่รอช้า
ทริสตันสั่งการให้ทหารไปตามตัว อาร์วิน มาเข้าพบเป็การด่วน เพียงไม่นาน ร่างสูงโปร่งในชุดทะมัดทะแมงของเขาก็ปรากฏกายขึ้นภายในห้องทำงาน ทริสตันไม่รอช้าที่จะเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนเบา แต่ทว่าเข้มจัด
“เมื่อครู่กิเซลล์เพิ่งมารายงานเรา... เื่ชาวบ้านที่สาบสูญไปในป่าและเหตุฆาตกรรมในเมือง” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอาร์วิน “เื่ที่เกิดขึ้น... เกี่ยวพันกับ ภารกิจนั้น ใช่หรือไม่?”
ใบหน้าของอาร์วินเคร่งขรึมลงในฉับพลัน เขาประสานสายตากลับอย่างมั่นคงก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ เป็การยืนยัน
“ผู้น้อยตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วครับ... รับรองได้ว่าคนพวกนี้ไม่มีทางผิดตัว และคนเ่าั้ล้วน ตรงตามเงื่อนไข ที่ท่านผู้ปกครองกำหนดไว้ทุกประการครับ”
ทริสตันใช้นิ้วลูบคางพลางตีสีหน้าครุ่นคิด แววตาของเขาดูลุ่มลึกจนยากจะหยั่งถึงก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าแฝงความนัย
“แล้วตอนนี้พอจะมี หมาก ตัวไหนที่เหมาะจะใช้การได้บ้างไหม? เรา้าใครสักคนที่ชาวเมืองไม่คุ้นหน้า และมีรูปลักษณ์ที่ชวนให้เชื่อได้ว่าเป็คนชั่วร้าย... เราจำเป็ต้องมี แพะรับบาป ที่สมบูรณ์แบบเพื่อปิดฉากความกังวลเื่นี้จากประชาชน”
ทริสตันใช้นิ้วลูบคางพลางตีสีหน้าครุ่นคิด แววตาของเขาดูลุ่มลึกจนยากจะหยั่งถึงก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าแฝงความนัย
“แล้วตอนนี้พอจะมี หมาก ตัวไหนที่เหมาะจะใช้การได้บ้างไหม? เรา้าใครสักคนที่ชาวเมืองไม่คุ้นหน้า และมีรูปลักษณ์ที่ชวนให้เชื่อได้ว่าเป็คนชั่วร้าย... เราจำเป็ต้องมี แพะรับบาป ที่สมบูรณ์แบบเพื่อปิดฉากความวุ่นวายเื่นี้จากประชาชน”
อาร์วินนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าสบตาผู้ปกครองของตน “ผู้น้อยเพิ่งได้รับรายงานจากหน่วยสอดแนมว่ามีกลุ่มคนแปลกหน้าชุดใหม่ลอบแฝงตัวเข้ามาพอดีครับ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็ สายลับ ที่ถูกส่งมาขโมยข้อมูล ซึ่งเรายังคงควบคุมตัวยังมิได้ลงมือจัดการ... ผู้น้อยเห็นว่าคนกลุ่มนี้มีคนลักษณะตรงตามที่ท่านผู้ปกครอง้าพอดีครับ”
“ดีมาก!” ทริสตันเค้นเสียงต่ำอย่างพอใจ “อาร์วิน... ทันทีที่เ้าเค้นข้อมูลจากพวกมันจนหมดสิ้นแล้ว จงจัดการกลุ่มสายลับพวกนั้นทิ้งเสียให้สิ้นซาก แต่จงละเว้นชีวิตคนที่ ตรงกับความ้าของเราเอาไว้หนึ่งคน คุมตัวมันมาแบบเป็ ๆ อย่าให้มีตำหนิ เพราะเราต้องใช้มันเป็เครื่องสังเวยในการปราศรัยต่อหน้าชาวเมืองในอีกสามวันข้างหน้า”
เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะกำชับด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดขึ้น “และจำไว้... ครั้งนี้จงทำงานให้รัดกุมและเงียบเชียบยิ่งกว่าเดิม เพราะเราเกรงว่ากิเซลล์เองก็เริ่มจะระแคะระคายและคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวนี้อยู่เช่นกัน อย่าให้ความลับเื่นี้รั่วไหลไปถึงหูของนางเป็อันขาด”
“ผู้น้อยอาร์วิน น้อมรับคำบัญชาจากท่านผู้ปกครองครับ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา “ข้ผู้น้อยจะดำเนินการเื่นี้อย่างละเอียดรอบคอบที่สุด จะมิให้มีร่องรอยใดเล็ดลอดสายตา หรือให้ผู้ใดสามารถสาวมาถึงต้นตอของเื่นี้ได้เป็อันขาดครับ”
เมื่อเห็นความมุ่งมั่นที่ฉายชัดในแววตาของมือขวาคู่ใจ ทริสตันก็ยกยิ้มพอใจพลางพยักหน้าเล็กน้อยเป็สัญญาณให้อีกฝ่ายออกไปปฏิบัติหน้าที่ในทันที
ภายในห้องทำงานกลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง ทริสตันยกถ้วยชาขึ้นมาจิบช้า ๆ ปล่อยให้กลิ่นหอมกรุ่นและรสขมปร่าซึมลึกเข้าสู่ัั แววตาของเขาเหม่อมองไปยังแสงเทียนที่สั่นไหว พลางคิดถ้อยคำที่จะใช้พูดในการปราศรัยที่กำลังจะมาถึง...
เวลาสามวันผ่านพ้นไปในที่สุด ทริสตันในเสื้อผ้าที่ดูภูมิฐานพร้อมขบวนทหารอารักขาที่ดูเข้มแข็ง ได้เดินทางมาถึงลานกว้างใจกลางเมืองอีกครั้ง
เขาเดินขึ้นเวทีไม้ที่จัดเตรียมไว้อย่างสง่างาม ทว่าสายตาของฝูงชนกลับถูกดึงดูดไปยังเื้ัของเขา... ที่นั่นมีเสาไม้ตั้งตระหง่านพร้อมบ่วงเชือกเพชฌฆาตที่ห้อยระย้าลงมาอย่างน่าเกรงขาม ทริสตันกวาดสายตามองมวลชนที่หลั่งไหลกันมาในครั้งนี้ ซึ่งมีจำนวนมากยิ่งกว่าการปราศรัยครั้งแรกหลายเท่าตัว แววตาของชาวเมืองทุกคู่ที่จ้องมองมานั้นหาใช่ความหวาดกลัว แต่คือสายตาแห่งศรัทธาอันแรงกล้าที่พุ่งตรงมายังตัวเขาเพียงผู้เดียว
ชายหนุ่มคลี่รอยยิ้มอันอบอุ่นไปยังกลุ่มประชาชน เพื่อปลอบขวัญและสร้างความเชื่อมั่น ก่อนจะเริ่มเปล่งน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทว่าทรงพลังกึกก้องไปทั่วทั้งลาน
“พี่น้องประชาชนชาวซิลเวอร์เรสทุกท่าน เรา... ทริสตัน วินด์สเกล ยืนอยู่ที่แห่งนี้เป็หนที่สองแล้ว”
น้ำเสียงของเขาดังกังวานและนิ่งสงบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นที่สะกดทุกความเคลื่อนไหว
“ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา เราได้รับรู้ถึงโศกนาฏกรรมอันน่าสลดใจที่เกิดขึ้นกับประชาชนของเรา ไม่ว่าจะเป็การหายตัวไปอย่างลึกลับในป่า หรือแม้แต่การถูกสังหารอย่างโเี้ในบ้านพักของตนเอง เราขอยืนยันต่อหน้าพวกเ้าทุกคนว่า ทันทีที่ข่าวร้ายนี้มาถึงหู เรามิได้นิ่งนอนใจแม้เพียงอึดใจเดียว ได้สั่งการให้กองกำลังทหารออกสืบเสาะหาสาเหตุ และลากคอผู้กระทำผิดมารับโทษให้เร็วที่สุด!”
เขาลดระดับเสียงลงเล็กน้อยทว่าเน้นความจริงจังในทุกคำพูด ก่อนจะหยุดนิ่งเพื่อกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ ลานกว้างตกอยู่ในความเงียบงันจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ ท่ามกลางหมู่มวลประชาชนที่ต่างจดจ้องมองเขาด้วยแววตาที่กระหายในความจริงและความยุติธรรม
เมื่อััได้ถึงแรงกดดันและศรัทธาที่รวมเป็หนึ่งเดียว ทริสตันจึงเริ่มเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจยิ่งกว่าเดิม
“แต่เมื่อทหารสืบสวนไปจนถึงต้นตอ...เรากลับได้รับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า!”
เขาทิ้ง่จังหวะสั้นๆ เพื่อดึงอารมณ์ ก่อนจะประกาศก้องด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ “ฆาตกรกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งได้ต่อสู้ขัดขืนจนถูกปลิดชีพโดยทหารของเราไปแล้ว แต่เรายังสามารถจับตัวหนึ่งในพวกมันมาได้! และจากการเค้นความจริงอย่างหนักหน่วงภายในห้องขัง... ในที่สุดมันก็ยอมรับออกมาว่าพวกมันคือกลุ่มโจรชั่วที่เห็นความรุ่งเรืองของดินแดนแห่งนี้ด้วยความโลภ!”
ใน่ท้าย ทริสตันแผดเสียงดังจนเส้นเืที่ลำคอปรากฏชัด ดวงตาของเขาฉายแววโกรธเกรี้ยว
“พวกมันดักซุ่มสังหารประชาชนของเราในป่าลึกเพื่อชิงทรัพย์อย่างเืเย็น! และยิ่งไปกว่านั้น... มีบางส่วนแอบลักลอบแฝงตัวเข้ามาในเมืองนี้แล้วมาปล้นชิงสังหารถึงในบ้านพักของพวกเ้า!”
สิ้นประโยคอันดุดันนั้น ลานกว้างที่เคยเงียบงันก็ะเิออกด้วยเสียงสาปแช่งจากประชาชนนับพันที่โกรธแค้น เสียงะโด่าทอและเสียงก่นด่าพวกโจรดังอื้ออึงะเืไปทั่วทั้งบริเวณ
ทริสตันยกมือขึ้นเป็สัญญาณให้ฝูงชนสงบเสียงลง ทั่วทั้งลานพลันตกอยู่ในความเงียบ เขาโบกมืออีกครั้งให้ทหารคุมตัวนักโทษคนหนึ่งออกมา ร่างนั้นถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนและเชือกหนา ปากถูกอุดไว้อย่างแ่าจนส่งเสียงได้เพียงแค่เสียงอู้อี้ในลำคอ ทหารลากร่างที่สั่นเทาไปที่โคนเสาไม้สูงตระหง่านหลังเวที
“ทุกท่าน! นี่คือหนึ่งในโจรชั่วที่เหลือรอดมาจากการต่อสู้กับทหาร!” เขาประกาศก้อง พลางชี้มือไปยังร่างนั้น “วันนี้เราจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า... ใครก็ตามที่กล้าหยามเกียรติหรือทำร้ายประชาชนของซิลเวอร์เรส มันผู้นั้นต้องได้รับโทษสถานใด!”
สิ้นเสียงคำประกาศ ทริสตันสะบัดมือส่งสัญญาณเพียงครั้งเดียว ทหารที่คุมตัวนักโทษก็จัดการนำบ่วงเชือกสวมเข้าที่คอของนักโทษก่อนจะดึงรั้งขึ้นสู่ยอดเสา ร่างนั้นดิ้นรนทุรนทุรายกลางอากาศอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะนิ่งสงัดและทิ้งดิ่งลงตามแรงโน้มถ่วงสิ้นลมหายใจไปในที่สุด
ทันทีที่ร่างนั้นแน่นิ่งไป เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีก็ะเิก้องขึ้นลั่นไปทั่วทั้งเมือง ชาวเมืองต่างกู่ร้องะโด้วยความสะใจและเปี่ยมไปด้วยศรัทธาอันแรงกล้าต่อหน้าผู้ปกครองคนใหม่... ชายผู้พร้อมจะมอบความตายให้กับใครก็ตามที่คิดมาแตะต้องคนของท่าน
ทริสตันปล่อยให้เสียงโห่ร้องแห่งความสะใจดังกึกก้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
“นี่คือจุดจบของใครก็ตามที่กล้ามาทำร้ายประชาชนของเรา! ไม่ว่าจะเป็โจรป่าหน้าไหน หรือกองกำลังจากดินแดนใดที่คิดจะมาลบหลู่เกียรติของซิลเวอร์เรส พวกมันต้องได้รับโทษเช่นนี้โดยไม่มีข้อยกเว้น!”
เสียงสนับสนุนดังกระหึ่มขึ้นอีกระลอกจนพื้นดินแทบสั่นะเื ชายหนุ่มอาศัยจังหวะที่ใจของมวลชนกำลังลุกโชน เอ่ยต่อด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความหวังและอุดมการณ์
“แต่ประชาชนที่รักทั้งหลาย... การจะมิให้ใครมาข่มเหงรังแกเราได้อีกในอนาคต ลำพังเพียงตัวเราเพียงคนเดียวไม่อาจปกป้องพวกเ้าได้ทั้งหมด เราจำเป็ต้องมีกองทัพที่เข้มแข็งและเกรียงไกรพอที่จะเป็โล่กำบังให้แก่แผ่นดินนี้! ดังนั้น... เราขอประกาศเปิดรับสมัครทหารใหม่ในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็ชายหรือหญิงที่มีใจเด็ดเดี่ยว ขอเพียงร่างกายมิได้พิการและมีอายุเกินสิบห้าปีขึ้นไป เราพร้อมจะเปิดประตูต้อนรับพวกเ้าทุกคนเข้าสู่การทดสอบ!”
เขากวาดสายตามองไปที่เหล่าประชาชนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
“เราเฝ้าถวิลหาเหล่าผู้กล้า! ผู้ที่พร้อมจะอุทิศกายและใจเพื่อคุ้มครองครอบครัวและแผ่นดินบ้านเกิดของตน มาร่วมเป็ส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อสร้างอนาคตที่ซิลเวอร์เรสจะไม่ต้องหวาดกลัวผู้ใดอีกต่อไป!”
เมื่อสิ้นคำประกาศอันปลุกเร้า ทริสตันก็โน้มตัวลงทำความเคารพประชาชนอย่างนอบน้อมและสง่างาม เป็การปิดท้ายที่ได้ทั้งใจและิญญาของประชาชนไปอย่างสมบูรณ์
สิ้นเสียงประกาศอันทรงพลัง มวลชนนับพันต่างเปล่งเสียงโห่ร้องตอบรับด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด ประชาชนหลายคนถึงกับน้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตันใจที่ได้เห็นผู้นำที่พร้อมจะปกป้องพวกเขาอย่างแท้จริง เสียงปรบมือและเสียงะโสรรเสริญดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุกตรอกซอกซอยของเมืองซิลเวอร์เรส ชายฉกรรจ์และหญิงสาวจำนวนมากต่างแฝงความมุ่งมั่นไว้ในแววตา พวกเขาตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าเมื่อถึงวันรับสมัคร จะขอทุ่มเทสุดกำลังเพื่อเข้ารับการทดสอบและเป็ส่วนหนึ่งของกองทัพที่เกรียงไกรนี้ให้จงได้
ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง กิเซลล์ ผู้ยืนอยู่ไม่ไกลถึงกับดวงตาแดงก่ำด้วยความซาบซึ้ง เธอโน้มกายลงทำความเคารพผู้ปกครองหนุ่มอย่างสุดตัว หัวใจของเธอบัดนี้เปี่ยมล้นด้วยความเคารพและศรัทธาอย่างหมดหัวใจ
ทว่าในอีกด้านหนึ่ง อาร์วิน ที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลังกลับมีสภาพที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เม็ดเหงื่อเย็นเยียบผุดพรายเต็มใบหน้าจนชุ่มโชก มือทั้งสองข้างสั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุมได้ ภายในใจของเขาถูกครอบงำด้วยความหวาดกลัวที่ยากจะอธิบาย เมื่อได้เห็นชั้นเชิงการกุมอำนาจและการแสดงออกอันแยบยลของทริสตัน จนเขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มผู้ปกครองดินแดนคนนี้แม้เพียงชั่ววินาทีเดียว
ณ ดินแดนภายใต้การปกครองของาาเฟลเวล ท่ามกลางทุ่งกว้างที่ทอดตัวสู่เมืองเอเธลการ์ด ขณะทูต ทหารอารักขาที่เข้มแข็ง และกลุ่มเกษตรกรฝีมือดีที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาและความรู้เฉพาะทางมาจากเลนอร์ คนจากซิลเวอร์เรสทั้งหมดบัดนี้กำลังเคลื่อนเข้าใกล้จุดหมายปลายทางเข้าไปทุกขณะ
แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาขบวนเดินทางจะเร่งรัดฝีเท้าและรอนแรมอย่างต่อเนื่องเพียงใด ทว่าด้วยระยะทางที่ห่างไกลและความสำคัญของสัมภาระที่แบกรับมา ทำให้ต้องใช้เวลากว่าหกวันเต็มในการฝ่าฟันอุปสรรคตามเส้นทาง จนในที่สุด เงาของกำแพงเมืองเอเธลการ์ดก็เริ่มปรากฏให้เห็นลางๆ ที่เส้นขอบฟ้า